*/
  • ไหปลาแดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeeradar_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 135
  • จำนวนผู้ชม : 396585
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2553
Posted by ไหปลาแดก , ผู้อ่าน : 2459 , 19:41:59 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ประจิ้มประเจ๋อ , ก่อพงษ์ โหวตเรื่องนี้








ชาวอาหรับชอบดื่มกาแฟ


ฉบับที่แล้วผมพาท่านตามรอยกาแฟไปที่ประเทศแถบอาหรับ เอ็นทรี่นี้ตามต่อไป..แต่ไม่รับปากว่าจะไปถึงประเทศไหน เอาเป็นว่า “ค่ำไหนนอนนั่น” เหมือนทัวร์นกขมิ้นเหลืองอ่อนของท่านอดีตนายกทักษิณก็แล้วกัน

 กาแฟเมื่อไปเจริญรุ่งเรื่องที่เมืองอาหรับ เขาก็ออกกฎหมายมาห้ามนำกาแฟออกนอกประเทศ แต่ก็ยังมีอีตาคนหนึ่งชื่อบาบา บูดาน แอบลักลอบนำเอาลูกกาแฟสุกไปปลูกที่เมืองมาลาบาร์ และที่เมืองกัว ประเทศอินเดีย ขณะนั้นอินเดียยังเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสอยู่ ชาวโปรตุเกสจึงเอากาแฟไปปลูกต่อที่เกาะลังกา เกาะลังกาเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงทางด้านกาแฟมากสมัยนั้น (ต่อมากาแฟที่เกาะลังกาโดนโรคระบาดจึงเผากาแฟทิ้งทั้งเกาะและหันมาปลูกชาแทน)

 จากเกาะลังกา กาแฟก็แพร่ไปที่อินโดนีเซีย ปีค.ศ.1699 Hendrik Zwarrdekroon ซึ่งเป็นชาวดัตช์ ก็เอากาแฟไปปลูกที่อัมสเตอร์ดัม โดยเอาไปปลูกไว้ใน green house จากนั้นก็นำต้นอ่อนไปแจกจ่ายกันปลูกทั่วยุโรป ชาวยุโรปปลูกกาแฟกันอย่างเอิกเกริก แต่ไม่โตและตายหมดเกลี้ยง เหลืออยู่เพียงต้นเดียวซึ่งพระเจ้าหลุยส์ที่14ปลูกเอาไว้ที่กรีนเฮาส์ ครับ..กาแฟต้นนี้แหละ ที่เป็นเสมือนบรรพบุรุษของกาแฟทั้งหลายเกือบทั่วโลก

  เรื่องมีอยู่ว่า..ปีค.ศ.1723 Gabrial Mathieu de Clieu ได้รับคำสั่งให้นำกาแฟไปปลูกที่เกาะมาร์ตินิก เกาะนี้อยู่ในอาณานิคมฝรั่งเศส เขาทะนุถนอมกาแฟต้นนี้มาในเรือ กลางวันถ้าอากาศร้อน ก็จะเอาคนมาคอยพัดวีให้ ตกกลางคืนก็กางมุ้งให้นอน เพราะกลัวแมลงมารบกวน น้ำจืดที่อยู่ในเรือก็ถนอมไว้รดให้ต้นกาแฟ จนลูกเรือเกิดความไม่พอใจ จะจับกาแฟโยนลงน้ำหลายครั้ง ในที่สุดกาแฟต้นนั้นก็เดินทางมาถึงเกาะมาร์ตินิกจนได้ คงเป็นเพราะสภาพดินฟ้าอากาศเหมาะกับกาแฟ มันจึงออกลูกออกหลานเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดในอาณานิคมของฝรั่งเศส และฝรั่งเศสก็มีการออกกฎหมายห้ามนำเมล็ดกาแฟหรือต้นออกออกนอกราชอาณาจักรอีกด้วย

 ปลายทางของกาแฟทำท่าจะสิ้นสุดที่นี่ แต่เปล่าครับ กาแฟก็เหมือนคน เพราะคนกินกาแฟ ชีวิตคนน้ำเน่าแค่ไหน เรื่องราวกาแฟก็น้ำเน่าพอๆกัน ที่พูดแบบนี้เพราะมันมีเรื่องเล่าต่อครับ..

  หลังจากที่เกาะมาร์ตินิกมีชื่อเสียงในเรื่องกาแฟ และถูกสั่งห้ามนำกาแฟออกนอกราชอาณาจักรแล้ว อยู่มาวันหนึ่ง ภรรยาท่านผู้ว่าราชการเกาะมาร์ตินิกเกิดไปมีสัมพันธ์สวาทกับแขกเมืองจากบราซิล เมื่อถึงคราที่นางกับชู้รักจะจากกัน นางได้มอบช่อดอกไม้ให้กับชู้รักแทนของขวัญ.. (สมัยนั้นก่อนแขกบ้านแขกเมืองจะอำลา เจ้าบ้านต้องมอบของขวัญสักชิ้นหนึ่งจะเป็นอะไรก็ได้) ..แต่ในช่อดอกไม้นั้นได้มีหน่ออ่อนของกาแฟอยู่หลายต้นแทรกตัวอยู่อย่างมิดชิด ..และนั่นเป็นต้นกำเนิดกาแฟบราซิล



ร้านกาแฟสวยที่เมืองปาย


 ช่วงเวลานั้นฝรั่งเศสเรืองอำนาจมาก มีการขยายอาณานิคมออกไปอย่างกว้างขวาง ยิ่งอาณานิคมฝรั่งเศสมากเท่าใด พื้นที่ปลูกกาแฟก็ขยายตามไปด้วยเท่านั้น กาแฟเดินทางไปในที่ต่างๆมากมาย เช่น ทวีปอเมริกา จาไมก้า เม็กซิโก เวเนซูเอล่า แล้วยังข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงประเทศฟิลิปปินส์ด้วย

 เห็นไหมครับว่าเส้นทางของกาแฟยาวไกลขนาดไหน ยิ่งมาไกลจากถิ่นกำเนิดกาแฟยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น นี่ยังไม่ครึ่งทางเลยนะครับ กาแฟของเรายังต้องเดินทางอีกไกล และมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์และยังเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของโลกอีกหลายคน 

 ทุกครั้งที่หยิบถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ขอจงภูมิใจเถอะครับว่า..ใช่มีแต่พวกเราเท่านั้นดอกที่หลงไหล นะโปเลียน บีโธเฟ่น เกอเต้ เซบัสเตียน ต่างก็ตกเป็นทาสกาแฟมาแล้วทั้งนั้น 

 

 จากเวเนซูเอล่ากาแฟเดินทางต่อไปยังโคลัมเบียโดยผ่านแคว้น santander โดยมีบาทหลวงคาทอลิกคนหนึ่งเป็นผู้นำเข้าไป บาทหลวงท่านนี้ได้นำเมล็ดกาแฟไปเพาะลงในดิน และกลายเป็นต้นกล้าอ่อนของกาแฟแล้วก็แจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปปลูก แกคงจะเพาะมากเกินไปหรืออย่างไร ต้นอ่อนกาแฟก็งอกขึ้นมาใหม่ไม่ยอมหมดเสียที จนปรากฏว่าว่าต้นอ่อนกาแฟเต็มวัดเต็มวาไปหมดยิ่งปราบยิ่งเยอะ อีตาบาทหลวงแกเลยออกอุบายว่า...คนที่มีบาปและมาสารภาพบาปแล้วให้นำกาแฟไปปลูกที่บ้านหรือที่ไร่ของตนด้วยก็จะพ้นบาปแถมยังได้บุญเพิ่มมาอีก ถือเสียว่าเป็นโปรโมชั่นพิเศษสุดให้กับชาวบ้านที่ชอบทำบาปบ่อยๆ ครับ...นี่แหละคือที่มาของกาแฟที่ผมตั้งชื่อให้ว่าเป็นต้นไม้ของคนบาป



 

  ทางแถบยุโรปก็มีตำนานคล้ายกันครับ เรื่องมีอยู่ว่า อิตาลีเป็นประเทศแรกของทวีปยุโรปที่ดื่มกาแฟ เมื่อปี ค.ศ.1615 เมื่อชาวเวนิสเริ่มดื่มกาแฟ คาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟคงไปทำปฏิกิริยาที่เป็นมิตรต่อชาวเมืองเป็นพิเศษ พวกบ้าศาสนาอันเป็นคาทอลิกและต่อต้านสิ่งที่มาจากมุสลิม (กาแฟไปประเทศมุสลิมก่อนจะแพร่ไปทั่วโลก) พากันร้องเรียนต่อสันตะปาปาว่า...กาแฟจะต้องเป็นเครื่องดื่มของซาตานแน่แท้ เพราะชาวบ้านดื่มเข้าไปแล้วก็จะเกิดอาการสนุกสนานครื้นเครง สติปัญญาเฉลียวฉลาดขึ้นมาในบัดดล ผิดปกติวิสัยสามัญชนคนธรรมดา หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้จะเป็นอันตรายต่อศาสนาของตน จึงเห็นสมควรมีการสั่งห้ามดื่มกาแฟ สันตะปาปาในสมัยนั้นชื่อ pope clemen ที่สาม แต่ท่านเป็นคนที่ฉลาดมากสักหน่อยก็เลยไม่ยอมเชื่อคำร้องเรียนโดยทันที ท่านสั่งให้เอากาแฟมาทดลองชิมดู ครั้นพอได้กลิ่นกาแฟโชยมาแต่ไกลเท่านั้นแหละ  สันตะปาปาท่านนี้ก็ราวกับว่าท่านได้ล่องลอยขึ้นไปอยู่บนสรวงสวรรค์โน่นเทียว แถมเมื่อแกลองชิมดูแล้วยังรู้สึกว่าปลอดโปร่งและรูสึกเฉลียวฉลาดขึ้นมากกว่าเก่าเสียอีก แล้วแอบคิดในใจว่า ถ้าเราสั่งห้ามคนดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ ตัวแกเองนั่นแหละจะเป็นบาป เพาะกาแฟช่างเป็นเครื่องดื่มที่แสนวิเศษแท้ๆ ได้การล่ะ...อย่ากระนั้นเลยแกก็ออกอุบายขึ้นมาว่า จะต้องทำพิธีรับศีลมหาสนิทให้กาแฟกลายเป็นคริสเตียนนิกายคาทอลิกซะเลย ชาวบ้านที่เป็นคริสเตียนจะได้ดื่มกาแฟโดยที่ไม่เป็นบาป ครับนับแต่นั้นมาชาวคริสเตียนจึงดื่มกาแฟได้โดยไม่ต้องสารภาพบาป

 โชคดีที่ผมเกิดมาเป็นชาวพุทธ จึงดื่มกาแฟได้โดยไม่ต้องกลัวบาป



ร้านกาแฟสวยๆน่านั่ง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พัฒนากรคนสวย วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sunshineday15

วันไหนไม่ได้กินกาแฟ จะง่วงซึม หนักหัว ปวดหัวมากๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ประจิ้มประเจ๋อ วันที่ : 29/11/2010 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuiboc
สะเปะสะเปือยเรื่อยเปื่อยอยู่เรื่อยไป & รัก"ทองกบ"ที่โลกในสุดเลย! โอ้เย่เย๊เย่  ฮ่าๆๆและ+อีก28.75ฮ่า...จิ้มมียิ้มสุข...ยิ้มสุขส่งให้ด้วยใจเปี่ยมสุข สวัสดีครับผม

โหวตขอบคุณพี่ไหปลาแดกเนื่องในโอกาสจิ้มเก็บเป็นเอนทรี่โปรด



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ก่อพงษ์ วันที่ : 28/11/2010 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

ผมกินกาแฟเป็นทั้งยานอนหลับและยาเบิกตา
แล้วแต่ว่าจะอยากให้เป็นอย่างไร

ขอบคุณอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ไหปลาแดก วันที่ : 27/11/2010 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plardeakdee

ในถ้วยปลาร้าสับ 1 ถ้วย มีทั้งสิ่งที่เราชอบและไม่ชอบ ในไหปลาแดกไหนี้ก็เช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 27/11/2010 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

กินกาแฟบ่เป็นแต่กะมาอ่านประดับความรู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คุณเทพ วันที่ : 27/11/2010 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kuntep

ขอบคุณที่นำตำนานของกาแฟมาขยายให้ฟัง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kruhnoi วันที่ : 27/11/2010 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...


ชอบกาแฟค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน