• สิปาง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : si_pangs@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-14
  • จำนวนเรื่อง : 76
  • จำนวนผู้ชม : 193234
  • ส่ง msg :
  • โหวต 249 คน
เส้นสาย ลายฝัน
ศิลปะ สีสันแห่งชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/plas
วันอังคาร ที่ 26 เมษายน 2554
Posted by สิปาง , ผู้อ่าน : 4019 , 15:50:08 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน chompoopookha , สิปาง โหวตเรื่องนี้

วันนี้เปิด http://www.google.co.th/ เห็นภาพนกสวยๆ ก็เลยสงสัยว่าวันนี้เป็นวันอะไร ทำไมต้อง

มีภาพนมากมาย  คลิ๊กเข้าไปดู

เลยรู้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดครบรอบวันเกิด 226 ปี

ของ John James Audubon จิตรกรภาพนก ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

อ่านแล้วน่าสนใจดี ก็เลยเอามาให้อ่านกันค่ะ

John James Audubon

......................................

ในมุมมองของชาว Kentucky ประเทศสหรัฐอเมริกา John James Audubon

 คืออัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ ที่สามารถวาดภาพนกต่างๆ ได้เหมือนจริง

และเป็นนักธรรมชาติวิทยา

ที่ถือกำเนิดและศพถูกนำมาฝังที่รัฐนี้

แต่ ณ วันนี้ ภาพนกที่ Audubon วาด กลับถูกนักปักษีวิทยาวิเคราะห์พบว่ามีลักษณะ

ท่าทางที่ผิดธรรมชาติ จนไม่น่าจะบินได้

ปริศนาที่ตามมาคือ เหตุใดสังคมในอดีตจึงพากันยกย่อง และชื่นชม Audubon

โดยไม่ได้ตระหนักในความบกพร่องนี้เลย

........

J. J. Audubon เกิดเมื่อปี 1785 (ตรงกับรัชสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช)

ที่เมือง Saint-Domingue บนเกาะ Haiti บิดาเป็นกัปตันเรือชาวฝรั่งเศสที่พูดภาษาอังกฤษ

ไม่คล่อง ส่วนมารดาชื่อ Jean Audubon เพราะบิดา มารดามิได้สมรสกันตามกฎหมาย

ดังนั้น Audubon จึงเป็นลูกนอกสมรส ในวัยเด็กบิดาได้นำลูกชายไปใช้ชีวิตที่เมือง Nantes

ในฝรั่งเศส โดยให้พำนักกับญาติฝ่ายบิดา

Audubon เป็นเด็กที่มีเสน่ห์ จึงเป็นที่ชื่นชมของทุกคนที่พบเห็น

 แต่เขาเป็นคนที่มีนิสัยไม่รับผิดชอบ และเรียนหนังสือไม่เก่งเลย

จากวิชาที่เรียนทั้งหมด Audubon ทำคะแนนได้ดีเพียงวิชาเดียว คือ วิชาวาดรูป

 บิดาจึงส่งไปฝึกการวาดภาพที่ปารีส นาน 6 เดือนที่สตูดิโอของ Jacques Louis David

เมื่ออายุครบ 18 ปี Audubon ถูกเรียกตัวเข้ารับการเกณฑ์ทหาร

แต่รู้สึกไม่ต้องการรบกับใคร จึงขอบิดาให้ส่งตัวกลับอเมริกา เพื่อไปทำงานที่ฟาร์มในเมือง

 Mill Grove ที่ตั้งอยู่ใกล้ Philadelphia ในระยะแรก Audubon ได้ฝึกทำนา

 แต่ไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่างานทำนาหนัก จึงหันไปเรียนธุรกิจแทน แต่ไม่ชอบอีก

เพราะมีการคำนวณรายได้และรายจ่าย ในที่สุดจึงหนีไปใช้เวลาออกป่าล่าสัตว์

 และตกปลา จนอายุ 20 ปี ก็ได้เข้าพิธีสมรสกับ Lucy Bakewell


นก curlew จะงอยปากแหลม
................

เมื่ออายุ 23 ปี Audubon กับภรรยาได้เดินทางไปที่รัฐ Kentucky
เพื่อทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนชื่อ
 Ferdinand Rozier แต่ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่เศรษฐกิจอเมริกากำลังตกต่ำ
 ธุรกิจของ Audubon กับเพื่อนจึงล่ม นี่เป็นสาเหตุหนึ่ง แต่อีกสาเหตุหนึ่งคือ
 Audubon ไม่เคยใส่ใจและทุ่มเทเวลาทำธุรกิจเลย เพราะเขาใช้เวลาส่วนใหญ่
 
ดูนกในป่า ร้องเพลง เต้นรำ และเล่นดนตรีเวลาอยู่ในเมือง จนได้รับฉายาว่าเป็นคนเจ้าสำราญ
 และเมื่อธุรกิจล้มเหลวเพราะมีหนี้สินมากมาย Audubon จึงถูกศาลพิพากษา
ให้เป็นคนล้มละลาย ทำให้ต้องหางานอื่นทำ เพื่อการดำรงชีวิต และได้ตัดสินใจ
เลือกงานเป็นจิตรกรภาพเหมือนและเป็นครูสอนศิลปะให้คนที่มีฐานะดี

ในช่วงเวลานั้น Audubon ได้มีโอกาสพบ Alexander Wilson
ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในการวาดภาพนก และรู้สึกอยากวาดภาพนกบ้าง
เพราะตระหนักว่าตนสามารถวาดภาพนกได้สวยสมจริงกว่า Wilson
 จึงได้ทุ่มเทเวลาวาดภาพนกที่มีขนาดเท่าตัวจริงมากมาย เพื่อนำออกขาย
และตีพิมพ์ในวารสาร American Ornithology ที่มี Wilson เป็นบรรณาธิการ
แต่ Wilson ปฏิเสธการสนับสนุน

Audubon จึงต้องหาโรงพิมพ์ที่จะจัดพิมพ์ภาพนกที่ตนวาด
 แต่ไม่มีบริษัทใดในอเมริกาสนใจ
 Audubon วัย 41 ปี ผู้ต้องการเงินจึงตัดสินใจเสี่ยงโชค โดยการเดินทางไปอังกฤษ
 และได้พบกับ William Lizars ที่เมือง Edinburgh ผู้รู้สึกชื่นชมผลงานภาพของ
 Audubon มากจึงตอบตกลงจัดพิมพ์หนังสือภาพนกให้



เมื่อหนังสือ The Birds of America ออกวางตลาดในอังกฤษ

 ชาวอังกฤษได้พากันซื้อหนังสือ และชื่นชมภาพของนกที่ Audubon วาด

จนไม่ทันข้ามคืน ชื่อของ Audubon บุรุษโนเนมจาก Philadelphia

ก็ได้กลายเป็นเซเลบฯ ที่คนอังกฤษทุกคนรู้จัก

เมื่อภาพนกที่ Audubon ได้วาดสะสมมาหมด Audubon จึงเดินทางกลับอเมริกา

 เพื่อวาดภาพเพิ่มเติม คราวนี้เขาตั้งใจวาดภาพนกที่อาศัยอยู่ในรัฐ

Florida และ Maine โดยมีลูกชาย 2 คน มาช่วยวาด จากนั้นก็เดินทางกลับอังกฤษ

เพื่อเผยแพร่ภาพนกอีก

เมื่อหนังสือภาพขายดี Audubon ก็มีฐานะดีขึ้นและมีชื่อเสียง

ทำให้มีเพื่อนที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันมากมาย เช่น Baron Cuvier,

 Sir Walter Scott, Daniel Webster และประธานาธิบดี Jackson เป็นต้น



John 
John James Audubon
---------------------

ในปี 1844 Audubon วัย 59 ปี ได้เรียบเรียงหนังสือชื่อ

Viviparus Quadrupeds of North America ผลงานด้านธรรมชาติวิทยาของนก

และสัตว์สี่เท้านี้ได้ทำให้ Audubon ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกของ Royal Society

ดังนั้น Audubon จึงเป็นชาวอเมริกันคนที่สอง ต่อจาก Benjamin Franklin

ที่ได้เป็น F. R. S.

เมื่ออายุ 61 ปี สุขภาพของ Audubon ได้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว

 และเสียชีวิตในปี 1851 ขณะอายุ 66 ปี

หลังจากที่ Audubon เสียชีวิตไปแล้ว George Bird Grinnell ผู้เคยเป็นศิษย์ของภรรยา

 Audubon ได้จัดตั้งสมาคม National Audubon Society ขึ้นมา ซึ่งยังคงอยู่จนทุกวันนี้

ในการศึกษาผลงานที่ Audubon ได้ทิ้งไว้เป็นมรดกพบว่ามีดังนี้

คือ หนังสือชุด The Birds of America (1827-1838) ขนาดใหญ่ 39 x 29 นิ้ว 4 เล่ม

มีภาพนก 1,065 ภาพ เป็นนก 440 สปีชีส์ และหนังสือชุด

 Ornithological Biography of 1831-1839 จำนวน 5 เล่ม

ที่มีการแสดงกายวิภาคศาสตร์ของนกบางสปีชีส์ด้วย ส่วนหนังสือ

 Birds of America (1840-1844) นั้น แสดงภาพนกที่พบใน Florida และ Missouri


นกกาเหว่า
------------------



สำหรับภาพนกที่ Audubon วาดนั้น นักปักษีวิทยาได้พบว่า

ขนในภาพมีสีซีดกว่านกตัวจริง แต่ก็มีรายละเอียดใกล้ความจริงพอสมควร

ทั้งๆ ที่ในสมัยนั้น Audubon ไม่มีกล้องถ่ายรูปใช้

แต่เขาก็สามารถเห็นส่วนปลีกย่อยต่าง ๆ ของนกได้มาก

ซึ่งการที่ Audubon ทำได้นี้เพราะกว่าจะวาดภาพนก

ได้แต่ละตัวเขาต้องฆ่านกตายเป็นร้อย

 แล้วเอาซากมาเสียบด้วยลวดแหลมเพื่อนำไปปักบนกิ่งไม้

จากนั้น Audubon ก็จัดท่าทางของนกที่ตายแล้วให้

ดูเสมือนว่ากำลังเกาะกิ่งไม้อยู่ จนได้ที่แล้วจึงลงมือวาด

ด้วยเหตุนี้ ท่าทางของนกที่ Audubon วาดจึงไม่ใช่ลักษณะที่เป็นธรรมชาติ

 การไม่มีกล้องถ่ายรูปทำให้ Audubon ไม่รู้ว่านกจริง ๆ

 เกาะกิ่งไม้หรือโผบินอย่างไร

เมื่อชื่อเสียงโด่งดังขึ้น ผู้คนต้องการซื้อภาพนกมากขึ้น Audubon

 จึงต้องผลิตภาพวาดให้เร็ว และมากพอต่อความต้องการ

 ด้วยเหตุนี้ภาพวาดในระยะหลังจึงแสดงความรีบร้อนในการวาด

 และรายละเอียดของนกลดลง ทำให้ Audubon ต้องหันมาจ้างจิตรกรผู้ช่วยหลายคน

 โดยให้จิตรกรผู้ช่วยวาดภาพฉากหลังของนก

 แต่ไม่ให้วาดภาพตัวนก และเมื่อภาพอยู่ในสภาพพร้อมขาย

 โลกก็รู้จักภาพนั้นว่าเป็นภาพของ Audubon


นก mockingbird กับงู
-----------------------



การวิเคราะห์ภาพนกต่าง ๆ ที่ Audubon วาดยังแสดงให้เห็นจุดบกพร่องหลายจุด เช่น

บริเวณตานก ซึ่งภาพหนังตามักอยู่ในสภาพคลายตัว

ทั้งนี้เพราะนกต้นแบบเป็นนกที่ตายแล้ว สำหรับลักษณะการเกาะกิ่งไม้และการบิน

ก็ไม่เป็นตามธรรมชาติ เพราะในบางภาพ Audubon

ได้วาดให้นกบินเหมือนคนเต้นรำ ทั้งนี้เพราะ Audubon

เองชอบและสอนเต้นรำ ดังเช่นภาพนก mockingbird 4 ตัว ที่กำลังจะตก

เป็นเหยื่อของงูจงอาง อันเป็นภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Audubon

ซึ่งนักปักษีวิทยาได้วิเคราะห์ว่าภาพนี้ผิดธรรมชาติ เพราะงูจงอาง

ไม่เลื้อยต้นไม้ และเขี้ยวงูไม่งอ (ในภาพเขี้ยวงูโค้งงอ) สำหรับตาดำของ

งูมีลักษณะกลม (ในภาพตาดำไม่กลม) ส่วนนกทั้ง 4 ได้พยายามจะบินจิกงู

ซึ่งไม่เป็นธรรมชาติเลย

สำหรับหนังสือ Ornithological Biography นั้นหนา 3,000 หน้า

และเรียบเรียงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่ Audubon ไม่ถนัด

 จึงต้องอาศัยนักวิชาการคนอื่นมาเขียนให้ แต่ Audubon ก็ไม่ได้อ้างถึงผลงานของใคร

เสมือนกับว่าสิ่งที่เขียนเป็นความรู้ที่ตนพบเป็นคนแรก ดังนั้น

ข้อมูลที่นำเสนอจึงไม่ถูกต้อง 100%

ถึงกระนั้นในภาพรวม ผลงานทั้งหมดก็นับว่าสำคัญ เพราะ Audubon

ได้นำชีวิตนกนอกบ้านมาให้ผู้คนชื่นชมกันในบ้าน ผลงานนี้ยังแสดงให้เห็นว่า

Audubon ค้นพบนกสปีชีส์ใหม่ถึง 23 สปีชีส์ การบรรยายเกี่ยวกับนกทำ

ให้รู้วิธีหาอาหารถิ่นอาศัย

และธรรมชาติของนก แต่เหนือสิ่งอื่นใด Audubon คือบุคคลที่รักนก

และความรักนี้ได้ทำให้คนทั้งโลกรักและชื่นชมนกด้วย







 






J.J. Audubon in later years
-----------------------------------

หนังสือหายาก Birds of America เปิดประมูลที่สถาบันโซเธอร์บีเมื่อวันอังคาร

 ขายได้ราคาถึง 6.5 ล้านปอนด์ หรือ 10,270,000 ดอลลาร์

ให้กับนักสะสมที่ไม่เผยนาม เป็นหนังสือราคาแพงที่สุดในโลก

โดยเมื่อสิบปีก่อน หนังสืออีกเล่มที่มีสภาพสมบูรณ์เปิดประมูลขายได้

 8.8 ล้านดอลลาร์ เป็นสถิติในเวลานั้น

นี่เป็นหนังสือของจอห์น เจมส์ ออดูบอง ผู้เป็นทั้งศิลปินและนักธรรมชาตินิยม

 ตีพิมพ์เมื่อปี 1827 โดยใช้แม่พิมพ์สีขาวดำ แล้ววาดสีด้วยมือ

รวบรวมภาพนกขนาดเท่าของจริงถึง 435 ชนิด บนแผ่นกระดาษขนาด 2 ฟุตคูณ 3 ฟุต

ออดูบองซึ่งตายเมื่อปี 1851 ท่องไปในป่าทั่วอเมริกาพร้อมกับปืนไรเฟิล

 ผู้ช่วยหนึ่งคน และกระดาษวาดเขียน ยิงนกแล้วก็เอามาแขวนเป็นแบบวาด

เขาหาช่างพิมพ์ในอเมริกาไม่ได้ ต้องลงเรือไปอังกฤษ เพื่อไปพิมพ์หนังสือ

ที่ลอนดอนและเอดินเบิร์ก ใช้เวลาทั้งหมด 12 ปีกว่าจะพิมพ์และวาดสำเร็จ

ปัจจุบันมีหนังสือ Birds of America เหลืออยู่ในสภาพสมบูรณ์ 119 เล่ม

 โดย 108 เล่มอยู่ในพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด หนังสือที่เอาออกมาขาย

เป็นของลอร์ดเฮสเกธ ซึ่งตายเมื่อปี 1955 โดยยังมีหนังสือ First Folio

ของเช็คสเปียร์ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 1623 เพียง 750 เล่ม ปัจจุบันเหลือเพียง 219 เล่ม

 ในการประมูลครั้งนี้ขายได้ 1.3 ล้านปอนด์ หรือ 2.05 ล้านดอลลาร์

Birds of America แพงที่สุดในโลกสำหรับหนังสือที่ตีพิมพ์ แต่ยัง

ไม่เท่าสมุดบันทึกด้วยลายมือของลีโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งมีอยู่เล่มเดียว 72 หน้า

ขายได้ 31 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 1994 โดยผู้ซื้อชื่อ บิล เกตส์




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชบาตานี วันที่ : 27/04/2011 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ขอบคุณสำหรับความรู้อันแน่นปึ๊ก!!!!

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BlueHill วันที่ : 27/04/2011 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เห็นที่มาของภาพที่บอกว่่า ต้องฆ่านกเป็นร้อยเพื่อนำมาเป็นแบบภาพวาด

ผมคงไม่กล้าชื่นชมแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chompoopookha วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากเลยค่ะ เพิ่งเคยได้ยินชื่อศิลปินท่านนี้เป็นครั้งแรก...ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิปาง วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plas

(ไม่เกี่ยวกะเอนทรี่)
คิดถึงเช่นกันค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

(ไม่เกี่ยวกะเอนทรี่)

จะบอกว่า คิดถึงคร้าบบบบบบบบบบบบบ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit


อ่านจนครบทุกตัวอักษร ได้ทั้งความรู้ และความรู้สึก ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]


เรื่องนี้เขียนเป็นอย่างไรบ้าง
ดีมาก
99 คน
ดี
13 คน
พอใช้
2 คน
ห่วย
2 คน

  โหวต 116 คน