• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 281082
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
PluralWorld
เรื่อยเปื่อยกับภาพยนตร์และเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pluralworld
วันเสาร์ ที่ 17 เมษายน 2553
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 5141 , 22:34:36 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Genre : Action-Drama

Director : Matthew Vaughn

Actors : Aaron Johnson, Chloe Grace Moretz, Christopher Mintz-Plasse, Nicolas Cage, Mark Strong

มีคำกล่าวเอาไว้ว่า “อย่าตัดสินหนังสือด้วยปกของมัน” (Don’t judge the book by its cover) และหนังเรื่อง KICK-ASS ที่ว่าด้วยเรื่องของหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ต้องการเป็นฮีโร่ก็เป็นเช่นนั้น ด้วยโปสเตอร์หนังที่ออกหวานเย็น (แต่หากใครช่างสังเกต แม้โปสเตอร์จะดูมีสีสันสดใสแต่ Background ก็เตือนไว้แล้วด้วยภาพเลือดทะลักเป็นลิ่มๆ อีกทั้งความโหดเล็กๆ ในหนังตัวอย่างก็ช่างน่าสงสัย) และเมื่อได้ดูตัวหนังแล้วก็จริงดังคาด เนื้อหนังกลายเป็นเรื่องที่ต่างจากโปสเตอร์ไปพอสมควร

KICK-ASS เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มวัยทีนนามว่าเดฟ (Aaron Johnson) เขาเป็นนักเรียนธรรมดา ออกจะจ๋องกรอดหงอหงิกด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่ชอบดูชอบอ่านการ์ตูนเกี่ยวกับฮีโร่ยอดมนุษย์ ประกอบกับสภาพแวดล้อมละแวกบ้านและโรงเรียนของเขาเต็มไปด้วยอันธพาลที่ชอบแกล้งเขาและเพื่อนอยู่เป็นประจำ ทำให้จินตนาการเกี่ยวกับฮีโร่เตลิดไปมาก จนเขาเกิดความคิดว่าอยากจะเป็นฮีโร่คอยปัดเป่าเภทภัยให้สังคมขึ้นมาซะเอง ว่าแล้วก็จัดแจงซื้อชุดรัดรูปสีเขียวสุดเท่ห์ (?) กับกระบองสองอันมาเป็นชุดประจำกายแล้วออกช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์แถวบ้าน

เรื่องราวของหนังตั้งแต่ต้นจนมาถึงช่วงนี้ก็ดูเป็นหนังวัยทีนต๊องๆ ตลกๆ เรื่องหนึ่ง แต่เมื่อปฏิบัติการครั้งแรกของเดฟล้มเหลวไม่เป็นท่า ความจริงที่หนังอยากนำเสนอก็ปรากฏออกมาให้เห็น เพราะความล้มเหลวของพระเอกที่แพ้อันธพาลข้างถนนอย่างยับเยินเละเทะจนปางตายนั้นจริงจังและน่าตกใจเกินกว่าจะเป็นหนังวัยทีนต๊องๆ ตลกๆ ที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี และฉากน่าตกใจฉากนี้ก็เป็นเพียงแค่ออร์เดิร์ฟเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น กลับมาที่เรื่องราวก่อนนะครับ และเมื่อพระเอกหายจากอาการบาดเจ็บแล้วเขาก็ยังไม่เข็ด เพราะหลังจากหายกลับมาเดฟก็ได้พลังพิเศษมาหนึ่งอย่าง (จะเรียกว่าพิเศษได้มั้ย เพื่อนๆ ไปดูกันเองนะครับ 555) เดฟจึงตัดสินใจเดินหน้าเป็นฮีโร่อย่างที่เขาตั้งใจต่อไป โดยตั้งชื่อให้ตัวเองว่า Kick-Ass และด้วยการเดินสายช่วยเหลือคนอื่นอย่างทุลักทุเลแต่ดันดังเป็นพลุแตกเพราะ YouTube นั้นเอง เขาจึงได้มีโอกาสพบกับฮีโร่สุดเก่งตัวจริงอย่าง Hit Girl (Chloe Grace Moretz) และ Big Daddy (Nicolas Cage) ซึ่งกำลังวางแผนกำจัดแก๊งค์อาชญากรรมมาเฟียสุดโหดประจำเมืองที่มีหัวหน้าชื่อแฟรงค์ ดิอามีโก้ (Mark Strong) อยู่ ด้วยความเข้าใจผิดบางอย่างและสถานการณ์บังคับ ฮีโร่หยองกรอดอย่างเดฟจึงต้องร่วมมือกับฮีโร่ของจริงอย่าง Hit Girl, Big Daddy รวมถึงฮีโร่นิรนามชื่อ Red Mist (Christopher Mintz-Plasse) ไปสู้เลือดสาดกับพวกมาเฟียแบบไม่อยากก็ต้องอยาก

อย่างที่บอกว่า แม้โปสเตอร์หนังจะสีสันน่ารักน่าสนุก ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องจะเป็นเด็ก และเพลงประกอบนั้นสดใสวัยทีน แต่ด้วยแนวทางที่หนังเลือกจะเสียดสีประชดโลกแห่งความจริงอย่างจริงจัง หากตัดสีสันเหล่านั้นออกไป หนัง KICK-ASS เป็นหนังที่จริงจัง โคตะระโหด และเครียดมากๆ เรื่องหนึ่งเลยครับ เลือดสาดกันทั้งเรื่อง มาหมดทุกรูปแบบความโหด ไม่ว่าจะเป็นฆ่า ตื้บ ตัด เสียบ เฉือน แทง หวด หัก กระหน่ำยิง รวมถึงอบ! โดยที่ทั้งหมดนั้นทำแบบไม่อายด้วยการมาให้เห็นกันจะจะอย่างกับหนัง Cult การได้เรท 18+ ในการฉายโรงหนังในไทยจึงสมเหตุผลมากๆ เลย

แต่ที่ไม่สมเหตุผลอย่างยิ่งก็คือในโรงที่ผมนั่งดูอยู่นั้นก็ยังมีพ่อแม่หอบลูกจูงหลานวัยประถมเข้ามาดูด้วย ช่วงแรกของหนัง ก่อนปฏิบัติการครั้งแรกของพระเอก เด็กๆ ก็ยังหัวเราะเฮฮากันดีแหละครับ แต่พอพระเอกเริ่มปางตาย หนังเริ่มโหดขึ้นเรื่อยๆ เสียงเด็กหัวเราะก็เริ่ม “กริบ” ไปเรื่อยๆ เช่นกัน ก็เข้าใจครับว่าพ่อแม่ที่พาลูกเข้ามาดูคงไม่เห็นสัญลักษณ์ 18+ ที่ปรากฏหน้าโรง หรือไม่ก็อาจจะเห็นแต่ไม่เข้าใจว่ามันหมายความอย่างไร หรือรู้แต่ไม่ใส่ใจก็ได้ แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร พ่อแม่ที่พาลูกเข้าไปดูจะมาบอกว่า “ไม่รู้” แล้วปฏิเสธความรับผิดชอบไปไม่ได้เลย

จะว่าไป Message ในหนัง KICK-ASS ก็สื่อถึง “ความรุนแรง” ที่พ่อแม่ยัดเยียดให้แก่ลูกอย่างไม่รู้ตัวพอดีเลยด้วย ในหนังมีประเด็นที่ว่านี้ให้เห็นจะจะทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร Big Daddy ที่สอนให้ลูกอายุสิบกว่าขวบฆ่าคน หรือความรุนแรงในการทำงานของพ่อของ Red Mist หรือแม้แต่ความเฉยชาไร้ความหมายระหว่างกันของพระเอกกับพ่อ เหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการส่งต่อความรุนแรงจากพ่อแม่สู่ลูกทั้งสิ้น

“ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง” เป็นคำที่ใช้ได้และคือประโยชน์หลักของภาพยนตร์เสมอครับ การที่พ่อแม่ยอมให้ลูกเล่นเกมส์เพลสเตชั่นหรือเกมส์คอมพิวเตอร์โหดๆ ที่จะชนะเกมส์ได้ก็ต่อเมื่อฆ่าศัตรูทิ้งให้หมดด้วยวิธีการสุดโหดต่างๆ นาๆ นั้นจะต่างอะไรกับการที่ Big Daddy สอนวิธีฆ่าคนให้กับลูก การที่พ่อแม่ทำงานทำธุรกิจด้วยความละโมบเพื่อหวังรวยอย่างเดียวจะต่างอะไรกับความรุนแรงในการทำงานของพ่อของ Red Mist ถ้าจะต่างก็ตรงที่หนังเขาตั้งใจสะท้อนให้เห็นกันจะจะ แต่พ่อแม่ในชีวิตจริงทำไปแบบไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง และอย่างที่บอกว่าพ่อแม่จะมาบอกว่า “ไม่รู้” แล้วปฏิเสธความรับผิดชอบไปไม่ได้เลย

เหมือนประโยคที่ตัวละครเดฟพูดล้อหนัง Spider-Man (ในหนัง Spider-Man บอกว่า “อำนาจวิเศษอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง”) ว่า “คนที่ไม่มีอำนาจวิเศษ ก็ไม่ต้องมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่อะไร” นั้นเป็นการพูดที่ไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อคนเราตกลงใจมีลูกแล้ว ไม่ว่าพ่อแม่จะเป็นคนธรรมดาหรือฮีโร่ก็ต้องมีความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งไม่แพ้กัน และความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งนั้นก็คือการเลี้ยงลูกอย่างมี “สติ” ผมเห็นพ่อแม่หลายคนต่างพยายามจะสอนลูกกันเหลือเกิน สอนเรื่องโน่นเรื่องนี้ ก็ดีแหละครับ พ่อแม่ก็ต้องสอนสิ่งดีๆ แก่ลูก แต่คำถามก็คือ “พ่อแม่สอนลูก แล้วใครสอนพ่อแม่?” การเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราก็ไม่ได้เป็นพ่อแม่มาตั้งแต่เกิด ดังนั้นพ่อแม่ควรหาทางเรียนรู้การเป็นพ่อแม่ที่ดีควบคู่ไปด้วยจะดีที่สุดเลย

เพราะผมได้ยินพ่อแม่ด่ากึ่งถามเวลาลูกเขาทำอะไรไม่ได้ดั่งใจบ่อยๆ ว่า “ใครสั่งใครสอนให้เป็นคนแบบนี้นะ?” ก็จะใครล่ะครับ...

สรุปว่าด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น Action ที่สุดมันส์ ประกอบกับการแสดงชนิดได้ใจของนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะพระเอก Aaron Johnson กับ Hit Girl ที่เล่นโดย Chloe Grace Moretz (สาวน้อยที่มีปากแสนน่ารัก อิอิ) และการกำกับที่มีทุกอย่างที่หนังแบบนี้ต้องการของ Matthew Vaughn (ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับที่กำกับหนังแฟนตาซีหนุกหนานอย่าง Stardust) แม้ KICK-ASS จะดูเหมือนหนังตลก “ทีเล่น” ที่เสียดสีหนังซูเปอร์ฮีโร่ด้วยกันหรือมีเด็กหญิงน่ารักเป็นตัวเอก แต่เอาเข้าจริงพวกนั้นก็เป็นเพียงเคลือบน้ำตาลของยาขมเท่านั้น เพราะเมื่ออมจนน้ำตาลที่เคลือบหมด นี่คือหนัง “ทีจริง” ที่เสียดสีความรุนแรงในครอบครัวได้ขมปิ๊ดทีเดียว แม้ประเด็นจะไม่ใหญ่เท่าใน Watchmen แต่ KICK-ASS ก็แรงในประเด็นของตัวเองไม่ต่างกัน เป็นหนัง Action-Drama ที่ดูแล้วอึ้งสุดๆ เรื่องหนึ่ง มีความหม่นมืดทางอารมณ์อยู่ในระดับมาก มีฉากสะเทือนอารมณ์และบีบคั้นกดดันคนดูที่ถึงกึ๋นไม่แพ้ The Dark Knight หรือหนังหลายๆ เรื่องของปู่ Clint Eastwood เลย (บางฉากหนักจนแทบทนดูไม่ได้)

แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบหนังฮีโร่หนักๆ ขึ้นหิ้งอย่าง Watchmen และ The Dark Knight ก็อาจต้องยกหนังที่ดูเหมือนเบาๆ อย่าง KICK-ASS ไปไว้ในระดับที่ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงอีกเรื่องเหมือนผมครับ

ส่วนพ่อแม่ท่านใดที่คิดจะพาลูกเล็กเด็กแดงไปดูล่ะก็ จะสังเกตเห็นว่าที่บอร์ดตารางฉายหนังหน้าโรงจะมีคำว่า (18+) ต่อท้ายชื่อหนัง นั่นหมายความว่าหนังเรื่องนี้ไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีดูนะครับ  

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
joblovenuk วันที่ : 19/04/2010 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/joblovenuk
พูดคุยกันเพิ่มเติม พบกับมิตรภาพดีๆได้ที่เวปบ้านแพนด้านะครับhttp://www.pandagroup.pantown.com/

ชอบชื่อไทย แต่คิดว่าหนังไม่น่าจะสนุกเท่าไหร่ ไว้รอดูแผ่นครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นูพุก วันที่ : 18/04/2010 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pooklan

บ่นอะไรเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครอบครัวรักยิ้ม วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wannapat

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พิราบเงา วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kenrama8

หนุกดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]