*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม 2551
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 3649 , 18:03:15 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     ณ ขณะนี้ เชื่อว่า มีคนไทยเองส่วนหนึ่งพยายามที่จะปลุกระดมความคลั่งชาติ หลังจากที่เขาว่ากันว่า ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นมรดกโลก ของกัมพูชาไปเรียบร้อยแล้ว และพื้นที่บางส่วนที่ไทยเองอ้างความมีสิทธิอธิปไตยเหนือพื้นที่เหล่านั้น ก็ไม่ต่างกัน ถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการถกกันในข้อเท็จจริงและต้องทำเป็นข้อตกลงระหว่างไทยกัมพูชาต่อไปว่า ผู้บริหารพื้นที่ ซึ่งได้แก่ 7 ประเทศ อาทิ อเมริกา จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ไทย เขมร และอีก 3 ประเทศที่มีการคาดการณ์ว่าจะเป็นอินเดีย ลาวหรือไม่ ก็เบลเยี่ยมจะเข้ามาจัดการพื้นที่ส่วนนี้อย่างไร และการจัดการก็อาจจะเป็นการแบ่งผลประโยชน์มหาศาลร่วมกันระหว่างนักการเมืองไทยพันธ์ชั่วและนักการเมืองกัมพูชาบางกลุ่ม  แต่ก็นั่นแหละ หลังจากมีการตัดสินความเป็นมรกดกโลกดังกล่าว นักวิชาการกลุ่มหนึ่งในนามของ  กลุ่มประชาชนชาวไทย ผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย  ก็ออกแถลงการณ์ กรณี ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของกัมพูชา จะคัดค้านหรือเห็นด้วยอย่างไรลองอ่านดูกัน หลักใหญ่ใจความดังนี้

1.ขอแถลงว่า เป็นเรื่องละเมิดสิทธิพลเมือง เพราะการบริหารจัดการประเทศ กรณีการดำเนินการเจรจาเรื่องขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น มีผลผูกพันต่อประเทศ
       
       2.ผลผูกพันต่อประเทศตามแถลงการณ์ร่วม มี
       2.1 รัฐบาลไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหาร และบริเวณพื้นที่โดยรอบ
       
       2.2 ข้อสงวนของไทยครอบคลุมถึงสิทธิของไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ และ/หรือจะพึงมีในอนาคต ตามกฎบัตรสหประชาชาติ และธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศทุกข้อบท รวมทั้งข้อ 60 ซึ่งไม่มีการจำกัดเวลา 10 ปี ดังเช่น ข้อ 61 ซึ่งมักมีผู้เข้าใจที่สับสนและคลาดเคลื่อน และข้อ 33 ของกฎบัตรสหประชาชาติ รับรองสิทธิของประเทศคู่พิพาทอย่างกว้างขวางตามที่ไทยสงวนสิทธิไว้นั้น ถูกเพิกถอนไปด้วยแถลงการณ์ร่วมนี้
       
       2.3 เสียอธิปไตยในเขตพื้นที่ N3 (หรือพื้นที่อนุรักษ์) โดยยอมรับการบริหารจัดการตามที่กัมพูชาเสนอ และในที่สุดแล้วไทยจะเป็นเพียง 1 ใน 7 ประเทศผู้บริหารจัดการ
       
       2.4 มีผลให้ไทยยอมรับรองแผนที่ของกัมพูชา
       
       3. ข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการเยียวยาแก้ไข
       3.1ให้รัฐบาลยกเลิกแถลงการณ์ร่วมอย่างเร็วที่สุด
       
       3.2 ยกเลิกการรับรองแผนที่ของกัมพูชา และเร่งสำรวจและจัดการหลักเขตแดนให้ชัดเจน
       
       3.3 หากรัฐบาลจะบอกขอขึ้นทะเบียนร่วมองค์ประกอบอื่นๆ ในปีหน้า อย่างไรนั้น
       
       3.3.1 ขอให้ฟังความคิดเห็นของประชาชน
       
       3.3.2 ขอให้คำนึงถึงมิติเรื่องเส้นเขตแดน ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์และความเป็นธรรมของประชาชนและประเทศทั้งสองที่พึงมี ทั้งสองฝ่าย
       
       กลุ่มประชาชนชาวไทย ผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย

       8 กรกฎาคม 2551

   โดยในครั้งนี้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องชื่นใจ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีใจความบางส่วนตามเนื้อข่าวของเวปไซด์ผู้จัดการว่า

บี้ “ปองพล” คุมเกมต่อที่แคนาดา “เทพมนตรี” แนะยื่นอนุสัญญามรดกโลกไทยอ้างเหตุศาล รธน.พิพากษาแถลงการณ์ร่วมต้องผ่านสภา “นพดล” กระทำการขัดกฎหมาย “ขอแขวน” ขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารจนกว่าสภาไทยจะมีมติ ชี้หากไม่ยอมต้องประกาศลาออกจากภาคีสมาชิก พร้อมขอถอนมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไว้ทั้ง 5 รวมทั้งขอถอนคำขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีก 2 แห่งที่ยื่นไว้ด้วย
       
       วันนี้ (8 ก.ค.) ในการประชุมของนักวิชาการที่สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หารือหลังยูเนสโกมีมติให้ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว
       
       นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการประวัติศาสตร์ ออีตอนุกรรมการพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เสนอแนวทางภายหลังคณะกรรมการมรดกโลกประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามการเสนอของประเทศกัมพูชา ว่าขอให้นายปองพล อดิเรกสาร คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย อย่าเพิ่งเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ยื่นอนุสัญญามรดกโลกไทย เพื่อขอแขวนปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ไว้ก่อน เนื่องจากศาลในประเทศไทยมีคำตัดสินว่าข้อตกลงร่วมที่นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ทำร่วมกับกัมพูชานั้นขัดกับกฎหมาย ให้รอจนกว่าขั้นตอนกระบวนการทางฝ่ายไทยจะผ่านความเห็นชอบจากสภาเสียก่อน จึงค่อยพิจารณาในเรื่องดังกล่าว
       
       ทั้งนี้ หากทางคณะกรรมการมรดกโลกแจ้งว่าไม่สามารถกระทำได้ ก็ขอให้นายปองพลลาออกจากการเป็นภาคีสมาชิก เนื่องจากคณะกรรมการมรดกโลกไม่เคารพกฎระเบียบที่ตนเองตั้งขึ้น ที่ระบุว่าการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกต้องมีความสมบูรณ์ แต่การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาเพียงแค่ตัวปราสาทเท่านั้น ซึ่งนายปองพลในฐานะตัวแทนประเทศไทยมีสิทธิ์ที่จะเห็นว่าไม่ยุติธรรม ขอลาออกจากประเทศภาคีสมาชิก จนกว่าจะมีการอนุมัติให้แขวนปราสาทพระวิหาร และขอถอนมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไว้ทั้ง 5 แห่งออกจากการเป็นมรดกโลก รวมทั้งขอถอนคำขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีก 2 แห่งที่ยื่นไว้ด้วย
       
       “การกระทำดังกล่าวจะทำให้ประเทศภาคีสมาชิก 150 ประเทศได้หันมามองปัญหาของเรา ทำไมเราไม่ดึงเอาความเห็นใจจากประเทศภาคีสมาชิก 150 ประเทศ มาเป็นข้อคัดง้างการประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารครั้งนี้”
  นายเทพมนตรีกล่าว

    ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ยังมีอีกหลายข่าวที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ได้กล่าวและไม่ขอกล่าวถึง เพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนชาวไทยและประชาชนชาวกัมพูชา ที่ต่างก็ถูกนักการเมืองซึ่งเป็นผู้แทนของตัวเอง ฉ้อโกงเพื่อหาประโยชน์เข้าตัวเอง จากผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนผู้บริสุทธิ์ กระผมจึงขอยกบทความของครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งที่ชื่อ ส.ศิวรักษ์ ที่เห็นความสำคัญของพระผู้ดีงามชาวกัมพูชาท่านหนึ่ง ด้วยหวังว่าอย่างน้อยเราก็พลอยอนุโมทนาสิ่งดีงามเหล่านี้ที่มีให้เห็นอยู่ เพื่อให้พวกเรามีความเมตตา(เพื่อผู้อื่นมีความสุข) กรุณา(เพื่อผู้อื่นพ้นทุกข์) ปรารถาดีต่อกันในระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ลองใช้ใจอ่านดูครับ

สมเด็จพระมหาโฆษนันทะ แห่งกรุงกัมพูชา นับว่าเป็นพระมหาเถระที่น่าเลื่อมใสท่านมีศีลาจารวัตรอันงดงาม แต่ไม่เคร่งแบบแข็งทื่อ มีความอ่อนน้อมถ่อมตัวอย่างแท้จริง ท่านอยู่ในสมณเพศ ไม่เพียงเพื่อขัดเกลากิเลสในส่วนตน หากท่านนำพหูชนให้ออกไปมีบทบาทในสังคมอย่างสันติวิธีที่ควรแก่การรับรู้เป็นที่ยิ่ง

ท่านเกิดที่เขมรเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๒ และเพิ่งมรณภาพไป ณ สหรัฐเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐ สิริรวมอายุได้ ๗๘ ปี นอกจากการศึกษาในกัมพูชาแล้ว ท่านยังมาฝึกวิปัสสนาธุระในเมืองไทย ท่านเคารพท่านอาจารย์พุทธทาสแห่งสวนโมกข์ และสมเด็จพระญาณสังวรแห่งวัดบวรนิเวศเป็นพิเศษ เวลามากรุงเทพฯ ท่านมักแวะพักวัดบวรฯ ด้วยความกรุณาของท่านเจ้าอาวาส ทั้งๆ ที่ท่านเป็นพระมหานิกาย

ท่านไปศึกษาต่อขั้นปริญญาเอกที่อินเดียและในช่วงนี้เองที่เขมรแดงยึดอำนาจในบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน ท่านจึงรอดตายไป เพราะเขมรแดงฆ่าพระเกือบหมดประเทศ รวมถึงผู้คนเป็นล้านๆ ซึ่งถูกทรมานอย่างแสนสาหัสอีกด้วย โดยที่ญาติพี่น้องของท่านก็เสียชีวิตหมด

เมื่อเวียดนามเอาชนะเขมรแดงได้ โดยขอให้รัฐบาลหุ่นของเขมรปกครองภายใต้การนำของ เฮง สัมริน และมีฮุนเซนเป็นแขนขาที่สำคัญนั้น ชาวเขมรได้อพยพหลับภัยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก

ปีเตอร์ ปอนด์ บุตรของนางสแตนตัน ซึ่งสามีเคยเป็นเอกอัครราชทูตอเมริกันในเมืองไทย หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้แนะนำให้ข้าพเจ้ารู้จักพระมหาโฆษนันทะ ซึ่งพูดไทยได้เป็นน้ำ และพูดภาษาอื่นๆ ได้อีกมิใช่น้อย

พระคุณท่านชวนข้าพเจ้าไปเยี่ยมค่ายอพยพของเขมรทางอรัญประเทศ แล้วพาไปขอบารมีท่านเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศให้ไปโปรดชาวอพยพเหล่านี้ด้วย จนสามารถบวชเณรได้ในค่าย จนมีสำนักสงฆ์เกิดขึ้น นอกเหนืองานสังคมสงเคราะห์อื่นๆ ซึ่งปีเตอร์เป็นคนเชื่อมโยงให้นานาชาติและนักการเมืองอเมริกันมาให้การอุดหนุน

เวลานั้น เขมรแดงก็ยังไม่แพ้ไปเสียเลยทีเดียว ต้องใช้การเจรจากับเขมรหลายฝ่ายให้ยุติสงคราม ทั้งที่ปารีสและยาการ์ต้า เป็นเวลาหลายครั้ง พระมหาโฆษนันนทะมักไปร่วมในฐานะพระ โดยไม่ได้เข้าประชุม หากไปให้ศีลให้พรกับทุกฝ่าย และท่านมักให้ข้าพเจ้าไปขอน้ำมนตร์ ๑๕๐ ปี จากพระอุโบสถวัดบวรนิเวศ  ไปประพรมให้ผู้นำเขมรเหล่านั้นด้วย รวมทั้งเขมรแดงซึ่งตั้งตัวต่อต้านพุทธศาสนา แต่ยามค่ำก็มักลอบมาหาพระคุณท่าน  ขอให้สวดมนต์คุ้มครองพวกเขา

โดยที่พระสงฆ์ถูกกำจัดไปจนเกือบหมดจากกัมพูชา รัฐบาลเฮง สัมริน ต้องไปขอพระเถรวาทจากเมืองญวนมาตั้งสมณวงศ์ขึ้นใหม่ ได้พระที่ถูกเขมรแดงจับสึกแล้วบวชใหม่ มาเป็นประมุขของคณะสงฆ์เขมร พระคุณท่านชื่อพระเทพวงศ์ ซึ่งนิยมชมชอบรัฐบาลเวียดนามอย่างเห็นได้ชัด ในกุฏิท่านติดรูปคาร์ล มากซ์ และเลนินด้วย

พระมหาโฆษนันทะมาขอให้ข้าพเจ้าจัดประชุมสงฆ์เขมรที่บวชใหม่ กับพระสงฆ์เก่าที่หนีมาเมืองไทย ให้สมานฉันท์กัน ข้าพเจ้าจัดถวายที่อาศรมวงศ์สนิท กว่าจะคืนดีกันได้ใช้เวลามิใช่น้อย

เมื่อพระมหาโฆษนันทะเห็นว่าโอกาสพร้อมแล้ว ท่านชวนคนเขมร คนไทยและชาวต่างชาติ  จัดธรรมยาตรา  จากอาศรมวงศ์สนิท ณ คลองรังสิตที่ ๑๕ จังหวัดนครนายก เดินด้วยเท้าไปจนพนมเปญ ก่อนออกเดินทาง ท่านนำทำปทักษิณ สัณฐาคารในอาศรมนั้นสามรอบ อย่างสำนึกในบุญคุณสถานที่แห่งนั้น  ที่ได้เกื้อหนุนให้เกิดธรรมยาตราขึ้น 

ครั้นเมื่อเข้าไปเขมรแล้ว ทางแถบไพริน พวกเขมรแดง  ก็แอบโยนระเบิดใส่ สมาชิกตายไป ๑ คน พระคุณท่านเตือนใจทุกๆ คนว่า เขาโยนระเบิดใส่ศัตรู เราไม่ใช่ศัตรูของเขา หากระเบิดมาถูกคนของเราเข้า ขอให้เราอโหสิให้เขาเถิด นับว่าได้ผลในทางอหิงสธรรมยิ่งนัก เมื่อคนโยนระเบิดทราบข่าวเข้า เขาแอบมาขอโทษจากพระคุณท่านเอาเลย

เมื่อบ้านเมืองสงบลง สมเด็จพระสีหนุเสด็จมาเป็นพระมหากษัตริย์ โดยเวียดนามปลดฮุน เซนเสียแล้ว ด้วยการยกเลิดตำแหน่งประธานาธิบดี หากขอให้ฮุนเซนเป็นนายกรัฐมนตรี สมเด็จพระสีหนุก็เลยโปรดให้ฮุน เซนเป็นสมเด็จ เฉกเช่นโปรดให้พระมหาโฆษนันทะเป็นสมเด็จ พร้อมๆ กับสมเด็จพระเทพวงศ์ ทั้งยังโปรดให้ตั้งคณะธรรมยุตินิกายขึ้นใหม่ และเจ้าคณะนั้นก็เป็นสมเด็จอีกรูปหนึ่ง

ข้าพเจ้าแสดงความยินดีกับพระคุณท่านที่ได้รับสมณฐานันดร ท่านบอกว่า "โยม สมเด็จเมืองเขมรมีมาก อย่าไปสนใจอะไรเลย"

พระคุณท่านร่วมงานกับข้าพเจ้าทางด้านพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคมนานาชาติเป็นอย่างมาก ท่านมักมาร่วมประชุมกับเราแทบทุกครั้ง เมื่อแรกตั้งหน่วยงานนี้  ขอให้ท่านพุทธทาส (เถรวาท) ท่านนัช ฮัน (มหายาน) และท่านทะไลลามะ (วัชรยาน) เป็นองค์อุปถัมภ์ ครั้นท่านพุทธทาสล่วงลับไป เราจึงขอให้สมเด็จพระมหาโฆษนันทะมารับเป็นองค์อุปถัมภ์แทน

นอกจากนี้ พระคุณท่านกับข้าพเจ้ายังมักไปประชุมในนานาประเทศ กับศาสนาต่างๆ ร่วมกันหลายแห่ง รวมทั้งศาสนสภาโลกที่ชิคาโก ในสหรัฐ และที่อาฟริกาใต้ อินเดีย ฯลฯ

เมื่อเราไปกรุงโรมด้วยกันนั้น พุทธศาสนิกอิตาลีมาฟังท่านเทศน์เป็นเรือนร้อย ทั้งๆ ที่เขารู้ข่าวการมาของท่านในระยะสั้นๆ และถวายของท่านกันมาก ท่านก็รับและอนุโมทนาทุกรายไป พอวันรุ่งขึ้น เราต้องขึ้นเรือบินไปอีกเมือง ของที่เขาถวายมาเต็ม ๒ ย่าม ทั้งปากกา นาฬิกา ฯลฯ ท่านมอบให้คนที่มารับท่านไปส่งสนามบินว่าของเหล่านี้มีประโยชน์ทั้งนั้น แต่พระไม่ต้องการใช้ของพวกนี้ ขอให้เขาเอาไปแจกคนที่เขาต้องการด้วยเถิด

เวลาประชุมกันในต่างประเทศ เลยเวลาเพลไป ท่านก็ไม่เดือดร้อน เที่ยงแล้วก็ลงไปฉัน ครั้นข้าพเจ้าจะหาอาหารประเคน ท่านก็บอกว่า "ไม่เป็นไรโยม อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ช่วยตัวเอง" ท่านก็หยิบฉันอย่างบุฟเฟต์นั่นเอง แต่ท่านไม่ฉันมื้อเย็นเป็นอันขาด

คราวหนึ่งสาวไทยขอสัมภาษณ์ท่าน เมื่อท่านพักอยู่โรงแรม ท่านอนุญาตให้สัมภาษณ์ได้ หากคุณเธอบอกขอไปสัมภาษณ์ในห้องพักท่าน จะได้สงบเงียบ เหมาะกับการอัดเสียง ท่านบอกไม่ได้ ผู้หญิงจะอยู่กับพระสองต่อสองไม่ได้ เจ้าหล่อนบอกว่า "ก็หลวงพ่อแก่ยิ่งกว่าพ่อหนู จะเป็นอะไรไปค่ะ" ท่านบอกพระวินัยไม่มีข้อยกเว้นให้พระแก่อยู่กับสตรีสองต่อสองได้ 

คำสอนของท่านคือตัวอย่างอันเรียบง่ายของท่าน หนังสือของท่านมีตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษและไทยด้วยแล้ว คนไทยและฝรั่ง รวมทั้งคนเขมร  เคารพนับถือท่านมาก ขบวนธรรมยาตราของท่านจัดขึ้นเนืองๆ จนภายหลังเจ้าหญิงไดอาน่าแห่งอังกฤษอุดหนุน จนโครงการต่อต้านระเบิดที่ฝังดินไว้จากการสงครามได้รับรางวัลสันติภาพจากมูลนิธิโนเบล แม้พระคุณท่านก็มีผู้เสนอให้ได้รับรางวัลโนเบลถึง ๓ ครั้ง หากท่านได้รับรางวัลนิวาโนเพื่อสันติภาพจากญี่ปุ่น ซึ่งจะถือว่าเป็นรางวัลสันติภาพตามอย่างโนเบลของเอเชียก็ได้

ท่านมอบเงินรางวัลทั้งหมดให้คณะกรรมการดูแล เพื่อประสานงานด้านสันติภาพต่อไป ท่านไม่สนใจเงิน อำนาจ หรือชื่อเสียง อากับกริยาอาการของท่านไม่มีความดัดจริตเจือปนอยู่ด้วยเลย ท่านเคยมาหาข้าพเจ้าที่บ้าน ข้าพเจ้าออกไปรับท่านที่หน้าประตู แล้วถามท่านว่า "สมเด็จจะไปค้างคืนที่ไหน" ท่านบอกว่า "ที่บ้านโยมนี่แหละ" ทำให้ข้าพเจ้ายินดีเป็นพิเศษ ที่ได้ต้อนรับสมณะผู้มีความเป็นเลิศ

ท่านเคยลี้ภัยไปสหรัฐ และภายหลังก็ไปจำพรรษากับชุมชนเขมรที่นั่น แม้ในช่วงหลังแห่งชีวิต ท่านจะเป็นอัลไซเมอร์ หลงลืมแม้จนหนทาง จึงไปไหนคนเดียวไม่ได้ ก่อนหน้านี้ ท่านเดินทางทั่วโลกองค์เดียว มีคนไปขอให้ท่านเอาศิษย์ไปด้วย ท่านบอกว่า "อาตมามีผู้ติดตามไปด้วยสอง  คือ ๑ ปัญญา ๒ กรุณา เท่านี้ก็พอแล้ว" ตอนหลังท่านยุติการเดินทางลงและบางทีก็จำคนไม่ได้ หากเมื่อขึ้นธรรมมาสน์แล้ว ยังแสดงธรรมได้อย่างไม่หลงไหลอะไรเลย

พระเช่นนี้นี่แล ควรแก่การกราบไหว้บูชา และควรนำวิถีชีวิตของพระคุณท่านมาเป็นแบบอย่างแก่การประพฤติปฏิบัติ ไม่แต่กับบรรพชิตเท่านั้น พวกเราที่เป็นคฤหัสถ์ ก็ควรเดินตามเยี่ยงท่าน โดยท่านจะเน้นเสมอว่า การเดินนั้น ให้เริ่มทีละก้าวอย่างมีสติ

ลงพิมพ์ใน ปาจารยสาร ปีที่ ๓๑ ฉบับ ๕ เมษายน -พฤษภาคม ๒๕๕๐ หน้า ๒๒-๒๓

ลงพิมพ์ใน แสงพระธรรม ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ มิถุนายน - สิงหาคม ๒๕๕๐ หน้า ๕๓-๕๖

ณ ปัจจุบัน สมเด็จพระมหาโฆษนันทะแห่งกัมพูชา ผู้ซึ่งอุทิศตนเพื่อฟื้นฟูสันติภาพทั้งในกัมพูชาและทั่วโลก ได้มรณภาพแล้ว เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐ ในวัย ๗๘ ปี

สมเด็จพระมหาโฆษนันทะแห่งกัมพูชา เกิดเมื่อปี ๒๔๗๒ ในช่วงที่เขมรแดงครองอำนาจและทำลายพุทธศาสนาในกัมพูชา ท่านต้องลี้ภัยไปสหรัฐอเมริการะหว่างปี ๒๕๑๘-๒๕๒๒ และเมื่อกลับประเทศบ้านเกิด ท่านก็เริ่มต้นฟื้นฟู สันติภาพและพุทธศาสนา ท่านได้รับเลือกเป็นสังฆราชแห่งประเทศกัมพูชา ในปี ๒๕๓๑ และ ๔ ปีต่อมาท่านริเริ่มการเดินทางไกลเพื่อสันติภาพในกัมพูชา จนกลายเป็นขบวนการธรรมยาตรา ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนุ่มสาวชาวกัมพูชาและทั่วโลก ในการอุทิศตนเพื่อฟื้นฟูศาสนธรรมและสันติภาพ ทำให้ท่านได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง ๓ ครั้ง ท่านให้ความเมตตาต่อองค์กรต่างๆ ในมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคม (International Network of Engaged Buddhists) ซึ่งท่านรับเป็นผู้อุปถัมภ์ 

    ขอบใจที่ร่วมกันอ่าน อย่างน้อยก็หวังเพียงว่าเรา ๆ คงจะใจเย็นขึ้น และคงพบเจอ ความงามแห่งกัมพูชา ขอความกรุณาเถอะ...อย่าสร้างเลยความชิงชังระหว่างประชาชนระหว่าง 2 ประเทศ คนเหล่านี้เค้าบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความชั่วร้ายของนักการเมืองใด ๆ เลย เพียงเท่านั้น ก็ขอให้ประชาชนทั้งสองประเทศร่วมกันเถิด ร่วมกันประณาม ร่วมกันอารยะขัดขืนในสิ่งที่ นักการเมืองทั้งสองประเทศพยายามทำเพื่อเสวยผลประโยชน์ระหว่างกัน... ...ผมเองไม่อยากให้เราสร้างความชิงชังระหว่างประชาชน แต่ก็ไม่สงวนสิทธิใด ๆ ที่ประชาชนทั้งสองประเทศจะออกมาขับไล่รํฐบาลที่ชั่วร้ายให้ออกไป...ดังนั้นถ้าให้ทันสมัยก็ต้องไล่ให้เฉพาะแค่ สมัคร ออกไป แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ลาออกไปเถิด แล้วรัฐบาลของท่านทั้งคณะก็จะกระเจิดกระเจิงไปเองตามกฎแห่งกรรม(เลว)...อิอิ

รวบรวม เรียบเรียงข้อมูล โดย -พ.ไพรพฤกษ์-


ขอบคุณข้อมูลข่าวจากส่วนหนึ่งของเวบไซด์ ผู้จัดการ


ขอบคุณภาพดีดีจาก

http://sikhoraphum.net/prasat/attachments/sikho-bird05.jpg

http://www.sulak-sivaraksa.org/th/images/stories/article2/ghosa.jpg

http://www.midnightuniv.org/midnight2544/images/00097736.jpg

http://www.midnightuniv.org/midnight2544/images/000977218.jpg
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/593/12593/images/Buddhadhas/Buddhathas.JPG
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน