• piti31
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : piti31@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 52713
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
อาจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม
หลังจากเรียนจบปริญญาเอกจาก University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย ด้วยทุนรัฐบาลไทย เมื่อกลับมาเมืองไทยเพื่อรับใช้ชาติในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย ดร.ปิติ ได้มีโอกาสบวชเรียนกับท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/piti31
วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม 2551
Posted by piti31 , ผู้อ่าน : 2517 , 11:47:55 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ด้วยความที่ผมเป็นคนที่เรียนจบทั้งปริญญาตรี-โท และเอกในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ทั้งจากในสถาบันชั้นนำในระดับประเทศ และสถาบันระดับแนวหน้าของโลก เรียนจบกลับมาแล้วก็มาทำงานเป็นอาจารย์สอนในคณะเศรษฐศาสตร์อีกด้วย ดังนั้นคำถามที่ผมมักจะถูกถามอยู่เสมอๆ ก็คือ “เศรษฐศาสตร์... อืม... เค้าเรียนอะไรกันนะหลายครั้งที่มีคำถามจากนักเรียนที่กำลังจะเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยเข้ามาถามแบบนี้ แล้วก็มักจะมีคำถามต่อมาว่า “แล้วเรียนวิชานี้ พอจบแล้วจะไปทำอะไรคะ/ครับ

สำหรับตัวผมเองจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ยินว่าวิชาเศรษฐศาสตร์นั้นเรียนอะไรบ้างอย่างเป็นทางการ ก็น่าจะเป็นตอนที่ผมเรียนวิชาสังคมศึกษา สมัยอยู่ชั้น ม.5 จำได้เลยว่าในหนังสือเรียนเขียนไว้ว่า “เศรษฐศาสตร์คือวิชาที่ศึกษาถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกันเพื่อตอบสนองความต้องการที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด” ซึ่งจริงๆ แล้วความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์เช่นนี้ น่าจะมาจากการแปลถอดความมาจากการให้คำจำกัดความของคำว่า “เศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ (modern economics)” โดยนักเศรษฐศาสตร์ชื่อ Lionel Robbins ในบทความของเขาที่เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1932 โดย Robbins แปลความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ไว้ว่าคือ “the science which studies human behaviour as a relationship between ends and scarce means which have alternative uses (Robbins, 1945).” หรือแปลเป็นไทยได้ว่า “เศรษฐศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ที่ปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัด สิ่งต่างๆ ที่ขาดแคลน กับทางเลือกต่างๆ ในการใช้สิ่งเหล่านั้น”

ผมทดลองถามนิสิตที่คณะดู ส่วนใหญ่เป็นนิสิตชั้นปีที่ 2, ปีที่ 3 และนิสิตปริญญาโทด้วยคำถาเดียวกันนี้ “เศรษฐศาสตร์คืออะไร เศรษฐศาสตร์เรียนอะไร ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์คืออะไร” คำตอบที่ได้ก็เป็นคำตอบเดียวกันนี้ “เศรษฐศาสตร์คือวิชาที่ศึกษาถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกันเพื่อตอบสนองความต้องการที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด” ทดลองสอบถามรุ่นน้องที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ก็ตอบแบบนี้เช่นกัน

แล้วตัวผมเองล่ะ ผมเริ่มรู้สึกว่าวิชาการที่ผมเรียนอยู่นี้ วิชาเศรษฐศาสตร์ ความหมายของวิชานี้มันมีมากกว่านี้นะ ขอบเขตของวิชาในก็กว้างกว่านี้นะ ผมคิดว่าถ้าจะให้ตอบคำถามเช่นนี้ ผมคงต้องขอคุยกับผู้ถามเป็นเวลานานๆ เพื่ออธิบายให้ผู้ถามได้ทราบว่าพวกเรานักเศรษฐศาสตร์เรียนอะไรกัน ความหมาย ขอบเขตของวิชาคืออะไร เรียนแล้วจบไปทำอะไร แต่ผมก็ยังคงไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามหลักที่ว่าจะสามารถหาคำอธิบายสั้นๆ และคลอบคลุมกว่านี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่าเศรษฐศาสตร์ จนผมเรียนจบปริญญาเอก ผมก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ครับ 

ผมพบคำตอบของคำถามสำคัญนี้เมื่อผมได้มีโอกาสบวชเรียน โดยพระอุปัชฌาย์ของผมคือท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) หนึ่งในหลายๆ คุณูปการที่พระเดชพระคุณอาจารย์สร้างไว้ให้แก่โลกใบนี้ คือท่านเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก และร่วมสร้างวางรากฐานในกับแขนงหนึ่งของวิชาเศรษฐศาสตร์ โดยท่านได้แสดงปาฐกถาธรรมเนื่องในมงคลวารอายุครบ 72 ปี ของ ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2531 (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต), 2531) ธรรมบรรยายของท่านในวันนั้นได้กลายเป็นหนึ่งในบทความที่สำคัญที่สุดในทางเศรษฐศาสตร์ นั่นคือที่มาของสาขาวิชา “เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ (Buddhist Economics)” ปัจจุบันนี้บทความนั้นได้รับการตีพิมพ์ และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ ได้รับการแปลงออกเป็นภาษาต่างๆ ทั้งภาษาอังกฤษ, เยอรมัน และญี่ปุ่น ทุกครั้งที่มีการทำงานวิจัย หรือการวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวคิดเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจของผู้คนในโลกฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะคนในภูมิภาคอุษาคเนย์นี้ บทความวิชาการฉบับนี้ของพระเดชพระคุณอาจารย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นมากล่าวอ้างถึงเสมอๆ

เมื่อผมมีโอกาสบวชเรียนกับท่าน ท่านสอนผมเสมอว่า เวลาจะพูด เวลาจะศึกษาเรื่องอะไรให้ศึกษาถึงความหมาย คำแปลของสิ่งนั้นให้ละเอียดถี่ถ้วน แปลความหมายของคำที่จะศึกษาอย่างละเอียดทีละคำๆ และแหล่งอ้างอิงที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งที่พระเดชพระคุณอาจารย์ใช้อ้างอิงอยู่เสมอนั่นคือ พจนานุกรม, สารานุกรม และ Encyclopedia ฉบับต่างๆ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่าเศรษฐศาสตร์ว่าเป็นการสมาสคำสันสกฤต 2 คำเข้าด้วยกัน นั่นคือ คำว่า “เศรษฐ” กับคำว่า “ศาสตร์” คำว่า “เศรษฐ” หรือ “เศรษฐ์” เป็นคำวิเศษณ์มีความหมายว่า ดีเลิศ, ดีที่สุด, ยอดเยี่ยม, ประเสริฐ ส่วนคำว่า “ศาสตร์” หรือ “ศาสตร” เป็นคำนามมีความหมายว่า ระบบวิชาความรู้, มักใช้ประกอบหลังคําอื่น เช่น วิทยาศาสตร์, ประวัติศาสตร์, มนุษยศาสตร์ ดังนั้นเมื่อรวมความหมายของทั้ง 2 คำเข้าด้วยกันก็จะได้ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ว่า ระบบวิชาความรู้อันประเสริฐ ระบบวิชาความรู้ที่ดีเลิศ ระบบวิชาความรู้ที่ดีที่สุด

การให้คำจำกัดความเช่นนี้เท่านั้นก็ไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นผมจึงต้องขออธิบายขยายความของการแปลความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ในแบบนี้ตามแนวทางที่ได้เคยร่ำเรียนมาทั้งในรูปแบบของเศรษฐศาสตร์กระแสหลักทุนนิยมตะวันตก และในแบบของเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ เศรษฐกิจพอเพียง และเศรษฐศาสตร์ตามแนวคิดแบบโลกตะวันออก 

ที่ว่าเศรษฐศาสตร์เป็นระบบวิชาความรู้อันประเสริฐนั้นเพราะอะไร เพราะเศรษฐศาสตร์ศึกษา ค้นคว้า ร่ำเรียนกระบวนการที่สำคัญที่สุดของชีวิตมนุษย์ นั่นคือ “กระบวนการตัดสินใจ” สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ศึกษาอย่างต่อเนื่องกันมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็มีเพียงสิ่งเดียวนั่นคือ กระบวนการตัดสินใจของมนุษย์ ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ กระบวนการตัดสินใจภายใต้เหตุผล และสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป กระบวนการตัดสินใจ กระบวนการปฏิบัติในกิจกรรมต่างๆ ของคนเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ และการนำเอาความรู้เหล่านี้เข้ามาประมวล เข้ามาเรียบเรียงเป็นแบบจำลอง เป็นข้อสังเกต เป็นหลักการ เป็นทฤษฎี เป็นกฏเกณฑ์ เพื่อให้ในการคาดการณ์สิ่งต่างๆ เหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อๆ ไปในอนาคต

การเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์เป็นการเรียนรู้พฤติกรรม กลไก และกระบวนการตัดสินใจของมนุษย์ในทางความนึกคิดในรูปแบบที่เป็นทั้งรูปธรรม และนามธรรม ความเป็นนามธรรมทำให้เศรษฐศาสตร์แตกต่างจากแพทย์ ที่เรียนกระบวนการตัดสินใจ เรียนรู้กระบวนการรับรู้ และตอบโต้ของมนุษย์ที่เป็นแบบรูปธรรมเพียงด้านเดียว เช่น แพทย์ต้องเรียนรู้ว่าเมื่อมีแรงกดดันมากระทบที่ผิวหนัง มีสารเคมีมากระทบที่ลิ้น มีแสงมาตกกระทบที่ดวงตา มีคลื่นเสียงสั่นสะเทือนมากระทบที่หู แล้วสิ่งเหล่านี้ส่งผ่านำปให้ระบบประสาทอย่างไร เปลี่ยนแรงเหล่านี้ให้กลายเป็นคลื่นไฟฟ้าส่งต่อไปให้สมองผ่านทางอวัยวะไหน สมองส่วนใน ส่วนกลาง ส่วนนอก ส่วนใดทำหน้าที่แปลความหมาย ส่วนใดทำหน้าที่สั่งงานให้อวัยวะของร่างกายโต้ตอบกลับสิ่งเร้าเหล่านี้อย่างไร เอนไซม์ต่างๆ สารเคมีในร่างกายต่างๆ ความผิดปกติของอวัยวะส่วนต่างๆ จะมีผลอย่างไรต่อพฤติกรรม และการตัดสินใจของมนุษย์ 

เศรษฐศาสตร์ไม่ได้เรียนเรื่องต่างๆ เหล่านี้เลย และเราเรียนกระบวนการตัดสินใจของมนุษย์ในรูปแบบอื่นๆ ในทางเหตุผล ที่บางครั้งเป็นนามธรรม แล้วใช้เครื่องมือของศาสตร์ต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ตรรกศาสตร์ ฯลฯ เขามาเป็นเครื่องมือที่เป็นรูปธรรมในการอธิบาย ดังนั้นเศรษฐศาสตร์จึงไม่ได้ถูกจัดอยู่ทั้งในกลุ่มศิลปศาสตร์ที่เน้นไปในการศึกษาสิ่งที่เป็นนามธรรม ไม่ได้ถูกจัดเป็นวิทยาศาสตร์ที่เน้นศึกษาสิ่งที่เป็นรูปธรรม หากแต่เป็นวิชาในกลุ่มสังคมศาสตร์ (Social Science) ซึ่งใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ที่เป็นรูปธรรม มาอธิบายระบบความคิดของมนุษย์ที่เป็นนามธรรม เพื่อให้การอยู่ร่วมกันในสังคมของมนุษย์เป็นไปได้อย่างเป็นปกติสุข

                สำหรับกระบวนการคิดของนักเศรษฐศาสตร์ ระบบวิธีการคิดของพวกเขาเป็นอย่างไร เหตุใดนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักทุนนิยมตะวันตก จึงพิจารณาเรื่องเดียวกัน แต่ได้ผลลัพธ์ หรือได้ข้อเสนอแนะต่อสังคมที่แตกต่างไปจากแนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์ที่มีแนวคิดทางตะวันออก เช่น เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ผมจะมาพยายามอธิบายต่อในบทความชิ้นหน้า 

เอกสารอ้างอิง 

Robbins, Lionel (1945). An Essay on the Nature and Significance of Economic Science. London: Macmillan and Co., Limited. , p. 16

Wikipedia (2008). Economics. (http://en.wikipedia.org/wiki/Economics) [Accessed: 12/06/2008].

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) (2531). เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ (Buddhist Economics).ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 10 (2551) กรุงเทพฯ: พิมพ์สวย, หน้า ข.

ราชบัณฑิตยสถาน (2542). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. (http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp) [Accessed: 12/06/2008].

หอการค้าไทย (2550). เศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาใหม่ในยุคโลกาภิวัฒน์. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]