*/
  • ไหปลาแดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeeradar_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 135
  • จำนวนผู้ชม : 396585
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม 2553
Posted by ไหปลาแดก , ผู้อ่าน : 3300 , 12:55:33 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ศ.ศาลาเงียบเหงา , ก่อพงษ์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้









ต้นสาละอินเดีย  วัดศรีสุมังค์ สกลนคร


 “ความเป็นมนุษย์ชาติหนึ่ง ถึงจะไม่มีโอกาสสร้างภาระกรรมโง่นใหญ่ เพื่อเป็นมูนมังประดับหน้าประวัติศาสตร์ วีรกรรมน้อยๆถึงจะน้อยกว่าเม็ดทราย แต่หากจงใจปลูกปั้นขึ้นมาด้วยสติสำนึกของความเป็นมนุษย์ และมันก็คือลายมือแดงหนึ่งเป็นที่ละนึกแก่รุ่นคนต่อรุ่นคน”

 ถ้อยคำที่กลั่นออกมาจากหัวใจของนักเขียนหนุ่มลาวนามว่า ดาวเวียง บุดนาโค ท่านนี้จารึกเอาไว้ในปกหลังของหนังสือรวมบทกวีและเรื่องสั้นชื่อ ที่ละนึก(ที่ระลึก) ที่จัดพิมพ์โดยสโมสรนักเขียนหนุ่ม(ลาว)ในปี1990  

 ผมอ่านทีไรมันทำให้ชีวิตเหมือนมีแรงบางอย่างมากระตุ้นให้ฮึดสู้ โดยเฉพาะในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าถดถอย 

 แน่ล่ะ สภาพการณ์ในชีวิตระหว่างดาวเวียง บุดนาโค กับ ผม นั้นอาจต่างกัน ดาวเวียงเขาเขียนเพราะมีความประสงค์จะปลุกเร้าจิตสำนึกตนเองและคนในสังคมประเทศของเขา ให้ลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะการต่อสู้กับการเมืองนอกประเทศซึ่งเขารู้สึกว่าได้ถูกครอบงำและรู้สึกอึดอัดขาดเสรีภาพ ซึ่งขณะนั้นประเทศของเขาอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง 

 และ..ในขณะนั้น ผมกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต

  ภาระกรรมโง่นใหญ่ของดาวเวียง บุดนาโค คือประเทศชาติ 

 แต่ วีรกรรมน้อยๆของผมคือ ลูก

 ดังนั้น หลังจากนอนซดน้ำใบบัวบกอยู่ร่วมครึ่งปี มือน้อยๆของลูกได้ฉุดเอาผมขึ้นจากปลักโคลนแห่งความตรมตรอมอันโง่เขลา ให้ลุกขึ้นมาสร้างวีรกรรมน้อยๆประดับหน้าประวัติศาสตร์ของตนเอง นั่นคือ..ต้องเลี้ยงลูกด้วยตนเองให้ดี และต้องดีที่สุด..เท่าที่เพศปราศจากมดลูกจะทำได้

 บางวันเหมือนมีชีวิตอยู่บนความไร้แก่นสาร ไร้สาระ 

 หากไม่นับการคุ้ยเขี่ยหาอยากหากินเลี้ยงตัวและลูก ภารกิจหลักอีกอย่างหนึ่งของผมคือ รับ-ส่ง ลูกไปโรงเรียน ระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียนไป-กลับ 94กิโลเมตร วันละสองเที่ยวเช้า-เย็น รวมระยะทาง/วัน เท่ากับ188กิโลเมตร ไม่มีหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะลูกเรียนพิเศษ สรุปก็คือไม่มีวันหยุดทั้งพ่อทั้งลูก ผมทำแบบนี้ตั้งแต่ลูกเรียนอยู่อนุบาล3จนจบประถม6 

 ผมเคยคิดแบบเล่นๆได้ตัวเลขการเดินทางดังนี้ครับ

 วันละ  188 กม

 เดือนละ 5,640  กม

 ปีละ  67,680 กม

 ระยะเวลา 7 ปี รวมระยะทาง 473,760 กม

 ยกเครื่องยนต์แบบซ่อมใหญ่ 1 ครั้ง 

 คนขับล้มหมอนนอนเสื่อ 2 ครั้ง (ไข้หวัดใหญ่-ลำไส้อักเสบ) 

 ครับ มันก็แค่..วีรกรรมน้อยๆเท่าเม็ดทราย ที่ผมจงใจปลูกปั้นมาด้วยสติสำนึกของมนุษย์(พ่อ) ก็เท่านั้นแหละ ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เราทำมันยิ่งใหญ่อะไรเลย

 ตอนเย็นหลังเลิกเรียนในวันปกติ(รร เซนต์ยอแซฟ สกลนคร) ลูกจะมาเรียนพิเศษหนึ่งชั่วโมงที่บ้านคุณครูเอ๋ ผมจะมานั่งรอลูกอยู่ภายในลานวัดศรีสุมังค์ซึ่งติดกับบ้านคุณครู แรกๆก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บางวันเอาหนังสือติดมือไปอ่านฆ่าเวลา ระยะหลังๆชักเบื่อ เลยหันมาสังเกตสังกาสิ่งอยู่รอบๆตัวบ้าง


 

ดอกสาละอินเดีย


 วัดศรีสุมังค์เป็นวัดขนาดเล็กพื้นที่ไม่กว้างมากนัก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสกลนคร ศาสนสถานก็มีไม่ต่างจากวัดโดยทั่วไป หน้าโบสถ์ปลูกต้นไม้ที่มองแล้วสะดุดตาชื่อว่า ต้นสาละอินเดีย ไว้ต้นหนึ่งกำลังออกดอกพอดี แสดงว่าต้นสาละจะต้องมีหลายสายพันธุ์แน่นอน

 ความจริงก็เคยได้เห็นต้นสาละผ่านหูผ่านตามาบ้าง แต่ก็ไม้ได้ให้ความสนใจใคร่รู้สังเกตสังกามากนัก วันนี้อยากพูดอยากทำอะไรที่มันมีสาระบ้าง ขอนำท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับต้นสาละอินเดียต้นนี้ ดูทีรึ

  ต้นสาละใหญ่ (ต้นสาละอินเดีย) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Shorea robusta Roxb.” อยู่ในวงศ์ Dipterocarpaceae ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นมหาสาละ” มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียทางเหนือ ซึ่งปัจจุบันคือประเทศเนปาล มักขึ้นเป็นกลุ่มๆ ตามบริเวณที่ค่อนข้างจะชุ่มชื้น ชาวอินเดียเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ซาล” (Sal, Sal of India) เป็นไม้พันธุ์ที่อยู่ในตระกูลยาง มีมากในแถบแคว้นเบงกอล อัสสัม ลุ่มน้ำยมุนา เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงราว 10-25 เมตร และสามารถสูงได้ถึง 35 เมตร ไม่ผลัดใบ

 เป็นไม้ที่มีความสง่างาม ด้วยว่ามีลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลอมดำ แตกเป็นร่องสะเก็ดทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบ ใบดกหนา รูปไข่ ปลายใบหยักเป็นติ่งแหลมสั้น ผิวใบเป็นมันเกลี้ยง กิ่งอ่อนเกลี้ยง ปลายกิ่งห้อยลู่ลง ดอกจะออกในช่วงต้นฤดูร้อน มีสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อสั้นตามปลายกิ่งและง่ามใบ กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ผลแข็ง มีปีก 5 ปีก ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง




 สาละใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีประโยชน์มาก ชาวอินเดียมักนำมาสร้างบ้านเรือน ต่อเรือ ทำเกวียน ทำไม้หมอนรถไฟ ทำสะพาน รวมถึงทำเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ส่วนเมล็ดนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ และน้ำมันที่ได้จากเมล็ดนำมาทำอาหาร เช่น ทำเนย และใช้เป็นน้ำมันตะเกียง รวมทั้งใช้ทำสบู่ด้วย

 นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณด้านพืชสมุนไพรด้วย คือ ยางใช้เป็นยาสมานแผล ยาห้ามเลือด ใช้แก้โรคผิวหนัง ตุ่มพุพอง โรคซิฟิลิส โกโนเรีย วัณโรค โรคท้องร่วง บิด โรคหูอักเสบ เป็นต้น, ผลใช้แก้โรคท้องเสีย ท้องร่วง เป็นต้น

 ในประเทศไทย หลวงบุเรศรบำรุงการ ได้นำเอาต้นสาละใหญ่หรือต้นซาลมาถวายสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยปลูกไว้ที่หน้าพระอุโบสถ 2 ต้น กับได้น้อมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2510 อีก 2 ต้น ในจำนวนนี้ได้ทรงปลูกไว้ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 1 ต้น กับทรงมอบให้วิทยาลัยเผยแพร่พระพุทธศาสนา ต.กระทิงลาย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อีก 1 ต้น และขยายพันธุ์ไปในที่ต่างๆทั่วประเทศไทยของเรา



ในวัดศรีสุมังค์


 ครั้งแรกที่ได้เห็นต้นสาละอินเดีย ทำให้ผมนึกไปถึงภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่พอร์ตเตอร์ เพราะรูปร่างของต้น-ดอก ใบ ทุกส่วนของต้นสาละมันชวนให้คิดแบบนั้น มันประหลาดเอามากๆ มองนานๆพาลไปเหมือนเจดีย์ หรือ คล้ายหลังคาโบสถ์วิหารที่ส่วนบนแหลม แล้วแผ่กว้างออกมาเรื่อยๆ ส่วนดอกก็จะมีก้านคดๆงอๆทะลุออกมาจากลำต้น เหมือนสัตว์ประหลาด ปกติดอกไม้ก็จะบานอยู่บนกิ่งก้าน 

 ความสำคัญของตนสาละอินเดียเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามีดังนี้ครับ

 สาละ เป็นคำสันสกฤต อินเดียเรียกต้นสาละใหญ่ว่า “Sal” เป็นไม้ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าโดยตรง ทั้งตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในพุทธประวัติว่าไว้ดังนี้

 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี พระพุทธมารดาคือพระนางสิริมหามายา ทรงครรภ์ใกล้ครบกำหนดพระสูติการ จึงเสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อไปมีพระสูติการ ณ กรุงเทวทหะ อันเป็นเมืองต้นตระกูลของพระนาง ตามธรรมเนียมประเพณีพราหมณ์ (ที่การคลอดบุตร ฝ่ายหญิงจะต้องกลับไปคลอดที่บ้านพ่อ-แม่ของฝ่ายหญิง) เมื่อขบวนเสด็จมาถึงครึ่งทางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ ณ ที่ตรงนั้นเป็นสวนมีชื่อว่า “สวนลุมพินีวัน” เป็นสวนป่าไม้ “สาละใหญ่”

 พระนางจึงได้ทรงหยุดพักพระอิริยาบท (ปัจจุบันคือตำบล “รุมมินเด” แขวงเปชวาร์ ประเทศเนปาล) พระนางประทับยืนชูพระหัตถ์ขึ้นเหนี่ยวกิ่งสาละใหญ่ และขณะนั้นเองก็รู้สึกประชวรพระครรภ์ และได้ประสูติพระสิทธัตถะกุมาร ซึ่งตรงกับวันศุกร์ วันเพ็ญเดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี คำว่า “สิทธัตถะ” แปลว่า “สมปรารถนา”



ดอกตูม


 ในกาลต่อมาพระพุทธเจ้าได้ออกบวชและทรงตรัสรู้และแสดงธรรมเทศนา ในครั้งนั้นเมื่อพระองค์เสวยข้าวมธุปายาสที่บรรจุอยู่ในถาดทองคำของนางสุชาดาแล้ว ได้ทรงอธิษฐานว่า ถ้าพระองค์ได้สำเร็จพระโพธิญาณ ขอให้การลอยถาดทองคำนี้ สามารถทวนกระแสน้ำแห่งแม่น้ำเนรัญชลาได้ เมื่อทรงอธิษฐานแล้วได้ทรงลอยถาด ปรากฏว่าถาดทองคำนั้นได้ลอยทวนกระแสน้ำ จากนั้นพระองค์เสด็จไปประทับยังควงไม้สาละใหญ่ ตลอดเวลากลางวัน ครั้นเวลาเย็นก็เสด็จไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประทับนั่งบนบัลลังก์ภายใต้ร่มเงาต้นโพธิ์ และได้ทรงบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเวลารุ่งอรุณยามสาม ณ วันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี

 ครั้นวันเพ็ญเดือน 8 สองเดือนหลังตรัสรู้ พระพุทธองค์เสด็จมาถึงบริเวณป่าสาละใหญ่อันร่มรื่น ณ อุทยานมฤคทายวันหรืออิสิปตนมฤคทายวัน ทางทิศเหนือใกล้เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ณ ที่นี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนากัณฑ์แรกคือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ พระรัตนตรัยจึงเกิดครบบริบูรณ์ครั้งแรกในโลกนี้ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

 เวลาล่วงเลยมาถึงตอนพระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน  เมื่อมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์สาวก ได้เสด็จถึงเขตเมืองกุสินาราของมัลละกษัตริย์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำหิรัญวดี เป็นเวลาใกล้ค่ำของวันเพ็ญเดือน 6 วันสุดท้ายก่อนการกำเนิดพุทธศักราช ได้ประทับในบริเวณสาละวโณทยาน พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมาก จึงมีรับสั่งให้พระอานนท์ซึ่งเป็นองค์อุปัฏฐากปูลาดพระที่บรรทม โดยหันพระเศียรไปทางทิศเหนือ ระหว่างต้นสาละใหญ่ 2 ต้น แล้วพระองค์ก็ทรงเอนพระวรกายลง ประทับไสยาสน์แบบสีหไสยาเป็นอนุฏฐานไสยา คือการนอนครั้งสุดท้าย โดยพระปรัศว์เบื้องขวา (นอนตะแคงขวาพระบาทซ้ายซ้อนทับพระบาทขวา) และแล้วเสด็จเข้าสู่พระปรินิพพาน


ใบของต้นสาละอินเดีย


 ในตำนานอุรังคนิทานได้กล่าวเอาไว้เหมือนกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จมาโปรดชาวชมพูทวีปนั้น พระองค์ได้เสด็จมาโปรดพญาสุวรรณภิงคารเจ้าเมืองหนองหานหลวงแห่งนี้ด้วย ในกาลนั้นพญาสุวรรณภิงคารและพระอนุชาพญาคำแดงซึ่งครองเมืองหนองหานน้อย(อุดรธานี)ได้นำไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินออกมาต้อนรับพระพุทธองค์อย่างยิ่งใหญ่ หลังจากที่ฟังพระธรรมเทศนาแล้ว พญาสุวรรณภิงคารและพญาคำแดงเกิดเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก จึงถวายตัวเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบไป 

 ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จไปพำนัก ณ ดอยแท่น(พระธาตูภูเพ็ก)พระองค์ได้ชุมรอยพระบาทเอาไว้จำนวนหนึ่ง ณ ริมฝั่งหนองหาน พญาสุวรรณภิงคารและพระนางนารายณ์เจงเวงพระมเหสีจึงสร้างอูบมุงครอบรอยพระบาทเอาไว้ นั่นก็คือบริเวณองค์พระธาตุเชิงชุมในปัจจุบันนี้นั่นเอง (รายละเอียดติดตามอ่านในเอนทรี่-กำเนิดพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป)



 วัดศรีสุมังค์ห่างจากวัดพระธาตุเชิงชุมไม่กี่ร้อยเมตร ผ่านมาสกลนครอย่าลืมแวะชมนะครับ จังหวัดนี้วัดวาอารามเยอะมากถือว่าเป็นเมืองแห่งศาสนาก็ว่าได้ 

 โบราณสถานก็เยอะ 

 ประวัติศาสตร์ก็น่าสนใจ 

 แหนมเนืองก็อร่อยขึ้นชื่อ 

 สาวญวนก็สวย 

 สาวชนเผ่า ญ้อ โย้ย กะเลิง ผู้ไท โซ่  ก็งามหลาย


  “บ่เป็นตาอยากจับอยากบาย  บ่เป็นตาอยากปากอยากเว้านำ  แต่บ่าวไหปลาแดก  ผุขี้ฮ้ายใหญ่..นี่ละเบ๋อ”

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ศ.ศาลาเงียบเหงา วันที่ : 05/12/2010 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/unclewin

พาเดินทางสับสนวนรอบโลก
แต่ก็ไม่วิปโยคหรือโศกเศร้า
เก็บสาระรายทางค่อนข้างยาว
อ่านเรื่องราวแล้วเพลินเจริญใจ..ครับ
......โหวต.......

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปองเพียงหทัย วันที่ : 04/12/2010 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetrypong

ใครว่าไร้สาระ......
เคยไปนั่งตบมือเหมือนแม่ยายมาฯ ที่วัดเบญจมบพิตรค่ะ
ดอกสวย หอมด้วย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ก่อพงษ์ วันที่ : 04/12/2010 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

สวยงามมากครับ ผมเห็นครั้งแรกแปลกใจว่าดอกไม้นี้ไฉนถึงออกดอกที่โคนต้นเช่นนี้ ผลของสาละก็ใหญ่โตราวลูกมะพร้าวด้วย มหัศจรรย์ครับสำหรับต้นไม้ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระบรมศาสดาของเรา

ขอบคุณอย่างยิ่งครับผม

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ไหปลาแดก วันที่ : 04/12/2010 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plardeakdee

ขอบคุณ ผุเป็นดวงดอกไม้บานอยู่กางดง แดดสิออกฝนสิฮวย ให้บานอยู่แนวนั้น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ไหปลาแดก วันที่ : 04/12/2010 เวลา : 09.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plardeakdee

ขอบคุณพี่หมอ กำลังใจ-สายหมอก
และขออนุญาตร้องเพลงให้ฟังเพื่อเป็นการขอบคุณ ฮัลโหลเทสๆๆ.."เสื้อลายตัวนี้ โถ..คนดีใครหนอซื้อให้ ขอจับดูหน่อยได้ไหม นิ่มมือหรือไม่เสื้อลายคนดี" (เพลงสาวเสื้อลายของ แสงสุรี รุ่งโรจน์ ครับ)

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ซันญ่า วันที่ : 04/12/2010 เวลา : 07.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

อ่านประวัติ ต้นสาระ เรื่องพุทธประวัติที่มีสาระ
กับคนไร้สาระ
อ่านเพลิน จบไม่รู้ตัวเลย
ได้สาระ จากต้นไม้ จาก พญานาคา จากธรรมชาติ ต้นไม้ ลักษณะ และเรื่องจิตที่ มีความมหัศจรรย์ ของพลัง อานุ
ภาพที่ยิ่งใหญ่ เราสัมผัสได้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

แม่เลี้ยงเดี่ยวมาให้กำลังใจพ่อเลี้ยงเดี่ยว

ดอกสาละงามหลายหัวตะเคยเห็นี่ละ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ดอกสวยมาก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2010/12/03/entry-1

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor


เอารูปหมอกยามเช้าบ้านพี่ มาฝากจ้าไห
รูปไม่สวย แต่หมอกก็คือหมอกนะ

เย็นแต่ก็น่าสัมผัส

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor

มายามไหปลาแดกคนผุฮ้าย

ให้กำลังใจ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ทำวีรกรรมน้อยๆ ที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจลูกต่อให้สำเร็จอย่างงดงามเด้อ

แม่ยายมาฯชอบดอกสาละมากเลย เพิ่งรู้โดยละเอียดวันนี้เอง ว่านอกจากพระพุทธเจ้าประสูติที่ใต้ต้นนี้แล้ว ยังแสดงธรรมครั้งแรกและดับขันธ์ปรินิพพานที่ใต้ต้นสาละด้วย
ดอกสาละหอม และ แม่ยายมาฯชอบไปตบมือใกล้ๆดอก นัยว่าจะให้ดอกร่วง..เพราะมีคนหลอก เอ๊ย..บอกว่าตบมือใส่ให้ดอกร่วง แสดงว่ามีบุญ
แต่ทำเท่าไหร่ ดอกก็ไม่เคยร่วงสักที ร้อนถึงหลวงพี่ในวัด คงนึกว่าแม่ยายมาฯ อยากได้ ต้องลงมาเด็ดให้ ๕๕๕

โหวตแล้วนะไห

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน