• Plin
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rethinker@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-19
  • จำนวนเรื่อง : 165
  • จำนวนผู้ชม : 233852
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
ด้านที่สามของเหรียญ
พื้นที่ในจินตนาการสำหรับสหายทางความคิด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/plin
วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน 2551
Posted by Plin , ผู้อ่าน : 1495 , 22:32:01 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ข้าพเจ้าได้รับบทความนี้จากอาจารย์ดำรง ทาง e-mail หลังจากอ่านดูแล้วเห็นว่าน่าสนใจ จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อที่นี่ ซึ่งอาจารย์ดำรงได้อนุญาตแล้ว

อนึ่ง บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2551 โดยในส่วนที่มีการอ้างคำกล่าวของท่านเจ้าคุณประยุทธ์ (พระพรหมคุณาภรณ์) นั้น อาจารย์ดำรงได้ขอท่าน ฯ ตรวจสอบแก้ไขแล้ว



เราจะสร้างฉันทะให้เกิดขึ้นในเด็กไทยได้อย่างไร ?

ดำรง ลีนานุรักษ์
มหาวิทยาลัยแม่โจ้



เพื่อนอาจารย์ที่แม่โจ้ถามหลังจากอ่านบทความเรื่อง “ไอน์สไตน์ว่า โรงเรียนต้องฟูมฟักฉันทะของเด็กนักเรียน” (มติชนรายวัน ๒๑ มค. ๒๕๕๑) ว่า “แล้วเราจะสร้างฉันทะให้นักศึกษาแม่โจ้ได้อย่างไร?”

วันนี้คิดว่าจะตอบคำถามเพื่อนอาจารย์ได้ดีกว่าที่เคยตอบ ด้วยได้ไปกราบท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ และโชคดีที่มีโอกาสได้ฟังท่านฯสนทนาธรรมกับคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลในเรื่องเกี่ยวกับฉันทะและแรงจูงใจต่อการศึกษา ถึงแม้ที่ได้รับฟังจะเป็นส่วนท้ายๆแล้ว

ตอนหนึ่งท่านฯได้กล่าวไว้มีใจความว่า เรื่องหนึ่งที่น่าเสียดายที่บางส่วนได้เขวไป นั่นคือเรื่อง การจัดการศึกษาของเด็กแบบ เล่นและเรียน หรือ Play and Learn เพราะใจของเด็กชอบเล่นชอบสนุก สุดท้ายเป้าหมายซึ่งคือการเรียนเลยเขวไปเป็นการเล่นและเสพความสนุกแทน ในแง่การเรียนนั้นครูต้องทำตัวเป็นกัลยาณมิตรที่สร้างแรงจูงใจที่ถูกต้องที่จะน้าวโน้มให้เด็กสนใจในวิชาที่เรียนให้เห็นคุณค่าในตัวความรู้ที่จะได้ เพื่อให้เด็กได้ใช้ศักยภาพของเขาในการคิดไตร่ตรองเอาใจใส่ การที่เด็กมีความสนใจไฝ่เรียนเพื่อให้ได้ความรู้ ก็คือการสร้างฉันทะให้เกิดขึ้นในตัวเด็กนั่นเอง ที่สำคัญควรที่จะได้ปลูกฝังเด็กให้มองกว้าง คิดไกล ใฝ่รู้ สู้สิ่งยาก และต้องให้รู้จักคิดแบบมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมนั่นคือคิดแบบเพื่อสังคม

ได้ถามท่านฯต่อว่า ถ้าอย่างนั้น ด้วยความอยากเล่นของเด็กเพื่อเสพความสนุกจัดเป็นตัณหา ก็แปลว่าวงการศึกษาไทยเรากำลังเอาตัณหามาล่อเป็นแรงจูงใจให้เด็กเรียนหนังสือ ? ท่านฯว่า ก็นั่นนะซิ มันจะเขวไป ถ้าความสนุกนั้นไม่ได้มาช่วยให้เกิดความสนใจในตัววิชา ก็คือความล้มเหลว

หลังจากกราบลาท่านมา ได้ไตร่ตรองครุ่นคิดต่อว่าถ้าอย่างนั้นวงการศึกษาของเราน่าจะทำบาปครั้งใหญ่ต่อลูกหลานไทยเราที่ไปเอาหลักเรื่องนี้ตามฝรั่งมา เพราะตามหลักปฏิจจสมุปบาท ท่านว่า ...เวทนาเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน... เมื่อนำมาอธิบายปัจจยาการของ ความชอบเล่นเพราะสนุกและเมื่อเสพเสวยเวทนานี้แล้วเกิดปิติเกิดความสุข ก็จะทำให้เกิดความอยาก(ตัณหา)โหยหาที่จะหามาเล่นอีก และความอยากนี้ก็จะเป็นปัจจัยต่อให้เกิดความยึดมั่นถือมั่นโดยมีตัวตนของตัวเองเป็นแกนเป็นที่ตั้ง ซึ่งใจของเด็กก็จะเหมือนเสพติดการกระตุ้นด้วยการเล่นนี้ นั่นคือความสำคัญของการเล่นมาก่อน เล่นไปแล้วใจก็โหยละห้อยวนเวียนแต่การเล่น ถึงแม้บางรูปแบบหรือบางโมดูลของการเล่นและเรียนได้ถูกออกแบบมาดูแล้วเหมือนมีประสิทธิผล แต่ต้องไม่ลืมว่ากลไกนี้เป็นการฟูมฟักตัณหาของเด็กให้ฟอกโตฝังรากลึกเข้าไปในจิตใจ นั่นคือต้องกระตุ้นตัณหาของเด็กเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้เด็กเรียน ที่จะติดตัวนอนเนื่องเป็นอนุสัย

ที่ท่านฯแนะนำว่าต้องสอนเด็กให้คิดใหญ่ คิดไกล ไฝ่รู้ สู้งานยาก เป็นการสอนให้เด็กได้ใช้ศักยภาพความเป็นมนุษย์ในเรื่องของการเรียนรู้ไปในด้านบวก ซึ่งนอกจากเป็นการสร้างหรือปลูกฝังวิถีคิดให้พุ่งไปในทางบวก ที่ช่วยให้เขามองเห็นโลกอย่างรู้เท่าทันมากขึ้น และดำเนินชีวิตที่เป็นประโยชน์ได้อย่างถูกต้องไม่เป็นโทษต่อทั้งตนเอง ครอบครัว คนรอบข้าง และกว้างไกลออกไปนั่นคือต่อสังคม ทั้งนี้ในวิถีชีวิตของปุถุชนที่ต้องวนเวียนอยู่ในวัฏฏะสงสาร หรือจะว่าไปแล้ว โลกของเรากลับไปเอาตัณหาเป็นแกนที่ผลักดันให้คนเราต้องเดินตามหรือยึดตาม ที่เห็นง่ายๆชัดเจนก็คือเรื่องเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์อย่างทั่วหน้า ก็มีแกนหลักของทฤษฎีที่เอาความอยาก(ตัณหา)ของมนุษย์เป็นตัวตั้ง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเหตุปัจจัยที่กระตุ้นหรือทำให้เกิดหรือก่อให้ตัวสภาวะตัณหามีขึ้น มีอยู่ดาษดื่นและชินชาจนกลับกลายเป็นเห็นเป็นธรรมดาในสังคมในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้เท่าทัน การเสริมสร้างให้เด็กมีหลักคิดที่เป็นบวก หรือการออกแบบระบบการเรียนของเด็กในโรงเรียนที่เอื้อต่อการฟูมฟักฉันทะจึงจะต้านกระแสโลกได้

เชื่อว่านักการศึกษาไทยเราคงจะต้องมาทบทวนกันใหม่ว่า หลักและเนื้อหาของพระพุทธศาสนาของเราซึ่งเป็นเรื่องของการศึกษาโดยแท้ และเป็นการศึกษาเพื่อการพัฒนามนุษย์ตั้งแต่ระดับหยาบในระดับกายจนลึกซึ้งถึงระดับจิตใจที่หยั่งถึงยาก ทำไมหลักการเหล่านี้ไม่ถูกปรับใช้ในวงกว้าง ทำไมบทบาทของครูในฐานะกัลยาณมิตราจึงจางลงและพร่องไป ทำไมกลไกการเรียนรู้ที่เป็นศักยภาพที่สำคัญของมนุษย์ที่มีอยู่ในปัจเจกที่เรียก โยนิโสมนสิการ จึงกลายเป็นศัพท์แปลกหูที่ต้องถามกันต่อว่าแปลว่าอะไร แล้วเราจะไปสร้างไปฟูมฟักให้เกิดฉันทะในตัวเด็กได้อย่างไร ในเมื่อเราวางน้ำหนักให้ตัณหาเป็นแรงจูงใจต่อการเรียนของเด็กโดยไม่รู้เท่าทัน

ท่านนักการศึกษาโดยเฉพาะผู้บริหารฯระดับสูงของกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งส่วนใหญ่เคยกราบท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์มา เคยนิมนต์ท่านกล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับการศึกษาหลายครั้ง พิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการศึกษา การสร้างจริยธรรมฯ ของท่านแจกจ่ายก็เยอะ น่าจะถึงเวลาไปกราบขอรบกวนท่านปรึกษาเพื่อปรับรื้อระบบการเรียนการสอนตรงนี้ใหม่ ถึงท่านฯจะมีสุขภาพไม่ค่อยจะดีแต่เชึ่อว่าท่านฯมีเมตตาและฉันทะที่จะยังประโยชน์แก่พหูชนในกรณีนี้






แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

วิธีเล่น ลูกข่างพื้นเมืองของชาวเหนือ

มีคนนำลูกข่างนี้มาให้ข้าพเจ้าเมื่อคราวที่ยังทำงานที่เชียงใหม่ เนื่องจากว่าแปลกดี จึงบันทึกวิธีเล่นไว้

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]