• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 281079
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
PluralWorld
เรื่อยเปื่อยกับภาพยนตร์และเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pluralworld
วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม 2554
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 5552 , 21:47:27 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน พันธุ์สังหยด , BlueHill โหวตเรื่องนี้


แปลและเรียบเรียงโดยกระผมเอง

จากนิตยสาร Empire ฉบับเดือนมกราคม 2012


“ถ่ายเรื่องนี้ผมเหนื่อยสุดใจขาดดิ้นเลย ปวดกระดูกทุกชิ้นจากการซ้อม และวันนี้เราก็จะถ่ายฉากต่อสู้ฉากใหญ่นั่นแล้ว ก็นะ...สู้ตายว้อย” พูดจบทอม ฮาร์ดี้ก็ทิ้งเสียงหัวเราะลั่นไว้ แต่หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง (ซึ่งการใช้เวลาถ่ายฉากตะลุมบอนฉากใหญ่บนถนนวอลล์สตรีทน้อยแบบนี้ทำให้ทั้งคริสเตียน เบลและทอม ฮาร์ดี้ประหลาดใจ) เราก็ได้พบกับทอม ฮาร์ดี้ อีกครั้ง คราวนี้เขาถอดชุดกับหน้ากากออกแล้ว และแม้เขาจะเหนื่อยจากการเข้าฉากใหญ่นั่นมาแต่ท่าทางก็ยังโอเคอยู่

“ข้างนอกนั่นอัดกันเละน่าดูเลยเนอะ” ฮาร์ดี้ที่โกนหัวจนเกลี้ยงและไว้เคราแพะดูเหมือนตัวละครจากหนัง Bronson ของผู้กำกับนิโคลัส ไวน์ดิ้ง รีฟน มากกว่าอีมส์ใน Inception พูดพลางพยักหน้าออกไปนอกเทรลเลอร์ (ณ จุดนี้ผู้กำกับโนแลนยังถ่ายฉากตัวประกอบตะลุมบอนอยู่ข้างนอก) “สุดๆ ไปเลย” เขาพูดต่อ “ตอนซ้อมในห้องซ้อมเราก็มั่นใจนะ โอเค ฉากนี้เราต้องสู้กับคนเจ็ดคน คนแรกมากูอัดคาง คนต่อมาเราหลบก่อนแล้วสวนกลับ จากนั้นก็ยกอีกคนขึ้นแล้วซูเพล็กส์ อีกคนมากูก็เตะมันที่หน้า แล้วหยุดอีกคนด้วยฆ้อนที่หัว สุดท้ายก็ตัวๆ กับแบทแมน ในห้องซ้อมมันง่ายนะ แต่พอถ่ายจริงสิ มีคนแต่งชุดเหมือนเจ็ดคนนั่นเพิ่มเข้ามาอีกพันคน เพราะพวกเขาเล่นเป็นตำรวจ แล้วเราจะรู้มั้ยว่าเจ็ดคนนั่นอยู่ไหน แต่หัวหน้าสตั้นท์ก็บอกผมนะว่า คุณหาเจ็ดคนนั้นไม่เจอก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเขาจะหาคุณเจอ”

เห็นได้ชัดว่ากับ The Dark Knight Rises ทอม ฮาร์ดี้มีภาระความรับผิดชอบที่หนักหนามาก ไม่ใช่แค่ต้องหาตำรวจเจ็ดคนนั้นแล้วอัดให้น่วมเท่านั้น (ในตอนถ่ายจริง เขาซัดไปมากกว่าเจ็ดคน “ผมขอโทษพวกทีผมซัดเกินๆ มาละกัน ค่อยไปคิดค่ารักษาพยาบาลกันทีหลังนะพวก”) และก็ไม่ใช่แค่ว่าเขาต้องมาเป็นผู้ร้ายในภาคจบที่จะต้องทำให้ได้เจ๋งกว่าภาคก่อนๆ แต่ภาระใหญ่หลวงที่สุดคือเขาดันต้องมาเป็นผู้ร้ายต่อจากฮีธ เลดเจอร์ที่เป็นโจ๊กเกอร์ได้น่าทึ่งสุดยอดใน The Dark Knight ซึ่งถ้าจะว่ากันตรงๆ โจ๊กเกอร์เวอร์ชั่นนี้ก็ได้กลายเป็นผู้ร้ายที่ดีที่สุดในหนังฟรานไชส์แบทแมนไปเรียบร้อยแล้ว

ถึงขนาดนั้น แต่ฮาร์ดี้กลับไม่เคยรู้จักเบนมาก่อนที่เขาจะถูกเสนอบทให้ “ผมก็เพิ่งรู้จักนี่แหละ” ก็เหมือนกับนักแสดงผู้กลับมารับบทเศรษฐีพันล้านในหนังเรื่องนี้อีกครั้ง “ผมไม่คุ้นกับเบนมาก่อนเลยนะ” คริสเตียน เบลยอมรับเมื่อเราเข้าไปสัมภาษณ์หลังจากเขาถอดชุดแบทแมนออกแล้ว “จำได้เลาๆ ว่าเป็นไอ้บ้าตัวใหญ่ใส่หน้ากากคนนึง ดูคล้ายหุ่นยนต์” เราก็เลยถามเขาไปว่าเขาจำเบนแบบที่ว่านี้ได้จากหนัง Batman & Robin ซึ่งในหนังเรื่องนั้นเบนเป็นแค่ไอ้อ้วนยักษ์ใส่หน้ากากที่ดูโง่ๆ เท่านั้นใช่มั้ย “คืองี้เพื่อน ผมคิดว่าภาพจำของเบนในหัวผมไม่น่าจะมาจากหนังเรื่องไหนเลยนะ แต่คนส่วนใหญ่ก็ถามผมแบบเดียวกับคุณนี่แหละ” แล้วเบลก็ยักไหล่ “แต่ผมเชื่อใจคริส (ผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน) ผมว่าเขาคงไม่โง่ขนาดตัดสินใจเลือกตัวร้ายผิดหรอก”




ในแบทแมนฉบับการ์ตูนนั้น เบนคือเด็กที่ถูกเลี้ยงให้เติบโตในคุกของประเทศซานตาพริสก้า เมื่อเบนเติบโตมา เขาก็กลายเป็นมนุษย์กึ่งเครื่องจักรร่างยักษ์สุดน่ากลัวที่มีพลังเหนือมนุษย์จากการเสพยาปริศนาที่มีชื่อว่าเวนอม จุดสุดยอดในเรื่องราวของเบนอยู่ในหนังสือการ์ตูนแบทแมนชุด Knightfall ซึ่งในการ์ตูนชุดนั้น เบนจัดการแบทแมนจนกระดูกสันหลังหักไปเลย

“เราเลือกเบนเพราะเราอยากท้าทายสภาพร่างกายของแบทแมนชนิดที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน” ผู้กำกับโนแลนกล่าว “การเลือกตัวร้ายเป็นเบนและการเลือกเรื่องราวอย่างนี้ก็เพราะเราต้องการทดสอบแบทแมนทั้งทางร่างกายและจิตใจ อีกอย่าง การที่เราจะทำให้เรื่องราวของเราจบและเพิ่มสโคปให้มันใหญ่ขึ้น เราต้องสร้างเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะงั้นความหนักแน่นของตัวหนังจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญของภาคนี้”

โนแลนกับผู้เขียนบทร่วม เดวิด โกเยอร์เจาะจงให้ตัวร้ายหลักของเรื่องเป็นเบนตั้งแต่เมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว ตอนคิดภาคต่อกันหลัง The Dark Knight ออกฉายไม่นาน “สิ่งที่ฉากเปิดเรื่อง 6 นาที(ที่จะฉายนำร่องในโรง IMAX บางโรง) จะชี้ให้เห็นคือ เบนเป็นผู้ร้ายที่แตกต่างจากผู้ร้ายตัวอื่นมากชนิดที่แบทแมนของเรายังไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน” โนแลนกล่าวต่อ “เขาเป็นต้นแบบของสัตว์ประหลาดได้เลย แต่ก็มีสมองที่ชาญฉลาด และนั่นเป็นส่วนที่ยังไม่เคยมีใครแตะต้องมาก่อน เรื่องราวของเบนในการ์ตูนนั้นน่าสนใจและมีอดีตที่หนักหนาพอๆ กับของบรูซ เวย์นเลยนะ เพราะฉะนั้นเมื่อเราต้องการผู้ร้ายที่คู่ขนานกันได้กับบรู๊ซ เบนจึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง”

ก่อนที่โนแลนกับโกเยอร์จะประกาศว่าผู้ร้ายของภาคนี้คือเบน ก็มีข่าวลือหลายกระแสว่าผู้ร้ายในภาคนี้จะคือ เดอะริดเลอร์ แต่โนแลนกลับยืนยันว่าหลังใช้ผู้ร้ายอย่างโจ๊กเกอร์ที่แสดงโดยฮีธ เลดเจอร์ไปแล้ว เดอะลิดเลอร์ก็ไม่อยู่ในสายตาเขาอีก “ในโลกของแบทแมน อันที่จริงต้องบอกว่าในโลกของการ์ตูนทุกโลกนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับตัวแทนของแนวคิดต่างๆ” เขากล่าว “โจ๊กเกอร์คือตัวแทนของความสุดขั้วและไม่ประณีประนอมเช่นเดียวกับแบทแมน ฉะนั้นเมื่อเราคิดเรื่องต่อ และกับเรื่องนี้ ด้วยโจทย์ที่ว่าทำยังไงให้เรื่องราวของบรู๊ซ เวย์นจบลงอย่างสมบูรณ์นั้น การไปใช้ผู้ร้ายที่มีแนวคิดคล้ายผู้ร้ายตัวเดิมอีกจะไม่สามารถทำให้เรื่องราวเดินหน้าไปแบบนั้นได้ คุณต้องหาตัวแทนของแนวคิดใหม่ และสิ่งที่เบนเป็นในการ์ตูนคือผู้ร้ายที่เป็นตัวแทนของร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างที่สุด”

ความแข็งแกร่งทางกายดูจะจำเป็นในฉากตะลุมบอนบนถนนวอลล์สตรีท แต่คำว่า “ความแข็งแกร่ง” นี้ก็ดูจะถูกพูดถึงในแง่มุมที่มากกว่านั้น เบลก็ยังพูดถึงมัน “นี่เป็นครั้งแรกในหนังแบทแมนของคริสนะ ที่ผู้ร้ายมีร่างกายแข็งแกร่งกว่าแบทแมน” และการใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายดูจะเป็นอะไรที่ฮาร์ดี้ชอบอยู่แล้ว แม้ฮาร์ดี้จะไม่ยอมพูดถึงแรงผลักดันและแรงจูงใจเบื้องหลังตัวละครของเขา แต่เขาก็พูดถึงหลักการในการต่อสู้ของเบน



“เบนโหดมาก” ฮาร์ดี้พูดอย่างกระตือรือร้น “โหดจริงๆ นะ เขาคือผู้ส่งผ่านความโหดร้าย คุณก็รู้ เขาตัวใหญ่ และแนวคิดในการต่อสู้ของเขามีเพียงหนึ่งเดียว” เขาหัวเราะ “รู้มั้ยแนวคิดคืออะไร มันคือ คู่ต่อสู้แม่งต้องตาย ยิ่งตายเร็วยิ่งดี กับเบน คุณไม่ได้สู้กับเขา แต่เรียกว่าละเลงเลือดกับเขา เขาคือผู้ทำลายล้างอย่างแท้จริง เขาจะเตะไข่คุณจนแตก หมัดหนัก เท้าหนัก ทำได้ทุกอย่าง หักข้อต่อต่างๆ ขยี้กระโหลก หักซี่โครง กระทืบปาก กระชากหัวคุณออกจากคอ ทิ่มหมัดทะลุเข้าไปในอกแล้วกระชากกระดูกสันหลังออกมา เขาทำได้หมด

“หากเขาจะยิงใครสักคน เขาจะยิงผู้หญิงท้องหรือไม่ก็คนแก่ก่อนเลย เพื่อให้ทุกคนหยุดและฟัง เขาเป็นผู้ก่อการร้ายขนานแท้ทั้งทางความคิดและการกระทำสุดโหด เขาจึงน่ากลัวมาก เป็นงานศิลปะที่น่ากลัวสุดๆ”

ฮาร์ดี้เป็นตัวเลือกแรกของโนแลนในบทเบน แม้ในตอนแรกฮาร์ดี้ดูจะไม่ว่างมาแสดงให้เพราะต้องไปเล่นหนังรีบูทเรื่อง Mad Max ของผู้กำกับจอร์จ มิลเลอร์ (ซึ่งตอนนี้หนัง Mad Max กลับกลายเป็นหนังเรื่องที่ฮาร์ดี้จะถ่ายต่อจาก The Dark Knight Rises) ทันทีที่โนแลนรู้ข่าวว่าหนัง Mad Max เลื่อนการถ่ายทำออกไป เขาก็โทรหาฮาร์ดี้ทันที และบทสนทนาก็ประมาณนี้

โนแลน – ทอม ผมกำลังจะทำหนัง Dark Knight ภาคใหม่ เลยสงสัยว่า...คือ มีตัวละครตัวนึงที่ผมคิดว่าเหมาะกับคุณมาก แต่คุณอาจจะไม่สนใจ เพราะ...อืม คุณต้อง...ใส่หน้ากากไป 6 เดือน แต่ผมอยากจะคุยกับคุณเรื่องนี้สักหน่อย เผื่อคุณสนใจจะ อืม มาเล่นให้ เขาเป็นผู้ร้าย และผมคิดว่าเรื่องนี้เราจะทำให้มันใหญ่โตมากเลย

ฮาร์ดี้ – คุณกำลังชวนผมไปเล่นหนังที่มีฉากแอ็คชั่นเยอะๆ การต่อสู้แยะๆ อย่างที่ผมชอบ และได้ใช้อาวุธทุกอย่างที่ผมอยากจะใช้ไป 6 เดือน แต่การที่ผมจะได้ทำอย่างนั้นได้ ก็ต่อเมื่อใส่หน้ากากใช่มั้ย

โนแลน – ใช่ ประมาณนั้น

ฮาร์ดี้ – เอาไอ้สัญญาบ้านั่นมาให้ผมเซ็นเดี๋ยวนี้เลยเพื่อน

กลายเป็นว่าหน้ากากไม่ได้เป็นปัญหากับฮาร์ดี้ขนาดนั้น เขาอธิบายปัญหาของหน้ากากเท่าที่มีว่า “มันเป็นปัญหาทางจิตน่ะ ถ้าผมตื่นเต้น ก็จะหายใจลำบากหน่อย แต่ถ้าผมใจร่มๆ มันก็สบาย” ดังนั้นเราเลยไปถามผู้กำกับโนแลนว่าเขาต้องทำอย่างไรเพื่อให้นักแสดงของเขาแสดงอารมณ์ออกมาโดยที่หน้าเกือบทั้งหมดโดนปิดไว้




“ผมรู้สึกว่าถ้านักแสดงอย่างทอมตกลงใจมาใส่หน้ากากเล่นให้ ผมจะได้อะไรที่พิเศษมาก” เขากล่าว “ส่วนตัวผมคิดว่าสำหรับนักแสดงเก่งๆ แล้ว ทุกการเคลื่อนไหว ทุกท่าทางของมือ รวมทั้งทุกการย่างเท้ามีความหมายเสมอ” และเพราะเหตุนี้เองโนแลนจึงไม่เคยจ้างนักแสดงดับเบิ้ลมาเล่นฉากอินเสิร์ทเลย (Insert คือฉากสั้นๆ ที่เห็นเพียงอวัยวะบางส่วนของนักแสดง เช่น ฉากที่เห็นเพียงมือกำลังหยิบปืนเป็นต้น บางครั้งเพื่อให้ไม่เปลืองคิวนักแสดงหลัก ก็จะหานักแสดงดับเบิ้ลมาเล่นฉากเหล่านี้แทน) “ทอมเข้าถึงทั้งหมดเลย มันเป็นสิ่งที่ท้าทายมากหากคุณไม่สามารถแสดงความรู้สึกผ่านหน้าตา แต่ต้องแสดงมันผ่านทางอื่น ก็มีตาสองข้าง ศีรษะนิดหน่อย แขน และขา สิ่งที่ผมรู้ว่าจะได้จากทอมก็คือ เขาจะแปลงเอาคาแรคเตอร์และความรู้สึกทั้งหมดที่ต้องออกทางหน้าให้มาออกทางอวัยวะที่เหลือนั่นได้อย่างน่าทึ่ง และก็เป็นอย่างนั่น อย่างธรรมชาติมากด้วย

“และทอมยังสามาถแยกการแสดงความรู้สึกทางเสียงออกจากการเคลื่อนไหวของร่างกายได้อย่างน่าทึ่งมาก เขาได้สร้างคาแรคเตอร์ของคนที่มีพลังมหาศาลมากแต่ก็มีความสงบนิ่งอยู่ภายใน ขณะเดียวกันหากต้องเคลื่อนไหว เขาจะไวมากจนไม่สามารถเดาทางได้เลย เมื่อเอาทั้งหมดนั่นรวมกันเขาจึงอันตรายอย่างมาก ชนิดเหนือความคาดหมายของผม และคุณจะได้พบอะไรแบบนี้ก็ต่อเมื่อได้ร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ เท่านั้น”

แล้วตัวอัศวินรัตติกาลเองล่ะ ภาคนี้จะเป็นอย่างไร เราไปถามเบลที่กลับมาสวมชุดแบทแมนเป็นครั้งที่สามและครั้งสุดท้ายว่าแบทแมนจะถูกเบนหักกระดูกสันหลังเหมือนในการ์ตูนหรือเปล่า เบลยิ้ม “ผมรู้ว่าคุณเคยได้ยินอะไรอย่างนี้มาแล้ว และผมก็จะพูดอีกครั้งว่า” เขากล่าว “ผมขอไม่ตอบ เดี๋ยวคุณก็ต้องไปสัมภาษณ์คริสอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ ให้คริสตัดสินใจแล้วกันว่าจะตอบคำถามนี้ไหม”




สุดท้าย โนแลนก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้นเหมือนกัน แต่เขากลับเฉลยอย่างอื่นออกมาแทน “ภาคนี้จะเกี่ยวกับการจบลงของเรื่องราวของแบทแมนและบรู๊ซ เวย์นอย่างแท้จริง ในตอนจบของภาคก่อนเราทิ้งเขาไว้ในสภาพที่ย่ำแย่มาก เขารุ่งริ่งและต้องหลบหนี และสิ่งที่ผมกำลังจะบอกนี้คงทำให้หลายคนประหลาดใจ นั่นคือภาคใหม่นี้จะเริ่มเรื่องขึ้น 8 ปีให้หลังจาก The Dark Knight ฉะนั้นบรู๊ซ เวย์นจะแก่ลง เขาไม่ได้หนุ่มแน่นอีกต่อไปแล้ว”

เบลได้ขยายให้เราฟังอีกหน่อย “คุณต้องเข้าใจว่าแบทแมนนั้นเกิดขึ้นมาจากความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่พอถึงจุดหนึ่งเราจะรู้ได้อย่างไรว่าความเจ็บปวดไม่ได้กลายเป็นความหมกมุ่นซะแล้ว ดังนั้นคำถามก็คือ คุณจะยอมให้ความเจ็บปวดครอบงำชีวิตคุณไปนานเท่าไหร่ แบทแมนต้องตอบคำถามนั้นแล้วก้าวต่อไป”

The Dark Knight Rises เป็นหนังเรื่องแรกของโนแลนที่เราจะได้เห็นแบทแมนออกปฏิบัติการตอนกลางวัน ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ “ผมก็แค่รู้สึกว่าถึงตอนนี้เราให้แบทแมนทำอย่างนั้นได้แล้วน่ะ” โนแลนอธิบาย “ใน Batman Begins นั้น ในทางหนึ่ง เราตั้งใจจะอธิบายตรรกของชุดแบทแมนว่าทำไมมันถึงเหมาะกับความมืด เพราะเขาต้องโผล่ออกมาจากเงามืดเพื่อข่มขู่ให้ศัตรูรับรู้ว่าควรจะกลัวคนๆ นี้ พอมาถึง The Dark Knight ในตอนนี้คนในกอทแธมรู้จักแบทแมนกันแล้ว เขาจึงเผยตัวเองได้มากขึ้นแต่ก็ยังสามารถข่มขู่ให้ศัตรูกลัวได้ และกับภาคใหม่นี้ เราก็ยังคงทำอย่างนั้น แต่ผลักเขาไปไกลอีกระดับหนึ่ง”

“แต่” เขากล่าวเพิ่ม “ฉากแอ็คชั่นในที่มืดก็มีเยอะนะ”




นอกจากบทสัมภาษณ์ข้างต้น นิตยสาร Empire ฉบับนี้ยังมีการพยายามถอดรหัสข่าวลือต่างๆ ของ The Dark Knight Rises ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาเพื่อเดาเรื่องราวของหนังด้วย รหัสต่างๆ ก็มีดังนี้ :

มาริยง โกติลลาร์ด และ โจเซฟ กอร์ดอน-ลีวิตต์ : เรารู้ว่าทั้งสองเล่นเป็น มิแรนดา เทท หนึ่งในบอร์ดผู้บริหารของ Wayne Enterprise และนายตำรวจ จอห์น เบลค ตามลำดับ แต่จริงๆ แล้วตัวละครทั้งสองเป็นใครกันแน่ เราคาดว่าหนึ่งนั้นจะเป็นฝ่ายพระเอกและอีกหนึ่งจะอยู่ฝ่ายผู้ร้าย แต่ใครจะดีใครจะร้ายล่ะ

เครื่องบินของแบทแมน : เราเห็นจากคลิปแอบถ่ายในกองถ่ายมากมายว่ามันมีอยู่จริง แต่ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องคอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการว่ามันคือ “Batwing” และจากที่ดู มันคล้ายช้อปเปอร์มากกว่าเครื่องบินเจ็ท

นางแมว : ใครก็รู้ว่าภาคนี้มี Catwoman เล่นโดยแอนน์ แฮธาเวย์ แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดอะไรเลย แต่เธอน่าจะเป็นคนที่ทำให้แบทแมนกับเบนเป็นศัตรูกัน และที่เห็นเหมือนหูแมวบนหัวเธอก็คือแว่นมองกลางคืนที่คาดไว้บนหัวนั่นเอง

รถแบทโมบิล : คงเห็นกันแล้วว่าในภาคนี้มีรถแบทโมบิลเพิ่มมาอีก 3 คันอยู่ในสีลายพรางของทหารทั้งหมด แต่ขอบอกว่าทั้งสามคันนั้นไม่ใช่รถของแบทแมน แต่เป็นรถของเบน คำถามคือ แล้วเบนเอาแบบแปลนรถของลูเซียส ฟ็อกซ์มาได้อย่างไร???

 ราส์ อัล กูร : มีข่าวว่า จอช เพนซ์ (นักแสดงที่เล่นเป็นฝาแฝดของอาร์มี่ แฮมเมอร์ ซึ่งโดนรีทัชเป็นแฮมเมอร์อีกคนในภายหลังใน The Social Network) เล่นเป็นราส์ อัล กูร ตอนหนุ่มๆ และก็มีคนเห็นเลียม นีสัน ในกองถ่ายด้วย แต่คาดว่าราส์ อัล กูรคงไม่ได้คืนชีพจากภาคแรก แต่เลียม นีสันคงแค่มาถ่ายฉาก flashback เท่านั้น ซึ่งนั่นอาจจะมีความเกี่ยวโยงไปถึงว่า เบนน่าจะเป็นผู้นำ League Of Shadows ต่อจากเขา ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับทาเลีย อัล กูร ลูกสาวของราส์ ซึ่งข่าวลือก็บอกว่ามีตัวละครนี้อยู่ในหนังด้วย

จบแล้ว...มีใครถอดรหัสได้บ้างไหมว่าภาคใหม่นี้น่าจะเป็นอย่างไร เบนจะโหดขนาดไหน แบทแมนที่แก่ตัวลงจะยังไหวมั้ย กอร์ดอนจะรอดหรือเปล่า และแคทวูแมน, เจ้าหน้าที่เบลค และตัวละครของมาริยง โกติลลาร์ด จะออกมายังไง น่าดูเหลือเกินจริงๆ

หวังว่าจะอ่านสนุกกัน แปลผิดแปลถูกแปลตามใจอย่างไรก็ขออภัยมานะทีนี้นะครับ






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

น่าดูมากครับ แค่บทสัมภาษณ์ยังตื่นเต้นแทน งานนี้เรียกว่าแบทแมนเจอของแข็งจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 20/12/2011 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องตามไปดู

ฉากแอ็คชั่นในที่มืด ไม่รู้ว้่าค้างคาว จะได้เปรียบมากน้อยแค่ไหน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Ae^ วันที่ : 20/12/2011 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

จะรอดู

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]