• piss_it
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-30
  • จำนวนเรื่อง : 141
  • จำนวนผู้ชม : 450118
  • ส่ง msg :
  • โหวต 151 คน
piss_it
วรรณกรรมไร้ขอบเขต ในประเทศที่เต็มไปด้วย กรอบ กฎ และ เกม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pissit
วันอาทิตย์ ที่ 3 มกราคม 2553
Posted by piss_it , ผู้อ่าน : 2227 , 05:13:39 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บันทึกประจำวัน
3 มกราคม 2553

สมัยก่อน ตอนที่ผมทำงานประจำ เป็นมนุษย์เงินเดือน
ไม่ว่าจะในตำแหน่งอาร์ตไดเร็คเตอร์ ครีเอทีฟ หรือผู้จัดการฝ่ายผลิต-ฝ่ายศิลปกรรม อะไรเทือกนี้
ผมจะมีกฎแจ้งให้ลูกน้องทราบว่า
ห้ามติดต่อหรือเอางานส่วนตัวมาใช้บริการกับซัพพลายเออร์ของบริษัท
ไม่ว่าจะเป็นโรงพิมพ์ ร้านเพลท ร้านคอมพิวท์ โบรไมด์ ถ่ายฟิล์ม อัดรูป ฯลฯ

ซึ่งจะบอกว่าผมรักษาผลประโยชน์ให้บริษัทก็ได้
แต่โดยความจริงผมก็ไม่ได้คิดในเชิงนั้นหรอก
ผมคิดในแง่ที่ว่า อยากให้ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน หยิ่ง-ทระนงในศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ เสียมากกว่า
คุณใช้วิชาชีพของคุณผ่าน "บริษัท" ที่ให้เงินเดือนคุณเลี้ยงชีพ
ก็ไม่สมควรจะใช้ "ต้นทุน" ความเชื่อถือ ระหว่างบริษัทกับซัพพลายเออร์
มาเหมาเป็น "ต้นทุน" ของตัวเอง
ซึ่งมันไม่มี - ไม่ใช่
ซัพพลายเออร์ ที่ยอมรับทำงาน(ส่วนตัว)ให้คุณ ก็คงไม่ได้รับด้วยความเต็มใจหรอก
แต่ที่ไม่เต็มใจก็ต้องรับ เพราะคุณเป็นพนักงานของบริษัท คนเดียวกับที่ติดต่อกันด้วยงานของบริษัทอยู่ทุกวี่วัน
จะไม่ยอม(ทั้งที่ไม่เต็มใจ) ก็กระไรอยู่

การโมเมเอา "ต้นทุน" ที่ไม่ใช่ของตัวเอง มาเป็นของตัวเอง
ถือเป็นเรื่องไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง ในความคิดของผม

ซึ่งลูกน้องผม ส่วนใหญ่ก็ไม่สู้จะเข้าใจหรอก
หลายคนคิดว่า ผมเป็นพวกประจบสอพลอเจ้าของบริษัท ไม่รักลูกน้องตัวเอง
แค่นี้ หยวน ๆ ให้กัน แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หน่อยก็ไม่ได้
บางคนฝ่าฝืน ห้ามแล้วก็ไม่ฟัง แอบติดต่อ ผมรู้ก็ต้องเรียกมาตักเตือน ผิดใจหมางใจกันเสียนักต่อนัก
บางคน เตือนแล้วก็ไม่เชื่อ ก็ถึงขั้นต้องรายงานให้เจ้าของทราบ
โดนไล่ออกไป ก็มี
เป็นบาปเป็นกรรม ทำคนตกงานซะอีก

. . .

ผมเป็นคนคิดอย่างนี้แหละ
จะว่าแปลกหรือปกติ ก็ไม่รู้ล่ะ
แต่เป็นความคิดติดตัว ในทุก ๆ เรื่อง ไม่เฉพาะแต่ตอนทำงานประจำ
เมื่อลาออกจากงาน มาเป็นนักเขียน
ความคิดนี้ ก็ยังติดมาด้วย

ก่อนจะเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับการเป็นนักเขียนของตัวเอง
ขอเล่ากรณีตัวอย่าง ของคนอื่น - เพื่อนกัน ให้อ่านก่อนก็แล้วกัน

เพื่อนผมคนนี้ เป็นนักเขียนคอลัมน์ชื่อดัง - ดังมาก อย่าให้เอ่ยชื่อเลย
เพราะมันคงไม่เหมาะนัก เนื่องจากมีบุคคลที่สามมาเกี่ยวข้องด้วย

"บุคคลที่สาม" ที่ว่านี้ ก็คือแฟนสาวของเพื่อนผม
ซึ่งในตอนที่ผมกับเพื่อนคนนี้และกลุ่มเพื่อนในแวดวง ที่สนิทสนม นัดเจอ สังสรรค์ พูดคุย เฮฮากันที่ไหน
เธอก็จะติดสอยห้อยตาม "แฟน" เธอ ไปร่วมวงด้วยเสมอ
จนสนิทชิดเชื้อ รู้จักมักคุ้นกันดีกับกลุ่มของผม

จนวันหนึ่ง
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ถึงจุดสิ้นสุด เลิกรากันไป
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของผมหรือของใคร เป็นเรื่องของเขาสองคน ผม(หรือใคร)ก็ไม่เกี่ยวหรอก
แต่ที่มันต้องเกี่ยวคือ
(อดีต)แฟนสาวของเขา ยังติดต่อพูดคุยในเรื่องธุระการงานกับกลุ่มของผม
(ลืมบอกไปว่า แฟนเพื่อนคนนี้ เป็นคนที่สนใจในแวดวงศิลปะ สื่อสารมวลชน และงานเขียน แต่ก็ไม่ใช่มืออาชีพ เป็นเพียง "ผู้สนใจ" ซึ่งผมเข้าใจเอาว่า คงสนใจเพราะมาเป็นแฟนกับเพื่อนผม หรือไม่ก็เลือกเพื่อนผมมาเป็นแฟน เพราะชื่นชมในเส้นทางนี้ ก็เป็นไปได้)

เธอเสนอผลงานของตัวเอง ผ่านกลุ่มเพื่อนผม ที่มีสายงานรองรับผลงานของเธอได้

ซึ่งอดีตแฟนเก่าของเธอ - เพื่อนผม พอรู้เรื่องนี้ ก็โกรธมาก
ไม่ได้โกรธเพราะ เธอยังมายุ่มย่ามเกี่ยวข้องกับกลุ่มของผม
แต่โกรธเพราะ รู้สึกว่า การกระทำของอดีตแฟนตัวเอง
เป็นการใช้ "ต้นทุน" ของตัวเขา
เป็นใบเบิกทาง-ทางลัด ในการสร้าง "ตัวตน" ให้ตัวเอง

เขากล่าวคำผรุสวาท หยาบ ๆ แรง ๆ หลายคำ เกี่ยวกับเรื่องนี้
ซึ่งพอจะสรุปออกมาได้ ประมาณว่า
 
มันไม่ได้สำนึกกะลาหัวเลยว่า ตัวเองเป็นใคร (หรือตัวอะไร)
ที่มีปัญญา มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ตีเสมอพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ กับ "พวกผม"
ก็เพราะ "ได้สิทธิ" ความเป็นแฟนกับตัวเขาเท่านั้นเอง

เมื่อ "สิทธิ" นั้นหมดไปแล้ว ยังจะถือสิทธิอะไรมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองได้อีก

หลายคนคิดว่า เขาพูดแรงเกินไป ไร้เหตุผล
หรือไม่ก็เป็นเหตุผลประเภท คนอกหัก เกลียดชังกันแล้ว ก็เลยด่าสาดด่าเสีย
บ้างก็ว่า ไอ้เพื่อนผมคนนี้ มันช่าง "กร่าง" และหลงตัวเองชะมัด
คิดว่าตัวเองเป็นคนชั้นเทพ
เห็นคนอื่นที่ไม่ได้เป็น "เทพ" อย่างตน เป็นหมูเป็นหมาไปหมด

แต่ผมกลับคิดว่า เพื่อนผมคนนี้พูดถูกแฮะ
คิดเหมือนกันเป๊ะ อย่างที่ผมคิดมาตลอด ไม่ว่าจะตอนทำงานประจำ หรือมาเป็นนักเขียน

ผมก็คิดว่า อดีตแฟนเพื่อนคนนั้น ไม่สมควร(หรือไม่มีสิทธิ) จะนำเอา "ต้นทุน" ของคนอื่น มาเป็นของตนเอง
หากเธอมีใจสมัครรักชอบในทางนี้จริง
ก็ควรจะ "พากเพียร" พิสูจน์ตัวตนของตนเอง
โดยไม่ต้องใช้ "ต้นทุน" ของคนอื่น เป็นใบเบิกทาง

พูดง่าย ๆ ก็คือ เธอมีสิทธิที่จะเสนอผลงาน พิสูจน์ตนเองได้ ไม่มีใครว่า
แต่ไม่ควรจะมาใช้สิทธิความคุ้นเคยเก่า ๆ ของบุคคลอื่นที่ตัวเองเคยเกี่ยวพัน มาเป็นข้อต่อรอง

คือเธอจะไปเสนอผลงานกับใคร ที่ไหนก็ได้
แต่ไม่ควรมาเสนอกับกลุ่มของผม

. . .

เรื่องคนคุ้นเคย รักชอบ หรือเป็นเพื่อนฝูงกันของผม ที่อยู่นอกแวดวง
แต่พยายามจะขออาศัย "ต้นทุน" ของผม เป็นทางลัด
ในการเข้าหาหรือปฏิสัมพันธ์กับ "คนในแวดวง" คนอื่น ๆ
ผมก็เจออยู่บ่อย
ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องผลประโยชน์ หรือเป็นเรื่องธุระสลักสำคัญอะไรหรอก
ส่วนมาก ก็อยากจะได้รู้จัก พูดคุย หรือร่วมวงดื่มกิน กับ "คนดัง"
ในแวดวงนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ ศิลปิน สาขาต่าง ๆ
ที่เขาชื่นชอบเท่านั้นเอง

เพื่อนคอเพลงเพื่อชีวิตของผมหลาย ๆ คน ก็เคยถามผมว่า
รู้จักพี่หงา - สุรชัย จันทิมาธร ไหม
ผมก็ตอบ รู้จัก
เขาถามต่อ รู้จัก สนิทกันขนาดไหน
ผมบอก ก็ไม่รู้สนิทกันขนาดไหน แต่ก็นั่งกินเหล้ากันได้ คุยหยอกล้อแซวกันเรื่องลิเวอร์พูลกับแมนยูกันได้
(พี่หงา แกคลั่งแมนยู ส่วนผมเป็นสาวกหงส์แดง เจอกันเมื่อไหร่ ก็มีเรื่องแซวกันเมื่อนั้น)
เพื่อนผมเลยบอก "งั้นพากูไปคารวะพี่หงาหน่อยซิ ฮีโร่ในดวงใจกูเลยนะนั่น"

บางคนก็อยากให้ผมพาไปคารวะ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีที่เขายกย่อง
บางคนก็บอก ถ้าไปเยี่ยมบ้านพี่ชาติ กอบจิตติ เมื่อไหร่ พาเขาไปด้วยซิ อยากเจอตัวเป็น ๆ เจ้าของนิยาย "พันธุ์หมาบ้า" ที่เขาคลั่งไคล้มาแต่วัยรุ่น

ซึ่ง "คำขอ" ของเพื่อน ๆ เหล่านี้
สร้างความลำบากใจให้กับผมมาก
แต่ถึงอย่างไร มันก็ไม่ลำบากใจเลย ที่ผมจะทำ "เฉยเสีย"
ไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ ทำไม่รู้ไม่ชี้ หูตึงไม่ได้ยินไป

เพราะผมไม่มีทางพาเพื่อน ๆ ที่ผมรักเหล่านี้
เดินทางเข้าไปยังโลกส่วนตัว ของคนที่เขารัก อย่างเด็ดขาด

โลกส่วนตัวระหว่างผม กับนักเขียนท่านอื่น ๆ หรือศิลปินในสาขาอื่น ๆ ที่ผมรู้จักมักคุ้น
เป็นโลกที่เกิดขึ้นจากการสร้าง "ตัวตน" ของผมกับท่านเหล่านั้น
ให้มี "ศักดิ์" และ "สิทธิ์" เท่าเทียมกัน
ในแง่ของความเป็นศิลปิน ที่ "เสพด้วยศักดิ์เสมอกัน" (ส่วนมากศักดิ์ที่เสพมักจะเป็นสุรา หรือไม่ก็เบียร์ไฮเนเก้น 5 5 5)

ศักดิ์เสมอกัน ที่ว่านี้ ไม่ได้หมายความว่า
ผมจะยิ่งใหญ่ มีชื่อเสียง บารมี มากเท่า ๆ กับพวกท่าน ๆ
แต่เป็นความ "เสมอกัน" ในความเป็นผู้สร้างงานศิลปะ
ที่ผม "เพียร" จนมีต้นทุนส่วนตัวเป็นของตัวเอง
พอที่จะเข้าไปร่วมเสพศักดิ์ ได้โดยไม่เคอะเขิน หรือมีปมด้อย

ผมไม่เคยรู้สึกว่า ตัวเองมีโอกาสพิเศษกว่าคนอื่น
ที่ได้รู้จักกับ "ศิลปิน" คนอื่น ๆ ในประเทศนี้เลย
มันเหมือนเรารู้จักกันด้วยความเป็นเพื่อนร่วมแวดวงศิลปะ
ที่ใช้เป็นใบผ่านทาง อนุญาตให้เรา "รู้จัก" กันได้ โดยธรรมชาติวิสัย
ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ยิ่งใหญ่ หรือน่าตื่นเต้น อันใดเลย

ถ้าผมไม่ได้เป็นนักเขียน ไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
แล้วผมสะเออะ ไปรู้จักกับนักเขียนใหญ่คนนั้นคนนี้ มากมายก่ายกอง
เอามาคุยอวดเพื่อนไม่เว้นแต่ละวัน
อย่างนั้นสิ ถึงจะเรียกว่า ประหลาด

ประหลาดไม่พอ
มันน่าจะเรียกว่า เป็นการหา "ปมเขื่อง" มากลบ "ปมด้อย" ของตัวเองอีกต่างหาก

ผมจึงไม่อยากให้ใคร มาใช้ "ต้นทุน" ของผม
เป็นทางลัดเข้าไปหาเรื่องที่น่าจะสร้าง "ปมด้อย" ให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว

เชื่อผมเถอะ
อย่าอยากรู้จัก "ตัวเป็น ๆ" ของคนดัง คนเด่น คนมีชื่อเสียง ในแวดวงต่าง ๆ เลย

"คน" ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงใด สถานะไหน ก็คือ "คน" นั่นแหละ
ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจาก "คน" ที่เรารู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้วหรอก

ผมรู้จักคนดัง คนมีชื่อเสียง ในแวดวงของผม
เพราะ "ความจำเป็น" จะต้องรู้จัก โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ เท่านั้นเอง
ถ้าผมไม่ได้อยู่ในแวดวงนี้
ผมก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องรู้จักพวกเขาเลย

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Man-of-Tomorrow วันที่ : 28/01/2012 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/theManOfTomorrow
บนเส้นทางสายสมมุติ  เธอกลายเป็นทุกอย่าง เว้น เป็นจริง

ค้นข้อมูลบางอย่างผ่านมาเจอ อ่านหัวเรื่องแล้วก็เห็นว่าเข้าท่า
แต่ด้วยความเคารพ...
ส่วนตัวผมเห็นอย่างเดียวกันกับ ความคิดเห็นที่ 16 ครูอุ๋ย ...
และเพิ่มเติม หากเลือกใช้คำว่า"ต้นทุน"ก็ยิ่งต้องตระหนักเรื่องของศักดิ์และศรี
ให้มาก

ยกตัวอย่างหลวมๆหากกลุ่มนักเขียนเล่านั้นมีจริตที่จะปฏิเสธ หยิ่งทะนง
ไม่ต้องการรู้จักใครๆเกินขอบเขตกลุ่มก๊วน ผู้ที่เข้ามาทุกคนเป็นเสมือนเหลือบ
เพียงผลประโยชน์ เช่นนั้นแล้วสิ่งที่ท่านผลิตออกมาให้คนที่ชื่นชมเพื่อสิ่งใด
มิเอาเปรียบมากว่าหรือ

มีเหตุผลอันใดที่ท่านจะปฏิเสธคนธรรมดาที่ชื่นชมและศรัทธาคนพิเศษ
และเขาเห็นว่าท่านช่วยเป็นสะพานเชื่อมไมตรีนั้นได้
หากมิใช่ท่านเกรงว่าสถานะภาพระหว่างท่านจะมีคนแทรกแซงและเบียดบังความสำคัญ
ประหนึ่งเด็กกลัวถูกแบ่งความรัก

ท่านลืมไปว่า สายสัมพันธ์นั้นสร้างจากการเชื่อมโยงกันผ่านการเชื่อมร้อย
จากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่ง หรือว่าท่านรู้จักใครๆทั้งหมดสิ้นด้วยตัวท่านเองเลย...

ฉนั้นแล้ว เรื่องของ ผลประโยชน์ กับ คุณค่าแห่งไมตรี
ควรพิจารณาแยกเอาออก หากพูดแบบซ้อนทับกันไปในทีแล้ว ยิ่งสับสน

ปล.
การรัก"ศักดิ์ศรี" ในความหมายของผม คือการรักษาระดับความดีงามของตนเองไว้ให้มั่นคง

เมื่อนิยาม "ศักดิ์" ระดับ
"ศรี" คือ คุณความดี

คุณมีความดีมากเท่าใด นั้นแสดงถึง ศักดิ์ศรี จำนวนเท่านั้นที่ต้องพึงระวัง

ศักดิ์ศรีของผม หากใช่นิยามเดียวกันกลับเด็กเทคนิค เทคโน ช่างอุตฯ ช่างกลฯ ที่เพียงใครล้อชื่อพ่อ ก็ต้องตีกบาล นัยว่าหมิ่นศักดิ์ศรี ทั้งๆที่หาได้มีไม่

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 15/01/2010 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

น่าคิดครับ

แต่ก็ไม่น่าจะเป็นความผิดอะไร
ถ้าความสัมพันธ์อย่างนั้น
สามารถสร้างนักเขียนที่ดีได้มา
หนึ่งคน
ผมว่าน่าจะดีนะครับพี่
ถ้าเราใจไม่แคบจนเกินไปนัก

สวัสดีปีใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ครูอุ๋ย วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kru-oui

สวัสดีปีใหม่ครับ
เป็นบทความที่น่าสนใจทีเดียว และน่าแลกเปลี่ยนด้วยมากๆ

ผมชอบบทความของคุณตั้งแต่ต้นจนถึงข้อความ "เป็นบาปเป็นกรรม ทำคนตกงานซะอีก"

หลังจากตรงนั้นมา ผมมีความเห็นที่อยากแลกเปลี่ยนครับ

สมัยที่ผมเป็นวัยรุ่น เคยตามรุ่นพี่ไปเจอศิลปินดัง นักเขียนดัง หลายครั้งหลายหน หลายท่านผมได้รู้จักคุ้นเคยและคลุกคลีต่อมาจนถึงทุกวันนี้
ทุกวันนี้ผมยังรู้สึกดีๆ กับรุ่นพี่เหล่านั้น และรู้สึกดีกับท่านที่ผมเข้าไปรู้จักด้วย

สมัยต่อมา ผมโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ได้ทำงานอยู่ในแวดวงศิลปะและหนังสือ แม้จะไม่โด่งดังแต่ก็ทำเป็นวิชาชีพ
หลายครั้งหลายหนที่มีเพื่อนหรืคนสนิท ขอร้องให้ผมพาไปรู้จักนักเขียน-ศิลปินชื่อดัง และผมก็ได้นำเพื่อนไปรู้จักกับท่านเหล่านั้นด้วยความเต็มใจ

เพื่อนของผมบางคนก็จบแค่ได้มีโอกาสเจอคนที่เขาอยากเจอ ส่วนบางคนได้พัฒนาสัมพันธภาพต่อมาจนกลายเป็นคนสนิทกัน
และเพื่อนของผมบางคนถึงขนาดได้ทำธุรกิจกับท่านเหล่านั้น โดยตัดผมออกจากสายสัมพันธ์นั้น

ในทรรศนะของผม รู้สึกว่าการใช้คำว่า "ต้นทุน" อาจจะดูเป็นทุนนิยมไปสักนิด หากเปลี่ยนคำว่า ต้นทุน เป็นคำว่า "สายสัมพันธ์" ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า connection บทความชิ้นนี้ก็จะมีลักษณะไปอีกแบบหนึ่ง

แฟนเก่าของเพื่อนคุณแค่อาศัย สายสัมพันธ์ ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้วเมื่อเพื่อนคุณพาเธอไปข้องเกี่ยว จะไปโทษว่าเธอใช้ ต้นทุนของเขา ก็ดูจะไม่ค่อยยุติธรรมนัก เพราะผมเชื่อว่า หากเธอ "ไม่แน่จริง" ก็คงใช้ต้นทุนนั้นได้เพียงไม่กี่ครั้ง หรืออาจจะแค่ครั้งเดียวด้วยซ้ำ แต่หากเธอ "แน่จริง" การทวงสิทธิ์ของ "ต้นทุน" จะมีความหมายอะไร?

ในเรื่องของการใช้ สายสัมพันธ์ หรือ connection หรือ ต้นทุน ผมว่า ขึ้นอยู่กับ "มารยาท" และ "จริยธรรม" ด้วย หากการใช้ต้นทุนนั้นไปทำให้บริษัทเดือดร้อน เข้าข่ายคอรัปชั่น หรือเพื่อนของคุณเสียประโยชน์ ผมก็ว่าเป็นการกระทำที่แย่มาก

แต่หากการใช้สายสัมพันธ์ หรือต้นทุน นั้นไม่ได้มีผลกระทบไปถึงการเสียประโยชน์

มันก็คงเป็นแค่การ "เสียความรู้สึก" เท่านั้นกระมังครับ

เป็นการเสนอความเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ไม่ได้มีเจตนาหักล้างหรือลบหลู่แต่ประการใดนะครับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
kittinunn วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 05.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittinunn
Fight for what we believe in.

พฤติกรรมเหล่านี้เรียกว่า "แอบอ้าง" ครับ
แทนที่จะใช้ความสามารถที่ตนเองมีสร้างมันขึ้นมา
แต่กลับจะพยายามใช้คนอื่นเป็นใบเบิกทางให้ตัวเองซะงั้น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Kati วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kati1789

สวัสดีปีใหม่ครับ

เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ในความจริง ที่พูดได้อย่างชัดเจน
พูดด้วยศักดิ์ และ ศรี ของคนทำงาน
ที่รักในผลงาน รักในความเป็นคน

จะมากจะน้อยเช่นไร ต้องรักในสิ่งเหล่านี้
และให้เกียรติผู้อื่น ด้วยเกียรติเหล่านี้

เห็นดีเห็นงาม ในความจริง ของบุคคลทั่วไป
ที่เรามิควรไปละเมิด และ ก้าวล่วงในมิตรภาพเหล่านั้น
เขียนได้ชัดเจน ดุดันยิ่งนัก

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

คุ้นๆ ว่าเจอะเจอคนที่ชอบใช้ต้นทุนของคนอื่นในลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ ทั้งคนที่รู้ตัว ตั้งใจกรุยทางให้ตัวเอง และทั้งคนที่ไม่รุ้ตัวว่ากำลังใช้ต้นทุนของคนอื่นอยู่นะ ด้วยหลายเหตุปัจจัยอย่างเช่น นึกไม่ถึงบ้างละ มักง่ายบ้างละ คิดเอาแต่ได้บ้างละ
บางครั้งเราก็ต้องจัดระยะห่างกับคนเหล่านี้ดีๆ
บางครั้งจำเป็นมากที่ต้องพูดตรงๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

ขอให้มีความสุขในปีใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
วรรณ วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wunwarinya07
"ความดีที่ตะกั่ว ร่ำรวยที่รื่นรมย์"

เห็นด้วยทุกประการครับพี่

สดชื่นสมหวัง
มีความสุขตลอดปีตลอดไปนะครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปากกาศรีบูรพา วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaweesri


ขอให้มีความสุขปีใหม่
พรใดเลิศประเสริฐศรี
ขอให้ได้คิดในสิ่งดี
ให้มีความสุขตลอดไป

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เขียนได้โดนจริงๆครับ
ผมว่าใครโดนแบบนี้ก็คงระงับอารมณ์ไม่(ค่อย)อยู่แน่ๆ..
แต่สังคมไทย คนเอาเปรียบแบบนี้มักได้ดีเนาะ..แปลกไหม?

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นูพุก วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pooklan

ขอคิดด้วยคน น่าจะภูมิใจที่มีส่วนเปิดช่องทางแหวกช่อง ทาง ให้คนเข้าแวดวง ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอที่จะหวงสิทธิ์ที่ไม่มีวันหมดไว้กับตนเองไม่รู้จักเผื่อแผ่บ้าง เรื่องอดีตเป็นส่วนของอดีต เรื่องสนับสนุนเพื่อพัฒนาวงการที่ตนเองสังกัดเป็นเรื่องดีมิใช่เหรอ ขอโทษนะถ้าแรง สวัสดีปีใหม่ๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พิมญดา วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimyda
แม่ญิง^_^ชอบฝัน...อันเสรี..ดนตรีกังวานผ่านศิลป์อักษร..

อ่านหัวข้อก็ขัดแย้งเลยทีเดียวกับอารมณืเช้านี้

พออ่านจนจบ..ถูกแฮะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เคียงดิน วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

เป็นไปตามเหตุปัจจัย เท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
rantang วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rantang


ขอให้น้องสุขีในปีเสือ...จากพี่ ๆ ฝั่งทะเลตะวันตก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ไทอุบล วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 08.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sasicha

เห็นด้วยค่ะ

"คน" ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงใด สถานะไหน ก็คือ "คน" นั่นแหละ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
musachiza วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีปีใหม่ครับ
ขอให้มีความสุข
ไม่เจ็บไม่จนนะครับ
http://www.oknation.net/blog/dragonball

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
โคมทอง วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 06.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หมีน้อยเยอรมัน วันที่ : 03/01/2010 เวลา : 05.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alexluknoi


อ่านช่วงแรกๆ รู้สึกขัดแย้งอยู่เหมือนกัน
อยากรู้ว่าผู้เขียนอยู่ในอารมณ์ไหน
เลยอ่านต่อจนจบ จึงเห็นว่า คุณพูดถูกทีเดียว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]