• aoikrub
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aoikrub@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 93454
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
Pimpimol
วันเสาร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2553
Posted by aoikrub , ผู้อ่าน : 1353 , 18:07:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เหตุการณ์ที่หนึ่ง วันที่กลุ่มเสื้อสีชมพูออกมาเคลื่อนไหวครั้งแรกที่จุฬาฯ พ่อเจ้าประคุณได้ยินลุงๆ เสื้อแดงแถวออฟฟิสคุยกันเสียงดังคับซอยว่า “จุฬานี่ไงนะซ่าส์นักเหรอ ว่างๆ อยู่พอดี เดี๋ยวยกพวกไปบุกซะเลย”

เหตุการณ์ที่สอง พ่อเจ้าประคุณได้พูดคุยกับลุงๆ ป้าๆ สภาร้านชำแถวที่ทำงานซึ่งสมาชิกบางคนเป็นกลุ่มเสื้อแดงโดยถามไถ่ว่าไม่กลัวกันบ้างเหรอไปชุมนุมกันอย่างนี้ ลุงฮาร์ดคอร์คนนึงตอบมาว่า ไม่กลัว เห็นต่างกันอย่างนี้ อยู่ร่วมกันไม่ได้หรอก ตายเป็นตาย

เหตุการณ์ที่สาม ขณะขับรถไปทำงานของช่วงเช้าวันพฤหัสที่ 13 พฤษภาคม หมุนไปเจอ ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทองเล่าออกอากาศในรายการวิทยุช่องหนึ่งที่เขาเป็นผู้จัดอยู่ว่า ได้รับข้อความจากคนฟังคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสลายม็อบเสื้อแดง โดยเสนอว่าให้มีการวางยาสลบคนเสื้อแดง โดยใส่ยาไปในท่อน้ำประปาสายหลัก ดร.เจิมศักดิ์และผู้ร่วมจัดรายการ หัวเราะกันขำขัน และออกอาการเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้

เหตุการณ์ที่สี่ ในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เสธแดงถูกลอบยิง ผู้จัดรายการจากสถานีช่องเดียวกันชื่อฤดี อุมานันท์กล่าวถึงลูกสาวของเสธแดงด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่าเธอมีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกับผู้เป็นพ่อ โดยเธอเป็นสายพันธมิตร และตบท้ายด้วยการรายงานว่า “เขาว่ากันว่าลูกสาวเสธแดงไม่ร้องไห้เลยนะ”

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องจริงที่ฉันหรือคนใกล้ตัวได้เจอมากับตัวเอง ไม่ใช่เรื่องที่ “เขาว่ากันว่า” ฟังดูก็อาจเป็นเพียงเหตุการณ์ปกติในช่วงที่ภาวะสังคมไทยกำลังผิดปกติอย่างรุนแรง หลายคนอาจได้ยินหรือสัมผัสกับสถานการณ์แบบนี้มาาบ่อยเสียจนไม่เห็นความผิดเพี้ยนที่แฝงอยู่ในเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเช่นนี้

ฉันนั่งไล่เรียงเหตุการณ์นี้ในสมอง วนเวียนคิดอยู่หลายรอบ แล้วก็ตั้งคำถามที่เชื่อว่าเป็นคำถามเดียวกับที่คนไทยอีกหลายคนกำลังหาคำตอบอยู่ “เกิดอะไรขึ้นกับคนไทยและสังคมของเรา” เริ่มกันที่เหตุการณ์แรก ขอออกตัวก่อนเลยว่าฉันไม่ใช่เด็กจุฬาฯ แต่ก็มีความเคารพในความเป็นสถาบันการศึกษาของรั้วจามจุรี และไม่เห็นว่าการทีี่ชาวจุฬาฯ ออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนของตน ที่เผอิญไปขัดกับกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นจะเป็นเรื่องที่ผิดแต่ประการใด ในขณะที่คนเสื้อแดงพยายามบอกสังคมว่า การชุมนุมของพวกตนเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และสร้างกระแสว่า คนกรุงคนไหนไม่เห็นด้วยคือพวกศักดินาใจแคบ ที่ไม่เคยเห็นความทุกข์ของคนต่งจังหวัด แต่คนเสื้อแดงเองกลับยอมรับไม่ได้กับการออกมาแสดงความคิดเห็นของกลุ่มคนอื่นที่คิดต่างหนำซ้ำยังแสดงทัศนคติข่มขู่ก้าวร้าวไม่ต่างจากอันธพาลที่ไม่รู้จักคำว่าสันติวิธี

ประโยคสั้นๆ ของลุงเสื้อแดงในเหตุการณ์ที่สองสะท้อนให้เห็นทัศนคติอันน่ากลัวของคนร่วมสังคมของเรา ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่กลุ่มเสื้อแดงเท่านั้นที่คิดว่าเขาจะอยู่ร่วมกับคนที่คิดต่างไม่ได้ ฉันเองได้ยินทั้งเพื่อนฝูงและคนใกล้ตัวหลายๆ คนพูดถึงคนเสื้อแดงในลักษณะคล้ายๆ กัน ประมาณว่า “โง่นัก ก็ให้พวกมันแยกไปอยู่กันเองเลยไป” 

ที่ผ่านมาสังคมไทยพยายามบอกกับตัวเองเสมอว่า เราเป็นสังคมที่รักสงบ และสามารถอยู่กับความแปลกแยกแตกต่างได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะคนไทย “ยังไงก็ได้” แต่ช่วงสี่ปีกว่าที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนไทยนั้นมีด้านที่รุนแรงและร้าวลึกไม่ต่างจากที่อื่นใดในโลก ถึงเวลาหรือยังที่เราจะหันกลับมามองความเป็นไทยของเราในมุมใหม่ ว่าเราไม่จำเป็นต้อง “แสร้ง” คิดให้เหมือนกัน และเป็นคนยังไงก็ได้เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่หันมาพูดและแสดงความคิดเห็นของตนอย่างสร้างสรรค์ และในขณะเดียวกันก็เคารพ พร้อมรับฟังและเต็มใจที่จะเรียนรู้ความคิดเห็นที่แตกต่างของคนร่วมสังคม เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบเหลือจะทนเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

ท่าทีของดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และฤดี อุมนันท์ในเหตุการณ์ที่สามและสี่ ได้สะท้อนให้เห็นการขาดความรับผิดชอบและวิจารณญาณที่ดีของสื่อและนักวิชาการ 

ไม่มีใครปฏิเสธถึงอิทธิพลของนักวิชาการระดับ ดร.เจิมศักดิ์ที่มีต่อมวลชนได้ ภาพนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ทางในการสื่อสารในฐานะสื่อของอ.เจิมศักดิ์ทำให้ความคิดของเขาส่งเสียงไปได้ไกล และมีผลทางความคิดกับคนในวงกว้าง และหลายๆ คนก็พร้อมที่จะคล้อยตามไปกับเขาเพียงเพราะความศรัทธาในคุณวุฒิและวัยวุฒิของอาจารย์ แต่ในช่วงที่ผ่านมา คนที่ติดตามข่าวสารด้วยวิจารณญาณ คงเห็นชัดว่า อ.เจิมศักดิ์นั้นสนับสนุนแนวคิดของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งในฐานะบุคคล ฉันเคารพในการเลือกข้างของอาจารย์ แต่ในฐานะสื่อและนักวิชาการ การที่ อ.เจิมศักดิ์จัดรายการในเชิงชี้นำความคิดของทั้งผู้ร่วมรายการและผู้ฟังทั่วประเทศนั้น ฉันมองว่าเป็นความถดถอยของวงการสื่อ ยิ่งการที่นำเอาเรื่องแนวคิดที่ผิดทั้งศีลธรรมและกำหมายอย่างการวางยาผู้ชุมนุมมาเล่าออกอากาศ และเห็นเป็นเรื่องขำขัน พร้อมทั้งเห็นดีเห็นงามกับความคิดเห็นไร้สติเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ฉันคิดว่ารับไม่ได้ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน 

ในส่วนความคิดเห็นของคุณฤดีในกรณีน้องเดียร์ลูกสาวของเสธแดงนั้น ฉันไม่เข้าใจเจตนาที่ซ่อนอยู่ในการยกประเด็นลูกสาวไม่ร้องไห้กับการที่พ่อของตนถูกยิงอาการปางตายขึ้นมาพูด โดยไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเรื่องที่พูดนั้นจริงเท็จอย่างไร เพราะเป็นเพียงเรื่องที่ “เขาว่ากันว่า” เรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวของคนทั้งสอง คงเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนนอก และหากคุณฤดีต้องการชี้นำให้เห็นว่าสีเสื้อนั้นมีความสำคัญมากกว่าความผูกพันทางสายเลือดของพ่อและลูก ทัศนะคติเช่นนี้เป็นเรื่องที่อันตรายต่อสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและมีความสำคัญอย่างยิ่งกับสังคมทุกสังคม นี่ยังไม่รวมถึงการขาดความเห็นอกเห็นใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ น้องเดียร์จะรู้สึกอย่างไรที่คนชื่นชมในตัวเธอ โดยคิดว่าเธอไม่อนาทรร้อนใจกับอารบาดเจ็บของผู้เป็นพ่อ เพียงเพราะทัศนะทางการเมืองที่ต่างกัน

เหตุการณ์ต่างกรรมต่างวาระทั้งสี่นี้สะท้อนให้เห็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน เพียงแต่ที่ผ่านมา เราต่างปล่อยให้มันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป และในที่สุดก็สะสมพอกผูน และนำมาสู่วิกฤตอันอันน่าเศร้าใจของประเทศเรา ท่ามกลางความหวาดกลัวและหดหู่ที่เกิดขึ้นในใจของเรา

ฉันเองก็คงเหมือนกับทุกคน ที่ยังมองไม่เห็นว่าวิกฤตนี้จะไปจบลงที่ตรงไหนและอย่างไร แต่ฉันแอบหวังว่าวิกฤตนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของตัวเราและประเทศชาติ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ขึ้นกับเงื่อนไขทางการเมือง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะชนะการเลือกตั้งในคราวหน้า ใครจะมาเป็นนายก หรือทักษิณจะกลับมาไหม

เราต้องพร้อมที่จะเปิดใจรับความต่างทางความคิดของคนร่วมสังคม อย่าเอาเพียวความเชื่อทางการเมืองของเขามาตัดสินความเป็นปัจเจกของเขา เพราะคนเรานั้นมีความหลากหลาย และมิติที่ซับซ้อน แง่มุมด้านใดเพียงด้านหนึ่ง คงไม่ใช่ตัวตนทั้งหมดของคนๆ หนึ่ง นอกจากนี้เราเองต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ช่วยกันเปลี่ยสังคมไทยให้เป็นสังคม law abiding ไม่ใช่ law avoiding อย่างเช่นทุกวันนี้ เอาง่ายๆ แค่เริ่มเคารพกฎจราจร และเลิกติดสินบาทคาดสินบนตำรวจและข้าราชการทุกรูปแบบ ไอ้ประเภท จ่าช่วยๆ กันหน่อยนี่ ต้องเลิกให้ได้ อย่างน้อยเราคงไม่สามารถสร้างความเท่าเทียมให้กับคนในสังคมได้ในทุกแง่มุม แต่อย่างน้อยทุกคนควรจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดในยุคแห่งสงครมข่าวสารและการโฆษณาชวนเชื่อเช่นนี้ คือการใช้ชีวิตอย่างมีสติ และมีวิจารณญาณในการไตร่ตรองและกลั่นกรองข้อมูลข่าวสาร

หากตัวเราเองยังไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ มันก็ดูจะไม่เป็นธรรมที่เราจะไปคาดหวังให้คนอื่นเขาเปลี่ยนแปลง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
NN1234 วันที่ : 15/05/2010 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น..เพราะไม่ต่างไปจากเดิมเลย.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
a r t l e k l e k วันที่ : 15/05/2010 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/artleklek
เขียนในสิ่งที่คิด...ผิดก็ช่าง...ไม่ผิดก็ช่าง!!..

ยอมรับตัวเองว่านั่งทบทวนตัวเองอยู่บ่อยๆ
ว่านี่เราเป็นอะไรไปแล้ว
แบบว่า สะใจ มีความสุข ที่เห็นพวกเสื้อแดงตาย
ถ้าเจอใครที่มีความคิดขัดแย้งรู้สึกอยากทะเลาะกันให้แตกหัก
บางครั้งอยากเข้าไปตบ แม่ค้าคนนงเหมือนกับเรา วันก่อนเราด่าพันธมิตรในตลาด แม่ค้าเค้าพันธมิตรมั้ง เค้ามองเราเหมือนจะเข้ามาตบ
แล้วเจอกันกี่ครั้งๆ เค้าก็มองเราด้วยสายตาแบบนั้น
เราก็หลบๆสายตาเค้าไป แบบว่า แม่ค้าคนนั้นแก่มากแล้ว
ไม่อยากมีการประทะคารมกับคนแก่

แต่เราพยายามทำความเข้าใจนะว่า อะไรหลายอย่างมันพาไป
ยากที่จะรั้งความรู้สึกดีๆ ให้กลับมา ยิ่งเห็นภาพ นปช. ทำลายข้าวของ หลอดไฟ กล้องวงจรปิด กระทืบตำรวจ
เผายาง เผารถ หรือคำพูดไม่จริงของแกนนำ
การออกไปเข้าข้าง นปช. แบบไม่หาความรู้ใส่ตัว
อยากซ้ำเติมมากกว่าเห็นใจ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]