• Plin
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rethinker@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-19
  • จำนวนเรื่อง : 165
  • จำนวนผู้ชม : 233852
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
ด้านที่สามของเหรียญ
พื้นที่ในจินตนาการสำหรับสหายทางความคิด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/plin
วันอาทิตย์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by Plin , ผู้อ่าน : 1836 , 14:22:24 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

<<ตอนที่แล้ว

ตอนต่อไป>>




ในช่วงบ่ายของวันนี้ (5 มีนาคม พ.ศ. 2550) คณะของเราก็ไปเที่ยวกันต่อที่สุสานจักรพรรดิไคดิงห์

จักรพรรดิไคดิงห์ (Khải Định) (พ.ศ. 2428 - 2468) ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 12 ของราชวงศ์เหงียน ขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2459 โดยการสนับสนุนจากฝรั่งเศส ทั้งนี้เป็นเพราะในช่วงนั้น เวียดนามเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ฐานะจริง ๆ ขององค์ไคดิงห์ก็คือ ผู้ปกครองอันนัม โดยทางฝรั่งเศส (ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคม) ได้แบ่งเวียดนาม (อาณานิคม) ออกเป็นสามส่วน มี ตังเกี๋ย (Tonkin) ทางตอนบน อันนัม (Annam) ในตอนกลาง และ โคชินจีน (Cochinchina) ทางตอนใต้

พระองค์ทรงให้ความร่วมมือกับทางเจ้าอาณานิคมในการต่อต้านขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชกลุ่มต่าง ๆ จนถูกกล่าวหาว่า พระองค์นั้นขายชาติ แม้แต่โฮจิมินห์ เองก็ยังเขียนบทละครขึ้นเพื่อล้อเลียนพระองค์ในทำนองว่า แม้จะดูยิ่งใหญ่ มีชีวิตที่หรูหรา แต่ก็ไม่มีพลังอำนาจอันใด เพราะเป็นเพียงหุ่นเชิดของฝรั่งเศสเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีเรื่องที่เป็นขี้ปากชาวบ้าน มาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ "รสนิยมทางเพศ" ของพระองค์ ไกด์ชาวเวียดนามของเราถึงกับพูดว่า "พระองค์ไม่ทรงโปรดอิสตรี" ขนาดใน wikipedia ยังเขียนไว้ว่า According to his concubine Ba Phi, who described him as "not interested in sex" and "physically weak".

แม้แต่องค์รัชทายาท ซึ่งต่อไปจะเป็นจักรพรรดิบ๋าวด๋าย (Bảo Đại) จักรพรรดิ์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เหงียน ก็ถูกร่ำลือกันว่า ไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิไคดิงห์



อย่างไรก็ตาม ถ้าจะมาเยือนสุสานของพระองค์แล้วคิดแต่เรื่องพวกนี้ คงจะไม่เป็นการดีกระมัง



จักรพรรดิไคดิงห์ทรงมีพระราชดำริ ให้สร้างสุสานแห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2463 พระองค์เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2468 สุสานแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2474 ในรัชสมัยของจักรพรรดิบ๋าวด๋าย ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 11 ปี

รูปแบบนั้น เป็นการผสมผสานศิลปะแนวตะวันออกและตะวันตก สุสานสร้างอยู่บนเนินเขา มีบันไดขึ้นไป และมีลานพักเป็นชั้น ๆ ประมาณ 5 ชั้น





ในชั้นนี้จะเป็นลานกว้าง ซึ่งทั้งสองข้าง ซ้ายและขวา จะมีรูปปั้นตุ๊กตาหิน ตั้งเรียงรายอยู่ มีทั้งช้าง ม้า ขุนนางต่าง ๆ เพื่อรักษาและคอยรับใช้ดวงวิญญาณของจักรพรรดิไคดิงห์





ที่ชั้นเดียวกันนี้ ตรงกลางจะมีลักษณะเป็นศาลบูชา ภายในมีแผ่นศิลาจารึกคำสดุดีตั้งไว้


เมื่อขึ้นมาอีกชั้น แล้วมองย้อนลงไป



เมื่อขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นลานชั้นบนสุด แล้วมองย้อนลงไป










ที่ลานชั้นบนสุดนี้ ยังมีอาคารอีกหลังตั้งอยู่ ซึ่งต้องขึ้นบันใดอีกจึงจะถึงประตูทางเข้า





ในอาคารนี้แบ่งเป็นหลายห้อง บางห้องตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเป็นรูปร่างต่าง ๆ





มีห้องหนึ่ง ตั้งรูปหล่อสำริดของพระองค์ในพระอริยาบถยืนไว้กลางห้อง







และในห้องนี้ก็แขวนพระบรมฉายาลักษณ์ไว้ที่ผนังโดยรอบด้วย





แต่ห้องที่สำคัญที่สุดจะเป็นห้องที่มีรูปหล่อสำริดปิดด้วยทองขนาดเท่าองค์จริง ในพระอริยาบถนั่ง บนแท่นสูง และบนเพดานจะมีภาพวาดชื่อ "มังกรในม่านเมฆ" อยู่ (ในห้องนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ถ่ายภาพไว้ แต่ถ่ายเป็น VDO Clip แทน)



ว่ากันว่า ภาพมังกรในม่านเมฆ นี้ จิตรกรวาดขึ้นโดยใช้ "เท้า" วาด จักรพรรดิไคดิงห์ทรงกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิต แต่ก็มีผู้ทูลทัดทานว่า ถ้าไม่มีจิตรกรผู้นี้แล้ว คงยากที่จะหาผู้ที่มีความชำนาญในการวาดภาพให้งดงามขนาดนี้ได้อีก อย่างไรก็ตามเหตุผลที่จิตรกรวาดภาพโดยใช้เท้านั้น บ้างก็อธิบายว่าเป็นเพราะความถนัดในการใช้เท้า บ้างก็ว่าเป็นการเลี่ยงที่จะเอาเท้าชี้ลงมาทางด้านล่าง เวลามีผู้เดินทางมาตรวจงาน

ส่วนพระบรมศพของพระองค์นั้น ถูกฝังอยู่ลึกลงไปใต้แท่นสูงในห้องนี้ นั่นเอง

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ประชาชนบางส่วนในสมัยนั้นไม่นิยมในองค์พระจักรพรรดิ จึงมีความกังวลกันว่าฝ่ายต่อต้านกลุ่มต่าง ๆ อาจจะบุกเข้ามาขุดสุสาน และทำลายพระบรมศพ และ ขโมยเอาของมีค่าไป สำหรับในกรณีนี้ มีเรื่องเล่าอยู่ว่า ครั้นจักรพรรดิไคดิงห์ทรงทราบจึงตรัสว่า (อันนี้เป็นสำนวนของไกด์ชาวเวียดนาม)

"ฉันไม่คิดว่า จะมีใครใจแข็งพอที่จะทำลายสุสานที่มีความงดงามมากถึงขนาดนี้ได้หรอกนะ"



แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตาม แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี สุสานแห่งนี้ก็ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ค่อนข้างมาก รอดพ้นจากการถูกทำลาย ไม่ว่าประเทศเวียดนามจะได้ผ่านศึกสงครามและกลียุค มาแล้วหลายครั้ง


<<ตอนที่แล้ว

ตอนต่อไป>>




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
boran-new วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tain

มีที่มาที่จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Plin วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plin

เห็นครับผม

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มารูโกะ วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

ขึ้นไปชั้นบนสุดแล้วมองเห็นเสือกับมังกรไหมคะ...
ชอบภาพพระธำมรงค์ค่ะ เพราะไม่ได้สังเกตขนาดนี้เลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
akkhapons วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/investor
My Link: http://www.oknation.net/blog/eastism

ขอขอบคุณที่นำชมครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
feng_shui วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

วิจิตร อลังการ สมการรอคอย
ประวัติศาสตร์เวียดนามไม่ค่อยจะได้ยินได้อ่านมากนัก ข้าพเจ้าอาจเก็บรายละเอียดได้ไม่มากนัก แต่ชอบงานคุณPin
หายไปนานเลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Nozz วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

อยากให้ทางรัฐบาลของเวียดนาม ทำโครงการคล้ายๆ กับ Unseen in Thailand เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ชาวต่างชาติ ให้รู้จักเวียดนามมากขึ้น เหมือนกับประเทศไทยเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

สวยงามและชัดเจนครับ

ประวัติศาสตร์เวียดนาม มีความลึกลับแต่ก็มีการศึกษากันอย่างกว้างขวาง


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

วิธีเล่น ลูกข่างพื้นเมืองของชาวเหนือ

มีคนนำลูกข่างนี้มาให้ข้าพเจ้าเมื่อคราวที่ยังทำงานที่เชียงใหม่ เนื่องจากว่าแปลกดี จึงบันทึกวิธีเล่นไว้

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



[ Add to my favorite ] [ X ]