• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 287259
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
PluralWorld
เรื่อยเปื่อยกับภาพยนตร์และเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pluralworld
วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤษภาคม 2553
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 3578 , 19:37:32 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

Genre : Super Heroes

Director : Jon Favreau

Actors : Robert Downey Jr., Gwyneth Paltrow, Mickey Rourke, Sam Rockwell, Don Cheadle, Scarlett Johansson

 

หลังจากจบลงด้วยฉากกวนๆ ที่โทนี่ สตาร์ค (Downey Jr.) ประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่าเขาคือ Iron Man ในภาคแรก Iron Man 2 ก็เริ่มเรื่อง ณ จุดนั้นทันที แต่เป็นภาพข่าวจากโทรทัศน์เครื่องเล็กๆ ที่อยู่ในอพาร์ทเมนท์ในประเทศรัสเซียแทน โดยมีชายชราคนหนึ่งตายในอ้อมอกของลูกชายร่างยักษ์ชื่อไอวาน แวนโก้ (Rourke) หลังจากนั้นไอวานก็เดินทางมาอเมริกาพร้อมด้วยชุดหุ่นยนต์ทำมือแบบบ้านๆ แต่เดินเครื่องด้วยปฏิกรณ์จิ๋ว Arc Reactor อันล้ำสมัยเช่นเดียวกับชุด Iron Man โดยมีแส้สายฟ้าฟาดสองเส้นเป็นอาวุธ เขามาเพื่อทำลายล้างโทนี่ สตาร์คโดยเฉพาะ นอกจากต้องเผชิญกับคู่อริตัวฉกาจที่ไม่เผาผีด้วยอย่างไอวานแล้ว ในภาคนี้โทนี่ยังต้องเผชิญกับปัญหารอบตัวที่รุมเร้าเข้ามาไม่ว่าจะจากคู่แข่งทางการค้า จัสติน แฮมเมอร์ (Rockwell) เพื่อนรักอย่างผู้พันโคดี้ โรห์ดส์ (เปลี่ยนเป็น Cheadle ในภาคนี้) เป๊ปเปอร์ พอตส์ (Paltrow) เลขาคู่กัดคนเก่าและเลขาสาวสวยคนใหม่ นาตาลี รัชแมน (Johansson) ที่หนักที่สุดก็คือเจ้าเตาปฎิกรณ์ Arc Reactor บนหน้าอกของเขาที่สร้างปัญหาให้ในระดับชี้เป็นชี้ตายเลยทีเดียว

 

อย่างที่ผมกังขาแต่แรกว่าด้วยตัวละครหลักที่เพิ่มเข้ามามากแบบนี้ ผู้กำกับ Jon Favreau จะเก่งขนาดเฉลี่ยบทได้อย่างลงตัวหรือไม่ ซึ่งหลังจากดูจบก็ต้องตอบว่า “ไม่” และนั่นทำให้หนังดูไม่สนุกอย่างที่มันควรจะเป็น และการเฉลี่ยบทได้ไม่ลงตัวในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการที่ตัวละครมากจนเฉลี่ยบทได้ไม่ทั่วถึง แต่ในเคสนี้กลับเกิดจากการที่ผู้กำกับ Favreau เลือกจะใช้เวลาส่วนใหญ่ให้หมดไปกับตลกบ้างฝืดบ้างของท่าทางสบายเกินเหตุและการพูดไปเรื่อยอย่างหาสาระไม่ค่อยได้ของโทนี่ สตาร์คซะหมดเอง

 

ฉากสุนทรพจน์ของโทนี่บนเวทีเอย ฉากการไต่สวนในสภาเอย ฉากโทนี่เมาเละในงานฉลองวันเกิดเอย หรือฉากโทนี่ซื้อสตรอเบอร์รี่ไปให้เป๊ปเปอร์ ฉากเหล่านี้ล้วนล้นเกิน จริงอยู่ว่าฉากเหล่านี้จำเป็นต่อการเล่าเรื่อง แต่กับความเวิ่นเว้อที่เห็น ผมว่าตัดได้ครึ่งหนึ่งโดยไม่ส่งผลเสียต่อเรื่องเลย และจะดีกว่าถ้าเอาเวลาที่ตัดไปเล่าเรื่องเพิ่มให้กับตัวละครอย่าง โคดี้ โรห์ดส์ ที่หายไปเลยในภาคนี้ (Terrence Howard ดูเข้ากว่า Don Cheadle เยอะ) หรือจัสติน แฮมเมอร์ที่แบนจนเหมือนโดนชื่อตัวเองทุบ หรือไอวานที่เปิดตัวมาน่าสนใจและน่าจะลึกได้กว่านี้อีก

 

อย่างไรก็ตาม ตัวหนังจะสนุกหรือไม่ แค่ไหน ก็คงแล้วแต่ความชอบส่วนตัวและบรรทัดฐานความรู้สึกจากภาคที่แล้ว สำหรับผมภาคนี้สนุกสู้ภาคแรกไม่ได้ครับ แต่เมื่อนำ Message ของหนังมาตั้งแล้วเทียบต่อด้วยเหตุการณ์ที่ผมได้พบในอีกสองวันถัดมา Iron Man 2 กลับเป็นเสมือนมือที่มองไม่เห็นผลักหลังผมเบาๆ อย่างท้าทาย จนทำให้ผมต้องพาความคิดของตัวเองล่วงลึกเข้าไปในหน่วยความจำของสมอง ขุดคุ้ยส่วนที่เล็กๆ ที่แทบไม่เคยแตะต้องเลยเพื่อค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับญาติที่ผมไม่ได้นึกถึงมานานมากแล้วอีกครั้ง

 

“คนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้” ผมเคยได้ผ่านพบคำกล่าวประมาณนี้มาหลายครั้ง จากหลายที่ และล่าสุดก็คือจาก Message ที่มีอยู่ในหนัง Iron Man 2 นี้

 

สตาร์คคงกลายเป็นไอ้ขี้เมาหยำเปตั้งแต่กลางเรื่องหากไม่ได้เป๊ปเปอร์ พอตส์และโคดี้ โรห์ดส์ ช่วยเตือนสติ และพระเอกของเราก็คงตายอย่างอนาถในตอนจบเรื่องหากไม่ได้พ่อที่ตายไปแล้ว (และโล่ห์ของ Captain America) ช่วยไขปริศนาสสารใหม่ โดยสรุปหากไม่ได้ใครต่อใครช่วยไว้ ฮีโร่ลุยเดี่ยวอย่าง Iron Man คงทุรนทุรายตลอดเรื่องและจบชีวิตลงอย่างอนาถในท้ายที่สุด นอกจากนั้น Message ที่ว่า “เราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้” นี้ไม่ได้พบแต่ในชะตากรรมของตัวเอกเท่านั้น ผู้ร้ายตัวเอ้ของเรื่อง ไอวาน แวนโก้ก็คงได้นอนในคุกไปตลอดชีวิตหากไม่ได้นายทุนปิศาจอย่างจัสติน แฮมเมอร์ช่วยออกมา ในทางกลับกันแฮมเมอร์เองก็คงไม่มีอะไรไปต่อกรกับสตาร์คหากไม่มีไอแวน นอกจากนั้นเป๊ปเปอร์ พอตส์คงไม่ได้เป็น CEO และโคดี้ โรห์ดส์คงไม่ได้เป็น War Machine หากโทนี่ไม่ช่วยส่งเสริม หนัง Iron Man ฉายภาพการพึ่งพากันไปมาอย่างนี้ทั้งเรื่อง (จะว่าไปก็ตั้งแต่ภาคแรกด้วยซ้ำ ดร.ยินเซนช่วยโทนี่สร้าง Iron Man กลางทะเลทราย)

 

ก็ด้วย Theme หลักเกี่ยวกับการพึ่งพาอาศัยกันและกันนี่เองที่นำประโยค “คนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้” โผล่เข้ามาในหัวผม แถมเหตุการณ์ในอีกสามวันต่อมายังช่วยจูงประโยค “เราไม่สามารถทำอะไรต่างๆ ได้ด้วยตัวเองทั้งหมด” และ “ในฐานะคนธรรมดา เราต้องการความช่วยหลือจากคนอื่นๆ เสมอ” มาพ่วงเพิ่มจนประโยคแรกมีน้ำหนักมากขึ้นอีกด้วย

 

เหตุการณ์ในอีกสามวันต่อมาที่ว่านั่นก็คือ การต้องเดินทางไป “ลอยอังคาร” กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

 

ใช่ครับ สำหรับคน Generation Y อย่างผมกับพี่ชายที่ใช้ชีวิตในเมืองหลวงและไม่ค่อยมีคนรอบข้างตายจากกันไปบ่อยนัก คำว่า “ลอยอังคาร” หรือนำกระดูกคนตายไปลอยในแม่น้ำนั้นดูเป็นเรื่องไกลตัวและยาก ดังนั้นเมื่อรู้ว่าต้องนำเถ้ากระดูกคนใกล้ชิดของพี่ชายไปลอยอังคาร เราสองคนจึงหันมามองหน้ากันและต่างก็ถามกันในใจว่า “ทำยังไงวะ?” หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครมีคำตอบ พี่ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรถามแม่ แม่ผมก็จัดการโทรศัพท์อีกทอดหนึ่งไปหาน้องชายของเธอหรือน้าของผมนั่นเอง อาจเพราะน้าเป็นคนไทยแท้สมัยก่อน อยู่ใกล้วัด หรืออื่นๆ น้าของผมจึงรู้เรื่องเหล่านี้ เขาจัดแจงหาวัดใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา หาเรือ หาคนขับเรือให้ เรื่องที่ผมกับพี่ดูว่าคงยุ่งยากนี้กลับง่ายขึ้นมาก สองวันต่อมาผม พี่ชาย และแม่ก็พากันไปรับน้าที่บ้านแล้วขับรถมุ่งหน้าต่อไปยังวัดใกล้แม่น้ำที่คุยไว้แล้วลอยอังคารกัน

 

ในช่วงที่นั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง ไม่แน่ใจว่าเพราะน้าชายผมใส่เสื้อเชิ้ตสีแดงเหมือนชุด Iron Man หรือทรงผมของเขาที่คล้ายกับ Robert Downey Jr. เรื่องราวของโทนี่ สตาร์คจึงแล่นผ่านเข้าในหัวผม แม้แดดที่แรงจนแสบผิวกับอากาศที่ร้อนอบจะพยายามหันเหความสนใจผมจนเหงื่อสก แต่ผมกลับจดจ่อกับภาพพี่ชาย แม่ และน้าชายที่นั่งอยู่บนเรือลำเดียวกันมากกว่า พี่ชายกับแม่นั้นไม่เท่าไหร่ เพราะเราเจอกันบ่อย แต่ภาพน้าชายที่นั่งตรงหน้านี้แหละที่แปลกตาและแปลกความทรงจำอยู่มากทีเดียว

 

จะด้วยความชอบสันโดษ หรือความขี้อาย หรือความเข้ากับใครไม่ค่อยได้ หรือความน่าหมั่นไส้ของอีโก้ที่สิงอยู่ในตัว หรือทั้งหมดที่ว่ารวมกันก็ตามแต่ มันทำให้ตั้งแต่เด็กมาผมเองเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับญาติ อย่างป้า น้า อา ย่า ยาย เจ่ก โกว อี้ หม่า กิ๋ม ฯลฯ ไม่ว่าจะทางสายป๊าหรือสายแม่ก็ตามเลย จำได้ว่าเวลามีเทศกาลที่เกิดการรวมญาติครั้งใด ผมจะต้องงอแงหาทางหลีกหนีให้ห่างซะทุกที (โชคดีที่อาการอย่างนี้หายไปอย่างถาวรมาหลายปีแล้ว) การพยายามเว้นวรรคตัวเองกับญาติให้ห่างแบบนี้เองที่ทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับน้าชายที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมบนเรือนั้นน้อยเต็มที อาจจะใช้เนื้อที่ไม่ถึง 10 รอยหยักของสมองซะล่ะมั้ง เพราะจำได้เลาๆ ก็เพียงเคยเห็นหน้าตาแบบนี้มา แต่การกระทำและการสนทนานั้นจำไม่ได้เลยว่าเคยทำร่วมกันหรือเปล่า แต่ไม่ว่าอดีตจะห่างเหินกันขนาดไหน แต่ในเวลาที่ผมกับพี่ขอเรียกว่าคับขันนี้ น้าชายผู้แปลกหน้ากลับสละเวลามาตากแดดตากลมอยู่บนเรือลำเดียวกันเพื่อช่วยหลานๆ ของเขาอย่างเต็มที่ ด้วยความประทับใจ ผมจึงใช้การเจอกันครั้งนี้เป็นโอกาสสร้างความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มเนื้อที่ความทรงจำเกี่ยวกับน้าชายคนนี้ให้มากที่สุดเท่าที่อากาศร้อนจะอำนวย

 

เป็นน้าชาย อากาศร้อนๆ และละอองน้ำเย็นๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยาที่แตกซ่าขึ้นมาประพรมบนใบหน้านี่เองที่ทำให้ผมตระหนักชัดขึ้นว่า “คนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้” “เราไม่สามารถทำอะไรต่างๆ ได้ด้วยตัวเองทั้งหมด” “ในฐานะคนธรรมดา เราต้องการความช่วยหลือจากคนอื่นๆ เสมอ” ยิ่งกว่านั้น เราไม่สมควรที่จะพยายามพิสูจน์ประโยคเหล่านี้ว่าจริงแท้แค่ไหนด้วย

 

เพราะอะไรน่ะหรือครับ เพราะมันจะทำให้ชีวิตเรายากขึ้นอย่างไม่จำเป็นนั่นเอง ผมยังนึกภาพไม่ออกว่าถ้าไม่มีน้าชายคนนี้ช่วยติดต่อและจัดเตรียม แม่ประสานน้าชายให้ หรือแม้แต่คนขับเรือที่ไม่รู้จักกันสักนิดคอยแนะนำเรื่องการลอยอังคารที่ดี การลอยอังคารครั้งแรกในชีวิตนี้จะเป็นประสบการณ์ที่ดีเท่านี้หรือเปล่า

 

แต่หากใครยังเห็นแย้งว่าอยู่ตัวคนเดียวได้สบายล่ะก็ ผมแนะนำให้ลองไปลอยอังคารตามลำพังดูครับ ไม่ต้องติดต่อวัด ไม่ต้องติดต่อญาติ ไม่ต้องติดต่อคนขับเรือ และไม่ต้องรู้จักคนในโกฐ...แล้วคุณจะรู้ว่าคุณลอยอังคารคนเดียวไม่ได้จริงๆ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
bon09 วันที่ : 10/05/2010 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

เห็นด้วยค่ะควรมีการพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน





ฟังเพลงให้สบายใจที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 10/05/2010 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

พรก็เป็นคนหนึ่ง ที่ห่างเหินจากญาติๆทั้งฝ่ายพ่อและแม่
และเพื่อนเก่าๆ
ช่วงที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ แม่ไม่สบาย
เพราะล้มแล้วเดินไม่ไหว ก็ได้ความช่วยเหลือจากน้าชาย
และญาติๆมาเยี่ยมเยียน ได้น้องชายมาช่วยดูแลต่อ
และได้กลับไปเจอะเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนม.ต้น
ที่ห่างเหินไปนาน เพราะจังหวะชีวิตที่ไม่ตรงกัน
ทำให้รู้สึกดีและอบอุ่น และทำให้เข้าใจสิ่งที่คุณเขียนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
aree วันที่ : 09/05/2010 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/areejang


เพิ่งไปดูเหมือนกันคะ แต่ไม่ได้ดูภาคแรก ชอบมาดกวนๆ ของพระเอกกับบทบู๊ของสปายม่ายสาวคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]