*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันอาทิตย์ ที่ 8 มิถุนายน 2551
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 1684 , 16:29:09 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ณ เวลาที่ฉันตื่น

เกิดขึ้น ในเบื้องต้น

เสียใจ ครั้งแรก

พรรคพลังประชาชน เศษเหลือจาก พรรคไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้งมาอันดับ 1 สามารถจัดตั้งรัฐบาลนอมินี-ลูกกรอกได้สำเร็จและกล่าวกับท่านรัฐมนตรีทั้งหลายในวันหนึ่งว่า 

“คนที่คิดเป็น เขียนเป็น ขับรถเป็น ก็ควรจะบริหารบ้านเมืองเป็น”

ดีใจ ครั้งแรก

พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีหวังเป็นแกนนำรัฐบาลจับมือกับอีก 4 พรรคกลาง-เล็ก หากว่า พรรคพลังประชาชน แบ่งผลประโยชน์ให้พรรคที่เหลือได้ไม่ลงตัว  โดยคุณอภิสิทธิ์ออกมากล่าวว่า

“ถ้าประชาธิปัตย์จะจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมั่นใจว่าเป็นรัฐบาลที่ทำงานได้  ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตั้งรัฐบาลที่ทำงานไม่ได้ ดังนั้นต้องดูกันอย่างรอบคอบทุกฝ่าย ตนยืนยันว่าตัวเลขเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ประสบการณ์ในอดีตก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับแนวทางการทำงาน ภาวะความเป็นผู้นำ ที่สำคัญคือขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่มีอำนาจใช้อำนาจอย่างไร …วันนี้ผมคิดว่าอย่าเพิ่งไปพูดอะไรล่วงหน้า เมื่อพรรคพลังประชาชนเขาจัดตั้งรัฐบาลอยู่ และบอกจะแถลงวันที่ 4 ม.ค. ผมว่าก็รอวันที่ 4 จะเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด เพราะเป็นวันเวลาที่เขาเลือกกำหนดเอง ถ้าผมจะไปบอกให้เร็วกว่านี้ ก็จะหาว่าผมกดดัน เมื่อเขาจะพูดวันที่ 4 ก็รอวันที่ 4 เพียงแต่อย่าไปให้ข่าวที่ทำให้เกิดความสับสน”

ตั้งอยู่  ในท่ามกลาง

เสียใจครั้งที่ 2

นายสมัคร  สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ไร้น้ำยาในการแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาราคาน้ำมัน ปัญหาความรุนแรงในบ้านเมือง และ... เพราะรังแต่จะใช้เวลา 3เดือน-... (เกิน 99 วันแล้ว)  แก้ปัญหาให้กับคนเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมเลิกเล่นการเมืองโดยพฤตินัยซะที

ดีใจครั้งที่ 2

ถ้านายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 อย่างน้อย ประชาชนก็จะได้พิสูจน์แผน 99 วันทำได้จริงของพรรคที่เป็นสถาบันทางการเมืองว่า ที่แท้ก็ไร้น้ำยาไม่ต่างกันใช่หรือไม่

“ปชป ชี้ รัฐ 99 วัน ทำชาติเสียโอกาส หาก “ปชป” เป็นรัฐบาล นโยบาย 99 วันทำได้จริงเห็นผลแล้ว”อ่านรายละเอียดได้ ที่ http://www.democrat.or.th

ดับไป ในที่สุด

เสียใจครั้งที่ 3 

นายสมัคร  สุนทรเวช ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล(นายกรัฐมนตรี)ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนปากพล่อยออกมาผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2551 ว่า “…ที่ผมต้องพูดวันนี้ไม่รอพูดพรุ่งนี้ เพราะวันนี้จะเอากันให้แตกหัก วันนี้ผมต้องพูดซะตอนนี้ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองรู้อยู่ว่า รัฐบาลนั้นรับผิดชอบ ตำรวจก็รับผิดชอบ ทหารก็รับผิดชอบ ผมเตรียมพร้อมไว้หมด…บัดนี้ ผมเป็นคนดูแลบ้านเมืองนี้ ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ที่บอกกันวันนี้ไม่รอพรุ่งนี้ เพราะพวกคุณจะแสดงกันในวันนี้ ลองดูซิครับ ผมบอกให้รู้ละกัน ก็ลองดู ผมเตรียมไว้พร้อมหมดเรียบร้อย ทั้งตำรวจ ทหาร ไม่ได้ขู่นะ แต่สิ่งที่พวกคุณมาข่มขู่กลางถนน กลางเมือง ไม่ได้ครับ ผมต้องดำเนินการ พวกคุณจะไปหาที่ใหม่ตรงไหน จะทำยังไง จะอยู่กันอีกซักปี ผมไม่ว่า แต่คุณทำตรงนี้ไม่ได้” พอตกเย็น เวลา ประมาณ 19.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชื่อสมัคร กลับลำ เปิดแถลงข่าวที่บ้านบางบอน ยันไม่สลายม็อบ ยืนยันว่า “นายกรัฐมนตรี ปล่อยให้ชุมนุมอย่างเต็มที่”

ดีใจครั้งที่ 3

นายถาวร  เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์และรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย (เงา) ได้แสดงความกังวลต่อคำสั่งของนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ที่ให้กองกำลังของรัฐ ไม่ว่าทหารหรือตำรวจเข้าสลายการชุมนุม พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ว่า  “หากประชาชนบาดเจ็บล้มตาย นายกฯ สมัคร จะต้องรับผิดชอบ และที่สำคัญที่สุดจะเป็นชนวนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองไปในทางที่เราไม่ต้องการ นั่นคือการปฏิวัติ หรือรัฐประหาร ดังนั้นขอให้นายกฯ สมัคร เปลี่ยนความคิดใหม่ คนแก่แล้วควรจะรับฟังความเห็นคนอื่นบ้าง มีประสบการณ์ทางการเมืองมาเยอะแล้ว ควรจะรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง มิเช่นนั้นท่านต้องรับผิดชอบ”

ณ เวลาที่ฉันหลับ

ความฝันที่เสียใจ ครั้งแรก

นายสมัคร  สุนทรเวช เขียน หนังสือชื่อ การเมืองเรื่องตัณหา

 ความส่วนหนึ่งจากหนังสือเล่มนี้

 “...ผมก็ได้ความคิดขึ้นมาตรงนั้น ว่าถ้าหากผมจะเลือกเส้นทางเดิน เป็นนักการเมืองในบ้านเมืองนี้ต่อไป ผมก็ควรจะเขียนหนังสือ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาส่วนตัวของผมสักเล่ม...แต่มาคิดดูว่าหากจะเขียนเฉพาะเรื่องของตัวเองล้วน ๆ ก็เห็นจะไม่เข้าที ก็ในเมื่อตัวเองเกิดมา อายุอานามก็ไล่เลี่ยกันอยู่กับอายุของประชาธิปไตยเมืองไทย ทำไมไม่เขียนเล่าเรื่องการบ้านการเมืองที่ตัวเองเคยรู้เคยเห็นมาให้ผู้คนได้อ่านกัน…คิดอย่างนั้นแล้วผมก็คิดถึงชื่อหนังสือเล่มใหม่ว่าควรจะใช้ชื่อยังไงมันถึงจะเป็นกลาง ๆ ระหว่างการเมืองกับเรื่องชีวิตของผมที่พัวพันกันอยู่กับการเมืองมาพอสมควร…”

ความฝันที่ดีใจ ครั้งแรก

นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ  เขียนหนังสือชื่อ ใครว่าผมอภิสิทธิ์?

ความส่วนหนึ่งจากหนังสือเล่มนี้

 “…สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด คือ สโมสรนิวคาสเซิน  ที่ผมชื่นชอบ ที่คุณทักษิณพยายามซื้อ แต่เขาไม่ขาย เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เคยมีใครซื้อได้…”

ความฝันที่ดีใจ ครั้งที่ 2

ท่านพุทธทาส เขียนหนังสือเรื่อง คาถาเย้ยตัณหา  

ความส่วนหนึ่งจากหนังสือเล่มนี้

“...เมื่อพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้แล้ว  ท่านเห็นความทุกข์ดับไปแล้ว  จิตหลุดพ้นแล้ว  ท่านได้ออกอุทานตามความรู้สึกที่มีอยู่ในใจในขณะนั้น  ดังพระบาลีนิเขปบท  ที่อาตมายกขึ้นมากล่าวไว้ข้างต้นว่า  อเนกชาติสํสารํ     สนฺธาวิสฺสํ อนิพฺพิสํ  คหการํ คเวสนฺโต     ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ  เมื่อเราโง่เที่ยวแสวงหาเรือนแล่นไปในสงสาร ไม่รู้จักจบจักสิ้นเป็นอันมาก ก็ได้เป็นทุกข์ทุกทีที่มีความเกิดขึ้น เกิดชาติใดก็เป็นทุกข์ชาตินั้น การเกิดทุกทีเป็นทุกข์ทุกที เพราะว่ายังโง่อยู่ แสวงหาตัณหาที่เป็นนายช่างผู้สร้างเรือน. เหมือนคนเดี๋ยวนี้ เที่ยวแสวงหาเหยื่ออันเอร็ดอร่อยสำหรับตัณหา นั่นแหละเรียกว่า   คหการํ คเวสนฺโต  แสวงหาอยู่ซึ่งตัณหาผู้สร้างเรือน.  หมายความว่า  เห็นตัณหาเป็นของดี  แสวงหาเหยื่อมาบำรุงบำเรอตัณหา  เหมือนที่คนทุกคนในโลกกระทำอยู่ในบัดนี้ นั่นสมัยที่ยังไม่รู้ ยังไม่ตรัสรู้

ต่อมาตรัสรู้จึงกล่าวว่า  คหการก ทิฏฺโฐสิ     ปุน เคหํ น กาหสิ,ดูก่อนตัณหา  ซึ่งเป็นเหมือนคนสร้างบ้านสร้างเรือน เดี๋ยวนี้เรารู้จักเจ้าเสียแล้ว  เจ้าจะสร้างเรือนให้เราไม่ได้อีก  คือ  เจ้าจะปรุงสังขาร  จะสร้างสังขารเสมือนกับบ้านเรือน  ให้เป็นทุกข์ทรมานแก่เราไม่ได้อีก.

สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา     คหกูฏํ วิสงฺขตํ, เครื่องประกอบเรือนทั่ว ๆ ไป เราก็หักทำลายเสียแล้ว, ส่วนยอดเรือนส่วนบน เราก็ทำลายเสียแล้ว ส่วนประกอบของเรือนโดยทั่วไป เราก็ทำลายเสียแล้ว.

วิสงฺขารคตํ จิตฺตํ     ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา. จิตมันถึงแล้วซึ่ง วิสังขาร คือ ถึงความสิ้นไปแห่งตัณหา ดังนี้.

คำพูดนี้ไปจบลงที่ว่า ความสิ้นไปแห่งตัณหา. แล้วก็ว่า จิตนี้มันถึงแล้วซึ่งวิสังขาร จิตที่ถึงวิสังขารนั้น คือ จิตว่างจากความยึดถือสิ่งใดโดยความเป็นตัวกู-ของกู, จิตที่ไม่โง่ในขณะแห่งผัสสะ  ไม่หลงใหลในอารมณ์แห่งผัสสะ เรียกว่าจิตมันถึงภาวะที่ไม่มีอะไรมาทำให้โง่ ไม่มีอะไรมาปรุงแต่งจิต ให้เกิดสังขารกลุ่มที่เรียกว่า ความทุกข์. จิตถึงแล้วซึ่งวิสังขาร จิตถึงแล้วซึ่งภาวะที่อะไร ๆ มาปรุงแต่งให้เป็นทุกข์อีกไม่ได้ คือ ไม่ให้เป็นรังเป็นเรือน ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ได้อีกต่อไป.

นี่พระพุทธองค์ทรงกล่าวคำถ้อยคำแรกที่สุดที่ได้ตรัสรู้ คำนี้กล่าวแก่พระองค์เอง ก่อนตรัสธรรมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์. เราจึงถือว่าคำกล่าวไม่กี่คำนี้เป็นปฐมพุทธโอวาท เป็นโอวาทคำแรกของพระพุทธองค์ หรือเรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า คาถาเย้ยตัณหา ว่าตัณหาเอ๋ย เดี๋ยวนี้แกจะสร้างบ้านสร้างเรือนให้ฉันอีกไม่ได้แล้ว คาถาที่เรียกว่าเย้ยก็เย้ยกันตรงนี้.

มันไม่มีความรู้สึกคิดนึกที่จะเป็นตัวตนของตน  ขึ้นมาในจิตใจนี้อีกแล้ว, จิตนี้จะว่างจากความคิดชนิดนั้นจนตลอดกาล.

นี่แหละเรียกว่า ตรัสรู้ แล้วมันทำให้เกิดผลอย่างนี้ ที่เรียกว่าเป็น นิพพาน เย็นสนิท เพราะความดับไปแห่งไฟกิเลสและไฟทุกข์. พระพุทธเจ้าก็เป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา ในขณะตรัสรู้ ไฟกิเลสและไฟทุกข์นิพพาน เรียกว่าเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน กันที่ตรงนี้.  

ฝากให้ท่านสมัคร ไว้ท่อง เพื่อว่าวันหนึ่ง จะได้สิ้นไปแห่งตัณหา

ความทุกข์เกิดที่จิต,     เพราะเห็นผิดเมื่อผัสสะ ;พอมีผัสสะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย มันเกิดความเห็นผิด เกิดความโง่, ความทุกข์เกิดที่จิต เพราะเห็นผิด เพราะโง่เมื่อผัสสะ.

ความทุกข์จะไม่โผล่,   ถ้าไม่โง่เรื่องผัสสะ; มีผัสสะอยู่ตามธรรมดาทั้งวันทั้งคืนแต่เราไม่โง่ ความทุกข์เกิดไม่ได้ ; นี้ความทุกข์ไม่โผล่.

ความทุกข์เกิดไม่ได้,   ถ้าเข้าใจเรื่องผัสสะ  ; เรารู้จักธาตุแท้ของผัสสะตามกฎธรรมชาติ เป็นความรู้ประจำอยู่แล้ว ความทุกข์เกิดไม่ได้.

 

-พุทธองค์ทรงเมตตา-

                 

รวบรวมเรื่องราวทั้งหมดและเขียนโดย พ.ไพรพฤกษ์

ขอบคุณภาพดีดี จาก

http://pirun.ku.ac.th/~b4810052/60_3.jpg
http://www.nationejobs.com/citylife/content_images/412/Book5-copy.gif
http://www.bloggang.com/data/manchu/picture/1202609511.jpg

http://www.photographyblog.com/gallery/data/3058/994Sunrise_at_Lonidaw.jpg



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
a r t l e k l e k วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/artleklek
เขียนในสิ่งที่คิด...ผิดก็ช่าง...ไม่ผิดก็ช่าง!!..

สวัสดีค่ะ คุณตั้งใจเขียนจริงๆ ค่ะ
เราคิดว่าเราเหมือนคุณอยู่ 1 อย่างคือ
เรารอคอยความสุขเล็กๆน้อยๆ ให้หัวใจชุ่มฉ่ำบ้าง
ความสุขนานๆมาที แต่มาทีไรก็อิ่มเอม

อภิสิทธิ์ แฟนคลับ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กวีไกด์ วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

ผมเพิ่งเข้าแก้รายละเอียดที่ควรจะเป็น
ขออภัยเพื่อน ๆ ทั้ง 11 คนที่เข้ามาอ่านก่อนหน้านี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน