• ปลายมนัส
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-13
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 40710
  • ส่ง msg :
  • โหวต 177 คน
หญิงสาวผู้ติดอยู่ในโลกหนัง(สือ)
ดูหนังแล้วไม่คิด ไม่มีอะไรติดในหัว ไม่ดูอาจจะดีกว่า เดินทางเพื่อเพิ่มหลักไมล์ แต่หัวใจยังคับแคบเหมือนเดิม บางทีการนอนอ่านหนังสือที่บ้านอาจจะมีความหมายมากกว่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/plymanas
วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม 2550
Posted by ปลายมนัส , ผู้อ่าน : 1628 , 12:13:22 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                สายฝนต้นฤดูหนาวกำเนิดคลื่นความสั่นสะเทือนขนาดกลางวัดได้ ๔.๘ ริกเตอร์ ก่อให้หัวใจเกิดอาการสั่นไหวในระดับที่บุคคลภายนอกและเจ้าของหัวใจรับรู้ได้โดยชัดเจนท่ามกลางความนิ่งตะลึงกับปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สมาชิกสภากาแฟประสบในช่วงบ่ายนี้ บุรุษผู้หนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของร้านทำลายความเงียบผิดจังหวะด้วยคำพูดประโยคที่ว่า “อากาศแบบนี้น่าสงสารคนอักหักเนอะคงจะอยู่ลำบาก”  ความรู้สึกบางอย่างทำให้ฉันหันไปมองคนพูดทันที บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึมครึมยิ่งกว่าอากาศบนท้องฟ้านัก และก่อนที่สายฝนจะก่อตัวเป็นพายุเสียงดนตรีจากกีต้าร์ก็ทำให้ทุกคนในร้านเข้าสู่สภาวะปกติด้วยเสียงเพลง

                ‘ไม่ว่าเจอสิ่งใด เนิ่นนานไปก็แปรเปลี่ยนสักวัน เคยวิ่งตามความฝัน แต่บางครั้งก็ต้องหยุด แค่นั้น เมื่อก่อนเคยรักเคยผูกพัน แต่มาวันนี้เหมือนเป็นเพียง คนเคยได้รู้จักกัน’  เพลงโปรดที่ได้ฟังทุกครั้งยามแวะเวียนไปบาร์ลำพู และมอลลี่ทำให้คิดถึงถนนข้าวสารยิ่งนัก ถนนข้าวสารถนนสายสั้นๆ ที่บรรจุความทรงจำอันหลากหลายในความรักไว้

                ‘ในความมืดมิดยังมีดวงดาว และแดดยามเช้าพาให้เราก้าวไป’  ‘ลำพังอากาศก็แย่อยู่แล้วอย่าสร้างความสั่นไหวให้หัวใจอีกได้ไหม’  บางเสียงในตัวเองรีบดึงหัวใจที่ล่องลอยอยู่กับความทรงจำบนถนนข้าวสารให้กลับมาพร้อมท่อนจบของเพลงผ่าน

                ฉันไม่แน่ใจนักระหว่างสายฝนที่โปรยปรายราวม่านบางใสจากท้องฟ้ากับน้ำที่เอ่อท้นนัยน์ตา อย่างไหนเป็นสาเหตุทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เหมือนภาพฝัน

                มือใหญ่ของชายหนุ่มตรงหน้าดึงมือเล็กๆ ของฉันไปกุมไว้พลางถาม “ตัวเองโกรธไหมเวลาเค้าพูดถึงคนในอดีตให้ฟัง” ฉันหัวเราะเบาๆ มองเขาด้วยดวงตาแสนรัก “ไม่หรอก” เขาถามต่อ “แล้วหึงไหม” ฉันเอามือข้างที่ว่างวางบนมือเขาที่กุมมือฉัน “ไม่อีกเหมือนกัน อดีตมันคืออดีต มันไม่มีทางทำร้ายใครได้ เพราะมันเป็นเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว จริงอยู่ที่เราชอบตีโพยตีพายหวาดกลัวล่วงหน้าไปต่างๆ นานา เรากลัวเพราะเราไม่รู้ ไม่มีทางคาดเดาหรือรู้ได้เลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นในวันข้างหน้าของเรา วันที่พี่ก้าวเท้าออกจากบ้านของเราไปธุระข้างนอก แม้กลัวแต่เราก็ไม่อาจกักขังพี่ให้อยู่กับเราตลอดไปได้ พี่เองก็ย่อมมีโลกของพี่โลกที่เราไม่อาจเดินเข้าไปก้าวก่าย แต่กับอดีตที่ผ่านมา พี่เชื่อเถอะว่าเราไม่มีทางไปหึงหวงให้เสียใจไปเองหรอก อดีตมันหล่อหลอมรวมพี่ให้เป็นคนที่เรารักในทุกวันนี้ เราจะรังเกียจอดีตของคนที่บอกเราว่า จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนลมหายใจสุดท้ายได้ยังไง” ฉันมองลึกลงไปในดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้ฉัน นัยน์ตาคู่นั้นของเขาพร่างพร่าลงไปเรื่อยๆ ด้วยหยดน้ำตาที่รินไหลมาไม่ขาดสายของฉัน ขณะที่ภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้นทุกขณะ

                “เป็นอะไรไปครับ” ชายหนุ่มตรงหน้าวางกีต้าร์ทันที ฉันส่ายหน้าปฎิเสธ “เราเจ็บทุกครั้งที่เห็นปลายร้องไห้เงียบๆ อย่างนี้ เราไม่รู้ ไม่เคยรู้ว่าปลายเป็นอะไร จะมารู้ก็ต่อเมื่อปลายไประบายความอึดอัดใจลงในไดอารี่ออนไลน์ ทุกครั้งที่อ่านเราเจ็บยิ่งกว่าเดิม ทำไมล่ะ ทำไมผู้หญิงที่เรารักไม่เคยลืมอดีตได้สักที”  ก่อนที่เรื่องไม่เป็นเรื่องจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาในร้านกาแฟฉันจ่ายเงินค่ากาแฟ แล้วเดินลิ่วไปยังรถที่จอดไว้ตรงข้ามร้าน

                “ทำไมต้องหนีเราด้วย เป็นอย่างนี้ทุกที เราพูดสะกิดอะไรเข้าหน่อยก็พาลโมโหแล้วเดินหนีซะทุกครั้งไป” เขาเดินตามมาเปิดประตูรถให้ฉันที่ยืนตากละอองฝน “กลับบ้านเลยมั้ยครับ” เขาถามหลังจากนั่งเงียบมาได้พักหนึ่ง ฉันนิ่งเงียบไม่ตอบ เขาพูดต่อ “ดื้อไม่เคยเปลี่ยนเลย” ไม่ฉันไม่ได้ดื้อหากฉันเองก็ไม่มีคำตอบให้กับคำถามของเขาเช่นกัน “อย่าทำอย่างนี้ได้มั้ย เราขับรถมาหลายร้อยโล เพื่อมาหาคนที่เรารัก แต่เรากลับถูกต้อนรับด้วยสีหน้าเฉยชาอย่างนี้น่ะหรือ” เขาพูดทำลายความเงียบระหว่างเราขึ้นมาอีก “เราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เรามานี่ก็ว่าจะมารับปลายไปทำงานด้วยกัน วันพุธนี้เราจะไปถ่ายงานปอยฯ ที่แม่สะเรียง ของบริษัทไม่ใช่ของพี่แป๊กหรอก หนนี้มีแค่เรากับน้องผู้ช่วยไปกันสองคน อยากให้ปลายได้ไปพักผ่อนด้วยกัน เผื่อปลายจะได้งานกลับมาด้วย”

                “เลี้ยวรถไปจอดที่สวนหน้าศาลากลางเถอะ” ฉันพูดขัดขึ้นโดยที่สายตายังคงทอดมองไปที่หน้าต่างด้านข้างที่ชุ่มฉ่ำด้วยละอองจากสายฝน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูข้อความเข้า

                “๒ พฤศจิกายน พิธีหลู่เตนหง ๓ พฤศจิกายน วันกอยจ้อด พิธีถวายไม้เกี๊ยะ พี่แป๊กบอกมาเหมือนกัน เมื่อวานตอนโทรมาคอนเฟิร์มจองตั๋วเครื่องบินให้เราปฎิเสธไปแล้ว” เขาจอดรถไว้ใต้ร่มเงาต้นชมพูพันทิพย์ที่ไร้ดอกเปิดกระจก แล้วหันมาถาม “ทำไมล่ะ”

“เราไม่พร้อม งานเก่ามีเส้นตายก่อนเที่ยงคืนมะรืนนี้  เรายังไม่มีอารมณ์หยิบจับมันขึ้นมาทำสักทีเลย” เขาส่งความห่วงใยมาให้กับมือที่ลูบผมฉันอย่างแผ่วเบา ฉันเบี่ยงหัวหลบแล้วขึ้นเสียงด้วยอารมณ์โกรธ “เราบอกกี่ครั้งแล้วน้า น้าอย่ามารักมาชอบเราได้ไหม เราเบื่อเต็มทีแล้วกับเรื่องแบบนี้” เขาจับแขนขวาฉันไว้แน่นใช้น้ำเสียงที่ดังไม่แพ้กันตอบโต้ “ทำไม เพราะมันใช่ไหม ปลายไม่เคยลืมมันได้เลยใช่ไหม เราเคยเตือนแล้วนะ ตั้งแต่วันแรกที่บอกเรา แล้วเคยเชื่อเราไหม ทิ้งเราไปหามัน วันนี้ปลายไม่มีใครไม่ใช่เรา ไม่ใช่เพื่อนๆ นี่หรอกเหรอที่ประคับประคองจนเริ่มยืนได้  แล้วทำไมจะยังไปรักมันอีก”

                “เจ็บ” ฉันบอกน้ำเสียงราบเรียบพลางชายตามองแขนที่ถูกบีบไว้ เขาปล่อยมือเอ่ยปากขอโทษเบาๆ แล้วพูดต่อ “ถ้าวันนั้น เราไปหาปลายตามที่นัดกันไว้ ปลายคงไม่ออกไปกินข้าวกับมันหรอกใช่ไหม”  ฉันมองเหม่อไปนอกหน้าต่างด้านข้างถอนหายใจก่อนตอบ “ไม่เกี่ยวกันหรอกน้า เราไม่ได้ชอบเค้าเพราะประชดน้าที่ผิดนัด เราชอบเค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เค้าเข้ามาอยู่ในโฟกัสของกล้องในมือเราแล้ว” ฉันยิ้มให้กับภาพฝันที่แจ่มชัดในความทรงจำ

                บ่ายที่แดดร่มลมเย็น ขณะที่นั่งคุยกับพี่อดีต บก. หนังสือเล่มโปรดและเพื่อนกองบก.สารคดี ฉันยกกล้องขึ้นถ่ายผ้าที่พริ้วปลิวไสวตามแรงลม จังหวะที่ลดระดับกล้องลงเรื่องๆ ชายหนุ่มร่างใหญ่ผมยาวก็ก้าวเข้ามาอยู่ในช่วงโฟกัส ฉันหมุนวงแหวนรอบนอกดึงเขาให้เข้าใกล้สายตามากขึ้นอีก ปรับวงแหวนตัวในอีกครั้งให้ภาพที่เลือนลางนั้นชัดเจนขึ้น แล้วหัวใจฉันก็กระตุกวูบ เขาเหมือน ช่างเหมือนเหลือเกินกับคนรักที่ตายไปของฉัน ฉันหันไปบอกพี่และเพื่อนว่าขอตัวไปเดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศในงานก่อน แล้วตรงไปหาเขาที่ยืนอยู่หน้าร้านขายโปสการ์ดของเพื่อนฉัน ฉันมาช้าไปเพียงเสี้ยวนาที เขาเดินไปแล้ว ฉันมองตามแผ่นหลังของเขาที่หายไปในฝูงชน หนึ่งอาทิตย์ให้หลังเราเจอกันอีกครั้ง หากครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายเดินเข้ามาในชีวิตฉันเอง!!!

                สายฝนยังคงโปรยสายบางเบา ฉันยกแขนขึ้นกอดตัวเองเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ลำพังลมต้นฤดูหนาวก็บาดผิวเนื้อจะแย่มาเจอฝนอย่างนี้ด้วยอากาศเลยยิ่งเลวร้ายลงไปใหญ่ “น้าช่วยใส่คอร์ดกีต้าร์ลงในเพลงที่เราเขียนขึ้นหน่อยได้ไหม เดี๋ยวเราร้องให้ฟัง” “เพลงอะไร” เขาถามพลางเอื้อมไปหยิบกีต้าร์ที่เบาะหลัง “ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลย ถ้าไงใส่คอร์ดแล้วน้าตั้งชื่อเพลงให้ด้วยได้มั้ยล่ะ” ฉันตอบก่อนจะเริ่มเปิดสมุดแล้วร้องเพลงที่เพิ่งเขียนขึ้นออกมาเป็นท่วงทำนอง

                ‘อย่ารักได้ไหม                       ฉันไม่ต้องการทำเธอร้องไห้

อาจเจ็บเจียนตาย                       ถ้ายังคิดฝากรักให้ดูแล

ก็ยังไม่พร้อม                            ไม่ใช่ว่าฉันไม่แล

มันก็แล้วแต่                              เธอมองเธอคิดเช่นไร

อาจดูเป็นคนเฉยชา                   ก็เพราะฉันนั้นไม่มั่นใจ

และบางครั้งเย็นชามากไป         แค่อยากให้เธอไกลจากใจฉัน

ฉันไม่ดีพอ                               อย่ารออย่าหวังให้มากมาย

ไม่ใช่ใจร้าย                              แค่ไม่อยากทำลายชีวิตใคร

เธอเหนื่อยใจพอหรือยัง             ยิ่งใกล้ฉันยิ่งโดนทำร้ายใจ

ควรเดินห่างไปให้ไกล              ยิ่งไกลออกไปหัวใจเธอยิ่งดี’

                 “เพลงของเราใช่ไหม” เขาหัวเราะก่อนพูดต่อ “เราไม่เข้าใจทำไมปลายไม่เลิกรักใครคนที่ไม่มีอีกแล้วสักที เหมือนกับที่เราไม่เข้าใจทำไมเราเลิกรักปลายไม่ได้สักที แม้จะโดนพูดตอกใส่หน้าบ่อยๆ ว่าอย่ามารักก็เถอะ” เขาหัวเราะเหมือนคนอารมณ์ดี เช่นกันฉันเองก็หัวเราะด้วยน้ำเสียงที่กดข่มความเจ็บปวดไว้ภายใน ก่อนบอกเขาว่า "อดีตมันทำร้ายใครไม่ได้หรอกน้า อย่าเอาตัวเองมาผูกติดกับเรา อดีตของเรามันเป็นของเรา แม้มันจะออกมาเพ่นพ่านในเวลาปัจจุบันบ้างบางที เราก็ไม่เคยเห็นมันทำร้ายใครกระทั่งเรา มีแต่คนเรานั่นล่ะไปทึกทักและดึงอดีตของคนอื่นเข้ามาทำร้ายความรู้สึกตัวเองกันทั้งนั้น ถ้าคิดว่ารักเราในฐานะอะไรก็แล้วแต่ รักแล้วเจ็บ อย่ามารัก หากน้ารักเราแล้วมีความสุขกับความเป็นเราในวันนี้ เราดีใจที่มีใครรักเราอย่างนี้ "

                ฉันกลับมาถึงบ้านตอนบ่ายแก่ๆ แม่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มด้วยอาการไข้เล็กน้อยที่ตั่งหน้าโทรทัศน์ เอาน้ำร้อนกับยามาวางให้แม่แล้วฉันก็เดินลงไปเก็บดอกปีปที่ร่วงหล่นตามแรงลมหนาวและสายฝนที่ขาวเกลื่อนพื้น ฉันวางดอกปีปส่วนหนึ่งให้แม่ไว้ชื่นใจกับกลิ่นหอมที่โต๊ะ แล้วหอบส่วนที่เหลือไปไว้ในห้องนอน สายฝน ลมหนาว และมนตรากาสะลอง ทำให้ฉันเปิดสมุดขึ้นมาแล้วจดความคิดลงไป ‘เพลงฝนต้นหนาว’ ๓๐ ตุลาคม ’๕๐  

                ‘ฉันทำร้าย                             เธอที่รัก

ฉันทำลาย                                 รักโดยไม่ตั้งใจ

ต้นเหตุเป็นเพราะฉัน                 ที่ทำให้เธอสั่นไหว

อีกสายลมที่กระทบใจ                ยังให้รักนั้นคลอนแคลน’

น้ำตาที่ไหลเป็นสายทำให้ฉันไม่อาจเขียนเพลงต่อได้ เวทย์มนต์จากกลิ่นกาสะลองรุนแรงเกินต้านทานนัก มันเรียกฉันให้คิดถึงกาสะลองต้นที่จากมา ฉันยังคงเลือกให้ตัวเองคิดถึงเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีฉันในดวงตาอีกต่อไป!!!

               

 

 

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

ในมุมมองผู้ชาย..มีหลายฉาก-คำพูด ในเรื่องนี้ที่ผมไม่เข้าใจ...แต่ก็คงไม่ถามนะครับ..อีกหน่อยผมคงเข้าใจได้เอง
.........................
ความรัก...มีมุมให้จดจำและขีดเขียนได้หลากหลาย..สิ่งแตกต่างที่ผมเห็นคือตอนจบนะ...
"ฉันยังคงเลือกให้ตัวเองคิดถึงเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีฉันในดวงตาอีกต่อไป"
หากเป็นผม...อาจไม่เลือกจบแบบนี้นะครับ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สเนล วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SNAIL
ใครรีบ  ไปก่อน 

มาเชิญไปร่วมงานเปิดนิทรรศการภาพถ่าย ที่ร้านแซ็กโซโฟน อนุสาวรีย์ชัยฯ วันที่6 พย.นี้
ถ้าสนใจ...อ่านรายละเอียดในบล็อกนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
รวินทร์ วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/14tula

บทกวีกระแทกใจ เพิ่งกลับมาจากแพร่ เลยแวะมาทักค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Bon วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impel

เจ็บ...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต


ความมืดบอดของวันวาน ขอให้ผ่านพ้นด้วยดีครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อาโต้ วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rtoto

ใจคอ..จะไม่แวะไปถามไถ่ข่าวคราวพี่เชื้อบ้างเลยใช่ไหม?

หัวใจกับลมหนาว..
ยะเยือกเย็นจับขั้วแห่งหัวใจ

ลมหนาวพัดผ่าน..
สายใยแห่งหัวใจยังคงอยู่

พร่างพราวพรั่งพรู..
เลิศหรูคำจำนรร

ว่างเว้นเชิญแวะเวียน
เยี่ยมเยียนกันน้องพี่
สุขเถิดนะคนดี
พี่นี้..จะไปนอน

5555+

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

แวะมาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
inmoon วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 02.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmoon
เวลาบินข้ามเราไป  ทว่าทอดเงาไว้เสมอ

มาอ่านแล้วหนึ่งรอบน่ะค่ะ - ไม่กล้า 'ment น่ะ เดี๋ยวอิน วูบๆ วาบๆ
แวะมาราตรีสวัสดิ์ และไปฟังเพลงน่ารักๆ ที่บ้านน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

มาเยี่ยมไว้ก่อน..แล้วจะกลับมาอ่านครับ

คล้ายๆยังได้ยิน "เพลงเศร้ากาสะลอง" ที่บ้านนี้อยู่เลย...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลานเทวา วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

อย่าทำลายทำร้ายความรักจนร้องไห้



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หนุมานชาญสมร วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wintawan
บนเส้นทางการเดินทาง มีเรื่องให้ค้นห มีความงามให้จดจำ มีมิตรภาพที่ล่องลอยอยู่รายทาง

ดูแลหัวใจ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tatuk วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

ฝนหนาววว....
นี้มันเศร้าเร้ารุกทุกอณูเชียวแหละตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nongdeun วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongdeun
เธออาจเป็นดินสำหรับเขาแต่เธอคือดาวสำหรับฉัน...หัวใจโกหกไม่เป็น                  http://maohappy.hi5.com/


น้องเดือนแวะมาทักทายมาพร้อมกับมิตรภาพดีดีค่ะ ว่าง ๆ ไปเที่ยว Blog น้องเดือนบ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Sudteerak วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you


ไม่มีในดวงตา
แต่อาจซุกซ่อนในดวงใจ..


......

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]