• PluralGuy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : big_alchemist@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-06
  • จำนวนเรื่อง : 114
  • จำนวนผู้ชม : 280844
  • ส่ง msg :
  • โหวต 43 คน
PluralWorld
เรื่อยเปื่อยกับภาพยนตร์และเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pluralworld
วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม 2555
Posted by PluralGuy , ผู้อ่าน : 3990 , 19:50:58 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน hayyana , BlueHill โหวตเรื่องนี้


Genre: Fantasy/Action

Director: Timur Bekmambetov

Actors: Benjamin Walker, Dominic Cooper, Anthony Mackie, Mary Elizabeth Winstead, Rufus Sewell

ผมเองไม่ใช่แฟนคลับของผู้กำกับ Timur Bekmambetov เลย เคยดูผลงานของเขาเต็มๆ ในโรงก็แค่เรื่อง Wanted ที่แสดงโดย James McAvoy กับ Angelina Jolie เรื่องเดียวเท่านั้น และก็ไม่ได้ชอบเลยด้วย จำได้ว่าฉากแอ็คชั่นในหนังเรื่องนั้นหวือหวามากทีเดียว แต่ก็เว่อร์ซะจนแม้หนังจะประกาศอยู่ในตัวแล้วว่าเป็นหนังเว่อร์ และเราก็จูนตรรกะต่างๆ ไว้พร้อมสำหรับความเว่อร์ใดๆ ก็ตามแล้ว แต่กระนั้นก็ยังเชื่อได้ยากอยู่ดี อีกทั้งเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ในที่สุดเมื่อออกจากโรงมา Wanted คือหนังที่ผมคิดถึงน้อยครั้งที่สุดเรื่องหนึ่ง เช่นเดียวกับชื่อผู้กำกับ Timur Bekmambetov 

แต่กับเรื่อง Abraham Lincoln Vampire Hunter ผมก็ต้องยอมเสียเงินเข้าไปให้โอกาสผู้กำกับ Timur อีกครั้ง เพราะหนังเรื่องนี้สร้างจากนิยายสุดเจ๋งชื่อเดียวกัน

ในส่วนของนิยายนั้น ใครได้อ่านก็จะรู้ว่า Abraham Lincoln Vampire Hunter เป็นนิยายแอ็คชั่นเลือดสาดระดับคัลท์เรียกพี่ เขียนโดยนักเขียนหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงมากในอเมริกา Seth Grahame-Smith หากใครชอบอ่านนิยายต่างประเทศก็จะรู้ว่าเขาคนนี้เป็นนักเขียน “พุ่งแรง” ทั้งที่มีผลงานนิยายออกมาเพียง 2 เรื่อง นั่นคือ Pride And Prejudice And Zombies และ Abraham Lincoln Vampire Hunter เรื่องนี้ นั่นก็เพราะนิยายทั้งสองเล่มนี้ของเขาติดอันดับขายดีของ The New York Times แทบจะทันทีทั้งคู่เลย งานเขียนของ Grahame-Smith นั้น ที่เมืองนอกเรียกว่าแนว Mash-Up หรือแปลได้ว่า “บดให้เละแล้วรวมกัน” หรือเรียกง่ายๆ สไตล์ไทยว่า “ยำเละ” คือการนำเอาเรื่อง 2 เรื่องที่ไม่เกี่ยวกันมาคลุกรวมเข้าด้วยกันจนเกิดเรื่องใหม่ขึ้นมา จริงอยู่ว่านิยายแนวนี้ดูออกจะมั่วๆ และมีคนเขียนกันออกมาเยอะ แต่งานของ Grahame-Smith นั้นแม้จะเข้าข่าย “ยำเละ” อย่างเมามัน แต่ก็มีเอกลักษณ์ตรงที่เขาไม่ได้สักแต่ว่า จับแพะชนแกะ จับแยะชนเยอะ เมามันกันอย่างเดียว




ทั้งการนำเอา “วรรณกรรมคลาสสิกของ เจน ออสเทน” มารวมกับ “ซอมบี้” ใน Pride And Prejudice And Zombies และการนำเอา “ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของอเมริกาอย่างเอบราฮัม ลิงคอล์น” (ขออนุญาตสะกดชื่อด้วย งอ-งู ว่า “ลิงคอล์น” ตามฉบับนิยายแปล เพราะเวลาฝรั่งอ่านออกเสียงก็ได้เสียง “ลิง” จริงๆ แม้แต่ในหนังเองด้วย) มารวมกับ “แวมไพร์” ใน Abraham Lincoln Vampire Hunter นั้นล้วนมีนัยยะสำคัญแฝงอยู่ภายในทั้งคู่

ในงานเขียนเล่มแรก Pride And Prejudice And Zombies นั้น Grahame-Smith ใส่ซอมบี้เข้ามาเป็นสัญญะในการสะท้อนสังคมชนชั้นสูงในยุควิกตอเรียที่มักไม่มีอะไรจะทำนอกจากนินทากัน ทำร้ายประหัตประหารกันด้วยการพูดเสียดสีประชดประชัน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการใช้ปากงับกินคนอื่นทั้งเป็นอย่างที่บรรดาซอมบี้ทำ สัญญะนี้เข้าท่า หลักแหลม และเหน็บแนมมากทีเดียว เพราะนอกจากซอมบี้จะกัดคนให้เจ็บแสบแล้ว ซอมบี้ยังกินสมองคนที่มันกัด และทำให้คนที่โดนกัดกลายเป็นพวกเดียวกันไปในที่สุด ไม่ต่างอะไรจากคนในสังคมชั้นสูง (หรือตามความเห็นผมสังคม Social Network ในปัจจุบันก็เข้าเค้า) เมื่อเราโดนด่าหรือจิกกัดก็จะรู้สึกโมโห หมดปัญญาคิดเหมือนถูกซอมบี้กินสมองไป และในที่สุดเราก็จะด่าและจิกกัดตอบ จนในที่สุดก็กลายเป็นนิสัยต่อไป เหมือนกลายเป็นซอมบี้ ผมคิดมากคิดเยอะเกี่ยวกับเรื่องสัญญะพวกนี้ไปเองหรือเปล่า?

พอมาในนิยาย Abraham Lincoln Vampire Hunter เรื่องใหม่ Grahame-Smith ก็เอาอีก เขาใส่สัญญะลงไปในนิยายของเขาอีกครั้ง และกับคราวนี้คือ “แวมไพร์” อย่างที่รู้กันว่าประธานาธิบดี เอบราฮัม ลิงคอล์น นั้นเป็นผู้ยกเลิกระบบทาสในอเมริกา ฉะนั้นแวมไพร์ของ Grahame-Smith ก็คือสัญญะของ “นายทุน” หรือ “ชนชั้นปกครอง” ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อจากชนชั้นถูกปกครองและทาสซึ่งเอบราฮัมได้กำจัดพ้นไปจากอเมริกานั่นเอง และนิยายเรื่องนี้เองที่ทำให้ผมแน่ใจว่านักเขียนหนุ่มคนนี้แม้จะ “ยำมั่ว” แต่ก็แฝงนัยยะอันเผ็ดร้อนไว้อย่างลุ่มลึก แต่ลำพังการแฝงนัยยะด้วยสัญญะคมๆ ไว้ในนิยายก็ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ Grahame-Smith ดังเป็นพลุแตก แต่การเขียนนิยายนัยยะด้วยแนว Mash-Up ให้ออกมาได้สนุกและมันส์ต่างหากที่ทำให้นิยายของเขาเจ๋ง




นิยายทั้งสองเรื่องมีฉากแอ็คชั่นที่มันส์มาก ดวลดาบ ดวลขวาน ฉีกกระชากลากไส้ให้เห็นกันเป็นฉากๆ และด้วยแอ็คชั่นแนวนี้บวกกับการเอาโน่นนี่นั่นมา Mash กัน ทำให้อ่านๆ ไปก็นึกถึงนิยายและหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้มากมาย โดยเฉพาะนิยายสยองขวัญสไตล์ Stephen King รวมไปถึงนิยายกำลังภายในของโก้วเล้งโน่นเลย ส่วนหนังก็นึกถึงหนังแอ็คชั่นมันส์ๆ ของ Quentin Tarantino หรือ Guy Ritchie อีกอย่างที่ Grahame-Smith เจ๋งก็คือ เขาไม่ได้สักแต่ว่าจะแอ็คชั่น “เดินหน้าฆ่ามัน” อย่างเดียว การเดินเรื่องของ Grahame-Smith นั้นทำได้ต่อเนื่องน่าติดตามตลอด มีจังหวะจะโคนกำลังดีจนวางไม่ลง และยังมีโศกเศร้าเหงาซึ้ง หลากหลายอารมณ์จนเข้าขั้นสวยงามคลาสสิกอยู่ด้วย เขียนถึงตัวนิยายมาซะยืดยาวจนจะเป็นรีวิวหนังสืออยู่แล้ว ก็ขอ Mash-Up โพสท์นี้เป็นทั้งรีวิวหนังสือและรีวิวหนังไปเลยละกัน อิอิ ถึงตรงนี้ก็เอาเป็นว่า เมื่อเทียบกับตัวหนังสือแล้ว Abraham Lincoln Vampire Hunter เวอร์ชั่นหนัง “ขาด” อยู่เยอะ

Abraham Lincoln Vampire Hunter ว่าด้วยเรื่องราวอีกจักรวาลหนึ่งของ เอบราฮัม ลิงคอล์น และประเทศอเมริกา ในจักรวาลนี้นอกจากมนุษย์แล้ว ยังมีเผ่าพันธุ์แวมไพร์อาศัยอยู่อย่างลับๆ ด้วย ในสมัยโบราณ เหล่าแวมไพร์กระจายอยู่ทั่วโลกที่โน่นบ้างที่นี่บ้าง อาศัยอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ แต่ก็พยายามจะหาทางทำให้ตนเองไม่ต้องหลบซ่อนอยู่เสมอ จนเมื่อมนุษย์ได้พบดินแดนใหม่อย่างอเมริกา เหล่าแวมไพร์จึงอพยพมาอยู่ในดินแดนใหม่นี้เป็นจำนวนมาก หวังว่าด้วยความร่ำรวยที่สั่งสมมาหลายร้อยปีบวกกับระบบทาสที่มีอยู่ในดินแดนนี้ พวกมันจะได้เลิกอาศัยอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เสียที ด้วยการอาศัยระบบทาสเป็นเสบียงให้แก่ตนเองอย่างถูกกฏหมาย เพราะการฆ่าทาสไม่ผิด ในอีกด้านหนึ่ง เด็กหนุ่ม เอบราฮัม ลิงคอล์นสาบานว่าจะฆ่าแวมไพร์ทุกตัวที่อยู่ในอเมริกา เพราะเขาได้เห็นแวมไพร์ตนหนึ่งฆ่าแม่ของตัวเองกับตา และการล่าแวมไพร์ที่ผิดพลาดครั้งหนึ่งก็นำเขามาพบกับแวมไพร์ดีชื่อ เฮนรี และก็เป็นเฮนรีเองที่ฝึกสอนให้เอบราฮัมเป็นนักล่าแวมไพร์ที่เก่งกาจ  เมื่อเอบราฮัมฝึกวิชาสำเร็จ เฮนรีก็คอยส่งรายชื่อแวมไพร์ฝ่ายร้ายให้เอบราฮัมผู้มีขวานเป็นอาวุธออกจัดการทีละตัวๆ




แต่ความแค้นส่วนตัวก็ขยายใหญ่กลายเป็นเรื่องการเมือง เมื่อชัดเจนว่าแผนการยิ่งใหญ่ของแวมไพร์ฝ่ายร้ายที่ซ่องสุมกำลังในภาคใต้ของอเมริกาคือต้องการจะครองอเมริกาผ่านระบบทาส เอบราฮัมจึงหันเหตัวเองเข้าสู่การเมือง และด้วยความมีพรสวรรค์ทางด้านการเมือง ในที่สุดเอบราฮัม ลิงคอล์นจึงได้เป็นประธานาธิบดี จากนั้นจึงพยายามออกกฏหมายยกเลิกระบบทาสที่พวกแวมไพร์ฝ่ายใต้อยากจะคงไว้ หวังถอนรากถอนโคนแวมไพร์ฝ่ายร้ายในคราวเดียว จนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองห้ำหั่นกันระหว่างฝ่ายสมาพันธรัฐทางใต้ที่ต้องการคงระบบทาสไว้ มีผู้นำคือ เจฟเฟอร์สัน เดวิส ซึ่งแยกตัวออกมาเป็นประธานาธิบดีเสียเองและมีแวมไพร์ฝ่ายร้ายเป็นกำลังพล กับ ฝ่ายยูเนี่ยนทางเหนือที่ต้องการยกเลิกระบบทาสโดยมีเอบราฮัม ลิงคอล์นเป็นประธานาธิบดีและเฮนรีกับแวมไพร์ฝ่ายดีเป็นที่ปรึกษา

ฉบับนิยายนั้นเล่าเรื่องตั้งแต่ เอบราฮัม ลิงคอล์นเกิด การล่าแวมไพร์ตามใบสั่งเฮนรี เป็นประธานาธิบดี เข้าสู่สงครามกลางเมือง จนกระทั่งโดน จอห์น วิลค์ส บูธ ลอบสังหารในโรงละครอย่างละเอียดมาก เรื่องแต่งเล็กๆ น้อยๆ แค่ไหนก็อิงอยู่กับประวัติจริงของลิงคอล์นอย่างแยบยล รวมทั้งมีภาพประกอบที่ดูน่าเชื่อถือจนต้องแอบคิดเป็นบางครั้งว่า “หรือมันจะจริง?” กันเลยทีเดียว แม้โครงเรื่องโดยรวมจะคล้ายกัน แต่ตัวหนังนั้นแทบจะตรงกันข้าม




ในส่วนของรายละเอียดนั้น หนังตัดทิ้งไปมากมายจนแทบจะไม่มีความเป็นเอบราฮัม ลิงคอล์นหลงเหลือ เรียกได้ว่าหากใช้ตัวละคร Fictional Character แท้ๆ ก็ยังดูอย่างได้อารมณ์เดียวกัน ที่ทำให้ยังพอมีกลิ่นของเอบราฮัม ลิงคอล์นอยู่ก็คงจะมีแค่ชื่อตัวละครและนักแสดง Benjamin Walker ที่ดูคล้ายลิงคอล์นมาก โดยเฉพาะท้ายเรื่องที่ลิงคอล์นแก่แล้วนั้น หน้าตา การแต่งหน้า และรูปร่างเหมือนจนน่าตกใจจริงๆ นอกจากรายละเอียดปลีกย่อยในนิยายจะแทบไม่เหลือแล้ว ยังมีการตัดตัวละครสำคัญในนิยายออกและเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาอีก 2-3 ตัว เช่น เพื่อนผิวดำของลิงคอล์นชื่อ วิลเลี่ยม จอห์นสัน และแวมไพร์พี่น้องฝ่ายร้าย อดัม และ วาโดมา

ในส่วนของความหลากหลายทางอารมณ์นั้น แค่เห็นชื่อผู้กำกับ Timur Bekmambetov ก็รู้แล้วว่าหนังจะไปในทางไหน พี่แกถนัดเรื่องแอ็คชั่น หนังจึงไปทางแอ็คชั่นสนั่นจอมากกว่า แต่จะว่าไปผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้พี่ Timur แกพัฒนาด้านอารมณ์ไปกว่าเรื่องก่อนๆ อยู่เหมือนกัน เพราะมีฉากดราม่าที่กินใจใช้ได้ทีเดียว นั่นคือฉากที่ลูกของเอบราฮัมตาย




แต่ข้อดีของหนังก็อย่างที่ตัวผู้กำกับ Timur Bekmambetov เป็น นั่นคือ “แอ็คชั่นกระจาย” และกับเรื่องนี่ก็กระจายจริงและกระจายอย่างสวยงามระดับต้องตะลึงเลยด้วย (แต่ต้องบอกก่อนว่าผมดูในระบบ 3D เลยไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นระบบปรกติจะยังตะลึงอยู่หรือเปล่า) มุมกล้อง, การแพนกล้อง และ Choreograph การต่อสู้ บวกกับความตื้นลึกหนาบางของภาพในแบบสามมิติ ทำเอาผลรวมที่ออกมาสวยงามจับตาจนลืมเรื่องราวของหนังไปเลยจริงๆ ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษก็คือหมอกควันและประกายไฟที่ล่องลอยอยู่บนจอในหลายๆ ฉาก ดูพริ้วไหวสวยงามเหลือเกิน




และเมื่อสรุปรวมหนังเรื่องนี้แล้วก็น่าจะเหมือนชีวิตคนเราที่ไม่ได้มีเพียงส่วนเดียว หากแต่เป็นหลายๆ ส่วน หลายๆ มุม มา Mash-Up กันจนเกิดเป็นเรื่องราวของชีวิตส่วนตัวของเรา ในส่วนของหนังก็น่าจะแยกได้เป็นสองส่วนคือ “เรื่องราว” และ “แอ็คชั่น” หากมองที่มุมของเรื่องราวแล้ว แฟนนิยายก็คงไม่ค่อยเต็มอิ่มนัก แต่ก็อย่างว่า นิยายนั้นนำเสนอชีวิตเอบราฮัม ลิงคอล์น ทั้งชีวิต การจะนำมาย่อให้เหลือไม่ถึง 2 ชั่วโมงอย่างนี้ก็คงจะยากอยู่ ขนาดหนังสือผมยังอ่านอยู่สามสี่วัน นี่ขนาดคนเขียนบทหนังก็คือตัว Seth Grahame-Smith ผู้เขียนนิยายเอง ยังต้องแปลงซะแทบไม่เกรงใจตัวเองขนาดนี้ ผมก็เลยเดาเอาว่ามันคงเป็นอะไรที่เลี่ยงยากเหมือนกัน เพราะผู้เขียนก็คงไม่อยากทำลายนิยายตัวเองถ้าไม่จำเป็น นัยยะในเรื่อง “ชนชั้นปกครอง”, “ทาส” และ “การเอารัดเอาเปรียบสูบเลือดสูบเนื้อ” จางหายไปแทบไม่เหลือ อันที่จริงก็บอกได้ว่าจางลงกว่าหนังสือในทุกๆ ทางเลย การไปอ่านหนังสือเป็นทางออกที่ได้อรรถรสมากกว่า

แต่ถ้ามองในส่วนของแอ็คชั่น รับรองว่าเพื่อนๆ จะได้เห็นฉากแอ็คชั่นตื่นตาตื่นใจในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนหลายฉากทีเดียว ถือได้ว่าฝีมือของผู้กำกับ Timur Bekmambetov มันส์ขึ้นไปอีกขั้นจนอยากจะให้มีฉากแอ็คชั่นเยอะกว่านี้อีก และถ้าใครอยากจะดูเพราะส่วนแอ็คชั่นนี้ ก็ขอเชียร์ให้ดูในระบบสามมิติไปเลย เพราะน่าจะได้ภาพที่ตระการตากว่าระบบธรรมดาเป็นแน่แท้

ก็อย่างว่า เมื่อมีหลายด้าน หลายมุม ที่จะมองได้ ก็ขึ้นกับเราแล้วว่าชอบหรืออยากจะมองมุมไหน ดีและมีประโยชน์ต่อชีวิต หรือที่สำคัญที่สุดคืออยากจะเปลี่ยนไปมองมุมใหม่ๆ บ้างไหมเท่านั้น

 


 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 11/07/2012 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

หุหุ อยากดูฝรั่งกังฟูครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 11/07/2012 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ระยะนี้ รู้สึกจะมีหนังแวมไพร์มากทีเดียวครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]