*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน 2551
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 1600 , 12:09:47 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                             

                                                        

                                                             

                                                                 หลักสูตรใหม่ที่นักกฎหมายไทยควรลง 
 
                                                                                                                เขียน ณ วันที่ 27 เมษายน 2549

                นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่งเจอกับนักต่อสู้ผู้โหยหาความถูกต้อง ผู้กล้าออกมาจากมุมมืดเพื่อตะโกนโห่ร้องให้โลกรู้ว่า “กูถูกรังแก” 11 ปีที่ออกมายืนอยู่ในสนามรบอย่างโดดเดี่ยว จากชีวิตผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยเรียนรู้ข้อกฎหมายลายลักอักษร อย่างประมวลกฎหมายแพ่ง วิ.แพ่ง อาญา วิ.อาญา แต่ด้วยเหตุผลธรรมตามธรรมชาติที่มีอยู่ในหัวใจของมนุษย์ทุกคนซึ่งมีระดับศีลธรรมอยู่ในเกณฑ์ พอใช้ และคุณรัตนา สัจจเทพ เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ความใฝ่รู้ของเธอจากการถูกกลั่นแกล้งด้วยอำนาจรัฐสร้างให้เธอมีความรู้ในข้อกฎหมายไม่แพ้นักกฎหมายทั่วไป ที่อ้างว่ารู้กฎหมายแต่ยังใช้ และตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง จนทำให้ชาวบ้านตาดำดำที่ไม่รู้อะไรเลย เดือดร้อนจากความเหลื่อมล้ำทางความรู้ของปัญญาชนผู้คิดเอาเปรียบคนไร้การศึกษา แล้วการอ้างตามคำกล่าวที่ว่า “ประชาชนจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ” ยังเป็นสากลอยู่หรือ ?
                บ้านซึ่งน่าจะเป็นที่ที่คนในครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ในความหมายของคุณรัตนาแล้ว บ้านสีดำหลังนี้เป็นทั้งห้องสมุดขนาดมหึมา เป็นทั้งมหากาพย์การทุจริตที่ยังไม่รู้ว่าวันไหนจะเป็นตอนสุดท้าย และเป็นมรดกที่สืบทอดให้กับลูกหลานวงการนิติศาสตร์ไทยและผู้ใฝ่รู้ในฐานะที่คนเอาเปรียบคุณรัตนา ก็คือคนรู้กฎหมายอย่างพวกเรา กรณีปัญหาของคุณรัตนานี้จึงสมควรเป็นงานวิจัยชิ้นสำคัญที่ท้าทายนักกฎหมายรุ่นใหม่ เพราะแม้เพียงนิยามของคำว่า ความยุติธรรมเอง คุณรัตนาก็ยังไม่เคยรู้จักและเชื่อมั่นว่ามันคงไม่มีแม้ว่ากระบวนการยุติธรรมในบ้านเรายังไม่เข้าขั้นวิกฤตเท่าใดนัก แต่ทว่าทำไมคุณรัตนา จึงไม่ยอมจำนนกับความไม่ถูกต้องและพยายามต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิ่งที่ถูกละเมิดหรือคงเป็นเพราะตรรกะในใจคิดอยู่เสมอว่า “กูไม่ผิด แล้วจะเอาผิดกะกูได้ยังไง”
อุปสรรคที่ทำให้ปัญหานี้ยืดเยื้อคงเป็นเพราะสังคมไทยที่ยังคงไว้ซึ่งระบบอุปถัมภ์ และระบบเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ที่สร้างความไม่เป็นธรรมให้กับคุณรัตนา เนื่องจากศัตรูที่คุณรัตนาสร้างไว้มีสายสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและเกี่ยวข้องเหมือนปัญหาคนละเรื่องเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่หลักฐานและพยานก็น่าจะมัดเจ้าของโครงการผู้ทำกลฉ้อฉลขายบ้านตัวอย่างให้คุณรัตนา ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพื้นที่ดังกล่าวต้องถูกเว้นว่างไว้ 4 เมตรทุก ๆ 20 หลัง ตามพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร แม้ว่าคุณรัตนาจะร้องเรียนผ่านเขตบึงกุ่ม แต่ก็ยังถูกตอบโต้กลับมาว่า เธอเป็นผู้สร้างทาวน์เฮาส์ หลังนี้ขึ้นมาเอง ความจริงก็รู้กันอยู่ว่า บ้านที่สร้างเป็นชุดเดียวกัน แต่สัญชาตญาณทำให้ในวันนั้นเอง คุณรัตนาได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากที่ร้องเรียนไปหลายครั้งเข้า ผู้อำนวยการเขตในขณะนั้นก็ตัดสินใจส่งเจ้าหน้าที่พร้อมดอกไม้และแจ้งความในการดำเนินคดีกับเพื่อนบ้านเพียงฐานการต่อเติมอาคาร แต่ในฐานการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อนบ้านไม่ถูกดำเนินคดี ทั้ง ๆ ที่ถูกเขตบึงกุ่มเข้ามาเจรจาแล้วก็ยังฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่มีอำนาจกระทำการก็ตาม และในช่วงนั้นเองตัวคุณรัตนา ก็ถูกกดดันให้ย้ายออกจากหมู่บ้านเนื่องจาก เป็นต้นเหตุให้เขตบึงกุ่มแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านกว่า 200 หลังในหมู่บ้านในข้อหาต่อเติมอาคารและแม้จะรู้อยู่ว่าคนที่ทำกลฉ้อฉลใส่คุณรัตนา คือเจ้าของโครงการซึ่งมีความผิดอย่างเต็มประตู แต่การดำเนินการแจ้งความจับผู้ประกอบการในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เพื่อเรียกค่าบ้านคืนก็ไม่เป็นผล เพราะตำรวจไม่ดำเนินการใด ๆ และอ้างกับคุณรัตนาว่า ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจ
                ในมุมมืดของเจ้าของบ้านสีดำอย่างคุณรัตนา ก็ยังมีแสงเทียนที่ส่องสว่างและทำให้สังคมรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ถูกกลั่นแกล้ง เมื่อหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เปิดเผยเรื่องราวของเธอ ความเป็นคุณรัตนาจึงไม่โดดเดี่ยวเหมือนแต่ก่อน และแม้แต่คอถึงลูกถึงคนช่วงปี 2546 อย่างผม ก็ให้กำลังใจคุณรัตนาอย่างเต็มที่ ในปีเดียวกัน หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการคุ้มครองผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้ามาชี้มูลหลังการสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่เขตบึงกุ่ม ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แม้ว่าเรื่องราวทำท่าจะไปได้ดี เพราะเรื่องถูกส่งต่อไปยัง ครม. แต่ทว่ากลับถูกส่งลงมาเป็นตั้งนับศูนย์ใหม่ด้วยการส่งสอบข้อเท็จจริงใหม่อีกครั้ง หากเพียงว่าสิ่งที่คณะกรรมการสิทธิ ฯ สอบสวนมาไม่มีผลใด ๆ เลยหรือ ?
                เมื่อการกระทำที่ผ่านมายังไม่ถูกเยียวยา คุณรัตนา ก็สามารถเข้าใจในวันนั้นวันที่ 22 เมษายน 2546 เลยว่า สีดำคือความยุติธรรมที่รัฐมอบให้ แต่ในวันนั้นเองสิ่งที่คุณรัตนา ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมีนักข่าวเริ่มให้ความสนใจคุณรัตนามากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะลงข่าวให้เห็นเพียงแค่ 1-2 บรรทัด สิ่งวิเศษอีกอย่างที่สร้างกำลังใจในขณะนั้นให้คุณรัตนาคือ พ่อเมือง กทม. คนปัจจุบัน สัญญาว่าจะดูแลเรื่องให้ แต่มันคงไม่ใช่ทางเยียวยาที่เธอต้องการ เพราะหลังจากคณะกรรมการที่ผู้ว่าตั้งขึ้นแถลงผลการสอบสวนว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบึงกุ่มเป็นไปตามปกติ ไม่มีผู้ทุจริต
                เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดบีบบังคับให้เธอตัดสินใจตั้งรกรากบ้านหลังใหม่ที่มีเสาเข็มฝังอยู่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และยังเป็นที่สุดท้ายที่เธอสัญญาว่า จะเอา 5 ชีวิตนี้มาตาย ลงตรงหน้าศาลาว่าการกรุงเทพ ฯ และจะยอมเป็นผีเฝ้า กทม. หากหาความเป็นธรรมไม่ได้ ด้วยจิตใจเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงหญิงคนนี้นี่เองที่ทำให้วัฏจักรชีวิตในแต่ละวัน วนเวียนอยู่นานจนสร้างอาการทางประสาทให้คุณรัตนาเกือบทุกครั้งที่มีคนมาขอให้คุณรัตนาเล่าเรื่องให้ฟัง น้ำตาที่หลั่งออกมาจากหัวใจของเหยื่อผู้ถูกทำร้ายคนนี้ผ่านบทเรียนชีวิตเล่มใหม่ที่อยากให้คนไทยเข้าถึง และกล้าออกมาต่อสู้อย่างผู้หญิงคนนี้ ปัญหาสุขภาวะของคุณรัตนาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐเองต้องเข้ามาดูแลก่อน รัฐเองจึงต้องส่งนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา เข้ามาดูแล เข้ามาบำบัด เพราะชีวิตปัจจุบันนี้ยังมีความกังวล หวาดระแวง ครอบครัวยังมีความก้าวร้าวจากการความเครียด และยังถูกคนติดตาม คุกคาม เพื่อปองร้ายอยู่ตลอดเวลา และนี่คือปัญหาปัจจุบันที่ยังไม่มีหน่วยงานไหนให้ความสนใจแม้ว่าเป็นการเยียวยาที่ตรงจุดก็ตาม เงิน 12 ล้านที่ได้รับมา บางคนอาจคิดว่ามันเยอะไปแต่ ถ้าเทียบกันแล้ว ก็ยังมีค่าไม่เท่าเวลาและสิทธิมนุษยชนที่ถูกละเมิด เงินถูกใช้และร่อยหรอลงทุก ๆวัน เพื่อการดำรงชีพอย่างพอเพียง ชีวิตที่เหลืออยู่ขอเพียงเห็นความสำเร็จของลูกชาย แต่ก็ฝันและรอวันที่จะปลูกบ้านเล็ก ๆ สักหลัง เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นอีกครั้งหนึ่งหลังพรากจากมันมานาน 11 ปี
                11 ปีที่ไม่ควรผ่านไปคงต้องจารึกไว้เป็นตำนาน ทุกวันนี้ ความตั้งใจเขียนหนังสือของคุณรัตนายังคงมีอยู่แต่หากว่าคุณรัตนาเองก็มองหานักเขียนที่ถูกใจ ที่จะเขียนเล่าชีวิตที่ถูกต้องกลั่นแกล้งโดยคนในกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนที่ไม่เข้าใจอย่างนักกฎหมายฟังในภาษาชาวบ้าน แต่ติดปัญหา ในเรื่องผลประโยชน์ระหว่างสำนักพิมพ์และตัวคุณรัตนาเอง
                ในฐานะที่รัฐเองก็ยังไม่สามารถเอาคนทำผิดมาลงโทษได้อย่างสาสมกับสิ่งที่คุณรัตนาใช้ประสบการณ์แลกมาด้วยหัวใจ หากวิเคราะห์ในอีกแง่มุมหนึ่ง ต้นทุนของคุณรัตนาที่ทำให้เดินมาถึงวันนี้ได้ก็เพราะว่ามีต้นทุนดีกว่าคนอื่น ๆ แล้วคนส่วนใหญ่ที่ถูกอำนาจรัฐรังแกในลักษณะเดียวกัน คงไม่มีทางได้ผุดได้เกิดเฉกเช่นวิญญาณที่ล่องลอยอย่างไร้ที่พึ่ง และคงจำนนต่อชะตากรรมของตัวเอง
                ข้อคิดสำคัญจากกรณีคุณรัตนาจึงเป็นเสมือนการบ้านชิ้นสำคัญ ที่ครูสอนกฎหมายในปัจจุบันควรเข้ามาตระหนักและร่วมกันสร้าง ปลูกฝังแนวคิดตามแนวทางจรรณยาบรรณที่ดีของนักกฎหมาย เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมในการทำงานด้านกระบวนการยุติธรรม หล่อหลอมแนวคิด ในการปฏิรูปกฎหมายและนโยบายโดยใช้หลักสูตรชีวิต “รัตนา สัจจเทพ” คงจะเป็นการดีไม่น้อย
                                                                                                                                                โดย ไพรพฤกษ์

ขอบคุณ ข้อมูลดี ๆ จาก หนังสือ คนค้นฅน หน้าปก คุณรัตนา สัจจเทพ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ช่างซ่อม วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/KruPor

อยากให้คนเรายืนหยัดเพื่อความถูกต้อง แต่ถ้าไม่แกร่งพอก็อยากที่จะทานทนแรงเสียดทานนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน