• Plin
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rethinker@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-19
  • จำนวนเรื่อง : 165
  • จำนวนผู้ชม : 233850
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
ด้านที่สามของเหรียญ
พื้นที่ในจินตนาการสำหรับสหายทางความคิด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/plin
วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม 2551
Posted by Plin , ผู้อ่าน : 4841 , 16:29:43 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

<<ตอนที่แล้ว

ตอนต่อไป>>





จากเมืองฮอยอัน พวกเราเดินทางย้อนกลับมาที่ดานัง (หลังจากที่นั่งรถผ่านไปโดยยังไม่ได้แวะเยี่ยมชม) เพื่อขึ้นเครื่องบินไปเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนจะไปสนามบิน พวกเราแวะกันที่พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจาม (Museum of Cham Sculpture) กันก่อน

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1915) โดย อองรี ปาร์มองติเอร์ (Henri Parmentier) นักประวัติศาสตร์ศิลปะจาม และ หัวหน้าแผนกโบราณคดีของ สำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (École française d'Extrême-Orient) เพื่อเก็บรวบรวมประติมากรรม ศิลปะวัตถุ จากแหล่งโบราณคดีต่าง ๆ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณาจักรจามปาอันรุ่งเรือง

ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส คือ Delaval กับ Auclair ซึ่งได้ประยุกต์เอาองค์ประกอบในศิลปะจาม มาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส ในตอนแรกสร้างไว้ไม่ใหญ่นัก แต่ต่อมามีการค้นพบโบราณวัตถุมากขึ้น จนในราวปี พ.ศ. 2478 (ค.ศ. 1935) ต้องขยายอาคารออกไปอีก และทำพิธีเปิดเป็นทางการในปีต่อมา โดยในตอนนั้นใช้ชื่อว่า Musée Henri Parmentier



เมื่อผ่านประตูทางเข้า ก่อนถึงอาคารจะเห็นรูปสลักอยู่ทั้งสองข้างยืนอยู่ ข้าพเจ้าฟังไกด์ไม่ทัน ไม่ทราบว่าคืออะไร แต่ข้าพเจ้าเข้าใจว่า น่าจะเป็นหินที่สลักเป็นรูปเทพทวารบาล ซึ่งตามคติความเชื่อนั้น จะสร้างไว้ที่ประตูทางเข้าออก เพื่อช่วยปกป้อง รักษาสถานที่



อาณาจักรจามปา เป็นอาณาจักรโบราณในช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 (บ้างก็ว่าตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 เพราะ ในช่วงแรก ความสัมพันธ์กับอาณาจักร Lâm Ấp ยังไม่ชัดเจน) ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นตอนกลาง และ ตอนใต้ของเวียดนามปัจจุบัน มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14-15



หลังจากนั้นอาณาจักรจามปาก็ค่อย ๆ เสื่อมถอยลง มีศึกสงครามกับอาณาจักรไดเวียด (Đại Việt) ทางเหนือ และ เขมรทางใต้ ตลอด แพ้บ้างชนะบ้าง (ที่ชนะนี่ก็เคยบุกไปถึงนครวัดมาแล้ว แต่ส่วนใหญ่ช่วงหลัง ๆ จะแพ้)

ปี พ.ศ. 2014 (ค.ศ. 1471) จักรพรรดิ์เลถั่นตอง (Lê Thánh Tông) ของเวียดนามสามารถตีเมืองหลวงของอาณาจักรจามปาแตกได้ และในที่สุด จักรพรรดิ์มิงห์หม่าง (Minh Mạng) ก็ผนวกดินแดนส่วนที่เหลือของจามปาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนาม กลืนชาติชาวจามไปในปี พ.ศ. 2375 (ค.ศ. 1832)



วัฒนธรรมของอาณาจักรจามปานั้น ได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งไศวนิกาย (ซึ่งบูชาพระศิวะ) มาตั้งแต่ต้น ศาสนาพุทธนิกายมหายานมีอิทธิพลเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ในราวพุทธศตวรรษที่ 14 แต่หลังจากนั้นศาสนาฮินดูก็กลับมาเป็นศาสนาหลักอีกครั้ง

ศาสนาอิสลามเริ่มเข้าสู่อาณาจักรจามในพุทธศตวรรษที่ 15 จากการค้าขายกับชาวอาหรับ แต่ก็ไม่แพร่หลายมากนัก ศาสนาฮินดูยังคงเป็นศาสนาหลักอยู่ แต่ต่อมาหลังจากที่อาณาจักรจามแพ้เวียดนามในปี พ.ศ. 2014 (ค.ศ. 1471) ศาสนาอิสลามก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้น จนกระทั่งในราวพุทธศตวรรษที่ 22 ราชวงศ์ของกษัตริย์แห่งจามปาก็ยอมรับนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งก็ยิ่งทำให้ประชาชนทั่วไปนับถือศาสนาอิสลามมากขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันนี้ แม้ว่าชาว(เวียดนามเชื้อสาย)จามส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ทว่า สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมฮินดู
นั้น ก็ยังคงมีอิทธิพลกับชาวจามอยู่ค่อนข้างมาก



พิพิธภัณฑ์ชั้นบนจะมีภาพแสดงชีวิตของชาวจามในปัจจุบัน ข้าพเจ้าแวะขึ้นไปชมในส่วนนี้ก่อน (ภาพถ่ายใน blog entry นี้ก็ถ่ายจากภาพถ่ายที่แสดงในห้องนี้อีกที)







จะเห็นได้ว่า ชาวจามมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนกับชาวเวียดนามส่วนใหญ่เลย ออกจะคล้าย ๆ ทางกัมพูชา และ ทางอีสานบ้านเราด้วยซ้ำ







ทางพิพิธภัณฑ์จะแสดงศิลปวัตถุในห้องต่าง ๆ ตามยุคสมัยของอาณาจักรจามปา ซึ่งโบราณวัตถุทั้งหมดที่มีมากกว่า 300 ชิ้นนี้ ผู้เข้าชมสามารถถ่ายรูปได้

ข้าพเจ้าขอแสดงภาพให้ชมเป็นบางส่วนเท่านั้น



ศิวลึงค์ หรือ รูปนิมิตแทนองค์พระศิวะ ซึ่งทำเป็นรูปคล้ายอวัยวะเพศชาย เป็นศิลปวัตถุที่พบได้ทั่วไปในวัฒนธรรมฮินดู



แต่อันที่เป็นเอกลักษณ์ของประติมากรรมจาม ที่มีแนวการสร้างที่ไม่มีแม้แต่ในอินเดีย (เค้าว่ามาแบบนี้นะ ข้าพเจ้าไม่เคยไปอินเดียเหมือนกัน เคยไปแต่ศรีลังกา) คือการสร้างศิวลึงค์ศิลาบนฐานโยนีทรงกลม แล้วรองรับด้วยฐานสี่เหลี่ยมอีกชั้นหนึ่ง เรียกว่าเป็นศิลปะแบบจ่าเกี่ยว (Trà Kiệu) มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 16



ที่รอบฐานสี่เหลี่ยม ทางหนึ่งสลักเป็นภาพนูนต่ำ เป็นนางอัปสรกำลังร่ายรำ



ลองมองดูอีกครั้ง ที่ด้านหนึ่งของฐานสี่เหลี่ยม สลักภาพนูนต่ำเล่าเรื่องราวของคนผู้หนึ่งกำลังยกคันธนูขึ้น ผู้รู้ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ในรามเกียรติ์ ตอนที่พระรามยกธนูโมลี (หนักพันแรงคนยก) และพบรักกับนางสีดา



บางครั้ง ที่ฐานโยนีรูปกลมนั้น จะสลักตกแต่งเป็นรูปหน้าอกของสตรีไว้โดยรอบ





รูปสลักหินในศิลปะแบบจ่าเกี่ยว (Trà Kiệu) อีกชิ้นที่แนะนำ คือ The Trà Kiệu Dancer เป็นนางอัปสร กำลังร่ายรำในท่าที่มือซ้ายไปทางขวาของลำตัว มือขวาหักข้อศอก งอเข่าย่อตัวลง





หินสลักรูปครุฑ ศิลปะแบบเถิบเหมิ่ม (Thap Mam) สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 17



หินสลักรูปมังกร ในศิลปะแบบเถิบเหมิ่ม ซึ่งในจุดนี้แสดงถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมเวียดนาม ซึ่งบูชามังกรเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์



พวกเราอยู่ที่นี่กันไม่ถึงชั่วโมง (ประมาณ 40 นาทีได้) ก็ต้องรีบเดินทางไปที่สนามบินดานัง (Đà Nẵng International Airport )







จุดหมายถัดไปคือ โฮจิมินห์ซิตี้ หรือ ไซ่ง่อน





<<ตอนที่แล้ว

ตอนต่อไป>>




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

น่าไปเที่ยวนะคะ ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

วิธีเล่น ลูกข่างพื้นเมืองของชาวเหนือ

มีคนนำลูกข่างนี้มาให้ข้าพเจ้าเมื่อคราวที่ยังทำงานที่เชียงใหม่ เนื่องจากว่าแปลกดี จึงบันทึกวิธีเล่นไว้

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]