*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน 2551
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 1231 , 18:44:23 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนละเรื่องเดียวกัน ระหว่างธรรมชาติ-สัตว์-คน

(ระวัง !!! ข้อความข้างล่างนี้เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น ถ้าคุณคิดจะเชื่อเท่ากับคุณกำลังจะโดนหลอก)

“ถ้าคนดีมีศีลธรรม สัตว์ก็จะพลอยเป็นปรกติอยู่ได้ด้วย แล้วก็จะมีปริมาณมากด้วย บ้านเมืองที่มีศีลธรรม จะเห็นสัตว์ทั้งหลายมีมากมายและอยู่อย่างน่าดู ถ้าบ้านเมืองไหนไม่มีศีลธรรม สัตว์มันก็จะถูกฆ่าตายไป ถูกทำให้พิการเจ็บปวด นี่เรียกว่า แม้ที่สัตว์นั้นก็แสดงอยู่ซึ่งความมีศีลธรรมของมนุษย์ อีกมุมหนึ่ง สัตว์มันก็ต้องมีศีลธรรมตามแบบสัตว์ ซึ่งไม่ต้องสอน เพราะธรรมชาติมันสอน มันควบคุม ฉะนั้นสัตว์จึงมีชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุข ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บมากเหมือนมนุษย์ คิดแล้วก็น่าสังเวช ที่มนุษย์เป็นโรคภัยไข้เจ็บมากมายเหลือประมาณแปลก ๆ ออกไป แต่สัตว์มันยังคงที่ มีเท่าที่มันมีอยู่ และก็มีเป็นส่วนน้อย มันมีศีลธรรมอะไรก็ไม่ทราบ ไปตามธรรมชาติของมัน” น.13 (ถ้าคนดี สัตว์ก็มีสุข จากหนังสือ วาทะธรรมว่าด้วยศีลธรรมข้อ 5 โดยพุทธทาสภิกขุ)

“มนุษย์เรามีความเป็นอยู่ผิดธรรมชาติ ก็เลยมีโรคภัยไข้เจ็บมาก ข้อที่มนุษย์อยู่อย่างผิดธรรมชาตินี้ ก็ควรจะเรียกได้ว่า เสียหายในส่วนศีลธรรมได้เหมือนกัน สัตว์มันยังไม่เสีย มันจึงยังไม่ค่อยมีโรคภัยไข้เจ็บ เราไม่ค่อยเห็นสุนัขหรือแมวปวดหัว หรือปวดฟัน หรือเป็นอะไรต่าง ๆ เหมือนที่คนเขาเป็นกัน  ยิ่งพืชพันธุ์ธัญญาหารด้วยแล้วมันมีศีลธรรมตามธรรมชาติ เพราะมันไม่มีอะไรไปผลักดันปรุงแต่ง จึงเป็นปรกติอยู่ตามธรรมชาติ อีกทีหนึ่ง ถ้ามนุษย์มีศีลธรรม พืชพันธ์ธัญญาหารเหล่านี้ก็อยู่สบาย ไม่ค่อยถูกเบียดเบียน เราจึงถือว่าปรากฏการณ์ที่เป็นผลทางศีลธรรมนั้น ปรากฏอยู่ที่สิ่งมีชีวิต นับตั้งแต่พืชพันธุ์ไม้ ขึ้นมาถึงสัตว์เดรัจฉานขึ้นมาถึงมนุษย์” น.13-14 (เป็นอยู่ผิดธรรมชาติ จากหนังสือ วาทะธรรมว่าด้วยศีลธรรมข้อ 6 โดยพุทธทาสภิกขุ)

“ถึงแม้เราจะสร้างระบบให้ดีอย่างไร หากเราไม่แก้สันดานคน มันก็จะแก้อะไรไม่ได้มาก” (มติชนสุดสัปดาห์ อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2534 โดย นายอานันท์ ปันยารชุน)

“อะไรคือความบริสุทธิ์ อะไรคือความยุติธรรม อะไรคือจริยธรรม อะไรคือศีลธรรม อะไรคือคุณธรรม สิ่งเหล่านี้ผมว่าเป็นสิ่งซึ่งอาศัยกฎหมายหรือกฎเกณฑ์มาแก้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เป็นสิ่งซึ่งเราต้องปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก” (รายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ค.2/2534 วันที่ 4 เมษายน 2534 ศูนย์ชวเลขพิมพ์ดีด สำนักเลขาธิการรัฐสภา โดยนายอานันท์ ปันยารชุน)

“ขณะนี้สังคมไทยน่าสังเวชมาก ส่งเสริมให้เด็กเคารพเงิน เคารพตำแหน่ง เราต้องเปลี่ยนแปลงค่านิยมของเด็กของคนรุ่นใหม่ให้ได้ สอนให้เคารพคนดี ผมอยากจะเริ่มกระบวนการอันนี้ หากไม่ดำเนินการตั้งแต่บัดนี้ อีก 10 ปีข้างหน้า เยาวชนจะเลวร้ายมากกว่านี้” (มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2534 โดยนายอานันท์ ปันยารชุน)

“...มีคนถามผมว่า คนจนมุมต่างจากหมาจนตรอกอย่างไร ผมนิ่งไปครู่หนึ่งหันไปยิ้มแล้วตอบเขาว่า คนต่างจากหมาตรงที่มีสมองไว้คิด บางครั้งเพื่อความอยู่รอด จึงต้องสร้างพื้นที่ให้กับตัวเอง เผื่อไว้เป็นทางเลือก เผื่อบังเอิญจะรอด เพราะเขาอาจรู้ทันธรรมชาติของหมาที่ว่า เมื่อหมามันจนตรอก แม้มันกลัว หมามันก็กล้าที่จะสู้ ถึงแม้ไม่สู้มันก็ตาย และที่มันรอดตาย 1 ใน 100 ครั้งได้ก็เพราะมันสู้...” (โดย ไพรพฤกษ์)

“...เคยคิด หลังจากคนเขาพูดกันว่า การศึกษาไม่ได้ช่วยให้เธอเป็นคนดีเลย อันนี้ผมคิดว่าจริง จริงอย่างที่เห็น ตัวอย่างก็มีเยอะ...ผมพยายามคิดต่อ...เอ๊แล้วอะไรละที่เป็นหลักประกันที่ดีกว่าการศึกษา ผมนิ่งไป คิดได้เพียงว่า การซึมซับความดี ที่ได้จากการคิด พูด ทำดี จากคนดี นั่นแหละ เป็นหลักประกันที่ดีได้ เพราะการเป็นคนดีมันสอนกันยาก อยู่ ๆ จะไปบอกให้เขาเป็นคนดี แล้วเขาก็เป็นคนดี ไม่มีทาง แต่ทว่ามันต้องมาจากการสั่งสมต่างหากเล่า...” (โดย ไพรพฤกษ์)

 

ก่อนจะเชื่อข้อความข้างต้นนี้ ลองอ่านอะไรข้างล่าง

 

 

อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา ประเภท "เขาว่า" "ได้ยินมาว่า" ทั้งหลาย

อย่าได้ยึดถือถ้อยคำสืบๆกันมา ประเภท "ใครๆว่า" "โบราณว่า" ตามกระแส

อย่าได้ยึดถือโดยความตื่นข่าวว่า เข่าว่าอย่างนี้ ประเภทข่าวลือ ข่าวโคมลอย ทั้งหลาย

อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา อย่าไปตามตำรามากนัก ตำราว่าอย่างนั้น ต้องออกมาเป็นอย่างนั้น เท่านั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมว่า ตำราบางเล่ม คนแต่งก็มั่วเมาบ้าง เขียนไม่ครบบ้าง ใส่ไข่เอาเองบ้าง คนมีกิเลสไปแก้ไขตำรา คนมีผลประโยขน์ ไม่แก้ไขตำราเท่ากับเราโดนหลอก

อย่าได้ยึดถือโดยนึกเดาเอาเอง เช่น เข้าใจเอาเอง หรือข้อมูลไม่พอ ใจร้อนเดาสุ่มเอา มั่วๆ เอา

อย่าได้ยึดถือโดยการคาดคะเน การคาดการณ์ตามประวัติศาสตร์ ตามสถิติ ความน่าจะเป็น ซึ่งอาจจะผิดก็ได้ เพราะเห็นแค่ร้อย อย่าเหมาว่าที่ร้อยเอ็ดจะเป็นไปด้วย อย่าได้ยึดถือตรึงตามอาการ อย่าเห็นว่าอาการแบบนี้ น่าจะเป็นแบบนี้ ให้คิดเผื่อๆไว้ด้วย เช่น เห็นคนไข้เป็นแบบที่เคยรักษาคนอื่นๆมาก่อน อย่าไปตรึกเอาเองว่าเป็นแบบนั้น เห็นเงาก็จ่ายยาได้ เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าเข้าข้างตนเอง นั่งสมาธิเห็นโน่น เห็นนี้ อย่านึกว่าเป็นจริง เพราะอาจจะเป็นจิตหลอกจิต

อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่า ต้องกันกับทิฐิของตัว อย่าเอาความเห็นของตนเป็นใหญ่ อะไรที่ตรงกับที่ตนคิดไว้เท่านั้นที่เชื่อได้ คนคิดแบบนี้ ดื้อตายชัก

อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ ระวังจะโดนหลอก อย่าลืมว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา การยึดอาจารย์ของตนเองมากไป ก็ไม่ดี ควรทำตาม ทดสอบดู ถ้าผิดพลาดก็ไม่ต้องเชื่อ ถ้าทำแล้วดีขึ้นก็แสดงว่าเชื่อได้

...ต่อเมื่อใด รู้เข้าใจด้วยตนว่า ธรรมเหล่านั้น เป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้นแล้ว จึงควรละหรือถือปฏิบัติตามนั้น...

รวบรวมเรียบเรียงและเขียนโดย พ.ไพรพฤกษ์ 

“ เมื่อใดสิ่งที่คุณรับไปจากใครก็ตาม ไม่เป็นประโยชน์กับตัวคุณเองเพราะคุณเพิกเฉยกับมันหรือเพราะอะไรก็ตาม ผมคิดว่าเมื่อนั้น มันพร้อมที่จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นที่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เหมือนที่คุณเพิ่งรู้ หรือไม่คิดจะรู้ตั้งแต่แรก ยื่นมันให้กับคนอื่นเสียเถิด”

ขอบคุณภาพดีดี จาก http://www.buddhadasa.org/images/news/9yrs_BDB.jpg



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
joeyman วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind


โลกจะงามเพราะคน โลกจะหม่นก็เพราะคนเหมือนกัน....
สาธุครับ


เจ้าข้าเอ้ย...คนโง่มาแล้ว....
สารคดี..รูปแบบ Blog TV คนโง่ปั่นจักรยาน
ตอน ตามล่าผีขนุนและหมุดประชาธิปไตย
http://www.oknation.net/blog/visa
สารดีที่คนไทยควรต้องดู..เพื่อรู้กำพืดของตัวเอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน