*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน 2551
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 1403 , 13:39:43 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นั่งเล่น  อยู่ในห้องได้สักพัก ยังไม่ทันทำงานเลย ก็เห็น พี่ชาติ พี่วาส พี่ปูน ฝ่าย 1 ยืนจับกลุ่มคุยกัน  ประมาณว่า คงมีประเด็น ที่น่าสนใจในรอบวันเอามาโม้

“เรื่องผีหรือเรื่องคน”                พี่โจ ตะโกนถาม

ก็อย่างว่าแหละปากคนยาวกว่าปากกา  ไม่กี่นาทีเรื่องที่ล้อมวงคุย  ก็รู้ถึงหูพวกเรา  ในกองนี้กันหมด

เรื่องมันมีอยู่ว่า   โทรศัพท์ของพี่ปูนที่ลืมไว้ในห้องทำงาน (ก็ที่นี่นั่นแหละ) เมื่อคืนวานเนี้ย  อันตรธานหายไปจากโต๊ะ โดยมีผู้ต้องสงสัย คือ แม่บ้านหรือภาษาถิ่นที่นี่ เขาเรียกว่า Mate

“พี่ยืนทำงานอยู่ที่โต๊ะ  ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังมาจากตัวแม่บ้าน ก็ยังสงสัยว่าทำไมมันไม่รับ มันดังอยู่นานนะ  จนพี่หันไปมอง  เค้าก็มองกลับมาที่พี่ ”               พี่วาส พยานใกล้ชิดในเหตุการณ์เล่ามันให้ทุกคนฟัง

“หนู อะ แค่ยืนอยู่หน้าห้องยังได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังมาจากข้างในเลย”               พี่แหม่มกล่าวสนับสนุน

มีการพูดคุยเรื่องนี้กันปากต่อปาก  ตลอดช่วงเช้าในเวลางาน  วงโน้นที  วงนี้ที  ใครเพิ่งมาใหม่ยังไม่รู้ก็พลอยรู้ไปด้วย รู้โดยไม่ตั้งใจ

เมื่อพูดคุยกันจนหนาหู  ในที่สุดยุทธการปิดประตูตีแมวจึงเริ่มขึ้น  พยานทั้งสอง  ผู้เสียหาย  ผู้ต้องหา  พี่อีกคนที่มีโทรศัพท์เสียงคล้าย  กันและนักศึกษาฝึกงานซึ่งก็คือผม (ไม่ค่อยเกี่ยวกันเลย)  เราเดินตามต้อย  กันไป  ลงลิฟต์ไปเจอะหน้าผู้ต้องสงสัย

ก่อนหน้ากลุ่มเราจะมาถึง  ในห้องรปภ. มีการสอบปากคำ เค้นความจริง จากปากแม่บ้าน(ผู้ต้องหา)  แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คือปากแข็งและยืนกรานไม่ยอมรับ

“ถ้าเราเอาไป  ก็เอามาคืนซะ  เรื่องก็จะได้จบ”             พี่เก่ง พูดให้โอกาส

“...หนูขึ้นลิฟต์ไปกับเขาเห็นเค้าหยิบโทรศัพท์ขนาดเต็มมือออกมา  หนูเป็นคนช่างสังเกตอยู่แล้ว  หนูจำได้  เครื่องสีดำ  ขอบเทา”                พี่ยามหญิงพยานอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ พูดสนับสนุนอีก

“หนูไม่ได้เอาไปพี่  ไปถามแม่บ้านในกรมได้เลย  มีคนไหนบ้างที่หนูไม่ได้ติดเงิน เป็นหนี้เค้า  ให้ตายเถอะหนูเอาหัวเป็นประกันเลย  หนูทำงานมาหลายบริษัท  ไม่เคยมีประวัติ  จะเอาเรื่องหนูก็เอา เอาเลย หนูไม่ได้เอาไป แล้วหนูจะเอาอะไรมาคืนให้พี่ละ”                   แม่บ้านคนนี้คุยไป ใส่อารมณ์ไป สั่นหัวไป พร้อมกันนั้น บทคนถูกปรักปรำก็เริ่มขึ้นจากน้ำตาที่ถูกบีบออกมาในช่วงเวลาที่จำเป็น

พอฟังจบ ทุกคนที่เป็นพยานก็ยืนยันสิ่งที่ตัวเองเห็นและเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นพี่วาส  พี่ชาติ  พี่ยามหญิง  เค้ายืนยันในลักษณะเดียวกันว่า    “ถ้าเราเอาไป ก็เอามาคืนซะ โอเค ถ้าไม่ยอมรับงั้นก็ต้องเอาเข้ากระบวนการยุติธรรม เดี๋ยวเรียกรถตู้เลยละกัน ไปสน. ...เลย”

หลังจากพูดจบ พี่  เค้าก็เริ่มผ่อนคลายตัวเองลง ต่างคนต่างนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ บ้างก็ดูทีวี ทั้งหมดนี้ก็เพราะรอรถออกจากกรม

ผมเองนั่งฟังอยู่พักหนี่ง เมื่อพี่  เค้าซักจนรู้แน่ว่าไม่ได้เรื่อง  ผมซึ่งนั่งดูเหตุการณ์อยู่ตลลอด เริ่มคิดในใจ “ขอซักคำถามเหอะเผื่อจะช่วยอะไรผู้ใหญ่ได้บ้าง” 

“พี่รู้สึกยังไงบ้าง  กับการถูกทุกคนปรักปรำ หาว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ขโมยโทรศัพท์ไป”             ความรู้สึกที่สงสารภายในตัวผม ถามเค้า

“หนูไม่รู้พี่  หนูบอกไม่ถูก”             เสียงเคล้าน้ำตา ตอบพร้อมเอาสองมือคล้ำ  เช็ดมัน

“เสียใจไหม”               ผมเปลี่ยนคำถามกับความรู้สึกเดิม  

“เสีย มันก็เสียใจ อะนะพี่”              คำตอบที่ถามไม่ได้ออกนอกประเด็นเลยทั้ง  ที่ผมต้องการความรู้สึกมากกว่านั้น

และแล้ว พี่ปูนเจ้าของโทรศัพท์เครื่องนั้นก็เดินเข้ามาสำทับอยู่ข้าง  เค้าแบบนิ่ง  แบบเงียบ 

“ถ้าเราเอาไป ก็ไม่ต้องกลัว  กลัวอะไรอะ ถ้าเราพูดความจริง ก็แค่นั้น กฎหมายเค้าช่วยเรา ถ้าเราพูดความจริง  สบาย  ไม่ต้องเครียด ก็คือเราไม่ได้เอาไปใช่ไหม”                 ผมพยายามย้ำให้เห็นว่า  เค้ายังพอมีผมอยู่ข้าง  แม้ว่าพยานบุคคลดูจะมัดตัวเค้าไว้แน่น จนน่าจะดิ้นไม่หลุดแล้วก็ตาม

“ถ้าเราเอาไป ก็เอามาคืน ก็พี่  เค้าเห็นเราถืออยู่”                 พี่ปูน เริ่มประโยคที่เค้าถาม  กันอีกซ้ำ

“หนู มีแต่เครื่องนี้อะ MP3 โทรศัพท์หนูเคยมี แต่เอาไปจำเขาไว้ เมื่อเช้าหนูเปิดเพลงนี้ฟัง เนี้ยลองฟังดู”             แม่บ้าน(ผู้ต้องหา)พูดพลางเปิดเพลงให้ฟังพลาง 

“มันไม่ใช่เพลงนี้ มันดังกว่านี้”                พี่วาสตอบมันอย่างมั่นใจ

”พี่ฟังผิดหรือเปล่า ลองไปดูสิห้องเงียบ  อะ ก็หนูฟังเพลงนี้จริง  หนูไม่ได้เอาไป จำผิดหรือเปล่า”                   เค้าพยายามพูดกระแทก หักล้างแม้ว่าพยานบุคคลที่เห็น ยืนยันข้อเท็จจริงตรงกันก็ตาม

สักพัก หมดบทสนทนา  เรา  ก็พากันออกมาจากห้องรปภ.มายืนคอยรถตู้ไปสน. ...กัน

ทุกคนออกมารวมตัวกัน ขณะที่ผมเองก็ไปยืนเป็นเพื่อนเค้า  บอกเค้าอย่างเดิม คราวนี้มีพี่ยามอีกคนมาเสริมทัพ                

“ถ้าเราเอาไป ก็เอามาคืนเค้าซะ ถ้าเป็นเรื่องขึ้นศาลแล้ว เรามีตังค์เหรอ มันหลายเรื่องนะ”           พี่ยามตั้งคำถาม 

“พี่พูดความจริงออกมา ไม่ต้องกลัวอะไรหรอก สบาย  เค้าบอกว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนพูดความจริงต้องตาย”                ผมบอกกล่าวเขาด้วยความหวัง เผื่อเค้าจะสารภาพออกมา

“นี่ ถ้าหนูจะไปห้องน้ำ  พี่ต้องตามหนูไปด้วยไหม”              คำถามนี้มาพร้อมอารมณ์สะใจส่วนตัวของแม่บ้าน(ผู้ต้องหา)คนนั้น

“เออม เดี๋ยวผมพาเค้าไปเอง”               ผมอาสาตัดบททุกคน

“ทางไหนอะห้องน้ำ”              ผมไม่รู้จะพูดอะไรเลยถามเค้าอย่างนั้น

พอเดินกันไปถึงห้องน้ำ  ผมทิ้งเค้าที่หน้าห้องน้ำหญิงส่วนตัวก็เห็นแก่กระเพาะปัสสาวะตัวเองเลยปลีกตัวเข้าห้องน้ำชาย พอเสร็จภารกิจออกมาเจอะพี่เก่งคุมเขาอยู่ โดยที่เค้า(แม่บ้าน)ก็ยืนถือมวนบุหรี่อยู่ในมือเพื่อสูบมันเข้าปอด

“เราพลาดอย่างหนึ่ง คือลืมค้นตัวเค้า”             พี่เก่งบ่นให้ผมฟัง

“ตามวิ.อาญา เราค้นตัวเค้าไม่ได้นี่  เรามีอำนาจค้นตัวตามกฎหมายอะไรอะ”             ผมงง เลยถาม

“ก็มันสถานที่เรา เราก็สามารถค้นได้”             พี่เก่งหันมาตอบผม

ไม่นาน ผม พี่เก่งและแม่บ้าน(ผู้ต้องหา)คนนั้น ก็รีบเดินออกมาจากห้องน้ำ พอดีรถตู้ก็มาจอดรออยู่แล้ว ได้ทีเราจึงเดินเขาไปหามัน  

“พา อา ผับ ตึ่ง”                เสียงปิดรถตู้ แสดงให้เห็นว่า เรา  ครบองค์ประชุมแล้ว

 สน. ... ระยะทางห่างจากกรมพอสมควร

“มีอะไร มาครับ”               จ่าหน้าห้องผู้คมเข้มเริ่มคำถาม

“ก็คือ...”             ได้ที  พี่เก่งก็เลยอธิบายเรื่องคร่าว  ให้จ่าคนนั้นฟัง(ซึ่งผมฟังมามากครั้งแล้ว)

“แล้วได้ตัวมาไหม”                  จ่าคนนั้นถาม

“นี่ คนนี้แหละ”                 พี่  เค้าชี้ไปที่ตัวแม่บ้าน(ผู้ต้องหา)

พอจ่าคนนั้นรู้ตัวก็เชิญพี่ปูน เจ้าของโทรศัพท์ แม่บ้านผู้ต้องหามาคุยกันที่โต๊ะก่อนเข้าห้องสอบปากคำ สักพักก็เรียกตัวคนทั้งสองเข้าห้องพนักงานสอบสวน

“ผมขอเข้าไปดูได้ไหมพี่”                ผมถามอย่างตรงไปตรงมาเพราะอยากเข้าไปรู้จริง  ว่าเค้าสอบสวนกันยังไง

“เฮ้ย ไม่ได้”                    พี่  เค้าตอบพร้อมกัน...อย่างพร้อมเพรียง 

“ทำไม สาวยาคูล์ เข้าได้อะ”                        ผมคิดในใจ ทันใดที่เห็นภาพนั้นเตะตา 

พอ 2 คนนั้นเข้าตามจ่าคนนั้นไปคนที่เหลือ ก็ยังคุยกันเรื่องเดิม ส่วนผมก็นั่งฟัง ช่วงไหนแทรกได้ก็พยายามแทรก

…

...

...“คือ ร้อยเวร สอบคดีปล้นทรัพย์อยู่ เดี๋ยวเค้าจะนัดมาสอบอีกที”              พี่ปูนบอกทุก ๆคน

หลังจากได้ยินประโยคนี้ ภาวะผ่อนคลายก็เริ่มขึ้น ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...เลย พอพากันขึ้นรถ ก็หาเรื่องสนุก  คุยเล่นกันไม่มีอาการตึงเครียดอย่างช่วงเวลาก่อนมาโรงพักเลยสักนิด จนรถวิ่งเข้ากรม ทุกคนรวมทั้งแม่บ้านคนนั้น ก็พากันเดินขึ้นชั้น 8 เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย  แม่บ้านคนนั้นก็แยกตัวออกไปทำงานตามปกติ

ส่วนผม  พี่ชาติ  พี่วาส  ก็กลับไปนั่งทำงานต่อที่โต๊ะอย่างปกติ  ไม่นานวาทกรรมประเภทเดิมก่อนหน้านี้ก็เริ่มขึ้นอีก ด้วยมีการถามถึงผลลัพธ์หลังจากไปสน. ...

“เป็นไงบ้าง”                 พี่คนหนึ่งตะโกนถาม

“ไม่รับ รอสอบใหม่”                  พี่วาสตอบพลางหยิบงานขึ้นมาทำต่อ

“เนี้ย กระแดะไปด้วย มีอะไรกับเค้าเนี้ย”                พี่วาสบอกให้พี่คนอื่น  รู้ความว่าผม นะเป็นนักศึกษาฝึกงานนะ เกี่ยวอะไรเนี้ย

“รู้ไหม ไอ้เนี้ย มันเดินถือสมุด ปากกา เข้าไปถามเค้าว่า เออ พี่รู้สึกยังไงที่ถูกคนปรักปรำ ที่คนเค้าหาว่าพี่เป็นขโมย”                 พี่ปูนบอกให้พี่คนอื่น  รู้ ไม่ต่างจากพี่วาส

...ผมเองก็ได้แต่หัวเราะ ขำในสิ่งที่พี่  เขาพูดกัน

“เนี้ยรู้ไหม โทรศัพท์พี่หายปีละเครื่องเลย”                  พี่ปูนพูดอีก

“พี่ก็ปลงเถอะ ให้เค้าไปบ้างสิ เค้าสู้เพื่อลูก”                 ผมพูดแบบทีเล่นทีจริง

“ถ้าสู้เพื่อลูกอย่างนี้ ไม่ไหว อย่าสู้ดีกว่า”                 พี่ปูนตอบอย่างมีอารมณ์ส่วนตาก็ขลุกขลิกไปมา

“เอ้า ไอ้นี่อะ มีลูกตั้ง 3 คน”             พี่ชาติพูดข้อมูลที่พวกเรายังไม่รู้

“ก็เพราะมีลูก 3 คนเนี้ย เลยทำ ช่วงนี้เปิดเทอมพอดี”                 พี่ปูนพูดขึ้นมาอีก

…

…

…

...เสียงเริ่มจอแจเป็นพัก  เรื่องนี้ ยังมีการพูดต่อ  กันไป คนหนึ่งถาม คนหนึ่งตอบ ...จนเวลางานไม่เป็นเวลาทำงาน

...

...

...จน ถึง 16.30น. เวลาเลิกงาน แม่บ้านคนนั้นก็ตัดสินใจเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นมาคืนพี่ปูน  

...และจนบัดนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไรและทำไม เอาละ ถึงยังไงผมก็จะเก็บความกระหายอยากรู้ เหตุผลของเรื่องเหล่านี้ไว้ในความทรงจำ...แต่นั่นแหละ ความทรงจำที่เป็นสีเทา 

-หนูเป็นกับดักของสังคม เพราะสังคมที่เห็นแก่ตัว ตามระบบทุนนิยม เพราะผู้นำที่เห็นแก่ได้จึงสอนให้หนูเห็นแก่ได้ เห็นแก่กิน-

ขอบคุณภาพดีดี จาก

 http://www.chemtrack.org/envforkids/Web%20Images/Gif%20Files/chemicals/ratpoison02.gif

http://widget.sanook.com/static_content/full/text/7514edea2fe59ea4c17dbd4e1b735c8a_1203325593.gif



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กวีไกด์ วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

1.ได้คืนจริง ๆ ครับ
2.ถ้าคนนั้นไม่เอาไปแล้วเขาจะเอามันมาคืนด้วยตัวเองได้อย่างไร เพราะฉะนั้นด้วยพยานบุคลล แม้ไม่ใช่ศาล ก็ถือว่าน่าเชื่อถือพอฟังได้ว่าเขาเอาไป ตามหลักที่ว่า คนสองคนโกหกเรื่องเดียวกันเหมือนและสอดคล้องกันไม่ได้ ฟันธง
3.ผมคิดว่า คงกลัวนะครับ พี่ ๆ ที่นั่น บอกผมว่า ผอ.เรียกไปคุยอะไรบางอย่าง ซึ่ง ณ บัดนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน และขอไม่รู้ตราบเท่าที่ผมไม่อยากรู้ นั่นหมายความว่าเป็นเพราะบารมีของท่านที่สามารถพูดให้เค้าสำนึกผิดได้

และสุดท้ายเค้าก็ถูกเชิญออกตามระเบียบ คนอย่างนี้คงไม่มีใครเอาไว้หรอก

ขอบคุณมากครับสำหรับคำถาม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อะตอม วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/atom240
....คิดดี..คือ ดี

สรุปว่าได้คืน....
คนนั้น...เอาไปแน่ใช่มั้ยนี่...
เอามาคืน..เพราะอะไร...
กลัว..หรือว่าลองของ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน