• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 280888
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
PluralWorld
เรื่อยเปื่อยกับภาพยนตร์และเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pluralworld
วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม 2552
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 2802 , 18:36:21 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

Genre : Sci-Fi/Action

Director : James Cameron

Actors : The Na’vis, Sam Worthington, Sigourney Weaver, Stephen Lang, Michelle Rodriguez, Giovanni Ribisi

 

 

เข้าใจว่าเพื่อนๆ ส่วนใหญ่คงได้ไปดูกันมาแล้ว กับเรื่องราวการผจญภัยบนดาวแพนดอร่าอันสวยงามสุดยอดของทหารผ่านศึกขาพิการ เจค ซัลลี่ ในหนังเรื่องเยี่ยม Avatar สำหรับผม บอกได้เลยว่าเป็นหนังที่ผมได้ “Sit back, Relax and Enjoy” อย่างแท้จริง

 

Avatar ย้ำโลกภาพยนตร์อีกครั้งว่า James Cameron คือเจ้าพ่อในเรื่องเทคโนโลยีการสร้างภาพด้วยคอมพิเตอร์ (Computer-Generated Imagery ย่อว่า CGI หรือ CG) และยังคงเป็นนักทำหนัง Action ฟอร์มมหึเบอร์หนึ่งของโลกอยู่นั่นเอง นี่ขนาดนอนกบดานทำตัว Low Profile มานานถึง 12 ปี แต่กับหนัง Action ที่ได้ดูมาตลอดช่วงนี้ ก็ยังไม่เห็นผู้กำกับหนังแอ็คชั่นคนใดในฮอลลีวู้ดสามารถโค่นเขาลงจากทั้ง 2 บัลลังก์ที่ว่าได้เลยสักคน

 

ส่วนหนึ่งคงต้องยกความดีความชอบให้กับงาน CG ทั้งหลาย เพราะตั้งแต่หนัง The Terminator ไล่ไป Aliens, The Abyss, True Lies, T2, Titanic จะเห็นว่า CG ที่ James Cameron ใช้นั้นล้ำกว่ายุคนั้นๆ เสมอ (บทหนัง Avatar นี้ Cameron เขียนเสร็จหลายปีแล้ว แต่ต้องเก็บไว้เพื่อรอให้เทคนิค CG สามารถทำอย่างที่เขาต้องการได้ก่อน) และขาดไม่ได้เลยในการเล่าเรื่องแบบเขา แต่ CG คงเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเล่าเรื่องของเขาเท่านั้นเอง เพราะสิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นบทหนังที่แข็งแกร่งของเขาเอง จำได้ว่าตอนหนัง Titanic เข้า ผมตีตั๋วเพราะอยากเห็นเรือไททานิคที่สร้างโดย CG ว่าจะเนียนเหมือนที่โปรโมทไหม แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดจากหนังกลับเป็นเรื่องราวความรักที่โศกซึ้งของแจ๊คกับโรส ใน T2 ผมก็จำได้ว่าเขาโปรโมท CG อันสุดยอดของหุ่นโลหะเหลวกันยกใหญ่ แต่สุดท้ายความมันส์ของหนังก็กลบเทคนิคการสร้างหุ่น T-1000 ไปจนหมด หรือกับ True Lies ผมก็สนุกและฮาไปกับเรื่องผัวเมียตีกันมากกว่าเครื่องบินรบ Harrier ซะอีก ดังนั้นเชื่อขนมกินได้ว่าหนังของ James Cameron มีอะไรมากกว่าแค่ CG และความบันเทิงดาษๆ เสมอ และกับเรื่อง Avatar นี้ก็เช่นกัน

 

หนังพาเราไปสู่อนาคตในปี 2154 เล่าเรื่องราวของทหารพิการเจค ซัลลี่ ที่ถูกคัดตัวจาก RDA บริษัทรับเหมาทำเหมืองแร่บนดาวแพนดอร่าให้เข้าโครงการ Avatar (อวตาร หมายความถึงการจุติใหม่ตรงตามฮินดู) ซึ่งคือโครงการย้ายร่างโดยย้ายจิตจากร่างของตัวเองเข้าไปสิงในร่างของมนุษย์ดาวแพนดอร่าตัวสีฟ้าหน้าเหมือนแมวที่เรียกว่าชาวนาวี ซึ่งมีหัวหน้าทีมคือ ดร.เกรซ ออกัสทีน (Sigourney Weaver นางเอกเก่าของ Cameron ในหนัง Aliens เป็นการ Casting ที่ฉลาดครับ เพราะเห็นเธอแวบแรกก็รู้สึกดีแล้วครับ เหมือนได้เจอเพื่อนเก่า) โดยเมื่อผู้ได้รับการคัดเลือกย้ายเข้าสู่ร่างชาวนาวีแล้ว เขาเหล่านั้นจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในสังคมของชาวนาวี เป้าหมายเพื่อศึกษาสิ่งแวดล้อม ภาษา และวัฒนธรรมบนดาวดวงนี้เพื่อการอยู่ร่วมและแลกเปลี่ยนกันในอนาคต แต่ในทางการทหารที่นำโดยผู้บริหาร RDA หน้าเงิน ปาร์คเกอร์ เซลฟริดซ์ (Giovanni Ribisi) และทหารรับจ้างหน้าแกร่ง นายพลไมล์ ควาริชท์ (Stephen Lang กับหน้าตาท่าทางที่เหมือนผู้ร้ายหลุดมาจากเกมส์ Play Station สุดๆ) ใช้โครงการ Avatar นี้เพียงเพื่อหาทางแย่งชิงทรัพยากรอันอุดมบนดาวนี้ไปทำเงินเท่านั้น

 

เมื่อเจคเข้าไปอยู่ในร่างชาวนาวีแล้ว ทางหนึ่งเขาก็ศึกษาชีวิตและวัฒนธรรมบนดาวนี้ แต่อีกทางก็แอบสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับสินแร่ราคาแพงและข้ออมูลทางทหารให้นายพลไมล์ด้วย แต่เมื่อเจคเกิดไปหลงรักชาวนาวีสาวชื่อเนติริเข้า และชาวนาวีไม่ยอมให้บริษัท RDA มาปู้ยี่ปู้ยำทรัพย์ในดินอันมีค่าบนดาวตัวเองไปขาย เจคจึงต้องเผชิญการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าในสงครามแย่งชิงทรัพย์ในดินบนดาวแพนดอร่านี้ เขาจะช่วยฝ่ายใดระหว่างมนุษย์โลกที่เขาสังกัดหรือชาวนาวีและเนติริที่เขารักกันแน่

 

จะว่าไปเรื่องราวใน Avatar ก็ไม่ใช่ของใหม่อะไรเลย ออกจะเดินตามสูตรหนังรักน้ำเน่าเหมือน Titanic ที่ผ่านการเล่าแล้วเล่าอีกจนเปื่อย หนังพูดถึงรักต่างชั้นวรรณะที่ต้องสู้กับอุปสรรคต่างๆ แต่คราวนี้มาในรูปของทหารผ่านศึกพิการชาวโลกกับสาวชาวนาวีตัวฟ้าหน้าแมว Character ทั้งหลายดูปุ๊บรู้ปั๊บว่าใครเป็นพระเอกใครเป็นผู้ร้าย จับทางและเดาจุดจบได้ไม่ยากเย็น แต่ทั้งหมดนั่นไม่ได้แสดงความห่วยหรือแย่อะไรเลย มันกลับยิ่งขับเน้นว่า James Cameron คือนักทำหนังระดับเทพอย่างแท้จริง เพราะขนาดจับเรื่องราวที่โหลหลายโหลขนาดนี้ เขาก็ยังทำมันออกมาได้สดใหม่และสนุกเหลือเกิน

 

เพื่อนๆ ที่ดูแล้วคงเห็นว่าที่คู่กันไปกับเรื่องรักข้ามพันธุ์ของเจคกับเนติริ แล้ว James Cameron ลงทุนใช้เงิน 300 ล้านดอลล่าร์แทรกประเด็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครอยากพูดถึงที่เรียกว่า Inconvenient Truth อย่างเรื่อง “สิ่งแวดล้อม”

 

ตอนแรกผมก็อยากเขียนถึงประเด็นสิ่งแวดล้อม Symbolic ต่างๆ แต่มาคิดอีกทีไม่เขียนดีกว่า เพราะมีหนังที่มีประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งตรงทั้งอ้อมออกมาให้ดูอยู่เยอะ และก็ไม่เคยได้ผลอะไร เมื่อพูดกันถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมให้รักษ์โลกมากขึ้น ขนาดหนังสารคดีเรื่อง An Inconvenient Truth เอาความจริงที่วัดได้ทางวิทยาศาสตร์มาเป็นหลักฐานกันจะจะ ก็ยังไม่วายโดนค่อนขอดว่าโอเว่อร์ ที่แย่กว่านั้นคือเสียดสีว่าอัล กอร์ว่าอยากสร้างกระแสให้ตัวเอง อีกทั้งผมก็เขียนถึงสิ่งแวดล้อมไปแล้วในกระทู้ 2012 ก็เลยไม่เอาแล้วดีกว่า ยิ่งการประชุมเกี่ยวกับโลกร้อนที่เดนมาร์กที่ดูมีความหวังแต่กลับมีผลสรุปออกมาดูช่างว่างเปล่าก็ยิ่งเห็นชัดมากขึ้นว่าผู้นำบนโลกใบนี้มีความคิดคล้ายคนอย่างเซลฟริดซ์และนายพลควาริชท์ แถมยังพิการเหมือนเจคด้วย ไม่ใช่เดินไม่ได้ หากแต่เป็น “ตาบอด” มองไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเรากับธรรมชาติ

 

แต่ถ้าคิดในแง่ดี แม้อนาคตเราจะทำลายป่าไม้และธรรมชาติจนไม่เหลืออีกเลย (ซึ่งต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน) และหาดาวแพนดอร่าเพื่อไปรุกรานไม่เจอก็ตาม แต่อย่างน้อยเราก็ยังมั่นใจได้อย่างนึงว่าเราจะมีเทคโนโลยีสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์หรือ CG ที่เนียนมากไว้คอยสร้างภาพป่าไม้และธรรมชาติให้เราดูแทนของจริงไปจนตายเลยทีเดียว 555 (แง่ดีมั้ยเนี่ย)

 

คิดไปก็เศร้าใจเปล่า ดังนั้นขอละเรื่องสิ่งแวดล้อมไว้ก่อน เพราะกับหนังเรื่อง Avatar นี้ มีเพียง 3 อย่างที่คุณควรทำนั่นคือ Sit Back, Relax และ Enjoy !!!





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]