*/
  • ไหปลาแดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeeradar_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 135
  • จำนวนผู้ชม : 397006
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม 2553
Posted by ไหปลาแดก , ผู้อ่าน : 1300 , 22:36:46 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


















ที่ทุ่งหญ้าตีนเขา

ซึ่งขณะนี้ถูกโอบล้อมด้วยวงแขนแห่งรัตติกาล ปรากฏเป็นรูปเงาอึมครึม ไกลออกไปทางเบื้องหน้าคือขุนเขาอันตระหง่านง้ำ ซับซ้อนและยาวเหยียด  เนินเขานี่เองคือแหล่งหญ้าอ่อน  กำลังระบัดใบเขียวสะพรั่ง และกลายเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดฝูงส่ำสัตว์ทั้งหลายย่างกรายเข้ามาเพื่อลิ้มลองยอดหญ้าอันหอมหวาน ถัดจากเนินหญ้าไปเล็กน้อยมีแหล่งน้ำซับสายเล็ก ๆ สายหนึ่ง ทอดตัวยาวราวเส้นเลือดคอยหล่อเลี้ยงทั้งคนและสัตว์ในละแวกนี้

ดาวกำลังวาวดวงบนฟากฟ้า

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแหล่งน้ำซับเท่าใดนัก ท่ามกลางความมืด ปรากฏมีประกายไปจากกองไฟกองเล็ก ๆ แตกเต้นอยู่วิบวับ ประหนึ่งจะปลอบปลุกทุ่งหญ้าป่าเขาทั้งเทือกทิว ให้กลับฟื้นตื่นขั้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ห่างจากกองไฟไปสักวาหนึ่ง พรานวัยกลางคนกำลังนั่งทอดอารมณ์อยู่บนผืนผ้าใบผืนเล็ก ๆ เงียบ ๆ นาน ๆ ถึงจะโยนกิ่งไม้แห้งเข้ากองไฟเสียทีหนึ่ง ถัดไปเล็กน้อย หนุ่มพเนจรผู้มาจากเมืองนอนขดตัวกลมดิกอยู่ใต้ผืนผ้าผวย แม้เมื่อตอนกลางวันเขาจะย่ำป่ามาทั้งวันและรู้สึกเพลียเป็นกำลัง แต่เมื่อมาถึงเวลานี้เขากลับไม่สามารถปิดเปลือกตาลงได้

ในที่สุดหนุ่มพเนจรจึงชันกายลุกขึ้น สลัดผืนผ้าออกจากตัวเบา ๆ แล้วคลานเข้าใกล้กองไฟ

พรานวัยกลางคนใช้หางตาชำเลืองดูเขาเพียงแวบหนึ่ง แต่ก็มิได้ปริปากอะไรออกมา

นานเท่าใดไม่รู้ที่ชายต่างวัยทั้งสอง ต่างก็จมจ่อมอยู่กับห้วงแห่งภวังค์ของตัวเอง ในฉับพลันนั้นเอง เสียงหอนของเจ้าหมาจิ้งจอกเจ้าถิ่นก็โหยขึ้น น้ำเสียงของมันทุ้มลึกและยาวนาน สะท้อนมาจากทิศใดทิศหนึ่งกลางป่าลึก

เจ้าหมาบ้านสีดำที่ติดตามมากับพรานวัยกลางคน ผลุนผลันลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่วว่องไว เหมือนอยากจะแสดงให้นายมันเห็นว่า มันเป็นหมาบ้านที่ชาญฉลาด ห้าวหาญ และพร้อมเสมอที่จะปกป้องนายของมันด้วยชีวิตอย่างซื่อสัตย์ มันคำรามในลำคอสองสามครั้งแล้ววิ่งหายไปในความมืด

เจ้าหมาจิ้งจอกโหยยาวขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เสียงมันจะกลืนหายไปในความมืดและความเงียบ

ไม่นานนักเจ้าหมาบ้านสีดำก็วิ่งเหยาะ ๆ กลับมาหมอบลง ตรงที่เก่าของมันดวงตามันค่อย ๆ หลับลงอย่างช้า ๆ แต่ใบหูยังกระดิกอยู่ไปมา

หนุ่มพเนจรรู้สึกเย็นวาบที่หัวใจ สีหน้าอันแสดงถึงความหวาดวิตกของเขามิได้รอดพ้นไปจากสายตาของพรานวัยกลางคน พรานหัวเราะฮึ ๆ ในลำคอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

จะด้วยท่าทีที่วางเฉยต่อเหตุการณ์นี้กระมัง ที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง

ทิ้งช่วงไม่นานนัก เจ้าหมาจิ้งจอกตัวเดิมก็โหยขึ้นมาอีก คราวนี้เสียงของมันดังใกล้เข้ามากว่าครั้งแรก จากเสียงที่โหยลึกในตอนแรก ๆ ค่อย ๆ กระชั้นถี่ขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วเงียบหายไปอีก

เจ้าหมาบ้านสีดำไม่ได้ผลุนผลันลุกขึ้นอย่างครั้งแรก มันเพียงแต่เปิดเปลือกตาขึ้นแล้วทำหลุกหลิกไปมา

ความเยียบเย็นยังบังเกิดขึ้นในหัวใจหนุ่มพเนจรอีกครั้ง และอดคิดไม่ได้ว่าป่าเขาและโขดหินตลอดจนสรรพสิ่งอื่น ๆ ในผืนป่าที่งดงามเมื่อตอนกลางวัน พอตกมาถึงเวลากลางคืน สรรพสิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ลี้ลับและน่าสะพรึงกลัวอย่างไม่น่าเชื่อ จะด้วยสัญชาตญาณของการระแวดระวังภัยหรือการตกใจเกินกว่าเหตุก็ไม่อาจรู้ได้ ที่ทำให้เขาเหลือบมองไปยังปืนยาวที่วางอยู่บนกองสัมภาระบ่อยขึ้น

“เราไม่จำเป็นถึงกับต้องใช้ปืนหรอก” พรานวัยกลางคนเอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดของหนุ่มพเนจรออกอย่างทะลุปรุโปร่ง “มันเห่าเพราะต้องการจะทักท้วงผู้บุกรุกถิ่นของมันเท่านั้นแหละ” 

หนุ่มพเนจรพยักหน้า แล้วว่า...

“ผมไม่เคยเห็นหน้าตามันจริง ๆ สักครั้ง นอกจากในภาพถ่ายหรือไม่ก็ภาพวาดอะไรทำนองนั้น”

“ฮึ ๆ ..” พรานวัยกลางคนหัวเราะเบา ๆ พลางขยับตัวเล็กน้อย “หน้าตาหมอไม่ค่อยน่ารักนักหรอก แต่หมอฉลาดเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว บางทีพรานอย่างพี่ยังถูกหมอหัวเราะเยาะเอาเลย สมกับที่หมอเกิดมาเป็นผู้ล่าโดยแท้”

สิ้นคำพรานวัยกลางคน เจ้าหมาจิ้งจอกตัวนั้นก็เห่าขึ้นมาอีก คราวนี้มันดังใกล้เข้ามามากจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย หนุ่มพเนจรคาดคะเนด้วยหัวใจระทึกว่า เจ้าหมาจิ้งจอกตัวนั้นอยู่ไม่ไกลจากเขาเกินร้อยเมตร

ในทันที เจ้าหมาบ้านสีดำผลุนผลันลุกขึ้นอย่างว่องไว มันเหยียดตัวตรงใช้สองเท้าตะกุยดินสองสามครั้ง ก่อนจะวิ่งตรงไปยังทิศทางที่มาของเสียงเจ้าหมาจิ้งจอก

“ไอ้ดำมันยังหนุ่มแน่นและคึกคะนอง” พรานวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางเสียงเห่าขู่กรรโชกของหมาทั้งสองตัว

สักครู่เดียวเจ้าหมาจิ้งจอกก็เงียบเสียงลง เหลือเพียงเสียงเจ้าหมาบ้านสีดำเท่านั้นที่ยังเห่าอย่างเกรี้ยวกราดอยู่

“ฮึ ๆ ” พรานวัยกลางคนหัวเราะในลำคอ

หนุ่มพเนจรหันมาสบตา  แต่เขาไม่เห็นอะไรเลยในแววตาของพรานวัยกลางคนผู้นี้ นอกจากดวงไฟดวงเล็ก ๆ เต้นวิบวับ

“ไอ้ดำมันคงคิดว่า เสียงเห่าขู่กรรโชกอย่างเกรี้ยวกราดของมันจะทำให้เจ้าหมาจิ้งจอกตัวนั้นเกิดความกลัวและล่าถอยไป ฮึ ๆ ...” ส่ายหน้า “มันคิดผิดถนัดเลย มันไม่รู้หรอกว่าตัวมันเองเวลานี้กำลังกลายเป็นตัวตลกให้เจ้าหมาจิ้งจอกตัวนั้นหัวเราะเยาะ”

หนุ่มพเนจรพยักหน้าช้า  ขณะเดียวกันก็เงี่ยหูฟังเสียงเห่าอย่างดุดันของไอ้ดำ

“ไอ้ดำมันกำลังหลงกลหมาจิ้งจอกตัวนั้นเข้าให้แล้ว และ นั่นคือสิ่งที่เจ้าจิ้งจอกมันต้องการ มันกำลังยั่วยุให้ไอ้ดำโมโหและทำอะไรทะเล่อทะล่า เชื่อเถอะว่าถ้าเจ้าจิ้งจอกมันคิดว่ามันเป็นฝ่ายได้เปรียบ มันจะไม่ร้องออกมาสักแอะเดียว มันจะดอดเข้ามาใกล้เหยื่อ ๆ ของมันทีละน้อย ๆ อย่างเงียบ ๆ และคอยหาจังหวะเข้าขย้ำคอหอย”

เสียงของไอ้ดำดังห่างออกไปทุกที ๆ หรือว่ามันกำลังหลงกลเจ้าหมาจิ้งจอกอย่างที่พรานแกว่า... หนุ่มพเนจรคิด

ความเงียบโรยตัวเข้ามาอีกครั้ง สายลมหนาวกรูมาวูบหนึ่ง ฟืนดุ้นสุดท้ายที่จวนเจียนจะดับก็พลันลุกพรึบขึ้น หนุ่มพเนจรมองเปลวไฟจากฟืนดุ้นนั้นอยู่หลายชั่วอึดใจ จึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น...

“พี่เคยรู้สึกสิ้นหวังบ้างไหม”

พรานวัยกลางคนชำเลืองมองคนถามแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบกิ่งไม้เล็ก ๆ ข้างตัวขึ้นมาเขี่ยก้อนถ่านที่จับตัวกันให้กระจายออก

“เคย..” น้ำเสียงทุ้มลึกและเบา มันกังวานหายไปในความมืด “ตอนนั้นพี่ยังอยู่ที่ธรรมศาสตร์” หัวคิ้วพรานป่าขมวดเข้ากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด “ตอนนั้นมันรู้สึกสิ้นหวังไปเสียทุกอย่าง ความเป็นอยู่ในเมืองที่แร้นแค้น เราเป็นเด็กบ้านนอก สังคมก็ไม่เหมือนกัน การเงินยิ่งไม่ต้องพูดถึง แล้วก็เลยเถิดไปถึงการเบื่อหน่ายต่อนักการเมืองและวิธีการบริหารประเทศในสมัยนั้นด้วย”

“พี่ก็เลยกระโจนหนีมาที่นี่”

พรานป่าไม่ตอบในทันที เขาจ้องมองเปลวไฟในกองแน่วนิ่ง ในดวงตาเขาสามารถมองเห็นกองไฟอีกกองลุกโชติช่วง

“เปล่า มันไม่ใช่เป็นการหนี” น้ำเสียงเขาทุ้มลึกและกังวานเช่นเดิม

หนุ่มพเนจรรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างในน้ำเสียงของพรานป่า เป็นพลังที่เป็นส่วนหนึ่งของป่าที่เขาไม่อาจอธิบายได้

“ แต่เป็นการกระโจนเข้าใส่ความสิ้นหวังอย่างเต็มตัวในรูปแบบของพี่”

“แล้วในที่สุด ...”

ริมฝีปากหนา ๆ ของพรานวัยกลางคนเริ่มเหยียดตรง

“มันไม่ใช่เรื่องของการแพ้ชนะ แต่มันเป็นเรื่องของการต่อสู้ สู้เพื่อความปรารถนา”

“ความปรารถนา...” หนุ่มพเนจรทวนคำเบา ๆ นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า

“ใช่ ความปรารถนา ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรามีความปรารถนาให้เราเลือกตั้งหลายอย่าง ชาวนาก็ปรารถนาอยากให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ปรารถนาอยากให้พืชพันธุ์ที่อุตสาห์ลงแรงเอาไว้เจริญงอกงาม ผู้มีอำนาจเขาก็ปรารถนาที่อยากจะให้อำนาจนั้นอยู่กับเขานาน ๆ หรือสืบทอดต่อไปยังลูกหลาน”

ความเงียบโรยตัวเข้ามารอีก แต่เป็นเพียงครู่เดียว หนุ่มพเนจรก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น

“แล้วพี่ล่ะ ปรารถนาอะไรในชีวิต”

“เสือมันปรารถนาที่จะได้ตายในป่า ปลามันก็ปรารถนาจะได้ตายในน้ำ ขุนศึกเขาก็ปรารถนาที่จะได้ตายในสนามรบ พี่เป็นลูกอีสาน พี่ก็ปรารถนาที่จะได้ตายเพื่อแผ่นดินอีสานบนแผ่นดินอีสาน”

ฟืนดุ้นสุดท้ายมอดไปแล้วนั่นแหละ หนุ่มพเนจรถึงได้คลานกลับไปยังที่นอนของตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ล้มตัวลงก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเสียงร้องอันแสดงถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสของไอ้ดำแผดขึ้น

พรานวัยกลางคนผลุนผลันลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว คว้าปืนยาวและกระบอกไฟฉายได้ก็วิ่งฝ่าความมืดออกไป

หนุ่มพเนจรยังงงงันอยู่ แต่พอตั้งสติได้ก็กระโจนตามไป

กองเลือดขนาดใหญ่ตรงหน้า ทำให้พรานวัยกลางคนและหนุ่มพเนจรถึงกับผงะ ถัดจากกองเลือดไปเล็กน้อยก็เห็นร่างของไอ้ดำนอนนิ่งอยู่ สภาพศพของมันถึงกับทำให้ชายต่างวัยเบือนหน้าหนีด้วยความสยดสยอง

ฝังร่างของไอ้ดำเสร็จแล้วก็บ่ายหน้าสู่ที่พัก ตลอดทางไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาสักคำ

หนุ่มพเนจรซุกร่างอยู่ใต้ผืนผ้าผวยเงียบ ๆ นาน ๆ จะถอนหายใจออกมาสักทีหนึ่ง

พรานวัยกลางคนยังคงเอนกายครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนผ้าใบผืนนั้น ดวงตาจับอยู่ที่กองเถ้าถ่านเงียบ ๆ นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เขาไม่ได้รู้สึกปวดแปลบที่หัวใจเหมือนครั้งนี้

“ในช่วงชีวิตหนึ่งของสัตว์ ก็มีความปรารถนาให้เลือกอยู่หลายอย่างเช่นกัน ไอ้ดำมันปรารถนาอยากจะเป็นผู้ล่า แต่เวลานี้มันกลับเป็นได้แค่ผู้ถูกล่า” พรานวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ

หนุ่มพเนจรขยับตัวเล็กน้อย เป็นเชิงว่าเขาฟังอยู่ แต่จนแล้วจนรอดพรานวัยกลางคนก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

ค่อนคืนเข้าไปแล้ว ความเหน็บหนาวยิ่งทับทวี น้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบไม้เริ่มจับตัวกันเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ ก่อนจะเสือกร่างลงมากระทบใบไม้แห้งเบื้องล่างดังเปาะแปะ ๆ

ชั่วกระผีกหนึ่งแห่งความคิดคำนึง หนุ่มพเนจรแลเห็นหยดน้ำตาวาวใสบนใบหน้าของตัวเอง

เสียงกรนเบา ๆ แว่วมาจากฟากกองไฟที่มอดดับ บอกให้รู้ว่าพรานวัยกลางคนหลับไปแล้ว แต่ยามนี้ดวงตาของหนุ่มพเนจรยังแข็งค้างอยู่ หลายครั้งหลายหนที่เขาเพียรเฝ้าถามตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ตอบไม่ได้ว่า...ในช่วงชีวิตนี้ตัวเขาเองปรารถนาอะไร..





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
อักษรานันต์ วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hungkumnung

สวัสดีครับ
แวะมาทักทายก่อน แล้วจะมาตามอ่านงานทีหลังนะครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
อักษรานันต์ วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hungkumnung

สวัสดีครับ
แวะมาทักทายก่อน แล้วจะมาตามอ่านงานทีหลังนะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chiraporn วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chirapornn
ช่วยกันคิด วันละนิด จิตแจ่มใส                                                                                                             


“เสือมันปรารถนาที่จะได้ตายในป่า ปลามันก็ปรารถนาจะได้ตายในน้ำ ขุนศึกเขาก็ปรารถนาที่จะได้ตายในสนามรบ พี่เป็นลูกอีสาน พี่ก็ปรารถนาที่จะได้ตายเพื่อแผ่นดินอีสานบนแผ่นดินอีสาน.. ข่อยฮักเลือดอีสานเด้อ..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

มีเวลาว่างแล้วจะมาย้อนอ่านเอ็นทรี่ก่อนๆนะคะ
ยินดีและขอบคุณที่แวะทักทายกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SNOW_Noi วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snownoi
เรารักในหลวง 

มาตามติด ติดตามเรื่องราวของหนุ่มพเนจรผู้กำลังค้นหาตนเอง

แม้ที่สุดจะยังไม่พบว่าปลายทางแห่งปรารถนานั้นคือสิ่งใด

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เสือยอด วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

ขอบคุณที่ไปสะกิดเตือนครับ ผมจะรีบเขียนบล็อก
ผมไม่ได้เป่าแคน มัวแต่มั่วเขียนบทหนังบทละครและอาจจะไปแสดงหนังด้วย มีบางคนชวนอยู่

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เสือยอด วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

ขอบคุณที่ไปสะกิดเตือนครับ ผมจะรีบเขียนบล็อก
ผมไม่ได้เป่าแคน มัวแต่มั่วเขียนบทหนังบทละครและอาจจะไปแสดงหนังด้วย มีบางคนชวนอยู่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 05.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

ขอแสดงความยินดีกับความก้าวหน้าแห่งชีวิตการงานและวรรณกรรม การส่งผ่านชีวิตของแม่ให้คนเราได้ลืมตาดูโลกและสร้างทำชีวิตไปจนถึงเชิงตะกอน คือตำนาน คือเรื่องราวของคนๆหนึ่งที่ยิ่งใหญ่หรือเป็นเพียงสิ่งเล็กๆขึ้นอยู่กับการประเมินค่าของแต่ละคน อยู่ดีสบายนะครับ คุณไหปลาแดก - จากผมไหคำครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

เรื่องราวตื่นเต้นน่าติดตามทุกตัวอักษรครับ
ขอขอบพระคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

ตื่นเต้นจัง ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
โสกา วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sotaya
ฉันจะขับกล่อม จิตใจภายใต้แสง แห่งดวงเดือน


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน