*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน 2551
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 1504 , 12:43:53 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2551 สถาบันสันติประชาธรรม จัดโครงการเสวนาสิทธิมนุษยชนกับความเห็นที่แตกต่าง (2) หัวข้อเสวนาปรากฏการณ์จักรภพ เพ็ญแข: ภาพสะท้อนสังคมการเมืองไทย ที่ห้อง 222 คณะนิติศาสตร์ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยากรประกอบด้วย นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายประวิตร โรจนพฤกษ์ สื่อมวลชน ดำเนินรายการ โดย ชัยธวัช ตุลาฑล สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน

นายพิชญ์ กล่าวว่า ไม่ได้มาแก้ต่างให้นายจักรภพแต่ตนเชื่อว่านายจักรภพ พูดถึงระบบอุปถัมภ์ในบริบทที่หมายถึงข้าราชการและทหาร ว่ามีมายาคติที่เป็นอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตย โดยต้องการโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นักข่าวที่เข้าฟังนายจักรภพในวันนั้นก็ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่นายจักรภพวิพากษ์วิจารณ์ระบบอุปถัมภ์ เพราะนายจักรภพเองก็ระบุยอมรับว่าตัวเขาเองก็ตกอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้มีคำถามของผู้เข้ารับฟังว่าในท้ายที่สุดหากไม่ยอมรับในระบบอุปถัมภ์แล้วทำไมเขาต้องอยู่ใต้ระบบอุปถัมภ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และสิ่งที่เป็นปัญหาของนายจักรภพคือการปกป้องพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งทำให้นายจักรภพมีความน่าเชื่อถือลดลง

นายพิชญ์ กล่าวต่อไปว่า นายจักรภพ เรียนคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในช่วงปี พ.ศ. 2528-2531 ซึ่งเป็นช่วงท้ายที่ พล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้เขาเห็นโลกอีกแบบหนึ่งคือเห็นความแตกต่างระหว่าง นายกฯที่มาจากการเลือกตั้งคือ พ.ต.ท.ทักษิณ และ นายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มีพรรคการเมืองพร้อมใจเชิญมานั่งในตำแหน่งโดยไม่ได้ลงสมัครให้ประชาชนเลือก คือ พล.อ.เปรม ซึ่งนักการเมืองก็ไม่โกรธแค้นแม้ พล.อ.เปรมยุบสภา ทำให้ตนเชื่อว่ากรณีดังกล่าวเป็นตัวแบบของนายกรัฐมนตรีที่นายจักรภพเห็นว่ามีความแตกต่างกันจึงพูดโดยมีเป้าโจมตี พล.อ.เปรม ในบริบทที่สื่อมวลชนเองก็เข้าใจไปว่าพล.อ.เปรมอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร ดังนั้นการพูดของนายจักรภพอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท พล.อ.เปรม แต่ไม่ได้แปลว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยกเว้นจะแปลความว่า พล.อ.เปรมเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งจะทำให้ยุ่งไปกันใหญ่

"พล.อ.เปรมควรฟ้องนายจักรภพในข้อหาหมิ่นประมาท เพราะเริ่มต้นก็ซัดว่าเรือนจำคุณเปรม เป็นเรื่องระหว่างพล.อ.เปรมและนายจักรภพ ไม่ใช่ว่าบุคคลที่ 3 ต้องมาฟ้องนายจักรภพหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะนายจักรภพไม่ได้พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และสังคมก็ไม่ควรเข้าใจผิดไปว่าหมิ่นประมาท พล.อ.เปรม เท่ากับหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์เพราะเป็นคนละส่วนกัน" นายพิชญ์กล่าวและว่าคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่วนใหญ่ผู้ฟ้องจะไม่ใช่ผู้ที่ถูกหมิ่นฯ แต่เป็นผู้อ้างว่าจงรักภักดีโดยนำการกล่าวหามาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

นายพิชญ์ กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์และตำรวจที่จะดำเนินคดีต่อนายจักรภพ ว่าการแปลคำพูดจากภาษาต่างประเทศเพื่อจะไปตั้งข้อหาต่อคนอื่นนั้น ต้องระมัดระวังและคำนึงถึงบริบทว่าผู้พูดหมายถึงอะไรและไม่ใช่พยายามจะแปลให้เขาผิดหรือจับผิดเพราะผู้ทำการแปลคือผู้ที่เขียนใหม่ซ้ำอีกครั้งอาจมีความหมายที่ต่างกันขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาพูดครั้งเดียวแต่คนที่กล่าวหาคนอื่นต้องพูดซ้ำอีกหลายครั้ง และระบบอุปถัมภ์ก็เป็นคำที่สามารถตีความได้หลายความหมาย เช่น หากกระทรวงมหาดไทยหรือ กกต. เชิญนายจักรภพไปพูดเรื่องระบบอุปถัมภ์ก็อาจจะมีความหมายไปตามวาทกรรมของชนชั้นกลางที่ว่าระบบดังกล่าวทำให้เกิดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย ซึ่งตัวระบบไม่สามารถตีความไปได้ว่าหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และที่ผ่านมานายจักรภพก็เป็นสื่อกระแสหลักที่มีความสามารถในการบรรยายงานพิธีการต่างๆได้ดี สำหรับกรณีนายจักรภพพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ตนเห็นว่า เขาเริ่มต้นพูดระบุบริบทว่าตนเองเพิ่งออกมาจากคุกคุณเปรม และพูดเรื่องการออกเสียงลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งมีการชนกันระหว่างระบบอุปถัมภ์ 56เปอร์เซ็นต์และประชาธิปไตย41เปอร์เซ็นต์ และเน้นการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 โดยนายจักรภพ ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์และไม่ได้แสดงความอาฆาตมาดร้าย แต่พยายามจะบอกว่าสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ตรงไหน ไม่ใช่มีแต่เพียงมายาคติที่ไม่มีความชัดเจน

"จากต้นฉบับภาษาอังกฤษจะเห็นว่า นายจักรภพระบุว่า มายาคติทางการเมืองเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย แต่ไม่ได้หมายความว่าสถาบันกษัตริย์หรือกษัตริย์เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย ผมไม่ได้บอกว่านายจักรภพพูดถูก แต่ยังไม่เห็นว่านายจักรภพผิดตามข้อกล่าวหาตรงไหน เว้นเสียแต่ว่าผู้ฟ้องร้อง จะแปลคำว่าระบบอุปถัมภ์ให้เป็นคำว่าสถาบันพระมหากษัตริย์" นายพิชญ์กล่าวและว่าเชื่อว่านายจักรภพไม่ต้องการพึ่งระบอบอำมาตยาธิปไตยที่เล่นพรรคพวกและรัฐประหารโดยอ้างความจงรักภักดี

ส่วนกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าสิ่งที่นายจักรพูดนั้นเป็นอันตราย นายพิชญ์กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ ควรระบุด้วยว่าเนื้อหาที่นายจักรภพพูดนั้นเป็นอันตรายต่ออะไร เช่นอันตรายต่อระบบอุปถัมภ์ซึ่งเขากำลังวิจารณ์ หรืออันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรืออันตรายต่อกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ เพราะตามตรรกะที่นายจักรภพพูดเรื่องมายาคติ ตนยังไม่เข้าใจว่านายอภิสิทธิ์ คิดว่าเป็นอันตรายต่ออะไร นอกจากจะอันตรายต่ออุดมการณ์ครอบงำที่ผู้มีอำนาจสร้างกลไกให้ประชาชนไม่เข้าใจต่อบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์

กรณีที่พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้ความเห็นกรณีนายจักรภพ พูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ว่าการพูดในที่สาธารณะไม่เหมือนการพูดในที่ลับ นายพิชญ์ กล่าวว่า พล.อ.บุญสร้าง ใช้มาตรฐานของการพูดในที่ลับและที่สาธารณะแตกต่างกัน แต่ตนสงสัยว่าอะไรคือคำจำกัดความว่าที่ไหนที่ลับหรือที่สาธารณะเพราะสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศอาจไม่ใช่ที่สาธารณะแต่เป็นชุมชนของนักข่าวต่างประเทศ เฉพาะกลุ่มบุคคลที่เป็นสมาชิก ซึ่งเชิญนายจักรภพไปพูดในฐานะที่นายจักรภพเป็นคนที่อยู่ในข่าวและที่แห่งนั้นเป็นที่มีกิจกรรมทางวิชาการไม่ใช่ที่ไฮด์ปาร์ก อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศเองก็ควรที่จะยืนยันในหลักการว่าคนที่มาพูดในที่แห่งนั้นมีเสรีภาพที่จะพูดได้ ไม่ใช่นิ่งเฉยไม่แสดงความเห็นอะไรทั้งที่เป็นผู้เชิญนายจักรภพไปพูด เพราะมิเช่นนั้นต่อไปคนที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ก็จะไม่อยากไปพูดให้อีก อีกทั้งเป็นการสร้างค่านิยมให้นักการเมืองไม่กล้าพูดอะไรในเชิงวิพากษ์วิจารณ์

ด้านนายประวิตร กล่าวว่า พล.อ.บุญสร้าง กำลังสะท้อนวัฒนธรรมหน้าไหว้หลังหลอก ในแง่หนึ่งก็บอกว่าการติฉินนินทาเป็นเรื่องปกติทำได้ในที่ส่วนตัว แต่ไม่ได้บอกว่าคนเห็นด้วยกับนายจักรภพแค่ไหน มีเพียงกระแสว่าผิดหรือไม่ผิดทำให้สถาบันกษัตริย์ไม่มีทางรู้ได้ว่าประชาชนจริงๆรู้สึกอย่างไรมีแต่การเทิดทูนอย่างไม่พอเพียง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสิ่งที่เป็นอันตรายคือสื่อกระแสหลักตัดสินไปแล้วว่านายจักรภพทำผิดเป็นกลไกการจัดการผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ใช่แค่รัฐ ทำให้นายจักรภพถูกผลักให้เป็นสีดำทันทีทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาของศาล 

นายสุลักษณ์ กล่าวว่า ภาพสะท้อนของการเมืองไทยขณะนี้ผูกติดกับสถาบันกษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือฝ่ายไหน แต่ตนสงสัยว่าคนเข้าใจสถาบันกษัตริย์มาน้อยเพียงไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ 9 มิ.ย. เป็นวันรัชมงคล ควรมีการพูดว่าสถาบันกษัตริย์มีความสำคัญอย่างไรและบกพร่องอย่างไร เพราะถ้าเห็นคุณค่าก็ควรพูดทั้งในแง่บวกและลบ ทำอย่างไรจะลดคุณค่าทางลบและอุดหนุนคุณค่าทางบวก โดยใช้สัจจะวาจากล้าหาญปกป้องสถาบันกษัตริย์ ไม่ว่าสื่อมวลชนหรือมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ตอแหล บอกว่าสถาบันกษัตริย์อุปถัมภ์ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการพูดเกินเลยความจริงเพราะไม่มีกษัตริย์องค์ไหนอุดหนุนประชาธิปไตยรวมทั้งองค์ปัจจุบัน นอกจากนั้นควรวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ได้ด้วยโดยไม่ต้องยกย่องว่าอัจฉริยะภาพในทุกด้านเพราะภาพฝีพระหัตถ์บางภาพก็ไม่ได้สวย เพลงพระราชนิพนธ์บางเพลงก็ไม่ได้ไพเราะ เราควรวิจารณ์ได้

นายสุลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ตนมีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษไม่แพ้พรรคประชาธิปัตย์แต่ยังไม่เห็นข้อความที่จะเอาผิดนายจักรภพ ฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ บางคนอ้างความจงรักภักดีโดยไม่ฟังพระราชดำรัสที่ในหลวงตรัสว่า หากแตะต้องไม่ได้จะทำให้พระองค์อยู่ลำบาก ตนเห็นว่า สังคมควรมีความเข้าใจว่าจะปกป้องสถาบันกษัตริย์อย่างไร ไม่ใช่รักเพราะหลง อย่างไรก็ตามเห็นว่าควรแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์และคนที่ต้องการสถาบันกษัตริย์มีโอกาสพูดได้เต็มที่ ไม่ใช่เชลียร์กันตลอดเวลา คนที่มีตำแหน่งองคมนตรีก้ต้องโปรงใส ไม่ใช่รับใช้ซีพีหรือราชเลขาฯ หากินกับพม่าเซ็งลี้ต่างๆ เป็นอันตราย เพราะกฎหมายเวลานี้ไม่สามารถปกป้องพระมหากษัตริย์และไม่ปกป้องพสกนิกรของพระองค์ โดยเฉพาะการใช้กฎหมายดังกล่าวไปเล่นงานนายโจนาทาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ทำให้ประเทศไทยอับอายไปทั่วโลก และหาว่าคนที่คิดแตกต่างไม่ใช่คนไทย ทำราวกับว่าอยู่ในยุคหินทั้งที่คนไทยและไม่ใช่คนไทยก็มีความน่ารักเหมือนกัน

"คนที่คิดต่างจากเราก็มีความน่ารัก ผมไม่ได้ชอบนายจักรภพ และหมั่นไส้ด้วยซ้ำ แต่เห็นว่าเขาก็น่ารักและมีสิทธิ์ที่เราต้องเคารพ" นายสุลักษณ์กล่าวและว่า เราต้องคุยกันว่าจะธำรงสถาบันกษัตริย์อย่างไรต้องออมชอมกันเพราะสถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจคนทั้งชาติ อยากให้คุยกันในสาระ เพราะหากเพียงใส่เสื้อเหลืองก็มีผลทำให้เจ๊กได้เงินค่าเสื้อแต่สังคมไทยไม่มีการเผชิญปัญหาด้วยสัจจะ

นายสุลักษณ์กล่าวว่า กรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 มีคนตายเพียงคนเดียวนั้นไม่เป็นความจริง และสื่อมวลชนควรจะเล่นงานนายสมัครที่พูดจาโกหก ตอแหล ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่ต้องรอให้พันธมิตรฯมาไล่รัฐบาล

ขอบคุณภาพดีดี จาก   http://i39.photobucket.com/albums/e177/donggook_JR/kui0001.jpg
ที่มา
http://www.prachatai.com/05web/th/home/12458

 

โดย : ประชาไท   วันที่ : 9/6/2551



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คุณอ๊อด วันที่ : 14/06/2008 เวลา : 08.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prsakaeo

ผมว่าไม่ควรให้ความสำคัญกับ ส.ศิวรักษ์ หรือนำตัว หน้าตา ข้อเขียนมาเผยแพร่ เพราะคนๆ นี้เหมือนคนแก่ขี้หลงที่ยึดติดกับความคิดตัวเอง ไม่มีจิตสำนึกความเป้นไทย ไม่เคารพเทิดทูนสถาบัน ถ้าเป้นสมัยก่อนๆต้องนำตัวไปประหารชีวิต

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กวีไกด์ วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide


…สังคมไทยไม่กล้าเผชิญสัจจะ

...ต้องฝึกให้มีความกล้าหาญในทางสัจจะ

...สื่อต้องมุ่งสัจจะ มหาวิทยาลัยต้องมุ่งสัจจะ

...เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อยู่ที่ความกล้าหาญของสัจจะ...

-ส.ศิวรักษ์-
9 มิถุนายน 2551

-ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนพูดความจริงต้องตายทุกคน-


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
thanapat วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9digits
ขอบคุณวีรชนพันธมิตรทุกคน คุณจะอยู่ในหัวใจเราตลอดไป

สังคมไทยจะไม่ยอมรับพฤติกรรมจาบจ้วงเบื้องสูงเป็นอันขาด

อย่าอ้างประชาธิปไตยกันนักเลย

อย่าเห็นประชาธิปไตยแบบของคนอื่นดีไปกว่าประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างของเมืองไทยเลย

ใครเป็นคนบอกว่า "ทุนนิยมสามานย์ดีกว่า ศักดินาล้าหลัง" ไม่ใช่พวกจ้องล้มล้างสถาบันหรอกหรือ จงมองป่าทั้งป่า อย่ามิงแค่เพียงเสี้ยวเดียว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หมาเดือด วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oldhome

สังคมไทยวิปริตผิดเพี้ยนไปกันใหญ่แล้วที่มีคนออกมาปกป้องคนจ้าบจ้วงเบื้องสูง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Reds วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Redsscouser
รอย ฮอดสัน อาจจะไม่ใช่ผู้จัดการที่ดีที่สุด แต่เขาอาจจะเป็นผู้จัดการทีมที่เหมาะสมที่สุด ....  

อาจจะเป็นไปได้ว่า สังคม และ ตัวบุคคล ... ของประเทศไทย ไม่ค่อยรับความคิดเห็นที่ต่าง .. และกลัวความเห็นที่ต่าง ....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กวีไกด์ วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

สังคมประชาธิปไตยในประเทศไทย มีพื้นที่ในการแสดงความเห็นที่แตกต่างน้อย คนที่ค้านความเห็นหรือเห็นต่างจากกระแสหลัก ก็คือ สื่อกระแสรอง ถูกผลักออกเป็นพวกนอกรีต โดยผู้ถูกครอบงำจากสื่อตลาดซึ่งก็คือประชาชนผู้บริโภคข่าวสาร หารู้ไม่ว่า เหล่านี้แหละที่เป็นผู้ทำให้สังคมแห่งข่าวสารสมดุล เป็นทางเลือกนอกกรอบที่น่าฟัง ไม่ใช่ว่า เราต้องเชื่อและเห็นอย่างที่สื่อกระแสหลักนำเสนอ เพราะบางประเด็นที่สื่อกระแสหลักไม่นำเสนอเพราะเกรงกลัวต่อภาพลักษณ์ตัวเอง นั้นทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสได้รับข่าวสารรอบด้าน รับเอาแต่ความเห็นที่สื่อตีนำเสนอ เพราะอย่างนั้น จึงต้องมีสื่อประเภทที่ 2 หรือสื่อกระแสรอง นี่แหละมาคะคาน เพื่อถ่วงดุลข่าวสารให้สมดุล ประโยชน์ก็จะตกอยู่แก่ประชาชน เพราะประชาชนจะเป็นคนที่เลือกจะเชื่อเอง

-เพราะผมเชื่อว่า เคารพในความเห็นที่แตกต่าง คือ ความงดงามของประชาธิปไตย-

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Reds วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Redsscouser
รอย ฮอดสัน อาจจะไม่ใช่ผู้จัดการที่ดีที่สุด แต่เขาอาจจะเป็นผู้จัดการทีมที่เหมาะสมที่สุด ....  

พูดอยากครับ ในเมื่อ สาระสำคัญของการพูดในวันนั้นของคุณจักรภพ อ้างอิงไปถึง สถาบันกษัตริย์ มันก็สามารถแปลและตีความหมายไปได้ ..

คุณกล้าที่จะพูดถึงและอาจจะทำให้ความหายของการคลาดเคลื่อนไปในทางที่หมิ่น คุณก็ต้องยอมรับ ในสิ่งที่มีบุคคลกลึ่มหนึ่งเชื่อว่า หมิ่น .. ก็ต้องดำเนินคดีไปตามกระบวนการยุติธรรม .. คุณไม่เห็นด้วยและไม่เห็นว่าจักรภพหมิ่น คุณก็สามารถพูดได้ ..

และที่สำคัญ การแปลและตีความหมายของคำบางคำที่ทำให้รุนแรงน้อยลงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าข่าย ..

สู้ในกระบวนการยุติธรรม .. เป็นดีที่สุด ..

กล้าพูดก็กล้ารับ

และอีกอย่าง คือคุณก็รู้ว่า กฏหมายนั้น มีช่องทางที่สามารถเอาผิดได้ แล้วคุณจะพูดหาสวรรค์วิมานอะไร ..

พูดก็เก่ง ก็พูดให้มันชัดว่า ระบบ อุปถัมภ์นั้นหมายถึงใคร .. พูดตรงๆ ชัดๆ .. ไม่ใช่พูดกำกวม

พระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เพียง แต่ดำรงค์อยู่ในฐานะประมุขของรัฐเท่านั้น สำหรับความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่เขาคือพ่อคนหนึ่งหรือ ที่เรียกว่าพ่อหลวงของคนไทยส่วนมากในประเทศ .. การที่จะมีกฏหมายคุ้มครอง ถือว่าไม่ผิดอะไร

ขนาดพ่อแท้ๆของเรา ยังไม่มีใครอยากให้ใครมาหมิ่นเลย ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน