• piti31
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : piti31@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 52504
  • ส่ง msg :
  • โหวต 39 คน
อาจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม
หลังจากเรียนจบปริญญาเอกจาก University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย ด้วยทุนรัฐบาลไทย เมื่อกลับมาเมืองไทยเพื่อรับใช้ชาติในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย ดร.ปิติ ได้มีโอกาสบวชเรียนกับท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/piti31
วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2551
Posted by piti31 , ผู้อ่าน : 1187 , 10:11:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แม้ว่าหลายๆ ท่านจะออกมาร่วมยินดีกับการได้รับชัยชนะในศึกการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของคุณ Barack Obama ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากหลายๆ ท่านพิจารณาว่า นี่คือโอกาสที่แสดงให้เห็นว่าแนวคิดของคนอเมริกันได้เปลี่ยนไปแล้ว คนอเมริกันยอมรับความเท่าเทียมกันของคนต่างสีผิว ต่างเผ่าพรรณมากขึ้น คนอเมริกันต้องการการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะใน 3 เรื่องหลัก คือ 1) นโยบายเศรษฐกิจ; 2) นโยบายเรื่องความมั่นคงของชาติและการทำสงครามนอกสหรัฐ และ 3) นโยบายสิ่งแวดล้อม, ปัญหาโลกร้อนและภาวะเรือนกระจก ซึ่งน่าจะส่งผลดีกับภาวการณ์ต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองในโลกของเรามากขึ้น

ชัยชนะของพรรคเดโมแครต ถูกมองว่าเป็นการชัยชนะของชนชั้นกลางค่อนไปทางระดับล่างของสังคมอเมริกัน นโยบายของ Barack Obama ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการหาเสียงนอกจากคำขวัญที่ว่า “We Need Change” แล้ว ก็ล้วนเป็นนโยบายที่ถูกอกถูกใจคนทำงานในภาคการผลิตแท้จริงของสหรัฐทั้งสิ้น 4 นโยบายหลักของ Barack Obama ก็คือ 1) แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาโลกร้อนโดยใช้กลไกตลาด เช่น การสนับสนุนให้มีการซื้อขาย Carbon Credit ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยไม่ต้องใช้เงินจากผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน; 2) การลงทุนหาพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก โดยประกาศว่าในการลงทุนและในอุตสาหกรรมนี้จะทำให้เกิดการจ้างงานในสหรัฐกว่า 5 ล้านตำแหน่ง; 3) นโยบายสุขอนามัยแบบรัฐสวัสดิการ ที่เน้นการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการระบบ Medicare ระบบใหม่ที่จะทำให้ผู้ที่มีฐานะปานกลางและล่างมีระบบสวัสดิการที่ดีขึ้น

และ 4) นโยบายทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่เน้นให้สหรัฐกลับเข้าสู่ภาคการผลิตแท้จริง (Production Based Economy) อีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่เน้นการเก็งกำไร (Speculation Based Policy) มาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 และเป็นที่มาของปัญหาฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์, ปัญหาฟองสบู่ในตลาดเครดิต และสุดท้ายเกิดวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เช่นในปัจจุบันนี้ เนื่องจากการเก็งกำไรที่มากเกินไปในตลาดตราสารอนุพันธ์ที่ไม่ยืนอยู่บนฐานเศรษฐกิจแท้จริง Barack Obama ประกาศว่าจะไม่สนับสนุนและอาจจะมีมาตรการลงโทษ เช่น ใช้มาตรการทางภาษี หรือการงดเว้นสิทธิพิเศษทางภาษีและการส่งเสริมการลงทุนกับผู้ประกอบการสหรัฐที่ดำเนินกิจการโดยการจ้างผู้ผลิตในต่างประเทศ เช่น ในจีน ในอาเซียน ในลาตินอเมริกา มารับเหมาช่วงมาทำการผลิต (Outsourcing Subcontractors) เพื่อให้เกิดการผลิตและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นสำหรับคนสหรัฐ และจะมีการทบทวนบทบาทและนโยบายของสหรัฐในเวทีองค์กรการค้าโลก และการจัดตั้งเขตการค้าเสรี (FTA) เช่น เขตการค้าเสรีกับเกาหลีใต้ และ เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) เพื่อสกัดกั้นสินค้าราคาถูกนำเข้าโดยไม่มีมาตรการปกป้อง

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการชาวไทยอย่างแน่นอน บริษัทสหรัฐที่เคยมาจ้างผู้ประกอบการไทยให้ผลิตสินค้าให้ก็คงจะมีจำนวนที่ลดลง ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสหรัฐและลุกลามไปทั่วทั้งโลกซึ่งจะส่งผลให้สินค้าส่งออกของไทยในปี 2552 มีการคาดการณ์ยอดการส่งออกที่ลดลงกว่า 1 ใน 3

ผู้ส่งออกหลายๆ ท่านอาจพิจารณาว่าไม่เป็นปัญหา เพราะต้นทุนในประเทศไทยต่ำกว่ามาก ถ้านโยบายของ Barack Obama ทำได้จริงๆ เรื่องที่ว่าต่อไปสหรัฐจะเน้นผลิตแบบ Made in USA ต้นทุนแรงงานที่สูงกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับค่าแรงในประเทศไทย ก็ยังคงทำให้สินค้าส่งออกของไทยราคาถูกกว่าสินค้า Made in USA ในสายตาของคนอเมริกันอยู่ดี และเมื่อผู้บริโภคที่จนลงเนื่องจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ยังคงมีสิทธิเลือกของดีราคาถูก สินค้า Made in Thailand ก็ยังน่าจะขายได้ สหรัฐจะใช้มาตรการตั้งกำแพงภาษีศุลกากรสินค้านำเข้ามากีดกันก็คงไม่ได้ เพราะเป็นไปตามข้อตกลงขององค์กรการค้าโลก (WTO) และเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐก็ตกลงที่จะขยายการให้ GSP (Generalized System of Preferences) สิทธิพิเศษทางการค้าการนำเข้าโดยเก็บภาษีในอัตราต่ำ และมีโควตาพิเศษในบางรายการให้กับสินค้าไทยต่อไปจนถึงปลายปี 2552 ดังนั้นสินค้าส่งออกไทยในตลาดสหรัฐคงยังพอไปได้

อย่าพึ่งดีใจไปครับ เพราะการกีดกันทางการค้ายังมีมาตรการอื่นๆ อีกหลายวิธี เช่น เมื่อพิจารณาเรื่องนี้ร่วมกับนโยบายข้ออื่นๆ โดยเฉพาะนโยบายสิ่งแวดล้อมของคุณ Barack Obama แล้ว ผู้ส่งออกไทยคงต้องระวังให้มากขึ้น และต้องเตรียมตัว เตรียมข้อมูลให้มากขึ้นเกี่ยวกับ มาตรการทางการค้าที่มิใช่มาตรการทางภาษี (NTMs: Non-Tariff Measures) ซึ่งมีเป็นร้อยวิธี และอาจถูกนำมาใช้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้า (NTBs: Non-Tariff Barriers) ก็เป็นไปได้ เช่น อาจมีการอ้างว่าผู้ผลิตในต่างประเทศนอกสหรัฐมีกระบวนการผลิตที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Friendly) ดังนั้นห้ามนำเข้าสหรัฐอเมริกา, มาตรการที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยคน, สัตว์ และพืช (SPS: Sanitary and Phyto-Sanitary conditions) เช่น กรณีสหรัฐห้ามนำเข้าปลาทูน่า เพราะการจับปลาทูน่าไปทำลายการดำรงชีพของโลมา, มาตรการเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า เช่นการพิจารณาว่าของที่ผลิตนอกสหรัฐมีมาตรฐานต่ำกว่าที่ผลิตในสหรัฐดังนั้นห้ามนำเข้า หรือขอเก็บภาษีเพิ่ม

หรือมาตรการประหลาดๆ ที่เริ่มนำมาใช้แล้วในยุโรป เช่น มาตรการ Restriction on Post-Sale Services ตัวอย่างเช่น สหรัฐอาจพิจารณาว่าสินค้าออกที่สำคัญประเภทหนึ่งของไทยที่ส่งไปสหรัฐในขณะนี้คือ จอภาพ LCD และจอ Plasma ซึ่งจอภาพเหล่านี้เมื่อหมดอายุการใช้งานในอีก 4 – 5 ปีข้างหน้า ของเหลวที่ใช้ฉาบหน้าจอจะเป็นขยะที่เป็นพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นถ้าประเทศไทยจะส่งออกจอภาพไปขายที่สหรัฐ ส่งออกไปได้ นำเข้าสหรัฐได้โดยไม่เก็บภาษี แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อจอภาพพวกนี้เสื่อมสภาพแล้ว ผู้ประกอบการไทยที่เป็นผู้ผลิตจอภาพนี้ต้องไปตามเก็บจอภาพพวกนี้มาทำลายให้ถูกวิธี หรือต้องนำออกไปจากสหรัฐทันที หรือไม่ผู้ผลิตไทยก็ต้องไปว่าจ้างบริษัทของสหรัฐทำหน้าที่ตามเก็บซากขยะพวกนี้ไปทำลาย ซึ่งในทางปฏิบัติการทำกิจกรรมเหล่านี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ หรือถ้าจะทำได้ก็ต้องทำให้ต้นทุนของสูงมากและไม่สามารถส่งออกไปแข่งขันได้

ดังนั้นชัยชนะของ Barack Obama ด้านหนึ่งก็เป็นเรื่องที่คนไทยเราน่าจะร่วมยินดี และรอการเปลี่ยนแปลงในด้านที่น่าจะดีขึ้นกับภาวะทางเศรษฐกิจการเมืองของโลก แต่ในอีกด้านหนึ่งเมื่อพิจารณาอย่างแยบคายแล้ว ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะท่านที่เน้นพึ่งพาตลาดต่างประเทศ เน้นการส่งออกเป็นหลักคงจะต้องระมัดระวังและเฝ้าติดตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ท่านนี้อย่างใกล้ชิด

(ขอขอบพระคุณ รศ.ดร. สมภพ มานะรังสรรค์ และ รศ.ดร. ชโยดม สรรพศรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับแนวคิดต่างๆ ที่ใช้ประกอบในการเขียนบทความฉบับนี้)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรัตยา วันที่ : 01/01/2009 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/11/2008 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมก็ว่าน่าคิดอยู่เหมือนกัน คนไทยเราต้องมีภูมิคุ้มกันให้ดี แนวทางตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระราชทานเป็นข้อคิดที่ควรปฏิบัติตามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยามสถานการณ์โลกที่ผันผวนขณะนี้.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]