*/
  • ไหปลาแดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeeradar_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 135
  • จำนวนผู้ชม : 396586
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม 2553
Posted by ไหปลาแดก , ผู้อ่าน : 2796 , 12:34:24 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน มะอึก , สาวอิสานอินเตอร์ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้






 เมื่อไม่กี่วันมานี้มีโอกาสได้อ่าน “รวมบทกวีจีน” ที่แปลโดย อ.จ่าง แซ่ตั้ง

 แวบแรกที่ปรากฏขึ้นในสมองผมก็คือ ภาพของชายชราชาวจีนนามว่า จ่าง แซ่ตั้ง ผู้มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นที่เคารพนับถือของเหล่าปัญญาชน ในฐานะที่ท่านเป็น จิตรกร-นักกวี ผู้มีชื่อเสียง มีอุดมการณ์ ไม่หลงระเริงไปกับสังคมทางวัตถุอันเน่าเฟอะ และดำเนินชีวิตแบบสมถะ เรียบง่าย จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ณ บ้านพักหลังเล็กๆของท่านที่จังหวัดนครปฐม

 ผมไม่ได้รู้จักท่าน อ.จ่าง แซ่ตั้ง เป็นการส่วนตัว แต่รู้จักตัวตนและจิตวิญญาณของท่านดีในระดับหนึ่ง โดยผ่านการศึกษาผลงานที่ผ่านมาของท่าน 

  ในสภาวะการณ์ ข้าวยากหมากแพง ค่าแรงถูก สินค้าการเกษตรตกต่ำ  ผมหยิบเอาบทกวีชิ้นหนึ่งชื่อ “ชาวนา” ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นบทกวีที่ประพันธ์ขึ้นโดยท่านกวีเอกแห่งราชวงศ์ถาง ชื่อ”จางปี้” ท่านเกิดประมาณ คศ.785 (ขออภัยที่ไม่มีข้อมูลว่ากวีบทนี้ประพันธ์ในปีใด) เพราะอ่านแล้วมันสะท้อนภาพของสังคมไทยในปัจจุบันได้ดีเหลือเกิน เพราะสังคมไทยเป็นสังคมเกษตร แต่ผู้ลงมือลงแรงปลูกข้าวกลับกลายเป็นผู้ที่หิวโหยเสียเอง

  แม้ราคาข้าวจะแพงแสนแพง สร้างความร่ำรวยให้กับพ่อค้าวาณิชย์หลายบริษัทหลายตระกูล แต่ชาวนารากหญ้ายังอดอยากยากจน มีหนี้สินล้นพ้นตัว แถกเหงือกนอนกอดความฝันลมๆแล้งๆที่นักการเมืองวาดไว้ให้ไปวันๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาอ้าปากได้เสียที 

 ในสภาวะกดดันจากข้าวยากหมากแพงอย่างทุกวันนี้ ใครมีความคิดความอ่านอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อแผ่นดิน ต้องออกมาพูดออกมาแนะนำสังคมให้รับรู้ อย่าเก็บงำเอาไว้คนเดียว หรือใครที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองสิ้นหวัง ชีวิตตีบตันบัดซบหาทางออกไม่พบ ก็อย่าพึ่งคิดสั้นชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อน  รอดูราคาน้ำมันขึ้นไปถึงลิตรละ 500บาท เสียก่อน แล้วพวกเราค่อยมาตายพร้อมหน้ากันทั้งประเทศ..จะได้ไม่เหงา 

 ความจริงหนังสือเล่มนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองควรจะหามาอ่านนะครับ เล่มละไม่กี่ตังค์เอง หรือถ้าหาซื้อไม่ได้หรือไม่มีงบซื้อ ไหปลาแดกยินดีถ่ายเอกสารส่งไปให้ก็ยังไหว เผื่อว่าอ่านแล้วจะเกิด “อารมณ์” ขึ้นมาบ้าง(อารมณ์ทางด้านอุดมการณ์อยากจะช่วยชาวนา แทนที่จะไปตั้งหน้าตั้งตาหาวิธีปรองดอง ทั้งๆที่ไอ้ตัวต้นเรื่องมันก็ไม่เคยคิดที่จะปรองดองกับใครอยู่แล้ว นอกจากวงวานหว่านเครือหรือพวกพ้องของมัน ซึ่งเป็นเรื่องห่างไกลจากปากท้องประชาชน)

 เมื่อเย็นวานนั่งดูข่าวกับลูกชาย เป็นข่าวสืบเนื่องมาจากกลุ่มเสื้อแดง พอข่าวจบลูกก็พูดขึ้นว่า..

 “บ้านเมืองเราวุ่นวายเหลือเกินนะครับพ่อ ทำไมรัฐบาลไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้บ้านเมืองสงบ”

  “แล้วทำยังไงล่ะ..” ผมย้อนถาม

 “ไม่เห็นยากตรงไหน ชาวบ้านที่ออกมาประท้วงส่วนใหญ่เป็นคนยากจน เขาหิว เมื่อใครมาชักชวนเขาไปทำอะไรที่มันได้ตังค์ได้ข้าวกินหรือได้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมที่เขาสัมผัสมันได้ทันที เขาก็ไป ทำไมรัฐบาลไม่ถามว่าประชาชนอยากได้อะไร ผมเชื่อว่าประชาชนอยากได้ที่ดินทำกินมากกว่าอย่างอื่น แผ่นดินไทยกว้างใหญ่ไพศาล คนรวยบางคนมีที่ดินเป็นพันเป็นหมื่นไร่ ทำไมรัฐจะแจกให้คนที่เขาไม่มีที่ทำกินสักคนละสี่-ห้าไร่ไม่ได้ เพราะที่ดินทำกินเป็นต้นทางของการดำเนินชีวิต เมื่อเขาหิวรัฐต้องสอนเขาให้ปลูกข้าวกิน หาปลากิน เมื่อมีข้าวแล้วต้องสอนให้เขารู้จักเก็บออมไว้กินนานๆ ถ้าทุกคนกินอิ่มนอนหลับ ไม่มีใครอยากออกมานอนข้างถนนหรอกครับ”

              ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายอย่าไปถือสาใส่ใจกับคำพูดของเด็กแค่ ม.1 มันเลยนะครับ  มันก็พูดไปตามประสาเด็กนั่นแหละ  ไหนเลยจะไปสู้ความคิดของท่านทั้งหลาย

 

 ท่านมหากวีจางปี้...ท่านเขียนไว้ว่าอย่างนี้ครับ

 “ใช้จอบ ไถ หว่าน ตั้งแต่ดวงดาวยังอยู่

 ข้าวเปลือกเต็มเนินนวด ข้าวอุดมสมบูรณ์

 สุขอกสุขใจทั้งบ้าน

 พอถึงที่สุด ข้าวสาร ข้าวเดือย ก็เป็นของคนอื่น

 ไม่รู้ที่ไหน จะทอดทิ้งลูกเมียได้”

 บทกวีชิ้นนี้ท่านจางปี้เขียนถึงสภาพความโหดร้ายของพวกนายทุน ที่คดโกงชาวนา ท่านเปรียบคนพวกนี้เป็นพวกกินคน คนเราเกิดด้วยกันตายด้วยกัน ยามมีชีวิตอยู่แทนที่จะพึ่งพาอาศัยกัน เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่กัน กลับกลายเป็นคนชั่วร้ายคดโกงกัน ตั้งตนเป็นคนบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เป็นศักดินาชั่วร้ายคดโกงแม้กระทั่งคนที่ทำนาเลี้ยงตนและคนทั้งประเทศ 

 ชาวนาใช้จอบ ไถ หว่าน ทำงานหนัก ตั้งแต่ดวงดาวยังอยู่(ตื่นแต่เช้ามืดยังทันได้เห็นดวงดาว) เช้ามืดแค่ไหน กว่าจะได้ข้าวเปลือก ข้าวเดือย ก็ตรากตรำทุกข์ยากลำบากมากมาย 

 พอเห็นกองข้าวเปลือกข้าวเดือยที่ลานหน้าบ้าน ก็รู้สึกเป็นสุขใจอย่างล้นพ้น แต่พอถึงที่สุด ข้าวสารข้าวเดือยก็กลับกลายเป็นของพวกคนเถื่อน พวกศักดินาชั่วร้าย พวกนายทุน ยึดและคดโกงเอาไปหมด ลูกเมียอดอยากยากเข็ญไม่มีข้าวจะกิน

 ในยุคราชวงศ์ถางถือว่าเป็นยุคมืดของประชาราช ท่านจางปี้ได้บันทึกเป็นบทกวีเอาไว้เมื่อนับพันปีมาแล้ว แต่ภาพนี้ยังไม่ได้มลายหายไปไหน มิหนำซ้ำยังเด่นชัดเสมอ และเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับชะตากรรมชาวนาไทย

 ผมคงไม่วิตกจริตมากจนเกินเหตุ  ใช่ไหมครับ หากจะขอไว้อาลัยให้กับ “ชะตากรรมชาวไทย” ไว้แต่เนินๆ.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 03.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

เสื้อแดงเริ่มต้นจากการต่อต้านรัฐประหาร ๔๙ ก่อนนี้เสื้อเหลืองก็ต่อต้านการกินรวบของระบอบทักษิณ เสื้อเหลืองส่วนมากเป็นพวกชนชั้นกลางและข้าราชการ แต่เสื้อเหลืองก็ไปแอบอิงอยู่กับระบอบขุนนางอำมาติย์ ซึ่งว่ากันไปตามความเป็นจริงก็เป็นระบอบเก่าที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน แม้แต่พคท.ก็โค่นไม่ลง เสื้อแดงชูมวลชนรากหญ้า ซึ่งอิ่มเอมกับระบอบทักษิณจากชิ้นกระดูกที่เขาแทะเล็มแล้วขว้างทิ้ง ชาวรากหญ้าสวาปามอย่างเมามัน โดยมีซ้ายซึ่งมิอาจร่วมสังฆกรรมกับระบอบอำมาติย์ขุนนาง แต่อิ่มหมีพีมันกับระบอบทักษิณ เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเพื่อโค่นล้มเจ้า โดยเชื่อว่าขบวนการเสื้อแดงเหมือนกับความฝันเมื่อครั้งจับปืนขึ้นสู้ทำสงครามประชาชน วิธีคิดเช่นนี้ ซ้ำรอยทางเก่าที่พ่ายแพ้และฟูมฟายมาแล้ว ถึงกับมาขอพักพิงอำนาจเก่า พอมีนายตัวใหม่ที่เลี้ยงดูอย่างดี ก็กลายเป็นขุนพลอยพะยัก ในท่ามกลางที่เหลืองสุดขั้วและแดงสุดโต่ง ภูมิใจไทยลายสีนำเงิน ซึ่งมีภาพลักษณ์ของนักเลงท้องถิ่น ก็แสดงบทบาทต้านรัฐไทยใหม่ รักสถาบัน แต่ก็ก็อิ่มหน่ำสำราญกับกลไกราชการและทุน เผยอปากทีไรก็มันวับ ชาวนาหน้าแหล่ ชาวบ้านร้านตลาด ต่างก็ถูกลากไปด้วยความรู้ไม่เท่าทัน หากทว่าได้อิ่มบ้างอดบ้างก็ยังดีกว่าพวกที่คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา อะไรถูกอะไรผิด วันนี้ยังต้องสู้ให้เห็นกันชัดๆ ใครคนก็ว่าเป็นระยะช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ตัวแทนแต่ละฝ่ายออกมาสู้เพื่อปักธงชัยในวันพรุ่ง เราต่างก็หวังในวันพรุ่งที่เป็นจินตนาภาพ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย มายอมรับความจริงและสร้างพื้นที่แห่งการอยู่ร่วม แม้จะคิดต่างก็ไม่ต้องฟาดฟันให้แหลกสลาย ต่างตั้งอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ยอมรับความแตกต่างเหมือนชายกับหญิง หากทว่าอยู่ร่วมกันอย่างแนบชิด ที่สุดก็ตายจากลา เหลือเพียงเถ้าถ่านไหว้กราบไหว้ กวีจีนอาจรันทด แต่ชาวนาจีนหลังการปลดปล่อย ชีวิตยังมิแตกต่างจากอดีด การขูดรีดแบบใหม่ สถานการณ์ใหม่ยังดำรงอยู่ ไม่ต่างจากลาว เวียดนาม เขมร พื้นที่ของคนชั้นล่างยังคงว่างเปล่า และเป็นเงื่อนไขของสงครามชนชั้นที่ว้ายทั้งหลายต่างใช้เป็นเครื่องบั่นทอนอำนาจรัฐ ไม่ว่าแดง เหลือง นำเงิน ต่างก็มีวาระซ่อนเร้นเพื่อตัวเอง ผองเราต่างก็มิแตกต่างจากสิ่งที่เห็น ที่เห็นไม่ใช่ ที่ใช่ไม่เห็น สังคมจินตนาภาพไม่เคยเกิดขึ้นจริงดอกสหาย....

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 05.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

ระลึกถึงพระคุณข้าวทุกเม็ดผลผลิตที่ดีงามจากเกษตรกรทั่วผืนแผ่นดินไทยครับ
ขอขอบพระคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
โสกา วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sotaya
ฉันจะขับกล่อม จิตใจภายใต้แสง แห่งดวงเดือน

สวัสดีค่ะ
ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ครูหวด วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 06.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangkom

ผมไม่เข้าใจการไปลงทะเบียนชาวนาชาวไร่ คุณทราบรายละเอียดหรือเปล่า?
ชาวนาไทยรู้แต่ทำนา ไม่เคยคำนวณต้นทุน เวลาขายก็ไม่สามารถตั้งราคาข้าวได้เอง ไม่จนไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วล่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
กบจ้อย วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchot

ชอบเพลง ของจิตร มากครับ
เปิบข้าวที่คราวคำจงสูจำเป็นอาจิณ
เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นรวง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
tatuk วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 21.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

ชอบเสียงสะท้อนของเด็ก ม.๑ อีหลีเด้อ
ถืกใจ...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สายน้ำที่หวังดี วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ssp

ชาวนา เป็นอาชีพที่เสียสละ
ชาวนา เป็นอาชีพที่มีบุญค่ะ
ช่วยกันยกย่องชาวนา เพราะเขาคือผู้มีพระคุณต่อเรา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ไหปลาแดก วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plardeakdee

ตอบคุณsnowy ราชวงศ์ถาง หรือถัง เหมือนกันครับ ผมพยามที่จะไม่หนีต้นฉบับที่เราเอามาอ้างอิงเท่านั้นครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/kintaro/2010/09/14/entry-1

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

ขอคารวะท่าน 1 โหวต

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

เข้ามาอ่าน แล้ว คิดว่า ราชวงศ์ถาง ที่คุณกล่าวไว้ อาจเป็น ราชวงศ์ถัง หรือเปล่าคะ

ส่วนเรื่องราวที่เขียนมาให้อ่าน สะท้อนภาพความเป็นจริงของชีวิตมนุษย์ ยากดีมีจน ลำบาก ก็คือคนเหมือนกัน
สมัยเด็ก ๆ คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า คนจีนโบราณ ส่งลูกไปเรียนหนังสือ ต้องเอาข้าวสารไปจ่ายเป็นค่าเรียน บางคนมีลูกมากเลี้ยงไม่ไหว ก็ต้องยกให้คนอื่นไป .. ชีวิตหนอชีวิต

ลูกชายคุณพูดได้ดี อยากให้มาสมัครสส.จังค่ะ อยากให้มีคนที่เข้าใจปัญหา ออกมาเป็นสส.จริง ๆ ไม่ใช่เหมือนทุกวันนี้ ที่คนมีเงินมากเขาต่างเสนอตัวมาเป็นสส.เพื่อจะได้ต่อยอดเงินของเขาออกไปเรื่อย ๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อริยทัศน์ วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aryatasna

ในแบบเรียนภาษาไทย ไดัอัญเชิญพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เรื่อง "ทุกข์ของชาวนาในบทกวี" ที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น ในหนังสือ "มณีพลอยร้อยแสง" ซึ่งเป็นหนังสือของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

ในพระราชนิพนธ์นั้น เด็ก ๆ คนไทยนับล้านได้อ่านกัน ได้ตระหนักว่า พระองค์ทรงถ่ายทอดความทุกข์ยากของชาวนา ผ่านการวิเคราะห์บทกวีของ หลี่เซิน (กวีจีน/ ราชวงศ์ถัง) และบทกวี "เปิบข้าว" ของจิคร ภูมิศักดิ์...

นับจากปีที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ จนถึงวันนี้ ทุกข์ของชาวนาก็ยังคงมีอยู่ เหมือนเดิม.. (และนับเลยตลอดไปถึง สมัยราชวงศ์ถังด้วย)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hopebaby วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน

วัฒนธรรมการค้าที่ถูกสร้างขึ้นมาจากมือนายทุน ขูดรีด เอาเปรียบทุกวิถีทาง ในที่สุดก็กลายเป็นวงจรอุบาทว์ ทำนาบนหลังคน..

ชาวนาไทยน่านับถือเก็บความโกรธแค้นไว้ในยุ้งฉางหลังฤดูเกี่ยวข้าวอย่างมิดชิด เก็บสะสมมานมนานไม่นานคงเต็มและล้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บิน วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dokmaipa

คาราวะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน