*/
  • ไหปลาแดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jeeradar_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 135
  • จำนวนผู้ชม : 383224
  • จำนวนผู้โหวต : 180
  • ส่ง msg :
  • โหวต 180 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม 2554
Posted by ไหปลาแดก , ผู้อ่าน : 1315 , 15:51:38 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน rosawan , แม่ยายมากับตามี และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้















ไปเที่ยวกรุงเทพมา.. 

 ไม่มีใครถามหรอก..แต่อยากบอก

 

 ก่อนปีใหม่เล็กน้อยแอบหนีลูกไปเที่ยวกรุงเทพมหานคร เพราะได้รับการเชื้อเชิญจากเพื่อนฐานะค่อนข้างดีคนหนึ่งที่โน่น พูดให้ตรงจุดก็คือ..เขาออกตังค์ให้นั่นแหละ ไหปลาแดกไม่มีปัญญาซื้อตัวเครื่องบินไป-กลับ สกลนคร-กรุงเทพฯ หรอกครับ เอาแค่รถปรับอากาศ ป.2 ยังต้องลังเลใจเล้ย 

 เลี้ยงลูกมาสิบสามปีเต็ม น้อยครั้งจะได้จากลูกข้ามคืน 

 ไม่ใช่ว่าผมรักลูกผูกจิตขนาดไม่อยากจากไปไหนหรอกนะครับ โปรดอย่าได้ให้เครดิตผมขนาดนั้น แต่ที่ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับคนอื่นเพราะ ลูกเราสุขภาพไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขา 

 ครับ..ไอ้ลูกคนนี้มันเป็นโรคภูมิแพ้มาตั้งแต่เกิด หรืออาจแพ้มาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ของมันก็ไม่รู้ มันแพ้ไปเสียทุกอย่าง เช่น

 

 แพ้นมวัว ดื่มไม่ได้ ดื่มแล้วท้องจะอืดไม่ถ่ายไปอีกราวหนึ่งอาทิตย์ แล้วก็จะปวดท้อง ตามมาด้วยตัวร้อนจี๋แทบลุกเป็นไฟ ต้องไปหาหมอในทันที บางครั้งหอบลูกไปโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านราว47กิโลเมตร ตอนสี่-ห้าทุ่ม 

 นี่ไม่ยังไม่ได้เอ่ยถึงช่วงที่หอบหิ้วกันไปในช่วงหน้าฝนนะ คิดดูเถอะว่ามันจะทุลักทุเลขนาดไหน

 

 แพ้ใบไม้ โดยเฉพาะใบไผ่ จะเป็นผื่นขึ้นมาทันตาเห็น ที่บ้านมีต้นไผ่อยู่สามสุมใหญ่ๆ กะว่าจะเอาไว้กินหน่อและขายเอาเงินไปซื้อรถเบ็นซ์ แต่เห็นสภาพลูกแล้ว ตัดใจจ้างคนมาฟันทิ้งทั้งสามสุม

 

  แพ้ยุง ยุงกัดที่ไหนจะเป็นตุ่มขึ้นมาขนาดใหญ่ คัน เกา และเปื่อยเป็นแผลลุกลามไปเรื่อยๆ

 

 แพ้ผงซักผ้า อันนี้น่ารำคาญ แม้ว่าตอนนี้มันอายุ13ปีแล้ว เวลาซักผ้ายังต้องซักด้วยน้ำยาซักผ้าอ้อมเด็กอยู่เลย แล้วก็ต้องล้างอีกหลายน้ำ จนการประปาค่อนขอดว่า..อยู่กันแค่สองคนใช้น้ำยังกะอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ๆ

 

 แพ้เหงื่อ ตอนเป็นเด็กบริเวณรอบๆคอ จะเป็นผื่นแดงๆแบบถาวรเลย ผิวสากๆเหมือนคางคก บางทีนึกว่าเป็นลูกคางคกมาเกิดเสียอีก นั่งนึกอยู่หลายวันว่าเราเผลอไปมีเพศสัมผัสกับคางคกตอนไหนหรือเปล่า นอกจากจับมันมาขูดท้องเอาเลขเด็ด 

 สงสารลูกเพราะผื่นแดงๆจะมีน้ำใสๆตรงหัวมัน และมันคันมาก พอเกาแล้วมันก็เปื่อยลุกลามไปอีก

 

 แพ้อากาศ เป็นหวัดง่าย ขี้มูกไหลย้อยลงมาตรงแก้ม..อุ๊ย น่ารักเชียวลูกเรา ตัวร้อนบ่อย ทุกครั้งจะต้องไปจบที่คลินิกหมอหรือโรงพยาบาล 

 พูดถึงเรื่องแพ้อากาศนี่ คนที่เป็นโรคนี้น่าสงสารนะครับ เพราะผมเองก็เป็น เวลาช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูจมูกมันจะไวมาก พอได้กลิ่นแปลกปลอมจากที่เคยสัมผัสเคยหายใจ มันจะจาม จามแบบว่า..โคตรจาม คือจามติดๆกันเป็นสิบๆครั้ง จนต้องขอร้องจามว่า..นายอย่าพึ่งจามอีกได้ไหม จามจนหมดเรี่ยวหมดแรง จนอยากจะไปนอนโรงพยาบาลให้พยาบาลสาวๆสวยๆคอยปรนนิบัติให้รู้แล้วรู้รอด

 

 นี่ว่าด้วยเรื่องแพ้ล้วนๆครับ ถ้าใครมีลูกแบบนี้ จะกล้าปล่อยไว้กับคนอื่นไหมละครับ..เฮ้อ

 เคยถามลูกเหมือนกันว่า..

 “เฮ๊ย มาร์กซ์ ในชีวิตของนาย นายเคยชนะอะไรมั่งไหมฟะ?”

 ลูกตอบสวนมาในทันทีแบบไม่ต้องสิ้นเปลืองความคิดว่า..

 “ก็ชนะพ่อไง?”

 อืมม์ น่าจะจริงของมันแฮะ

 

 ตั้งแต่ลูกยังไม่เกิด จนมีลูกตัวเล็กตัวน้อยเป็นของตัวเองแล้ว ผมหาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างแบบไม่ประจำการ คล้ายๆรถโดยสารไม่ประจำทางนั่นแหละครับ คือรับจ้างเป็นครั้งคราวไป 

 อยู่มาวันหนึ่ง..มีสาวเจ้านางหนึ่ง ซัดเซพเนจรมาจากไหนไม่รู้ มายื่นข้อเสนออันมิอาจปฏิเสธให้กับเราว่า..จะให้เป็นพ่อของลูก จะเอาไหม? เรารึก็แสนดีใจเพราะจะได้มีเมียไว้กอดนอนกะเขาสักที ก็เลยรับทำ..อุ๊ย น่าเกลียด 

 โบราณว่า มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน พอหล่อนหลอกกินไข่แดงเราหมดสิ้นแล้ว เหลือไว้แต่ไข่ขาวและไข่ด้าน หล่อนก็ทิ้งขว้างเราไปแบบไม่มีเยื่อใย แถมทิ้งลูกไว้ให้เจ็บใจอีกหนึ่งคน แล้วก็มานั่งก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูกคนเดียวงกๆ ดู้..ดูมันทำ  

 

 นอกจากรับจ้างทั่วไปแล้ว ยังพอมีสติปัญญาหาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนและทำหนังสือขาย ต้องขึ้นล่องกรุงเทพอย่างน้อยเดือนละครั้ง ส่วนมากจะหอบลูกไปด้วยทุกครั้ง เพราะขับรถไปกันเองสองพ่อลูก เป็นทัวร์นกขมิ้นเล็กๆ 

 อยากแวะที่ไหน..แวะ 

 อยากกินอะไรที่ไหน..กิน

 อยาก ข..ที่ไหน..ข 

 อยากแวะจีบแม่ค้าริมทางร้านไหน..จีบ 

 เพื่อเป็นการไม่ประหมาท นัดแนะกับลูกว่า หากมีผู้ชายหน้าตาถมึงทึงเดินถือมีดเล่มโตออกมาจากหลังร้าน ให้รีบแจ้นขึ้นรถโดยด่วน ฮ่าๆ

 

 พักหลังนี้ ผมเป็นโรคเบื่อกรุงเทพฯแบบว่า..ขั้นรุนแรง อย่าว่าแต่ให้เข้าไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯเลยครับ แค่หันหน้าไปทางกรุงเทพผมยังท้องผูกตั้งหลายวัน กรุงเทพตอนนี้กับเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน มันต่างกันมาก พูดอีกก็ถูกอีก

 ยกตัวอย่างเช่น ตรง35โบว์เมื่อก่อนเป็นสามแยก(ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อสามแยกไฟฉาย) ไม่มีสี่แยกตรงไปนครชัยศรีเหมือนในปัจจุบันนี้ ห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้าก็พึ่งเปิดดำเนินการใหม่ๆ ถือว่าทันสมัยมากในยุคนั้น มีบันไดเลื่อน มีลิฟย์แก้วสามารถมองเห็นสะพานพระปิ่นเกล้าได้งดงามแท้ เดินมาหน่อยเป็นร้านอาหารไก่ย่างอภิชาต โอ้โห..ดังมาก  

 ด้านหลัง35โบว์เป็นทุ่งนาและสวนผลไม้ ผมมีเพื่อนที่เป็นชาวสวนที่นั่นคนหนึ่งชื่อตุ้ม ตอนเย็นหลังเลิกงานผมมักจะไปนอนเล่นที่บ้านสวนของตุ้ม ไปนอนฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาฮุบเหยื่อในลำคลอง ไปนั่งฟังนอนฟังตุ้มเล่นกีตาร์ ตอนนั้นเริ่มฟังเพลงฝรั่งแล้ว พวก eagles scorpions beegees abba และอีกหลายวง 

 

 ตอนเป็นเด็กหนุ่มรุ่นไก่กระทง ผมเข้ามากรุงเทพครั้งแรกไม่รู้จักแม้กระทั่งหมอชิต(หากท่านติดตามอ่านเอนทรี่บ้านทุ่งโซไซตี้ ก็พอจะได้เค้าว่า ผมเข้ากรุงเทพพร้อมกันกับสีลา ทุ่งโสน) เพราะเข้าใจเอาเองว่าหมอชิตคือเจ้าของรถโดยสารคันที่ผมนั่งมา พอมาถึงกรุงเทพก็เลยต้องมาจอดหน้าบ้านหมอชิตซึ่งเป็นเจ้าของรถ แต่พอมาถึงหมอชิตจริงๆ หมอชิตกลับไม่ใช่หมอ กลายเป็นสถานีขนส่งไปเสียฉิบ ผมถึงกับอุทานเป็นภาษาต่างประเทศว่า..

 “ฮ่วย..มันคือเป็นจังสี้” 

 นี่เป็นครั้งแรกที่บินได้เหมือนนก ผมตื่นเต้น-หวั่นไหว เหมือนเด็กนักเรียนจะไปโรงเรียนเป็นครั้งแรกในชีวิต มันตื่นเต้นตั้งแต่ตื่นนอนและเริ่มแต่งชุดนักเรียนแล้ว ผมก็เช่นกัน มันตื่นเต้นตั้งแต่เดินเข้าสนามบินเลยทีเดียว ความจริงเคยมารับญาติและเพื่อนที่สนามบินหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่นๆ เพราะเรากำลังจะได้ขึ้นเรือบินเป็นครั้งแรก

 เมื่อคืนลูกแซวพ่อว่า 

 “daddyครับ เช็คดูกรมธรรม์ประกันชีวิตละเอียดดีหรือยังว่า หมดมันอายุวันไหน แล้วเตรียมยาดมยาหม่องแก้เป็นลมวิงเวียนไปด้วยนะ ถุงก๊อบแก๊บสักสองสามใบ..เผื่ออ้วก รู้ว่าตัวเองกลัวความสูงต้องเตรียมตัวให้พร้อมนั่งเครื่องบินนะไม่ใช่นั่งรถยนต์ กัปตันเขาไม่พาพ่อแวะปั๊มน้ำมันหรอกนะจะบอกให้ 

 ชิชะ เจ้าลูกคนนี้มันช่างพูดดีแท้ พ่อเลยให้มะกอกนอกฤดู หนึ่งลูก

 

 พอถึงเวลาเช็คตั๋ว เราก็ไปต่อแถวตามคนอื่น มีเจ้าหน้าที่สนามบินมาตรวจตั๋วและกระเป๋าสัมภาระ ของคนอื่นไม่มีปัญหา แต่ของเราถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษเพราะไม่เหมือนชาวบ้านเขา สัมภาระผมมีลังกระดาษซึ่งข้างในบรรจุไหใบเล็กๆปิดผนึกอย่างดีไว้ บวกกับหน้าตาผมไม่ส่อแววว่าจะมีปัญญานั่งเครื่อง เขาเลยสงสัยกันไปใหญ่  

 เจ้าหน้าที่ถามว่า..

 “ในนั้นมีอะไรครับคุณ..” เขาคงคิดว่าเป็นกล่องระเบิดมั้ง

 ผมก็ตอบไปด้วยน้ำเสียงและหัวใจใสซื่อว่า.. 

 “เป็นไหปลาส้มครับ ปลาส้มจากลำน้ำสงคราม ซื้อมาจากบ้านท่าบ่อ อำเภอศรีสงคราม ทำจากปลาปากตัวโตๆเชียว เอาไปฝากเพื่อน ที่นั่นเขาขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์ปลาน้ำจืดนะครับ เป็นสินค้าโอทอประดับห้าดาวของจังหวัดเชียวนา.. จะเปิดให้ดูดีไหมครับ..หรือจะแบ่งเอาไปชิมสักตัวสองตัวก็ยังไหว”

 ผมเอื้อมมือทำท่าจะเปิดให้ดู เจ้าหน้าที่ร้องเสียงหลงว่า..อย่า

 

 ผ่านการตรวจตรงจุดนั้นแล้ว เขาก็ให้มานั่งพักในห้องอีกห้องหนึ่ง บรรยากาศเหมือนคนไข้รอเข้าห้องตรวจ ห้องนั้นสามารถมองเห็นรันเวย์สนามบินได้ไกลสุดสายตา ผมพยามสะกดอารมณ์ไม่ให้แตกตื่น วางฟอร์มให้นิ่งเข้าไว้ มีคำกล่าวไว้ว่า..พิธีการและบุคลิก สามารถทำให้คนเราเป็นใหญ่ได้ ไอ้ใหญ่น่ะผมไม่ห่วงหรอก เพราะทุกวันนี้ก็ปาเข้าไป81กิโลกรัมแล้ว แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น เราต้องทำให้คนอื่นๆเห็นว่า..เฮ๊ย ไอ้เครื่องบินลำเล็กๆขี้ประติ๋วนี่ ข้านั่งบ่อยๆจนตูดด้านหมดแล้วเฟ้ย แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกว่ามีเหงื่อซึมออกที่ฝ่ามือ 

 ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงหวีดหวิวค่อนข้างดังมาก ดังมาจากทางรันเวย์ อึดใจเดียวก็เห็นเครื่องบินลำเล็กๆโฉบลงมาจากบนฟ้า แตะพื้นรันเวย์ ก่อนชลอความเร็วลง แล้วค่อยๆวิ่งตะหลุยๆเลี้ยวมาเทียบใกล้ประตูอาคารผู้โดยสาร

 คนที่โดยสารมากับเครื่องทยอยกันลงมา ไอ้ที่จะเตรียมขึ้นเครื่องก็เริ่มเคลื่อนไหว ผมหรี่ตามอง สังเกตกิริยาของคนอื่นแล้วทำตามอย่างแนบเนียน เข้าทำนองเห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง เด๊ะเลย

 

 เมื่อขึ้นไปนั่งอยู่บนเครื่องเรียบร้อยแล้ว พนักงานบริการบนเครื่องเอาอาหารว่างมาแจก เป็นพวกคุกกี้ ผมโบกมือปฏิเสธ ปฏิเสธที่จะรับชุดเดียว แอบกระซิบพนักงานว่า..ขอสองชุดจะเอาไปฝากลูก

 พอถึงเวลาเครื่องบินเริ่มเคลื่อนที่ไปยังรันเวย์ พนักงานบนเครื่องประกาศผ่านไมค์

 “ท่านผู้โดยสารทุกท่านโปรดทราบ ขณะนี้ทางสายการบิน “เม็ดก๋วยจี๊แอร์เวย์” กำลังจะพาท่านเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านรัดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัยค่ะ”

 ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า รัดเข็มขัดนิรภัยบนเครื่องบินมันช่วยให้ปลอดภัยตรงไหน เวลาเครื่องตกรัดหรือไม่รัดก็ตายอยู่ดี หรือว่าเวลามันตกศพจะได้ไม่กระเด็นไปไกลงั้นหรือเปล่า เออ..ถ้าเป็นรถยนต์วิ่งบนถนนก็ว่าไปอย่าง

 แต่ถึงกระนั้น ผมก็กระตือรือร้นรัดเป็นคนแรก

 

 ทีนี้ มาดูอีตอนมันวิ่งขึ้นบนฟ้าบ้าง หลังจากที่รัดเข็มขัดเรียบร้อยหมดทุกคนแล้ว พนักงานก็ประกาศแสดงความขอบอกขอบใจผู้โดยสารที่มาใช้บริการกับทางสายการบิน และหวังว่าทุกท่านคงมีความสุขกับการบิน อะไรประมาณนั้น

  แต่ในใจผมกำลังนึกถึงคุณพระคุณเจ้า พ่อแก้วแม่แก้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก นึกถึงผีไร่ผีนา ผีป่าผีเขา ผีเชื้อผีแถว ผีเย้าผีเรือน ผีปู่ตา เทวดาอารักษ์ ให้ช่วยปกป้องคุ้มครอง ขอให้45นาทีแห่งการเดินทางโดยเครื่องบินหนนี้ ไปถึงจุดหมายด้วยความปลอดภัยด้วยเถิด..เพี้ยง แล้วก็เอามือลูบหัว 

 คนที่นั่งเบาะติดกัน มองหน้าผมแบบกึ่งขำกึ่งสมเพช เขาคงหัวเราะและค่อนขอดในใจว่า..ไอ้หมอนี่คงนั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรกแหง๋ๆ ถึงกับร่ายเวทย์มนต์เล่นของขลังเล่นไสยศาสตร์กันเลยนะ

 ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่ออีก เครื่องบินก็กระชากตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วก็เชิดหัวขึ้น ผมหรี่ตามองทางหน้าต่าง ความสูงเริ่มไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ เห็นบ้านคนเท่าหัวไม้ขีดไฟ 

 

 เวลาผ่านไปหลายนาทีจนเครื่องบินอยู่ในระดับความสูงปกติ พนักงานบนเครื่องคนเดิมก็ประกาศผ่านไมค์อีกครั้ง เพื่อให้ผู้โดยสารปลดเข็มขัดนิรภัยออกได้ 

 จะว่าไปแล้วเหมือนเทวดากลั่นแกล้ง หลังจากปลดล็อกเข็มขัดได้ไม่ถึงห้านาที เครื่องบินก็เกิดอาการสั่นไปทั้งลำ พนักงานแจ้งว่า..

 “ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะเครื่องตกหลุมอากาศเดี๋ยวก็หาย” 

 โอย..ผมตกใจไปแล้วจะทำไงล่ะ เอาคืนไม่ได้นะ ตกแล้วตกเลย ผมเกร็งไปทั้งตัว 

 เมื่อสภาพอากาศเข้าสู่ภาวะปกติ พนักงานก็เริ่มเสิร์ฟกาแฟ น้ำอัดลม ผมกินอะไรไม่ลง อยากให้45นาทีเดินทางมาถึงเร็วๆ อยากลงไปเหยียบผืนดินให้หายคิดถึงเสียที และบอกกับตัวเองว่า..ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวในชีวิต ไม่เอาอีกแล้วนั่งเครื่องบิน ถ้าจะตายทั้งทีขอตายแบบขาเหยียบดินดีกว่า

 เครื่องบินมาได้ครึ่งทาง พนักงานคนเดิมคว้าไมค์มาประกาศอีกครั้ง..

 “ตอนนี้เรากำลังบินอยู่เหนือเขาใหญ่จังหวัดนครราชสีมาค่ะ อีกยี่สิบห้านาทีโดยประมาณเราก็จะถึงสนามบินสวรรณภูมิแล้วค่ะ ขอให้ทุกท่านช่วยกันสวดมนต์ภาวนาให้เราเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิด้วยความปลอดภัย” ฮ่าๆ ประโยคหลังไหฯเติมเอาเอง

 โห อีกตั้งยี่สิบกว่านาทีเชียวเหรอ จอดให้ลงตรงปากช่องนี่ได้ไหม  จะต่อรถโดยสารไปเอง ยี่สิบนาทีบนฟ้าอะไรก็เกิดขึ้นได้นะเออ

 

 ตอนนี้ดวงตะวันกำลังจะเลือนหายไปจากฟ้าแล้ว บนนั้น..ท้องฟ้าเป็นสีส้มอมแดงสวยงามจับใจ แวบหนึ่งในความรู้สึก..ปรากฏใบหน้าใครบางคนแจ่มชัด นี่ถ้าไหฯมีคนรู้ใจนั่งเคียงข้างอาจทำให้กลัวตายน้อยลงกว่านี้ 

 มีก้อนเมฆจับกันเป็นกลุ่มๆขนาดเล็ก เป็นรูปหมี รูปปลาวาฬ รูปใบหน้าคน ใบหน้าปีศาจ และรูปอื่นๆอีกตามแต่จินตนาการจะพาไป แม้จะกลัวแสนกลัวผมก็ยังอุตส่าห์รวบรวมความกล้ามองออกไปนอกหน้าต่าง หวังจะพบเห็นนางฟ้าสักคน 

 ในที่สุดก็มาถึงเหนือน่านฟ้าสนามบินสุวรรณภูมิเสียที พนักงานประกาศให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดก่อนเครื่องจะร่อนลง ขณะที่เครื่องกำลังค่อยๆหย่อนตัวลง ภาพความวุ่นวายยามค่ำคืนของกรุงเทพฯค่อยปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ

............... 

คิดถึงลูกจัง ป่านนี้จะกินข้าว เข้านอน รึยังน้อ..









อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
rosawan วันที่ : 28/01/2011 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rosawan
AT  THE  END  OF  THE  STORM  THERE'S  A  GOLDEN  SKY.

อ่านจบ
อ้าว ยังไม่ยอมลงจากเครื่อง
จะเขียนต่อเมื่อไหร่คะ

เขียนอ่านสนุกค่ะ ชอบ
โหวตให้การรอคอยตอนต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 28/01/2011 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor

ไปบอกน้องจิ้มให้แล้วนะ..ว่าไหฝากบอกว่าปลวกขึ้นบล็อกน่ะ
น้องจิ้มหัวเราะ บอกว่าให้หนูหายเหนื่อยก่อน
(สงสัย น้องจิ้มไปวิ่งมาราธอน มาแน่เลย)

และพี่ก็เอาลิ้งค์เรื่องนี้ ไปวางขายให้เพื่อนบล็อกคนอื่นเข้ามาอ่านเข้ามาฮาด้วย

ไหอะไรเอ่ย..ฮาระเบิด

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ครูหวด วันที่ : 28/01/2011 เวลา : 05.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangkom

ไม่ยักรู้ว่านายเป็น "พ่อฮ้าง" แต่อย่าง "เป็นพ่อฮ้างบ่ห่างคือกระทอ บ่ห่วนส่ำตอไม้ดอก..."
วันที่เจอกัน ณ แก่นนคร(บ้านเกิดอ้าย) กะมีธุระด่วนต้องกลับ เลยบ่ได้นอนคุยกัน ทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์จองห้องใกล้กันแล้ว เอาไว้โอกาสหน้าเน้อ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 27/01/2011 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor



ชอบมากเลย เป็นบุญตา บุญสมองที่ได้อ่านเรื่องราวดีดีแบบนี้
สนุก ชอบ โดนใจคนโอนไปเอนมา เอ๊ย..คนตรงไปตรงมาอย่างพี่ เพราะไม่ต้องแปล อ่านแล้วไม่ต้องขบคิด เข้าใจง่าย
ฮากับมุขตลก อีกหลายยก...

อยากนั่งโหวตซ้ำซากอยู่ตรงนี้แหละ

สวัสดีจ้าไห รีบมาเขียนให้พี่อ่านอีกไวๆ จ่ายค่าโหวตแล้วจ้า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 18/01/2011 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

ไหฯมีวุฒิภาวะทางใจต่ำมากจ๊ะ สาว คริๆๆ
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

คือกันละ อิ๊ๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 15/01/2011 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สำนวนอ้าย
อ่านม่วนอีหลีครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
tatuk วันที่ : 14/01/2011 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

สำนวนอย่างนี้
บก.ต่วยตูนคงชมชอบเป็นพิเศษเนาะ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
โสกา วันที่ : 14/01/2011 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sotaya
ฉันจะขับกล่อม จิตใจภายใต้แสง แห่งดวงเดือน

มาเมืองฟ้าอมร ไม่แวะเยี่ยมเยือนกานเลย
เลยไม่ได้เลี้ยงข้าว วันหน้าส่งข่าวมาล่วงหน้าหน่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
โสกา วันที่ : 14/01/2011 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sotaya
ฉันจะขับกล่อม จิตใจภายใต้แสง แห่งดวงเดือน

มาเมืองฟ้าอมร ไม่แวะเยี่ยมเยือนกานเลย
เลยไม่ได้เลี้ยงข้าว วันหน้าส่งข่าวมาล่วงหน้าหน่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
โสกา วันที่ : 14/01/2011 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sotaya
ฉันจะขับกล่อม จิตใจภายใต้แสง แห่งดวงเดือน

มาเมืองฟ้าอมร ไม่แวะเยี่ยมเยือนกานเลย
เลยไม่ได้เลี้ยงข้าว วันหน้าส่งข่าวมาล่วงหน้าหน่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนปางยาว วันที่ : 13/01/2011 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonpangyao
พเนจร ส.สะพานขาว 

สวัสดีครับ แวะมาทักทาย..ขอเป็นเพื่นอนด้วยคน (เผื่อวันข้างหน้าจะได้กินปลาส้มมั่ง อิอิ..) และขอเป็นกำลังใจให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 13/01/2011 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

เม็ดก๋ยวจี๊ แอร์เวย์ ว่าติ ค่าตั๋ว ท่อได๋ละ

สิไปลองจักเทือ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน