• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 280966
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
PluralWorld
เรื่อยเปื่อยกับภาพยนตร์และเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pluralworld
วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม 2554
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 3623 , 21:45:24 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Dream Theater : A Dramatic Turn of Events

 

สำหรับคนที่เป็นแฟนวง Dream Theater แล้ว อัลบั้มชุดนี้คงเป็นที่ตั้งตารอคอยมากเป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้าไม่นาน มีความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเรียกได้ว่าครั้งใหญ่ที่สุดของวงเกิดขึ้น ซึ่งคนที่เป็นแฟนประจำของวงทุกคนรู้กันดีแล้ว นั่นคือ การลาออกของ Mike Portnoy มือกลองผู้ก่อตั้งวงและถือว่าเป็นมือกลองที่เก่งเทพระดับต้นๆ ของโลกใบนี้ ตอนแรกที่รู้ข่าวผมไม่เชื่อเลย จนกระทั่งได้อ่านแถลงการณ์ของทั้งจากฝั่ง Portnoy และฝั่ง DT นั่นแหละ และขณะที่ผมยังแอบหวังว่าพวกเขาจะกลับมารวมพลังกัน ทางวงก็ทำการยืนยันกับผมชัดๆ ว่าผมจะไม่ได้ฟังงานของพวกเขาในแบบที่มี Portnoy ไปอีกอย่างน้อยก็หนึ่งอัลบั้ม ด้วยการออกวิดีโอ Academy Fantasia เอ้ย ไม่ใช่!! วิดีโอออดิชั่นมือกลองคนใหม่ต่างหาก มาให้ได้ดูกัน

 

ใครที่ได้ดูวิดีโอออดิชั่นชุดนั้นที่แบ่งเป็น 3 ตอนก็คงตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เพราะมือกลองที่มาออดิชั่นล้วนแต่ระดับเทพทั้งนั้น ไล่ไปตั้งแต่ Mike Mangini มือกลองเมทัลที่อยู่วงโน่นนี่นั่นมาเยอะ, Marco Minnemann เจ้าพ่อลูกเล่นสุดแพรวพราว, Virgil Donati พ่อมือกลองจับไม้จีน, Thomas Lang, Pete Wildoer ผู้เพิ่งร่วมงานกับ LaBrie ในอัลบั้มเดี่ยวของเขามา, Derek Roddy, Aquiles Priester และผลการออดิชั่นก็คงเป็นที่รู้กันว่า...and the position goes to Mike Mangini ซึ่งผมก็เสียดายนิดๆ เพราะผมเชียร์ Marco Minnemann ที่มีลูกเล่นในการตีแพรวพราวสูสีกับ Portnoy มากกว่า Mangini แต่ก็อย่างว่า ทางวงอาจจะต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง

 

เมื่อทุกอย่างพร้อม ทางวงก็ปล่อยซิงเกิ้ลแรกออกมา On Backs of Angels ฟังครั้งแรกผมรู้สึกแปลกใจพอสมควร ที่เพลงดูซับซ้อนกว่าเพลงในอัลบั้มชุดหลังๆ ของพวกเขา โดยเฉพาะไลน์กลองที่มีวิญญาณ Progressive มากกว่า Portnoy ในยุคหลัง (ช่วงหลังมานี่ไลน์กลองของ Portnoy มีเอกลักษณ์มากซะจนผมถือว่าเป็นไลน์กลอง แบบ Portnoy” ไม่ใช่ไลน์กลอง แบบ Progressive” อีกแล้ว) ทำให้ผมรู้สึกมีความหวังว่า DT จะเลือกมือกลองถูกคนแล้ว และส่งให้อัลบั้มใหม่ของพวกเขาน่าจะออกมาเจ๋งเป้งสมราคา แล้วผมก็เฝ้ารออัลบั้มใหม่ของพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ

 

และในที่สุด 13 กันยายน 2554 A Dramatic Turn of Events อัลบั้มชุดใหม่พร้อมมือกลองคนใหม่ของ Dream Theater ก็ออกมาให้ได้ฟังกัน

 

A Dramatic Turn of Events มาพร้อมปกไลท์ๆ ด้วยภาพท้องฟ้าสีครามสวยใส แต่มันกลับทำให้ผมหวั่นใจทันที เพราะทุกครั้งที่ DT ออกอัลบั้มปกมีฟ้าครามเมื่อไหร่ งานเข้าทุกที และงานเข้าในที่นี้หมายได้ 2 แบบ หนึ่งคือ แปลก กว่าอัลบั้มอื่น อย่าง A Change of Seasons เพราะออกมาเป็น EP พร้อมคัพเวอร์เพลงวงอื่น และสองคือหมายไปถึง ด้อย กว่าอัลบั้มอื่นไปเลย อย่างอัลบั้ม Falling Into Infinity กับ Octavarium โดยเฉพาะอัลบั้ม Falling Into Infinity ลูกเมียน้อยที่ถูกลืมที่สุดของวง และเมื่อได้ฟังเพลงอัลบั้มใหม่ทั้งชุดแล้ว ก็ต้องบอกว่าปกสีฟ้ายังคงคอนเซ็ป งานเข้า อยู่เหมือนเดิม และกับชุดนี้ งานเข้า หมายถึง...

 

ขึ้นต้นเพลงแรก On The Backs of Angels ด้วยมาตรฐาน DT ขนานแท้ ขึ้นเพลงด้วยความอลังการงานสร้าง ท่อนปรกติสุดมันส์ และท่อนฮุกสุดแสนจะไพเราะ บวกความซับซ้อนที่มากขึ้น ผมฟังครั้งแรกแทบไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะไลน์กลอง แบบ Progressive” ถือเป็นความสดใหม่ที่ทักทายให้หายคิดถึงได้อย่างดีทีเดียว

 

ต่อด้วย Build Me Up, Break Me Down เพลงป็อปเมทัลฟังสบาย มีคีย์บอร์ดไหลเลื่อนไร้รอยต่อของพ่อมด Jordan Rudess คุมตลอดเพลง

 

หลังจากป็อปไปหนึ่งเพลงก็ต่อด้วยเพลงที่ 3 Lost Not Forgotten ที่พวกเขากลับมาสู่โหมดมหามันส์อีกครั้ง และสำหรับเพลงนี้ การโชว์ทีมเวิร์คขั้นเทพแบบฉบับของ DT ที่ยังไม่มีวงไหนทำได้ก็กลับมา พร้อมท่อนโซโล่ลากยาวที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูโชว์กายกรรมเปียงยางในช่วงไคลแม็กซ์สุดระทึก มีให้ฟังจนอิ่ม เพลงนี้ถือเป็นการประพันธ์เพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของวงมาตลอด และเท่าที่ฟังวงอื่นๆ มา ยังไม่มีวงโปรเกรสซีพวงไหนฝึกเคล็ดวิชานี้สำเร็จ

 

หลังจากมันส์กันมาจากเพลงที่แล้ว นึกว่าจะได้มันส์กันต่อ แต่ DT เบรคอารมณ์อีกครั้งด้วยเพลงช้า This is The Life ที่โดดเด่นด้วยเนื้อหาปรัชญา ก่อนจะกลับมามันส์กันต่อด้วยเพลงมหากาพย์ Bridges in The Sky และ Outcry

 

เพลงที่ 7 Far from Heaven กลับมาเป็นเพลงช้ากันอีก ด้วยภาคดนตรีที่มีเพียงเปียโนที่จะเพราะไปไหนของ Rudess กับเสียงร้องอันไพเราะไม่ต่างกันของ LaBrie ซึ่งคลอกันไป เพลงนี้จะเพราะที่สุดแห่งปีของผม หากไม่มีเพลงสุดท้าย Beneath The Surface

จากนั้นก็ถึงคิวของ Breaking All Illusions ที่พอคีย์บอร์ดแสนเพราะช่วงต้นเพลงขึ้นมาพาลให้นึกถึงวง Asia ขึ้นมาจับใจ สำหรับผม เพลงนี้คือบทสรุปงานทั้งชุดนี้ได้อย่างดีที่สุด

 

แล้วก็ปิดท้ายด้วยเพลงช้า Beneath The Surface ผลงานการประพันธ์ของ Petrucci คนเดียวไม่เกี่ยวกับใคร ขึ้นเพลงด้วยเกลากีต้าร์โปร่งพริ้วไหวดุดสายน้ำสมชื่อเพลง เมื่อฟังครั้งแรก ผมถูกเสียงกีต้าร์ดึงย้อนเวลากลับไปในยุค 90 ยุครุ่งเรืองของเมทัลทันที ยุคที่เพลงช้าเด็ดสุดของวงมักมาพร้อมเกลากีต้าร์โปร่งเสมอ มันทำให้ผมระลึกขึ้นมาได้ว่า ไม่ได้ฟังเพลงบัลลาดร็อคแท้ๆ แบบนี้มานานขนาดไหนแล้ว ภาคดนตรีที่หวานไหวผสานเนื้อเพลงแสนเศร้า กับโซโล่ระดับฆ่าคนเหงาได้ของ Rudess ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงช้าที่เพราะที่สุดในปีนี้ของผมไปทันทีตั้งแต่ฟังจบรอบแรก ถือเป็นการจบอัลบั้มที่งดงามที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว

 

สรุปก็คือ A Dramatic Turn of Events เป็นอัลบั้มที่เป็นจุดเปลี่ยนอย่างยิ่งของเหล่านักกายกรรมบนตัวโน๊ตทั้ง 5 ชนิดสะเทือนคนฟังสมชื่ออัลบั้ม หลังจากฟังทั้งชุดจบ สิ่งที่โดดขึ้นมาสูงที่สุดของชุดนี้ไม่ใช่เสียงกีต้าร์และกลองอีกต่อไป แต่กลายเป็นเสียงคีย์บอร์ดของพ่อมดโล้น Jordan Rudess จะว่าไป ตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่กับ DT ครั้งแรกตอนชุด Scenes from a memory จนถึงชุดที่แล้ว ตาพ่อมดมีบทบาทกับวงมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ก่อนหน้านั้น สิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนเพลงของ DT คือกีต้าร์อันหลากหลายของ Petrucci และไลน์กลองแพรวพรายของ Portnoy แต่พอมาถึงชุดนี้ นอกจากเพลง On The Backs Of Angels แล้ว บทบาทของกลองลดลงไปมากถึงมากที่สุดอย่างที่คงคาดกันได้ เพราะจะหาใครมาแทน Portnoy นั้นยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร และกับชุดนี้ Mangini ยังไม่ใช่เข็มเล่มนั้น อีกทั้ง Petrucci ที่เหมาเป็นโปรดิวเซอร์เองด้วย ยังยอมลดบทบาทตัวเองลงราวกับจะลองทิศทางอะไรบางอย่างหรือไม่ก็เคลิ้มกับเสียงคีย์บอร์ดของ Rudess มากเกินไป จนในที่สุด กับชุดนี้ DT กลายเป็นวงที่ขับเคลื่อนด้วยคีย์บอร์ดไปเรียบร้อยโรงเรียนพ่อมด

และการเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยคีย์บอร์ดนี่เองที่เป็นเหมือน คำสาปปกฟ้า ของ A Dramatic Turn of Events ส่วนมันจะแค่ แปลก หรือถึงขั้น ด้อย ก็คงต้องแล้วแต่แฟนานุแฟนของวงว่า 1. รักชอบเสียงคีย์บอร์ดหวานๆ ของ Rudess (เหมือนที่ Petrucci ชอบ) มากน้อยแค่ไหน 2. อารมณ์ในปีนี้อยากฟังอะไร (ถ้าอยากฟัง DT แบบเพราะๆ ก็เต็มอิ่ม แต่ถ้าอยากฟังมันส์ๆ ล่ะก็...หึหึหึ) และที่สำคัญ 3. รับการเปลี่ยนแปลงไปในทางนี้ของพวกเขาได้หรือไม่ สำหรับผม แม้จะถือว่า Rudess คือมือคีย์บอร์ดอันดับหนึ่งของโลก แต่หลังจบจากฟังเพลงในชุดนี้ทีไร ผมต้องขุดอัลบั้ม Train of Thought มาฟังแก้เลี่ยนทู้กที





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]