• ปลายมนัส
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-13
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 40981
  • ส่ง msg :
  • โหวต 177 คน
หญิงสาวผู้ติดอยู่ในโลกหนัง(สือ)
ดูหนังแล้วไม่คิด ไม่มีอะไรติดในหัว ไม่ดูอาจจะดีกว่า เดินทางเพื่อเพิ่มหลักไมล์ แต่หัวใจยังคับแคบเหมือนเดิม บางทีการนอนอ่านหนังสือที่บ้านอาจจะมีความหมายมากกว่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/plymanas
วันเสาร์ ที่ 22 กันยายน 2550
Posted by ปลายมนัส , ผู้อ่าน : 2780 , 15:21:19 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เสกสรรค์ ประเสิรฐกุล กล่าวว่า ‘คนเราเมื่อเดินทางด้วยอารมณ์นิ่งเงียบ สิ่งที่พบเห็นย่อมแตกต่างออกไป’เช่นนั้นแล้วฉันจึงไม่ลังเลที่จะสลัดตัวออกจากการปลอบโยนของเพื่อนที่บ้านในเมืองเลย นั่งรถสองแถวมุ่งหน้าสู่ อำเภอเล็กๆ ริมฝั่งโขง ‘เชียงคาน’ ตามคำบอกของเพื่อนรุ่นพี่ที่ว่า “เอ็งเคยชอบเมืองปายนักหนา มันก็ไม่ยากที่เอ็งจะตกหลุมรักเชียงคาน” ฉันส่งเสียงหัวเราะใสไปกับคลื่นโทรศัพท์ คนอย่างฉันจะตกหลุมรักอะไรง่ายๆ ได้อีกหรือ

ประวัติศาสตร์-หนุ่มในฝันที่ฉันทั้งคลั่งไคล้และหลงใหล สันนิษฐานให้ฟังว่า เมืองเชียงคานแต่เดิมนั้นตั้งอยู่ที่ เมืองสานะคาม ของ สปป.ลาว ซึ่งน่าจะสร้างขึ้นมาในราวปี พ.ศ. ๑๔๐๐ เคยมีความสำคัญถึงขั้นได้เป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรศรีสัตนานุหุต ช่วงปี พ.ศ. ๒๐๑๙-๒๐๒๕ ในรัชสมัยที่สมเด็จพระชัยจักรพรรดิเป็นกษัตริย์ ภายหลังที่เกิดวิกฤติการณ์หลายครั้ง ผู้คนจึงอพยพข้ามฝั่งลำน้ำโขงมาอยู่ที่บ้านท่าจันทร์ หรืออำเภอเชียงคานในปัจจุบันแทน กระนั้นสถาปัตยกรรมของเมืองเชียงคานฝั่งไทยก็ไม่ได้น้อยหน้าฝั่งลาว ด้วยศิลปะแบบล้านนาและล้านช้างของวัดศรีคุณเมือง วัดเก่าแก่คู่เมืองเชียงคานที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตลาด ดังจะเห็นได้จากหลังคาโบสถ์ที่ลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา และพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยนั้นก็เป็นศิลปะวัตถุแบบล้านช้าง นอกจากนี้ภายในวัดยังมีธรรมมาส์ไม้แกะสลักลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท เมื่อนั่งสงบนิ่งอยู่ในโบสถ์ ฉันนึกถึง ‘โบสถ์ในบ้าน วิหารในใจ’ ความเรียงชิ้นหนึ่งจากหนังสือ ‘ผ่านพบไม่ผูกพัน’ ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ที่ว่า “ยิ่งเมื่อได้ออกเดินทาง สัจธรรมยิ่งคลี่คลายให้เห็นราวนาฎกรรมแห่งกาลเวลา อยู่ในเรือนเพ่งพินิจเงาไม้ในโอ่งน้ำ บางทีอาจมองเห็นความไร้แก่นสารของตัวตน เหม่อมองห้องหอ บางทีก็เห็นความคับแคบของคุกที่ถูกเรียกว่าบ้าน หรือบางทีแค่เห็นการจากไปของมดสักตัว พลันตื่นรู้ในความเปราะบางของชีวิต แต่ก็อีกนั่นแหละ ภาพที่ทุกคนเห็น  ล้วนเป็นภาพในใจตน”  ฉันยิ้มให้กับการตื่นขึ้นมารับรู้ถึงการจากไปของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘มด’

ประสิทธิภาพของกล้องที่มีระยะซูมภาพได้ไกลของฉัน มีจุดด้อยที่ไม่อาจเก็บภาพมุมกว้างในยามที่ฉันกำลังชื่นชมจิตรกรรมฝาผนังจากนิทานชาดกชุด พระเจ้าสิบชาติ ซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิมที่หลุด ร่วง เลือนหายตามกาลเวลา เหมือนบางบาดแผลในใจ

ฉันยอมกลับคำกลืนน้ำลายที่พูดไว้ก่อนมาเชียงคานที่ว่าคนอย่างฉันไม่มีวันเสียละที่จะตกหลุมรักอะไรง่ายๆ อีก เพราะตอนนี้ฉันตกหลุมรักความเงียบสงบของเชียงคานเข้าเต็มใจ ใช่หรือไม่ บ่อยครั้งไปที่เราจะตกหลุมรักเพลงใหม่ (อย่างเพลง  ‘ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ’ ที่กลายเป็นเพลงโปรดในชั่วนาทีที่ได้ฟัง) หนังสะเทือนใจบางเรื่อง (สายลับจับบ้านเล็กอาจเป็นหนังตลกในสายตาใคร แต่กับฉันมันสะเทือนใจจนอินไปกับการร้องไห้ของน้ำปั่นในฉากจบ)  หรือความงามในทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวที่ได้สัมผัส เว้นก็แต่ ตกหลุมรักใคร ที่ฉันมั่นใจว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ง่ายๆ แน่!!!

‘เดินทางในความเงียบ’ บอกฉันต่อว่า “ความเงียบจากสภาวะภายนอกย่อมมิอาจให้กำเนิดสัมผัสสัมพันธ์อันใด ถ้า ‘ข้างใน’ คนเดินทางยังเต็มไปด้วยเรื่องรกวิญญาณประเภท กลัว เศร้า เหงา รันทด และกดเก็บ” ฉันยิ้มให้กับชีวิตที่รันทดและงดงามของตน จริงอยู่แม้ความเงียบที่ไม่นิ่งได้สร้างความบอบช้ำ อย่างที่อาจารย์เสกสรรค์บอก ทว่าฉันก็มีโอกาสได้ใช้มันเป็นเครื่องมือในการรักษาใจตนเช่นกัน ฉันดีใจที่วันนี้เชียงคานยังไม่ไปทำตัวสนิทชิดเชื้อกับแสงสีและความอึกทึกคึมโครม เหมือนเมืองเงียบสงบเมืองอื่นที่ฉันเคยหลงรัก

‘คนข้างทาง’ ตั้งคำถามอย่างแยบคายชวนคิดว่า “แล้วปุถุชนอย่างเราท่านเล่า ออกนอกบ้านแต่ละครั้ง ได้พบเห็นอะไร? ได้เรียนรู้สิ่งใด?” ฉันจึงไม่ลังเลที่จะเข้าไปทำความรู้จักและเรียนรู้ชีวิตผู้คนริมลำน้ำโขงของเมือง จากนาทีแรกที่คิดจะเช่าจักรยานไปสัมผัสชีวิตผู้คน จึงไถ่ถามคุณยายเจ้าของที่พัก คุณยายใจดีเลยมีน้ำใจให้ยืมจักรยานด้วยประโยคว่า “จะไปเสียสะตุ้งสตางค์ให้เปลืองทำไมล่ะคุณหนู” ความมีน้ำใจยังเป็นสิ่งที่หาได้ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ แม้จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหนาตาในปริมาณเดียวกันกับเมืองริมโขงที่ขึ้นไปทางเหนือ

ที่สวนสาธารณะริมฝั่งโขงยามเย็นฝรั่งสัญชาติเดนมาร์คตั้งคำถามกับฉันที่กำลังรอถ่ายภาพแสงสุดท้ายของวันว่า ฉันใช่คนญี่ปุ่นไหม ฉันยิ้มบางๆ ก่อนตอบปฎิเสธ เขาว่ามันเป็นเรื่องแปลกที่หญิงไทย เอ่อ เขาชมฉันว่า ‘lovely’ (ฮา) อย่างฉันจะเดินทางคนเดียว เราคุยกันหลายเรื่องแบบกระท่อนกระแท่นในภาษาอังกฤษของฉัน แต่ที่น่าโมโหที่สุดคือ ฉันไม่สามารถอธิบายให้เขารู้จักเชียงคานอย่างที่ฉันเรียนรู้จากประวิศาสตร์ มากกว่าที่เขารู้ว่ามันเป็นเมืองสงบเงียบเล็กๆ ริมฝั่งโขงอีกเมืองก็เท่านั้น แสงสุดท้ายจากไปแล้ว ฉันบอกลาเพื่อนใหม่ก่อนถีบจักรยานกลับที่พัก ระหว่างทางฉันนึกถึงหลายต่อหลายครั้งเวลาไปเที่ยวกับคนในอดีต ฉันมักเจอคำถามที่ว่าฉันเป็นคนญี่ปุ่นใช่ไหมเป็นประจำ แต่ก่อนนั้นฉันคิดว่าหน้าตาเขาที่ค่อนข้างไปทางทาเคชินักแสดงหนุ่มสุดกรี๊ดของฉัน (ฮา)  มีส่วนช่วยทำให้ฉันต้องตอบคำถามดังกล่าวเป็นประจำ แต่วันนี้ ที่เชียงคานนี่ ฉันได้รู้แล้ว  ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงเขาในการทำให้ใครเข้าใจผิดในสัญชาติฉันได้ต่อไป (ฮา) อย่างน้อยออกนอกบ้านครั้งนี้สิ่งที่พบเห็นก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้จักตัวเองดียิ่งขึ้น!!!

ห้วงยามที่ชีวิตก้ำกึ่งระหว่างพรุ่งนี้ที่จะมีชีวิตตามลำพังกับการผูกติดตัวเองไว้กับวันวานแสนหวาน ฉันอยู่ตรงกลางระหว่างสองโลกในใจตน รู้ว่าสักวันจะต้องก้าวข้าม แต่ก็ยังไม่ยอมนำพาหัวใจหลุดพ้น เพื่อนบางคนเคยแซวขำขำกับการเดินย่ำไปพึ่งพิงเพื่อนฝูงของฉันว่าช่างเป็นการเยียวยาอาการเจ็บป่วยทางใจที่ loline เสียเหลือเกิน บุรีรัมย์บ้างล่ะ อุบลฯ บ้างล่ะ ลาวบ้างล่ะ แล้วนี่ยังมีน้ำหน้าเล่าให้ฟังว่ากำลังนอนฟังเสียงหัวใจตัวเองอยู่ที่เชียงคาน ชื่อเป็นมงคลเหลือเกินกับชีวิตสาวที่กลับมาเป็นโสดอีกครั้งของฉัน (ฮา) เพื่อนถามในเมื่อยังไม่มีโอกาส hiline ไปต่างประเทศ ทำไมฉันไม่เลือก midiamline ให้กับชีวิตตัวเอง อกหักไปรักษาหัวใจทางเหนือของประเทศดูมีคลาสกว่ากันเยอะ (ฮา)  

“ได้ออกมาสัมผัสสัมพันธ์เพื่อนมนุษย์เหล่านี้ บางทีก็ช่วยให้ท่านเห็นชัดขึ้นว่าใจของตนกำลังรวดร้าวด้วยเรื่องใด และท่านอาจดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีไหน สัมพันธภาพระหว่างเรากับผู้อื่นล้วนมีนัยเป็นย่างก้าวทางจิตวิญญาณ”  อีกหนึ่งถ้อยความจากบท ‘พักใจในโลกกว้าง’ ดูเหมือนจะรองรับเหตุแห่งการกระทำของฉันได้ดีที่สุด แต่ที่สุดแล้วตัวฉันก็ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้อยู่ดีว่าจะหลบพรุ่งนี้ไปได้อีกไกลแค่ไหน

เป็นความจริงที่ว่าหากพบสถานที่ที่เราคิดว่านี่คือที่ทางของใจ เรามักผูกพันโดยอาจตั้งตัวและรู้ตัว หลายเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตสอนฉันว่า อย่าไปผูกพันกับอะไรหรือใครง่ายๆ อีก ถ้าไม่อยากเจ็บปวดอย่างที่เป็นอยู่ กับ ‘บ้านของเรา’ แท้จริงมันก็เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนกายและใจในโมงยามหนึ่งหาใช่ตลอดไป หรือกับ ‘ครอบครัวของเรา’ ท้ายที่สุดในเมื่อเราต่างมาเราเองก็ต้องต่างไปเช่นกัน อย่างที่อาจารย์เสกสรรค์ว่าไว้ในหนังสือเล่มนี้

“ผ่            ม่  ผู    พั 

      ที        ลึ    ซึ้    ยั่    ยื      ว่ 

หั          ข้    กั    ทุ      ย่   

ด้        ซ่          ที่  มั    ตั้    ชื่    ผิ      ว่ า

        รั  ”

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
คนสวนหนุ่ม วันที่ : 06/10/2007 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/younggardener

เพียงแค่รับรู้ถึงการคงอยู่ ความผูกพันก็บังเกิด เพียงเมล็ดหยั่งรากความผูกพันก็บังเกิด จะปฏิเสธเยี่ยงไรก็ไร้ความหมาย..เพราะเรานั้นผูกพันกันแล้ว

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ยโสธรโพนทัน วันที่ : 30/09/2007 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanya

ไม่ผ่านถ้ำ ไม่พบผา
ไม่ผ่านมา ไม่ผ่านไป

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 28/09/2007 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

เข้ามาอ่านอีกครั้ง...

"ผ่านพบไม่ผูกพัน"...กว่าจะถึงขั้นนี้ได้คงใช้เวลาเรียนรู้มาชั่วชีวิต

ขอให้เดินทางเยอะๆนะครับ...เพื่อการเติบโต..ภายใน

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
tatuk วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

คราวหน้า...
น่าจะเขียนเรื่อง "เชียงของ - ผ่านพบแล้วผูกพัน"
มั่งนะจ้ะ
ฮ่าๆ เอิ๊ก...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 25/09/2007 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

นึกถึงแต่
เพลงลูกทุ่ง "ออกพรรษาที่เชียงคาน"

ความงามของภาพชัดเจนมากครับ
เรื่องราวและเรื่องเล่าของคุณได้อารมณ์เนียนๆ
ลุ่มลึกแบบเสกสรรค์

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พู่กัน วันที่ : 24/09/2007 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkue

เสียดายที่ไม่มีโอกาสไปเสพภาพสวย ๆ
ในงานแสดงภาพถ่ายของคุณวันนั้น...ต้องขออภัย
ได้ชมที่นี่ก็เยี่ยมครับ
ขอบคุณที่แวะไป...ทักทายลูกชายของผม ครบ 4 ขวบวันนี้ (24 ก.ย.) คับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Bon วันที่ : 24/09/2007 เวลา : 13.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impel

เห็นแล้วอยากกลับไปครับ แต่ผมชอบนะที่บอกว่า "แท้จริงมันก็เพียงสถานที่พักผ่อนกายและใจในโมงยามหนึ่งหาใช่ตลอดไป ท้ายที่สุดในเมื่อเราต่างมาเราเองก็ต้องต่างไปเช่นกัน" เพราะทุกอย่าล้วนชั่วคราว ขอแอดเป็นเพื่อนบ้านแล้วกันนะครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 24/09/2007 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

เขียนได้ เยี่ยม จริงๆ ภาพสวยด้วย
เมื่อเช้าเพิ่งดูข้อมูลเที่ยว เชียงคานใน อสท.ฉบับเดือน ส.ค.50 พอดีเลย น่าไปจริงๆเมืองนี้

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

อ่านเรื่องดีๆแบบนี้แล้ว...อยากกลับไปเยี่ยมเชียงคานอีกครั้ง...และครั้งนี้จะถือ "ผ่านพบไม่ผูกพัน" ไปด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
roselobster วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

เมื่อใจนิ่งสงบ
ทุกอย่างจะนิ่งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อาโต้ วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rtoto

หนึ่งคือ..ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียน
..แวะไปหาในยามที่หวนกลับเข้าบ้านด้วยอาการกระเซอะกระเซิง
อีกหนึ่งคือ..ขอย้อนกลับมาเพื่อผูกไมตรี ที่ไม่มีอะไรดลใจ นอกจากความรู้สึกที่ยังบอกไม่ถูก
กับอีกหนึ่งคือ..อ่านเรื่องจบแล้ว เหมือนตัวเองเพิ่งผ่านตรงนั้นมาหมาดๆ ทั้งๆ ที่กำลังจะเดินเข้าไปหา
และอีกหนึ่งคือ..หวังว่าควมีความหวังที่จะได้เสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองในโลกกว้างที่แสนแคบแห่งเราใบนี้
......
อืม..
อเม้นท์แถมอีกนิด
..เชียงคานต้องออกพรรษา..คือมนต์ขลัง
..เชียงคานในมุมที่เคยได้ยิน มีเรื่องเศร้าซ่อนอยู่สำหรับคนที่เคยบอกตัวเองว่ามี "รัก"
..ออกพรรษาปีนี้ คงมีโอกาสเฉียดไปบ้าง เพราะจุดหมายที่จะไป อยู่ใกล็เคียง
....
คงมีอะไรนำมาเล่าให้ฟัง..สำหรับทริปที่โดดเดี่ยวในวัยชรา
เมื่อกลับมาแล้ว ..หากไม่หลงไหลระเริงอยู่บนกรีน ของสนามกอล์ฟ Victory เหมือนที่เคยเป็นกับสนามอื่นมาแล้ว(ฮา...ไม่ค่อยออก)..ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
fonsasami วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fonsasami
http://www.namfardress.com 

ไม่เคยไปทั้งที่ปายและที่เชียงคาน

แต่เมื่อได้อ่านทั้งหมด และรื่นรมย์กับภาพถ่ายที่สวยงาม

ฝนสัมผัสได้กับบรรยากาศที่งดงามดังที่คุณปลายมนัสได้

บอกเล่าใน เชียงคาน-ผ่านพบไม่ผูกพัน


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

พานพบ..... ควรผูกพัน
เพราะภาพฝัน ....เราเหมือนกัน
เกาะเส้นทาง ....ไปด้วยพลัน
ณ ที่นั้น ....เมืองเชียงคาน


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
hooknoi วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ได้แวะเวียนไปเชียงคานเพียงแค่ต่อเรือไปหลวงพระบาง ไม่ได้มีโอกาสเยี่ยมเยือนเมืองเล็กๆแห่งนี้เลยครับ เห็นภาพกับเรื่องราวแล้ว อืม....น่าสนใจๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปากกาดำนำทาง วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/udomgran

กระผมมีความปราศนาดีที่จะเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้มาร่วมกัน
มีส่วนบริหารบ้านเมืองของท่านด้วยมือของท่าน โดยการมาจัดตั้งพรรคการเมืองของท่านพี่น้องประชาชนเอง
โดยไม่ต้องใช้เงินอะไรมากมาย เพียงท่านละ 1 บาทต่อหนึ่งสมาชิกของพรรค เราไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ เป็นการพิสูจน์ว่าการเมืองไม่ใช้เป็นเรื่องของคนมีเงินเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของคนทุกคน และไม่ต้องใช้เงินอะไรมากมาย เพราะเราไม่ได้เข้ามากอบโกยสมบัติของชาติ แต่เราเข้ามาเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องและ
หาสิ่งดีๆให้และสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของพี่น้องอย่างเท่า
เทียมกัน โดยเราจะจัดตั้งสภาประชาชน โดยประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม ในการบริหารบ้านเมืองด้วย ด้วยการเสนอความคิดเห็น
และความเดือดร้อนผ่านทางสภาประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจะทำงานอยู่ในความดูแลของประชาชนอย่างใกล้
ชิด โดยไม่ออกนอกลู่นอกทาง และท่านสามารถ ถอดถอนได้โดยผ่านทางสภาประชาชนได้ ซึ่งเพียงเท่านี้
ก็ทำให้ประชาชนสะบายใจและมั่นใจในการบริหารประเทศ
ผมหวังว่าข้อเสนอนี้คงเป็นที่น่าสนใจของท่านนะครับ
ต่อไปนี้ผมอยากเสนอนโยบายให้ท่านรับทราบครับ
1 สร้างเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพ โดยให้เด็กเล็กก่อนวัยเรียนได้เรียนรู้ทุกคนและ
ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีเหมือนอนุบาลเอกชนโดย
เสียค่าใช้จ่ายเล็กน้อยเพียงเริ่มต้น 500 บาทต่อเดือน
และต่อไปในอนาคตจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆครับ
2เด็กวัยเรียนจะต้องได้เรียนและต้องมีคุณภาพด้วยไม่ใช่เรียน
ตามมีตามเกิดครับ จะต้องได้รับการสอนการเอาใจใส่เหมือนโรงเรียนเอกชนครับ
ทั้งข้อ 1และ2ผมต้องยกตัวอย่างเอกชนเพราะไม่ต้องอธิบายมากครับ
3ความเป็นอยู่และการทำมาหากินของประชาชนจะต้องได้รับโอกาส
และความเสมอภาคกันและได้รับการส่งเสริมเท่าเทียมกันและจะสร้าง
โอกาสและสร้างงานให้กับพี่น้องประชาชนทุกท่านครับ
และจะพยายามให้ทำงานแบบมีคุณภาพและได้เงินมาก
จะได้มีเวลาให้กับครอบครัว ไม่ใช่ทำงานหามรุ่งหามค่ำได้เงินไม่พอใช้จ่ายภายในครอบครัว
และไม่ใช่ลูกหลานของคนที่ด้อยโอกาสต้องมามองดูเด็กคนอื่นกิน
และดูเด็กคนอื่นเล่น เด็กควรมีโอกาสเท่าๆกันและแม้พ่อแม่จะมีฐานะแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตามผมจะสร้างครอบครัวให้มีความมั่นคงในความเป็นอยู่
และมีความมั่นคงในชีวิต
4จะฝึกฝนฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพไปทำงานต่างประเทศโดยรัฐบาล
จะเป็นฝ่ายจัดการให้เพื่อแก้ปัญหาแรงงานถูกหลอก
5จะหาตลาดส่งออกแรงงานและสินค้าให้มากโดยใช้หน่วยงาน
ที่มีอยู่ในต่างประเทศให้เป็นประโยชน์เช่น บรรดาท่านฑูตทั้งหลายทำหน้าที่ในการหาตลาด
6บรรดาท่านที่เป็น หนี้แบ้งค์ไม่ว่า จะเป็น NPLและหนี้แบล็กลีดหรือเครดิตบูโรเหล่านี้จะได้โอกาสและ
เกิดใหม่ ในการทำงานและมีเงินทุน
7ทุกครอบครัวควรจะมีบ้านเป็นของตนเองหรือบ้านหลังแรก
เพื่อเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียงโดยรัฐจะเป็นผู้จัดการ
ไม่ว่าข้าราชการชั้นผู้น้อยก็ตาม
8เมื่อประชาชนอยู่ดีกินดีมีคุณภาพแล้วจะพัฒนาด้านวัตถุให้เจริญตาม
ในทุกๆด้านให้เจริญก้าวหน้า
9ปัญหาการจราจรจะแก้ใขให้เห็นผลได้ภายใน 3-6เดือนผมขอรับรองครับว่าแก้ได้จริงๆไม่ต้องสร้างโน้นสร้างหนี้ให้มหาศาลใดๆครับ
10 สุดท้ายจะสร้างความเท่าเทียมและมาตรฐานความเป็นอยู่
และคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับสูงครับ สุดท้ายนี้ผมจะแสวงหาสิ่งดีๆให้กับพี่น้องประชาชนอีกมายครับ
ถ้าพี่น้องประชาชนเห็นด้วยก็ช่วยสนับสนุนให้พรรคประชาชนได้เกิดและ
ได้บริหารประเทศด้วยมือของท่านด้วยครับเราจะเอาแต่พูดไม่ได้อีกแล้ว
ถึงเวลาที่เราจะต้องลงมือทำแล้วก่อนที่ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนจะย่ำแย่ไปกว่านี้ครับ
จึงขอเรียนเชิญด้วยครับถ้าเห็นด้วยถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรครับแล้วแต่ท่านจะ
เห็นชอบครับผม ขอขอบคุณมากครับ




ความคิดเห็นที่ 9 (0)
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

แวะมาทักทาย รูปสวย คำคม

" อย่าไปผูกพันกับอะไรหรือใครง่ายๆ อีก ถ้าไม่อยากเจ็บปวดอย่างที่เป็น"

หวานชอบคำ คำนี้จังค่ะ

ไม่อยากผูกพันกับใครเลยเหมือนกันค่ะ กลัวจะเจ็บ ในยามที่ ห่างไกล และมีเส้นบาง ๆ กั้นเราเอาไว้"

"หวาน"

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"


ขอบคุณที่ไปเยี่ยมที่บล็อคครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สาวยิปซี วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gypsylady

ชอบเชียงคานมากเหมือนกันค่ะ
ไปนั่งๆนอนคนเดียว(เหมือนกัน) เมื่อสามสี่ปีก่อน
นั่งรถสองแถวเลียบริมโขงไป
อยากจะแวะนอนซะทุกหาด

หนังสือ "ผ่านพบ ไม่ผูกพัน" ก็ชอบ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
redribbons07 วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

เป้นภาพที่คุ้นเคยมากๆ ค่ะ ที่นี่เงียบสงบดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สาวยิปซี วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 20.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gypsylady

ชอบเชียงคานมากเหมือนกันค่ะ
ไปนั่งๆนอนคนเดียว(เหมือนกัน) เมื่อสามสี่ปีก่อน
นั่งรถสองแถวเลียบริมโขงไป
อยากจะแวะนอนซะทุกหาด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

แวะมาทักทายค่ะ ขอบคุณบทความที่น่าสนใจ ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Din วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/372smallroom
ดินน้อมรับคำปรามาสแล้วผลิดอกเพื่อตอบแทนชมรมคนรักษ์ภาษาไทย


ที่สุดแล้ว เชียงคานก็คือเชียงคาน
ปายก็คือปาย
ผ่านพบอย่าผูกสองเมืองเข้าด้วยกัน
ฝากรูปมาแจมด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชะชะชา วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baboocha
มิท้คื...เงา 


สิบกว่าปีแล้ว...ตะวันกับสายน้ำมิเคยเปลี่ยนไป...
ภาพสวย...คำคม...คน(เจ้าของ)blog ใจงาม...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ทรายรุ้ง วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

...ชวนให้หลงรัก..
แวะมาทักทาย...ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]