• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 280890
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
PluralWorld
เรื่อยเปื่อยกับภาพยนตร์และเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pluralworld
วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2553
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 12416 , 23:25:42 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

Genre : Psycho-Thriller-Noir

Director : Martin Scorsese

Actors : Leonardo DiCaprio, Mark Ruffalo, Ben Kingsley, Michelle Williams, Max Von Sydow

 

แต่ไหนแต่ไรมาชื่อผู้กำกับ Martin Scorsese สำหรับผมแล้วคือสัญลักษณ์ของหนังชนิดหนึ่ง ก่อนดูหนังของป๋าเขา ผมจะเตรียมตัวให้พร้อมเพราะรู้ว่ากำลังจะเผชิญหน้ากับอะไร ซึ่งสัญลักษณ์ของลุงก็คือเป็น “เจ้าแห่งหนังดิบ” หนังดิบที่ว่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผีดิบขนทองเอ็ดเวิร์ดที่เท่ห์จนเบลล่าต้องมองด้วยสายตาหื่นตลอดเรื่อง หากแต่เป็นเถื่อนดิบอย่างถึงเลือดถึงเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นหนัง Raging Bull, Goodfellas, Cape Fear, Casino, Gang Of New York ขณะดูหนังเหล่านี้จะรู้สึกเหมือนเรากำลังถือก้อนเนื้อดิบๆ ที่เพิ่มตัดขึ้นมาจากเขียงหมูในตลาด ถ้าคุณไม่รู้สึกสะอิดสะเอียนขยะแขยงกับเนื้อดิบอันเหนอะหนะและคาวแล้ว คุณก็จะชอบมันไปเลย แม้แต่ The Departed ที่ต้นฉบับคือหนังฮ่องกงภาพสุดสวยเรื่อง Infernal Affairs ก็ยังถูก Scorsese เอามาทำใหม่ให้ดิบได้ แต่ไม่ว่าหนังของป๋าจะหนักและตัวละครจะ โค-ตะ-ระ กักขฬะน่ารังเกียจจนนอกจากไม่น่าเอาใจช่วยแล้วยังอยากกระทืบซ้ำอย่างไร แต่ในความแหยะเหล่านั้นหนังกลับมีเสน่ห์ดึงดูดอันน่าประหลาดจนเราต้องนั่งดูไปจนจบ

 

และการเปลี่ยนแนวจาก Gangster มาทำ Psycho-Thriller หักมุมในครั้งนี้ก็ไม่ต่างไปมากนัก ด้วยบทหนังหักมุมที่ “ดูเหมือน” จะจับไต๋ได้ง่าย เทคนิคการสร้างที่กล้าแบบไม่แคร์ใคร การแสดงที่เครียดจัด ส่งให้หนังนัวร์เรื่องนี้หนักจนไม่รู้จะหนักยังไง แต่ Shutter Island ก็ยังคงเสน่ห์ที่น่าดูเหมือนเดิม แถมกับเรื่องนี้ยังหักมุมอย่างเนียนจนส่งผลให้อยากดูอีกรอบแทบจะในทันทีเลย

 

Shutter Island เล่าเรื่องราวของผู้ตรวจการรัฐ 2 คนคือ Edward (DiCaprio) กับ Chuck (Ruffalo) ที่ต้องเข้าไปสืบสวนเรื่องการหายตัวไปของคนไข้คนหนึ่งในคุกนักโทษโรคจิตแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนเกาะห่างไกล มี Dr. Cawley (Kingsley) และ Dr. Naehring (Von Sydow) ผู้ลึกลับดูแล แต่เมื่อสืบสาวไปเรื่อยๆ เงื่อนงำการหายไปของคนไข้เล็กๆ ที่ทั้งคู่พบก็เริ่มซับซ้อนและลามปามไปถึงเรื่องใหญ่กว่านั้นมาก ตั้งแต่การทดลองลับของนาซี ปฏิบัติการล้างสมองของรัฐ ไปจนถึงอดีตอันรวดร้าวของพระเอก ท้ายที่สุดพวกพระเอกจะสามารถไขคดีได้หรือไม่ จะมีหักมุมมั้ย ถ้ามี หักอย่างไร หักแค่ไหน หักตอนไหน เพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ดูก็คงต้องไปหาคำตอบเอาเอง แต่คงต้องเป็นทาง DVD เพราะขณะที่ผมเขียนอยู่นี้หนังคงลาโรงเพื่อหลีกทางให้ Iron Man ไปแล้ว

 

ตั้งแต่ได้ดูหนังตัวอย่างแล้วที่ผมพอจะเดาได้นิดๆ ว่าหนังเรื่องนี้น่าจะมีการหักมุม และพอจะรู้ด้วยว่าจะหักมุมตรงไหน ยังไง และเพราะเดาได้ง่ายไปนิดนี่แหละที่ทำให้ผมอยากดูว่า Scorsese จะยอมทำอะไรง่ายๆ อย่างนั้นจริงหรือ?

 

Shutter Island คือหนังลึกลับหักมุมชั้นดี ตัวละครดูไม่น่าไว้ใจแทบทุกตัว ดำเนินเรื่องไปด้วยการให้ข้อมูลมากมายหลายอย่างทั้งจริงทั้งเท็จสลับไปมา และมีการปูให้คนดูหลงทางตั้งแต่ต้น และเมื่อหนังงวดเข้าช่วงท้ายก็มีการหักมุมเฉลยออกมา ซึ่งการหักมุมก็เป็นไปอย่างที่ผมเดาไว้ แต่ยังดีใจที่เดาถูกไม่ทันเสร็จ หนังกลับมีภาพบางภาพและคำบางคำโผล่มาในช่วงแทบจะนาทีสุดท้ายของหนังตอนที่ผมกำลังเผลอพอดี โผล่แว่บแล้วหายวับราวกับไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อนำไอ้ที่โผล่มาแบบไม่ได้ตั้งใจนั่นไปปะติดปะต่อกับเรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นแล้วผลสะเทือนของมันทำเอาผมต้องนั่งทบทวนเรื่องราวของหนังตั้งแต่ต้นอีกครั้งว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างนั้นแน่หรือ? และบทสรุปของหนังมันง่ายอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ หรือไม่ใช่? หรือมีหักมุมซ้อน? แต่ก็คิดไม่ออกครับ เพราะแม้จะเป็นหนังหักมุม แต่ก็ไม่ได้หวานแหววแบบ Da Vinci Code ตรงกันข้าม ความหนักหน่วงเกินธรรมดาในแทบทุกฉากของหนังจะทำเอาสมองคนดูตื้อเกินกว่าจะคิดอะไรออก และเมื่อหนังจบ คนดูก็มีชะตากรรมไม่ต่างไปจากตัวละครบางตัวในหนังเลย นั่นคือสิ้นท่าและสิ้นหวังกับข้อมูลชุดนี้ที่วิ่งวนในหัวมากมายแต่ไม่อาจสรุปอะไรได้

 

เขียนมาถึงตรงนี้ก็อยากจะ Spoil ใจจะขาด แต่ก็เอาแค่ว่าหากเพื่อนๆ จะไปดูล่ะก็ เตือนไว้ก่อนเลยว่าไม่ต้องตั้งใจดูหรือเก็บรายละเอียดหรือเดาอะไรให้เหนื่อยครับ เพราะคุณไม่สามารถสรุปอะไรได้ภายในการดูแค่รอบเดียวอยู่แล้ว!! สิ่งที่คุณคิดว่านั่นคือการหักมุมของหนังแล้วนั้น มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ (หรือใช่ก็ได้เช่นกัน 555)

 

และที่หนัง Shutter Island พิศวงงงงวยได้ขนาดนี้ก็ไม่ใช่เพราะมั่วหรือโชคช่วยแต่อย่างไร หากแต่เป็นเพราะเทคนิคการสร้างหนังของป๋า Scorsese นั้นเก๋าเกินคนและการแสดงที่สุดๆ ของนักแสดงทุกคนต่างหาก

 

ในส่วนของเทคนิคการสร้างนั้น ต้องสารภาพว่าในขณะที่หนังดำเนินไปช่วงแรกๆ นั้นผมสงสัยมากว่าทำไมหนังจึงมีตำหนิเยอะอย่างนี้ การแสดงดูแปลกแยกไม่เข้ากันและหลุด การกำกับที่ดูไม่พิถีพิถัน ดนตรีประกอบก็โหมกันผิดที่ผิดเวลา การตัดต่อก็ดูโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ Con. ในแต่ละช็อตที่โดดยิ่งกว่าอีก เรียกว่าซีนนึงตัวละครหยิบกระดาษออกมาแล้ว ซีนต่อมากลายเป็นว่าเพิ่งหยิบ และมีอะไรคล้ายอย่างนั้นตลอดเรื่อง

 

แต่เมื่อดูจบแล้วหวนคิดย้อนกลับไปอีกครั้งนั่นเอง ผมจึงเข้าใจได้ว่าทั้งหมดนั้นไม่มีอะไรที่ผิดพลาดหรือหลุดแต่อย่างไรเลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ “ดูเหมือน” หยาบทั้งหมดอยู่ในความควบคุมและความตั้งใจของผู้กำกับทั้งสิ้น ซึ่งถือว่ากล้ามากที่ทำอย่างนี้ กล้าไม่พอต้องเก่งด้วย เพราะลำพังการทำหนังด้วยเทคนิคที่ดูกต้องตามทฤษฏีให้ออกมาดีก็ยากอยู่แล้ว แต่นี่ยังมาใช้เทคนิคตรงข้ามคือ “ดูเหมือนหยาบ” อย่างนี้ หากคุมความหยาบเหล่านั้นไม่ได้ล่ะก็ นี่ต้องเป็นหนังที่ห่วยแตกที่สุดแน่ แต่ด้วยความชัดเจนว่าตัวเองต้องการอะไรชนิดรู้ตัวทั่วพร้อมและความเข้าใจในศาสตร์การทำหนังขั้นตรัสรู้ของ Scorsese สิ่งที่ดูหยาบเหล่านั้นกลับโค-ตะ-ระ เข้า โค-ตะ-ระ ใช่ และโค-ตะ-ระ ละเอียด (เหมือนหนัง The Departed ที่ดูหยาบกว่า Infernal Affairs เยอะ แต่กลับดูโค-ตะ-ระ ใช่ จนได้ออสก้าร์)

 

นอกจากเทคนิคการทำหนังอันละเอียดจนน่ากราบแล้ว การแสดงก็เจ๋งจนน่าจะเป็นตัวอย่างเรื่อง Motivation ในชั้นเรียนการแสดงได้อย่างดีเลย ดาราคู่บุญจอมมาโซคิสที่ชอบเล่นแต่บทเครียดๆ อย่าง Leonardo DiCaprio ที่ในที่นี้ทุ่มสุดตัวจนคนดูเหนื่อยแทนเหมือนเคย, Michelle Williams (อดีตแฟนสาวของ Heath Ledger ผู้ล่วงลับ) ที่โผล่มาทีก็หลอนที แต่ที่ต้องคารวะที่สุดก็คือตัวละครสมทบ 3 ตัว Chuck, Dr. Cawley และ Dr. Naehring ที่เล่นโดย Mark Ruffalo, Ben Kingsley และ Max Von Sydow ตามลำดับ ที่แม้จะเป็นตัวละครรองแต่กับเรื่องนี้ถือว่าสำคัญสุดๆ ขนาดว่าหนังจะรอดไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับพวกเขานี่แหละ และด้วยความ “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” ในบทของตัวเองอย่างแท้จริง ไอ้ที่ “ดูเหมือน” หลุดและแข็งมาตลอดก็กลายเป็นใช่ไปเลยเมื่อหนังเฉลย นักแสดงสมทบทั้งสามคน (รวมถึงที่เล่นเป็นคนไข้หลายๆ คนด้วย) คือหัวใจของหนังเรื่องนี้อย่างแท้จริง

 

ภายใต้ส่วนผสมที่ “ดูเหมือน” หยาบและแยกๆ กันอยู่นั้น แท้จริงแล้วมันถูกความแม่นในตรรก เข้าใจในความรู้สึก และความเก่งกาจหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้ช่องโหว่จนทำให้หนังเองกลายเป็นคุกขนาดใหญ่ที่คนดูไม่สามารถแหกออกมาได้ (ดูมาหลายวันแล้วผมยังออกไปไม่ได้เลยเนี่ย 555) ด้วยความพิถีพิถันและละเอียดยิบทุกเม็ดแบบนี้ หากเอา Shitter Island ไปเทียบกับเนื้อหมูดิบจากเขียงเหมือนเดิมจะเป็นสิ่งที่ไม่ตรงนัก เพราะแม้หนังที่ออกมาจะดูดิบแต่งานสร้างกลับละเอียดซะจน Mocha Frappe ของ Starbucks เรียกพี่ ดังนั้นขอบอกใหม่ว่าการดู Shutter Island นี้เปรียบเหมือนมือข้างหนึ่งถือเนื้อหมูแหยะๆ แต่มืออีกข้างถือ Mocha Frappe เย็นๆ ของ Starbucks ก็แล้วกัน 555

 

สรุปว่า Shutter Island คือ “โค-ตะ-ระ หนัง” ดิบละเอียดข้นขลั่กประจำปี หนักและหน่วงตั้งแต่ฉากแรกยันฉากสุดท้ายจากฝีมือ “โค-ตะ-ระ ผู้กำกับ” ที่เขี้ยวที่สุดในยุคนี้ สำหรับ “คนดูบ้าโค-ตะ-ระ” ที่อยู่ดีไม่ว่าดีมองหาอะไรหนักๆ เหนื่อยๆ ดูแล้วล่ะก็ คุณต้องดูหนังเรื่องนี้สักสามรอบครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฟ้าล้านนา วันที่ : 01/05/2010 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylanna

คงต้องทำตามอย่างที่บอก หา DVD จากร้าน แล้วก็พึ่งดู The Departed เมื่อวานนี้ ดีมากเลย..สำหรับการชี้นำเนื้อหาบันเทิงนี้
ขอบคุณ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]