• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 280888
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
PluralWorld
เรื่อยเปื่อยกับภาพยนตร์และเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pluralworld
วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน 2554
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 1651 , 22:00:05 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน จินตกาล , คนเป็นต่อ โหวตเรื่องนี้

Director: Matthew Vaughn (Layer Cake, Stardust, Kick-Ass)

Actors: James McAvoy, Michael Fassbender, Rose Byrne, January Jones, Oliver Platt, Kevin Bacon

Genre: Superhero

หนังซูเปอร์ฮีโร่หลายต่อหลายเรื่อง หรืออาจจะเรียกได้ว่าแทบทุกเรื่องในปัจจุบัน นิยมที่จะสร้างภาคย้อนอดีตหรือภาคที่ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นหรือเหตุการณ์ก่อนที่จะเกิดภาคที่สร้างขึ้นมาแล้ว หากเห็นว่าภาคล่าสุดไม่เวิร์คหรือไม่มีอะไรจะเล่าต่อ แต่ยังอยากจะนำเสนอฮีโร่ตัวนั้นอีก แต่การสร้างย้อนกลับก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลอย่างที่ผู้กำกับ Christopher Nolan ทำได้กับ Batman เสมอไป บางเรื่องก็ออกมาแป้กสุดยอด อย่าง Superman และ Hulk มาวันนี้ X-Men ที่ภาคก่อนๆ ก็ทำเงินและดีพอตัวอยู่แล้วกลับหันมาสร้างภาคก่อนหน้าบ้าง

ในตอนแรกที่เห็นทีมนักแสดงที่จะมารับบทเป็นโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ แม็กนีโต้ และตัวอื่นๆ ผมก็ต้องอึ้งไปนิด เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นนักแสดงอย่าง James McAvoy, Michael Fassbender, Rose Byrne หรือ Kevin Bacon ในหนังซูเปอร์ฮีโร่ โอเค ถึงแม้ James McAvoy จะเป็นนักแสดงฝีมือดี แต่ขอโทษเถอะ James McAvoy เนี่ยนะ เป็นโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์!! หรืออย่าง Michael Fassbender ที่เริ่มดังจากบทนายทหารฝ่ายพันธมิตรสเน่ห์ล้นใน Inglourious Basterds ก็ดู “ไม่ใช่” แม็กนีโต้นัก แถมเมื่อเหลือบไปเห็นคอสตูมที่เรียกได้ว่าค่อนข้างเชยก็ยิ่งหวั่นใจมากขึ้นไปอีก แต่เมื่อดูหนังแล้วกลับกลายเป็นว่า X-Men: First Class เรื่องนี้ลงตัวอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่น่าจะมีใครทำออกมาได้ “ใช่” เท่านี้อีกแล้ว

ในส่วนของเรื่องราว ผู้กำกับ Matthew Vaughn ที่พิสูจน์ฝีมือจากหนังซูเปอร์ฮีโร่แหวกแนวอย่าง Kick-Ass มาแล้ว พอต้องมาทำหนังซูเปอร์ฮีโร่ตามสูตรก็เรียกได้ว่าพิสูจน์ฝีมือได้อีกครั้งว่า ไม่ว่าจะแหวกแนวหรือตามแนว พี่แกทำได้หมด เพราะนอกจากทำตามสูตรหนังแนวนี้ได้อย่างเข้าใจแล้ว เขายังสามารถทำให้แตกต่างได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับทีมผู้เขียนบท (ซึ่ง Vaughn ก็คือหนึ่งในนั้น) ที่สามารถยกเอาสถานการณ์ในยุคโบราณอย่างช่วงสงครามเย็นในอดีตมาจับกับเรื่องราวซูเปอร์ฮีโร่ที่ตามขนบแล้ว ควรจะเกาะโยงอยู่กับอะไรที่ให้อารมณ์ล้ำสมัยหรือดูอนาคตๆ ได้อย่างเข้าท่าที่สุด ส่งให้คอสตูมที่เหมือนเชยและเพลงยุค 60-70 ที่หนังเอามาประกอบ ออกมาแล้วดูแปลกตา แปลกอารมณ์ แตกต่างจากหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไปและลงตัวอย่างที่สุดในเวลาเดียวกัน

ในส่วนของตัวละคร จากความกังขาทีมนักแสดงในตอนต้นว่า “พวกเขาจะใช่เหรอ?” ก็กลายเป็น “ไม่มีใครเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว” James McAvoy สุดยอดที่สุด แม้เขาจะบอกว่าเขาเล่นบทนี้โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่ Patrick Stewart เล่นไว้ในภาคก่อนๆ ทั้งที่หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มีหลายๆ ภาคแบบนี้ การ Continue ตัวละครอาจจำเป็นต้องให้คล้ายบ้าง แต่การแสดงโดยไม่ได้ยึดกับคนแสดงคนก่อนอย่างนั้น กลับยิ่งส่งให้ตัวละครตัวนี้ลึกและกลมกว่าเดิมไปอีกขั้น จนผมเชื่อสนิทว่า McAvoy ที่ผมดกเดินได้นี่แหละคือชายหัวโล้นเดินไม่ได้ในอนาคต Michael Fassbender ก็เช่นกัน หลังจากปล่อยเสน่ห์อย่างสุดๆ ด้วยยิ้มกว้างขวางและการพูดภาษาต่างประเทศด้วยสำเนียงเพราะๆ กับบทผู้หมวดไฮค็อกซ์ ในสุดยอดหนัง Inglourious Basterds ไปแล้ว มาเรื่องนี้สเน่ห์ทุกอย่างของเขายังเพิ่มได้อีก ด้วยมาดเข้มแข็งปนอ่อนแอจนลุ่มลึกน่าค้นหาขึ้นอีกระดับ จนเรียกแบบสุภาพๆ ได้ว่า “โคตรบิดาโคตรมารดาเท่” เลยทีเดียว

แต่ที่ผมชอบเป็นพิเศษก็คงเป็นเส้นเรื่องการไล่ล่าแก้แค้นระหว่างพี่ Fassbender และลุง Kevin Bacon ในบทวายร้ายเซบาสเตียน ชอว์ ทั้งเรือดำน้ำ แผนร้าย บรรยากาศ รวมถึงเสื้อผ้าหน้าผม ทำเอาผมนึกย้อนไปถึงหนังเจมส์ บอนด์ในอดีต สมัยที่บอนด์ยังแสดงโดย Sean Connery หรือ Roger Moore โน่นทันทีเลย Fassbender กับ Bacon นี่ใช่เลย! Fassbender เป็นบอนด์ Bacon เป็นหัวหน้าองกรค์ร้ายอะไรสักอย่าง (ซึ่งกับบทในหนัง X-Men เรื่องนี้ก็ใช่เลย) ส่วน 3 สาว นำโดยสุดสวย January Jones ก็เป็นสาวของบอนด์ไป นอสตาเกียความทรงจำของคนดูอย่างผมชัดเจนซะจนรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังเจมส์ บอนด์เวอร์ชั่นย้อนยุคซ้อนทับไปด้วยเลยทีเดียว (นึกขำๆ ว่า ถ้าใครอยากสร้างหนังเจมส์ บอนด์ย้อนยุคให้ได้กลิ่นคลาสสิคๆ สมัยยุคปู่ Sean กับปู่ Moore อีกครั้ง การเอาพี่ Fassbender มาเป็นบอนด์ก็น่าจะเข้าไม่หยอก 555 นึกแล้วก็อยากให้มีคนสร้างจริงๆ)

นอกจากความสนุกที่เกินค่าตั๋ว (เพราะเหมือนได้ดูทั้ง X-Men และ James Bond) แล้ว ผมยังชอบประเด็นที่มีอยู่ใน “เหรียญนาซี” เหรียญนั้นไม่น้อยไปกว่ากัน

นอกจากเหรียญนาซีจะเป็นสิ่งที่ผูกโยงเอริคกับชอว์ไว้ตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ฉากไตเติลเปิดเรื่องที่เป็นภาพเหรียญนาซีค่อยๆ พลิกกลับด้านไปเป็นเครื่องหมายโรงเรียนเอ็กซ์เมนนั้น ยังบอกเป็นนัยต่อคนดูไว้ก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่อง “ด้านสองด้านของเหรียญเดียวกัน”

พรรคนาซีกับโรงเรียนเอ็กซ์เมนที่เหมือนเป็นด้านคนละด้านของเหรียญเดียวกัน นั่นคือเหรียญแห่ง “ความแตกต่างกันของมนุษย์” ถึงแม้จะเข้าใจในความต่างกันของมนุษย์ แต่สองกลุ่มนี้ก็อยู่กันคนละด้าน ด้านนาซีเปรียบได้กับการไม่ยอมรับในความแตกต่างของคน ส่วนด้านโรงเรียนเอ็กซ์เมนเปรียบเป็นด้านตรงข้าม นั่นคือแสดงถึงการยอมรับในความต่าง แล้วอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

นอกจากนั้น เหรียญนาซีเหรียญนี้ยังเทียบถึงคนสองคนที่เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ต่างอย่างสุดขั้วด้วย นั่นคือชาร์ลส์กับเอริค พวกเขาเป็น Mutant เหมือนกัน แต่กลับอยู่คนละด้านตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ด้านหนึ่งชาร์ลส์เกิดมากับความสุขสบาย แต่กับอีกด้าน เอริคกลับเกิดมาพร้อมกับเคราะห์กรรมอันหนักหนาสาหัส

จะว่าไป ชีวิตคนเราก็คล้ายกับตัวละครชาร์ลส์กับเอริคนั่นแหละ บางคนเกิดมาก็มีชีวิตแสนสะดวกสบาย นอนมากับกองเงินกองทองเหมือนชาร์ลส์ แต่กับอีกหลายคนกลับเกิดมายากจนข้นแค้น ต้องประสบชะตากรรมโหดร้ายไม่ต่างจากเอริคเท่าไหร่ ซึ่งการที่คนเราจะมาเกิดในครอบครัวแบบไหนก็ไม่มีใครสามารถเลือกได้ ราวกับว่าก่อนจะมาเกิด เราต้องเล่นเกม “ปั่น” เหรียญแห่งโชคชะตากันก่อนว่าชีวิตจะออกหัวหรือออกก้อย และเมื่อถือกำเนิดออกมาแล้ว ก็ถือได้ว่าเหรียญที่เราปั่นได้หยุดลงแล้ว และเหรียญออกด้านไหนมา แต่ละคนก็ไม่อาจปฏิเสธ จำต้องกล้ำกลืนสถานะของ “หัว” หรือ “ก้อย” ไปทั้งชีวิต

เมื่ออ่านถึงตรงนี้ คงมีหลายคน (รวมทั้งผมเองด้วย) ที่อาจจะแย้งสมมติฐานนี้ด้วยการมองโลกแง่บวก ว่าชีวิตคนเราไม่จำเป็นที่จะต้องจมมืดไร้แสงกับชะตากรรมที่พกมาตั้งแต่เกิดเสมอไป ด้วยความเชื่อที่ว่าคนเรา ไม่ว่าจะมีอดีตย่ำแย่อย่างไรก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น จากดีเป็นเลว จากยากจนเป็นร่ำรวย เราสามารถพลิกเหรียญจากหัวเป็นก้อยได้เสมอ หากคนๆ นั้นตั้งใจและพยายามมากพอ

แต่ไม่ว่าใครจะยืนยันคำตอบ Optimist อย่างไร แต่คำตอบของผู้กำกับ Vaughn และเรื่องราวของแมกนีโต้ก็มีคำตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่ได้”

แต่ “ไม่ได้” ในที่นี่ ไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนจากยากจนเป็นร่ำรวย เปลี่ยนจากห่วยกลายเป็นเก่ง หรือเปลี่ยนจากอ้วนกลายเป็นผอม หากแต่ “ไม่ได้” ในที่นี้เป็นคำตอบจากคำถามที่ว่าเอริคจะเปลี่ยนจาก “แก้แค้น” ไปเป็น “ให้อภัย” ได้หรือไม่ต่างหาก และผมถือว่าคำถามนี้สำคัญต่อคนดูไม่แพ้เอริคเลย

สำหรับผม แม้คนเราจะสามารถพลิกเหรียญในชีวิตของตนได้หลายๆ เหรียญ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญการงาน เหรียญความรัก ฯลฯ แต่ถ้าว่ากันถึงเหรียญแห่งการโดนทำร้ายแล้ว เมื่อคนเราถูกทำร้ายอย่างทารุณและไร้ความยุติธรรมทั้งทางกายและทางใจ(โดยเฉพาะทางใจ) การเปลี่ยนด้านจาก “ความโกรธเกลียดจนต้องแก้แค้น” ไปเป็นการ “ให้อภัย” นั้นบางครั้งยากเหลือทน

เอริคที่มีพลังมากมายจนสามารถพลิกคว่ำเรือดำน้ำมหึมาได้ทั้งลำ หรือพลิกจรวดมากมายที่พุ่งใส่ให้หันกลับไปหาศัตรูได้อย่างง่ายดาย ก็ยังไม่มีพลังมากพอจะพลิกด้านของเหรียญเล็กๆ อันนี้ แม้ชาร์ลส์จะช่วยชีวิตเอริคให้รอดตายขึ้นมาจากน้ำในฉากที่เขาจมไปกับเรือดำน้ำได้ ด้วยคำว่า “Let it go” แต่ในทางใจ เอริคก็ยังคงยึดติด(เหมือนพลังแม่เหล็กของเขา) กับความแค้นในใจ แม้ชาร์ลส์จะพยายามช่วยผลัก Rage ของเอริคให้กลายเป็น Serenity จนเอริคสามารถพลิกจานดาวเทียมอันมหึมาได้ แต่ก็ยังไม่อาจช่วยพลิกความแค้นของเอริคให้กลายเป็นการให้อภัยได้

นั่นก็เพราะ “เหรียญแห่งการโดนทำร้าย” ของเอริคหรือไม่ว่าของใคร แม้จะเป็นแค่เหรียญเงินเล็กๆ เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกินสามเซนติเมตร แต่น้ำหนักของมันที่กดทับใจไม่ได้น้อยกว่าโลกทั้งใบเลย

เมื่อเอริค เลนห์เชอร์ไม่สามารถทำได้ เพราะบทกำหนดให้เขาต้องเป็นแม็กนีโต้ ก็คงเหลือแต่คนดูอย่างเราท่านที่ไม่มีบทมากำหนดว่า เมื่อมีใครสักคนยัดเหรียญแห่งการทำร้ายใส่มือเรา เหมือนที่ชอว์ยัดเหรียญนาซีใส่มือเอริคในตอนต้นเรื่อง เราจะ “Let it go” จนสามารถวางเหรียญนั้นลง และมีพลังใจมากพอจะพลิกมัน แล้วให้อภัย...ได้หรือไม่?





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 00.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

เขียนได้ดีมากครับ. เเละเป็นไปตามที่วิพากษ์จริงๆ.
คนเราเลือกที่จะพลิกเหรียญไปด้านไหนเองนะครับ.. เคยมีวลีดีๆที่ผมจำได้ กล่าวใว้ว่า..''คนดีคนเลว-วัดกันที่เมื่อเขาได้รับโอกาสให้ทำเลวเเล้ว..เขาทำหรือไม่''. คนที่จิตเเข็งเเรงขนาดหันจานดาวเทียมยักษ์ได้-เเต่ควบคุมเหรียญๆเดียวไ่ม่ให้ฆ่าคนไม่ได้-ก็อาจจะต้องอยู่กับด้านมืดเรื่อยไป จริงไหมครับ.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
monotone วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 04.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/normalcode
 ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด 

ชอบ X-MEN ทุกภาค และก็ดูได้หลายๆ รอบ

ภาคนี้น่าดูที่สุด เนื้อหาหนักแน่น ชวนลุ้นดีเหมือนกัน

ไม่ต้องมาเป็นกองทัพมนุษย์กลายพันธุ์ก็สนุกได้

ลองคิดดูว่าถ้าเราเป็น magneto เราจะยอมอภัยให้ผู้อื่นที่ทำร้ายจิตใจเรามากมายขนาดนั้นได้หรือเปล่า

ฉายาก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น magneto ยึด-ติด เหมือนดั่งตะปูตรึงใจ

รอชมภาคต่อไป คงอีกสักสองสามปี


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จินตกาล วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 01.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

สนุกมากดูไม่โฉงฉ่างเหมือนภาค 3 แต่กลับไปขายเนื้อหาแบบอิงการเมืองเหมือนภาค 1 และ 2 ออกจากโรงหนังมีความรู้สึกเหมือนตอนออกจากโรงดู the dark knight คร๊าบบบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]