*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม 2551
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 19395 , 17:16:16 น.  
หมวด : ส่งการบ้านครู

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

...จุดก่อเกิดปัญหาสังคม ทุกวันนี้มีรากฐานมาจากปัญหาภายในครอบครัว เมื่อเกิดปัญหาขึ้น  ครอบครัวไม่สามารถเป็นเกราะคุ้มครองและป้องกันคนในครอบครัวได้ ไม่มีกำลังใจ ไม่มีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน ขาดความเข้าใจอันดีระหว่างคนในครอบครัว เกิดปัญหาความเหี่ยวเฉาของชีวิต ในอันที่จะต้องการความรู้สึกเติมเต็มจากคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว เป็นการตอบสนองความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวเช่นว่านั้น เพื่อปลดปล่อยอารมณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่รู้ถึงวิธีบำบัดมันพอ ดังนั้น เมื่อเกิดอีกสิ่งมีชีวิตขึ้นมาท่ามกลางความสับสนเหล่านี้ สิ่งที่ตามมา คือ ปัญหาครอบครัว ในฐานะที่มันเอง เป็นทั้งจุดเริ่มและจุดสุดท้ายของปัญหา เรียงร้อยกันเป็น วัฎจักรเดิม ๆ เป็นวงจรที่หมุนวนไปเวียนมา รอเพียงแค่ว่า หากตัวละครในกงล้อนั้นคิดได้ถึงโทษของมัน(กาม) การพังทลายของกงล้อนั้น ก็จะบังเกิดขึ้นและเขาก็จะเป็นอิสระจากบ่วงกรรมเหล่านั้น ซึ่ง...ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ความรักสนุก ความไม่ระวังตัว ความกระสันอยาก ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็น ตัวกิเลสที่แผดเผาคนที่มัวเมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดความหลงติดยึดในอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากสัมผัสสวาท เป็นความอยากแบบสัญชาตญาณที่ไม่ต่างไปจากสัตว์ เพื่อสิ่งที่ดีกว่า การบอกเล่าเรื่องราว เพื่อให้ระแวดระวังจึงเป็นสิ่งจำเป็นในสังคมที่คนหลงชั่ววูบในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสทุกวันนี้ เพื่อป้องกันปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น

ไม่แน่หรอกนะ ขณะนี้ คนข้าง ๆ คุณผู้อ่าน อาจจะเป็นคนที่ได้รับเกียรติให้เดินลงสู่วงจรอุบาทว์ เช่นว่านั้นก็ได้

ณ วันนี้ คนที่มีข้อมูลมากกว่าและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้น จึงเป็นผู้ได้เปรียบเสมอ...

เริ่มต้นอาจจะหนักไป ลองผ่อนคลายอารมณ์ ด้วยกลอนเบา ๆ ที่ชื่อ วงจรอุบาทว์และ/หรือวัฏจักร ของควายโง่ ๆ ตัวนั้น ที่ผมเคยเขียนมันไว้เมื่อวันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2551 ข้างล่างนี้ สักนิดก็แล้วกัน แล้วก็ตรงเข้าสู่ข้อมูลข่าวสารจากผู้จัดการออนไลน์ ทีอ่านเข้าใจง่าย ได้เลยครับ

"โง่ จน เจ็บตาม Step เจ็บ จน โง่
ถ่อยความโชว์อีโก้โชว์ความถ่อย
              ร้อยเต็มทรามเสพกามทรามเต็มร้อย               
ควายตามต้อยรอคอยต้อยตามควาย
              ไร้ความคิดแนบสนิทความคิดไร้               
ดักดานใกล้ติดใยใกล้ดานดัก
                    รักความชั่วเต็มตัวชั่วความรัก                    
เลวลงปลักถนัดนักผลักลงเลน"


คู่มือของสาวยุคใหม่ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้คุมได้”
โดย ผู้จัดการออนไลน์

        วิธีคุมกำเนิด แบบดูง่ายๆ คุมง่ายๆ แบบไหนดี จะหลั่งข้างนอก นับหน้า 7 หลัง 7 ใช้ถุงยางอนามัย ยาคุมแบบรับประทาน ยาคุมแบบฉีด แบบแปะ แบบฉุกเฉิน สารพัดวิธีให้เลือกสรร

        แต่ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไรบ้าง แม้บางเรื่องน่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่มันอาจไม่จริงเสมอไป หรือหากมีเซ็กซ์ไม่ตั้งใจ แถมไม่ได้ป้องกันจะทำอย่างไร “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้ คุมได้” คู่มือบันทึกรักเพื่อสาวยุคใหม่ มีทางออกที่ช่วยให้รู้เท่าทันและป้องกันตนเอง ไม่ให้ท้องแบบไม่ตั้งใจ หรือติดโรคร้าย เป็นตราบาปตลอดชีวิต
       
       
**กำเนิดคู่มือสาวยุคใหม่

       รศ.นพ.วรพงศ์ ภู่พงศ์ ผู้แทนสภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกประจำประเทศไทย บอกที่มาของ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้ คุมได้”
คู่มือบันทึกรักเพื่อสาวยุคใหม่ ว่า เป็น 1 ใน กิจกรรมไฮไลต์ของ “โครงการรักนี้...คุมได้” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกประจำประเทศไทย วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ไบเออร์ เชริ่ง ฟาร์มา เพื่อรณรงค์ให้ความรู้กับวัยรุ่นไทยเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสม การหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และผลที่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย ซึ่งนำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะท้องไม่ตั้งใจและการทำแท้งเถื่อนที่อันตรายถึงชีวิต
       
       “คู่มือฉบับนี้มีข้อมูลที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งเคล็ดลับของการหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ข้อดีและข้อเสียของการคุมกำเนิดแบบต่างๆ เบอร์ติดต่อศูนย์ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือทั่วประเทศ หากต้องการคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือ ที่สำคัญ มีส่วนที่ใช้บันทึกรอบเดือนมาวันไหนบ้าง วันแรกที่มีรอบเดือนเป็นวันที่เท่าไหร่ สม่ำเสมอหรือไม่ ซึ่งถ้ารอบเดือนในแต่ละเดือนมาไม่ตรงกัน ถ้าใช้วิธีนับ หน้า 7 หลัง 7 ก็อาจจะคลาดเคลื่อนได้ ป้องกันการท้องไม่ตั้งใจได้ยาก ซึ่งอาจต้องใช้สูตรการนับอื่นที่มีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นไปอีก” รศ.นพ.วรพงศ์ อธิบาย
       
       นอกจากนี้
“เลิฟ ไดอารี่... รักนี้ คุมได้” ถือเป็นสื่อรณรงค์หนึ่งที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นหญิงได้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีเว็บไซต์ เว็บบอร์ด ที่เด็กๆ สามารถเข้าไปหาความรู้ ซักถาม โดยไม่ต้องอาย
       
       **เรียนรู้สารพัดวิธีคุมกำเนิด
       

       ส่วนแนวทางการป้องกันการท้องไม่ตั้งใจในวัยรุ่นนั้น พญ.นันทา อ่วมสกุล ผอ.สำนักที่ปรึกษา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อธิบายวิธีการคุมกำเนิดอย่างละเอียดว่า การคุมกำเนิดมี 3 ประเภท คือ 1.วิธีธรรมชาติ โดยการการหลั่งข้างนอก ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของฝ่ายชาย วิธีนี้จะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเพียงแค่ 70% จึงมีความเสี่ยงในการตั้งท้องสูงมาก
       
       ส่วนอีกวิธีที่บรรดาสาวๆ นิยมอย่างมาก คือ การนับ “หน้า 7 หลัง ซึ่งหลายๆ คนเข้าใจผิดเยอะมาก และพลาดพลั้งจนตั้งท้อง ทั้งนี้ การนับหน้า 7 หลัง 7 ที่ถูกต้อง ให้นับล่วงหน้า 7 วัน ก่อนวันที่คาดว่าประจำเดือนจะมา และให้นับตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนมาเป็นวันที่1 และนับต่อไปอีก 6 วัน จะรวมเป็น 7 วันพอดี ไม่ใช่นับหลัง 7 จากวันสุดท้ายของการมีประจำเดือน ซึ่งวิธีนี้จะต้องหัดสังเกตรอบเดือนของตนเอง และจดบันทึกทุกเดือนและเหมาะกับคนที่มรอบเดือนสม่ำเสมอแต่ก็ยังมีความเสี่ยงการตั้งท้องสูง เพราะวิธีนี้มีประสิทธิภาพแค่ 75%
       
       นอกจากวิธีธรรมชาติแล้ว ยังมีการคุมกำเนิดด้วยวิธีขวางกั้น หรือ การใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ และการตั้งท้อง สำหรับวิธีนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกัน 98%
       
       พญ.นันทา อธิบายต่อว่า ส่วนวิธีที่ 3 เป็นการใช้ฮอร์โมน โดยการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งมีประสิทธิภาพถึง 99.7% ซึ่งนอกจากยาเม็ดแล้ว ยังมียาคุมกำเนิดทั้งแบบยาฉีด แผ่นแปะ ห่วงคุมกำเนิดหรือห่วงอนามัย IUDs และยาคุมฉุกเฉินในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ตั้งใจ ซึ่งจะต้องศึกษารายละเอียดว่า ปรึกษาทางแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะไม่ใช่ยาทุกแบบจะเหมาะกับทุกคน และต้องใช้อย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม วิธีการคุมกำเนิดลักษณะนี้ ไม่สามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ซึ่งเราไม่รู้ว่าคู่ของเราเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุด คือ การใช้ยาคุมกำเนิดควบคู่กับการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง

   “การกินยาคุมกำเนิดนอกจากป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ลดอาการปวดประจำเดือน ใช้เลื่อนประจำเดือน ไปจนถึงลดภาวะโลหิตจาง ช่วยลดการเกิดสิว ผิวหน้ามัน และขนขึ้นดก รวมถึงกินแล้วไม่ได้ทำให้อ้วน เหมือนที่เชื่อๆ กัน ส่วนยาคุมฉุกเฉินนั้น ถึงแม้จะช่วยให้ไม่ตั้งท้อง หากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ตั้งใจ แต่มีประสิทธิภาพแค่ 70% และยังกินไม่ได้บ่อย ควรกินไม่เกินเดือนละ 2 ครั้ง หรือ 4 เม็ดเท่านั้น”
       
       พญ.นันทา
บอกด้วยว่า อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ แล้วกลัวว่าจะตั้งท้อง หรือเมื่อตั้งท้องแล้ว ไม่ควรตัดสินใจทำแท้งเถื่อนเพราะมีความเสี่ยงเสียชีวิต 300 เท่าของการคลอดปกติ นอกจากนี้อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต้องตัดมดลูก เกิดการติดเชื้อไม่สามารถมีลูกได้อีก ดังนั้น ควรปรึกษาพ่อแม่ ผู้ใกล้ชิด หรือถ้าไม่กล้าก็สามารถที่จะปรึกษาเพื่อนได้ แต่ต้องเป็นเพื่อนที่ดี หรือศูนย์ฮอตไลน์ที่ให้บริการ ซึ่งจะช่วยหาทางออกคลี่คลายปัญหา

       ทั้งนี้ ในอดีตเด็กที่ท้องในวัยเรียนต้องเสียอนาคตทางการศึกษาไปเลย แต่ปัจจุบันโรงเรียนให้โอกาสกับเด็กเหล่านี้มากขึ้น โดยโรงเรียนหลายแห่งให้เด็กมีปัญหาตั้งท้องแบบไม่ตั้งใจ สามารถคลอดลูกก่อนแล้วกลับมาเรียนต่อได้ ระหว่างนั้นพ่อแม่ผู้ใหญ่ก็ควรให้โอกาสและกำลังใจในการที่ช่วยให้เด็กสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข
       
       ขณะที่ผลของการรับประทานยาคุมฉุกเฉินพร่ำเพรื่อนั้น นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง
ผอ.กองอนามัยเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า การรับประทานยาคุมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ ผู้ใช้ต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอ และต้องรู้จักวิธีรับประทานอย่างถูกต้องด้วย
       
       แต่สำหรับการซื้อยาคุมกำหนดแบบฉุกเฉินมารับประทานเองหลังมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาอยู่ตรงที่ส่วนใหญ่วัยรุ่นไม่ทราบวิธีใช้ที่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับสุขภาพ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ กะปริบกะปรอย จนถึงขั้นท้องนอกมดลูกได้
       
       “ยาดังกล่าวเหมาะสำหรับผู้ที่ถูกข่มขืน หรือถุงยางอนามัยรั่ว หรือหลุดหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่วัยรุ่นกลับใช้วิธีดังกล่าวแทนการทานยาคุมกำเนิดชนิดแผง และการใช้ถุงยางอนามัย ทั้งนี้ การใช้ยาคุมกำเนิดดังกล่าวยังยังเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์มากถึง 25% เพราะต้องทานยาเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ แต่จะได้ผลดีต้องทานภายใน 24 ชั่วโมง และตามด้วยเม็ดที่สองภายใน 12 ชั่วโมงถัดจากทานเม็ดแรก” 

       

       **ดูง่ายคุมง่ายแบบไหนดี   

      

       *หลั่งข้างนอก = เสี่ยงตั้งท้องหรือไม่ก็น้องเราติดโรค
    
   
       *นับหน้า 7 หลัง 7 = นับจริง ตั้งใจจริง บันทึกจริง ถึงจะปลอดท้อง แต่ไม่ปลอดโรค
       
      
 *หลั่งข้างนอก+นับหน้า 7 หลัง 7
= เสี่ยงท้องน้อยลง แต่เสี่ยงโรคเหมือนเดิม
       
     
  *ถุงยางอนามัย = ป้องกันท้อง (98%) ป้องกันโรค จะไม่โศกถ้าใช้ถูกวิธี
       
       *ถุงยางอนามัย +นับหน้า 7 หลัง 7 = ป้องกันท้องได้สูง แต่คะแนนจะพุ่งก็ต่อเมื่อเช็กมีเซ็กซ์ตามตาราง
       
       *ยาคุมแบบรับประทาน = สะดวก ป้องกันท้องเกือบ 100% ยกเว้นป้องกันโรค
       
       *ยาคุมแบบแปะ = ป้องกันท้องเกือบ 100% ยกเว้นป้องกันโรค มีส่วนเกินบนผิวแถมอาจระคายเคืองผิวได้
       
       *ยาคุมแบบฉีด
= ป้องกันท้องเกือบ 100% ยกเว้นป้องกันโรค แอบโศกกับผลข้างเคียงสูง
       
       *ห่วงคุมกำเนิด
= คุมได้ยาว แต่สำหรับสาวเคยมีลูกแล้ว
       
       
*ยาคุมฉุกเฉิน
= ต้องฉุกเฉินจริง ไม่งั้นอันตรายมาก โอกาสท้องสูงอีกต่างหาก
       
       *ยาคุมแบบรับประทาน+ถุงยางอนามัย = ไม่ท้องเกือบ 100% ไม่ติดโรคเกือบ 100% ไม่ต้องมานั่งโศก มั่นใจไร้กังวล
 


       

สำหรับรายละเอียดต่างๆ ข้อมูลความรู้ต่างๆ บรรจุอยู่ใน “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้ คุมได้” ซึ่ง ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่คอลเซ็นเตอร์โทร 02-664-5811 หรือเว็บไซต์โครงการ “รักนี้...คุมได้” www.mylovemycontrol.com

ก่อนจะจากกัน ฝากทิ้งท้ายไว้สักนิด เผื่อจะได้สะกิดใจ รู้เท่าทันโทษภัยของ
ก สระอาม กาม



            พระพุทธองค์ทรงแสดงโทษของกามแก่โปตลิยคหบดี ณ นิคมชื่อ อาปณะของชาวอังคุตตราปะ ในแคว้นอังคุตตราปะ

            เช้าวันหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าไปบิณฑบาตในอาปณนิคม เมื่อเสวยเสร็จแล้ว เสด็จประทับพักผ่อนที่ราวป่าแห่งหนึ่ง ประทับนั่งใต้ต้นไม้ ครั้งนั้น โปตลิยคหบดีถือร่ม สวมรองเท้าเดินเข้าไปในแนวป่านั้นเพื่อพักผ่อนเช่นเดียวกัน

            พระศาสดาทรงทักทายและทรงเชื้อเชิญให้นั่ง แต่ทรงเรียกเขาว่า คหบดี (ผู้มั่งคั่งหรือผู้ครองเรือน) “คหบดี ที่นั่งมีอยู่ ถ้าท่านประสงค์ก็ขอเชิญนั่งเถิด” ตรัสอย่างนี้ โปตลิยะไม่พอใจที่เรียกเขาว่า คหบดี พระศาสดาตรัสถึง 3 ครั้ง เขาจึงทูลว่าที่เรียกเขาว่าคหบดีนั้นไม่สมควร เพราะเขาเลิกการงานหมดแล้ว เลิกโวหารหมดแล้ว

            พระศาสดาตรัสว่า อาการ เพศ และเครื่องหมาย (เช่น การแต่งกาย ร่ม และรองเท้า) ของท่านล้วนเหมือนคหบดีทั้งสิ้น จึงเรียกท่านเช่นนั้น อนึ่งเล่าที่ท่านกล่าวว่าเลิกการงานทั้งปวงแล้ว ตัดโวหารทั้งปวงแล้วนั้นเป็นอย่างไร

            คหบดีทูลว่า ข้าพเจ้ามอบทรัพย์สินสมบัติทั้งปวงให้ลูกหมดสิ้นแล้ว เลิกว่ากล่าวสั่งสอนเขาโดยประการทั้งปวง ที่เรียกว่าเลิกการงานและเลิกโวหารหมดแล้ว

           พระพุทธองค์ตรัสว่า การเลิกโวหารของท่านเป็นอย่างหนึ่ง ส่วนการเลิกโวหารของในอริยวินัย (ธรรมเนียมของอริยเจ้า) เป็นอีกอย่างหนึ่งไม่เหมือนกัน คหบดีทูลขอให้ทรงแสดงการเลิกโวหารในอริยวินัย จึงทรงแสดงโดยย่อดังนี้

            ๑. เลิกปาณาติบาต ๒. เลิกอทินนาทาน ๓. เลิกพูดเท็จ ๔. เลิกพูดส่อเสียด ๕. เลิกติดใจแม้ในของๆตน (คิทธิโลภะ) ๖. เลิกโกรธเลิกนินทา ๗. เลิกคับแค้นเพราะโกรธ ๘. เลิกดูหมิ่นผู้อื่น

            เมื่อเลิกได้อย่างนี้แล้ว ย่อมไม่ต้องร้อนใจเพราะกิเลสเหล่านั้น การที่จะต้องถูกติเตียนจากวิญญูชนก็ไม่มี ตนเองก็ไม่ต้องติเตียนตนเอง ไม่ต้องไปทุคติเมื่อสิ้นชีพแล้ว นี่คืออานิสงส์แห่งการเลิกปาณาติบาต เป็นต้น

            เพียงเท่านี้ยังไม่เรียกว่า การเลิกโวหารในวินัยของพระอริยะเสียทีเดียว คหบดีขอให้ทรงแสดงต่อไปว่า อย่างไรเรียกว่าเลิกโวหารอย่างเด็ดขาดในวินัยของพระอริยะ

           พระพุทธองค์ทรงแสดงให้เห็นโทษของกามว่า

           ๑. กามทั้งหลายไม่ทำให้บุคคลอิ่มในกามได้เลย เหมือนกระดูกสัตว์ที่ไม่มีเนื้อติดอยู่ เปื้อนเลือดอยู่เพียงเล็กน้อย ไม่ทำให้สุนัขตัวที่แทะกระดูกนั้นอิ่มได้ สุนัขนั้นเหนื่อยเปล่า กามทั้งหลายมีรสอร่อยน้อย มีโทษมาก มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก เมื่อเห็นโทษของกามอย่างนี้แล้ว ทำจิตใจให้วางเฉยในกาม ไม่ยึดมั่นในเหยื่อของโลก (คือกาม) (อฏฐิกงกลูปมา กามา)

           ๒. กามทั้งหลายเปรียบเหมือนชิ้นเนื้อที่สัตว์แย่งกัน จิกตีกันเพื่อได้เนื้อชิ้นนั้น ถ้าไม่ปล่อยเสียมีหวังถูกตีจนตาย (มํสเปสูปมา กามา)

            ๓. กามทั้งหลายเปรียบเหมือนคบเพลิงที่คนเดินถือทวนลม ย่อมทำให้ผู้ถือร้อน อาจไหม้มือพอง ถ้าไม่วางเสีย (ติณุกกูปมา กามา)

            ๔. กามทั้งหลายเปรียบเหมือนหลุมถ่านเพลิงลึกท่วมหัวคน เต็มไปด้วยถ่านเพลิงอันร้อนแรง (องคารกาสูปมา กามา) ใครตกลงไปย่อมเดือดร้อนถึงตาย

            ๕. กามทั้งหลายเปรียบเหมือนสิ่งที่เห็นในฝัน (สุปินกูปมา กามา)

            ๖. กามทั้งหลายเปรียบเหมือนของที่ยืมเขามา (ยาจิตกูปมา กามา) เป็นของใช้ชั่วคราว ไม่นานต้องคืนเจ้าของไป

            ๗. กามทั้งหลายเปรียบเหมือนต้นไม้มีผลดก (รุกขผลูปมา กามา) ย่อมถูกทำลายถึงกับถูกโค่นต้นลงด้วยมือของบุรุษผู้โง่เขลา เห็นต้นไม้มีผลดกแต่ขึ้นต้นไม้ไม่เป็น ต้องการผลของมันจึงโค่นทั้งต้น ชายคนแรกที่ขึ้นกินอยู่บนต้นย่อมตกลงมาพร้อมด้วยการโค่นล้มของต้นไม้ อาจถึงตายหรือเจ็บปางตาย

            เมื่อเห็นโทษของกามอย่างนี้แล้ว ทำจิตให้วางเฉยในกาม ไม่ยึดมั่นในเหยื่อของโลกคือกาม เมื่อสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลแล้ว น้อมจิตไปเพื่อญาณทัสนะ ย่อมระลึกชาติได้บ้าง รู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลายบ้าง ย่อมได้เจโตวิมุติและปัญญาวิมุติอันยอดเยี่ยม หากิเลสมิได้ อย่างนี้แลเรียกว่าเป็นการเลิกโวหารโดยประการทั้งปวงในวินัยของพระอริยะ

            โปตลิยคหบดีเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาค ทูลสรรเสริญว่า พระพุทธองค์เป็นสมณะที่น่าเคารพเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง และขอปฏิญาณตนเป็นอุบาสกนับถือพระรัตนตรัยตลอดชีวิต


จากพระไตรปิฎก: โทษของกาม
มัชฌิมนิกาย   มัชฌิมปัณณาสก์ 
คหบดีวรรค  โปตลิยสูตร เล่มที่ ๑๓ ข้อ ๓๖-๕๕.


P.S. "100 % SAFE SEX IS NO SEX"

ขอบคุณภาพดีดี จาก
http://static.sanook.com/album/files/jpg/139/696238.jpg
http://www.aphonda.co.th/2007/promotion/image/09102007/GI_73980056.jpg
http://www.igetweb.com/www/nongsai/gallery/12893.jpg



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
woody505 วันที่ : 29/07/2009 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanlangyaogroup


ส วั ส ดี ค รั บ . .

.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 29/07/2009 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

พี่ วสิทธ์ - คงเป็นเพราะสมัยก่อน โครงสร้างสังคมชาวบ้าน ทำให้คนอยู่ภายใต้ศีลและธรรม กิเลสจึงไม่มีที่แสดงออก แต่เดี๋ยวนี้ โครงสร้างสังคมเมือง โลกไร้สาย กลับทำให้คนสนใจเรื่องของวัตถุมากกว่า หัวใจตัว เมื่อเกิดความพอใจในรูป รส กลิ่น เสียงก็เกิดตัณหาคืออยากเข้าไปอยู่ใกล้ เมื่อยิ่งใกล้ยิ่งชิด ยิ่งอุปาทาน ยึดมั่นถือมั่น ก็เกิดเป็นภาวะที่เรียกว่า ตัวกู ของกู ยิ่งมีตัวกู ของกู ก็มีตัวมึงของมึง เพราะอัตตานี่แหละครับที่เป็นเสมือน อาวุธที่บั่นทอนความดีงามของเราอยู่เรื่อย ๆ ฝากไว้วันหลังเผื่อกลับมาอ่านครับ

อย่า…ยึดมั่นถือมั่น อย่าผูกพันเป็นเจ้าของ
อย่าหลงจนลืมมอง อย่าริลองเยือนเรือนกาย
อยู่...ที่ใจปล่อยวาง อยู่ที่ว่างเป็นจุดหมาย
อยู่ที่ใจรู้กาย อยู่ที่คลายความยินดี
อย่าง...แท้แค่ผิวหนัง อย่างบดบังกระดูกผี
อย่างไม่ใช่ของดี อย่างไร้ที่ซึ่งความงาม
อยาก...ใกล้ไซร้สัมผัส อยากกำหนัดจึ่งผลีผลาม
อยากลิ้มรสชาติกาม อยากสุกตามกามอารมณ์

หลังม่านสีฟ้า
15 กุมภาพันธ์ 2552

- ส่วนรูปนี้ คงเป็นของนักข่าวผู้จัดการที่เขียนเรื่องนี้กระมัง ผมก็ชอบเหมือนกันครับ สุนทรีดี

- ก็นั่นแหละครับ หลงในรสอร่อยของขันธ์ 5

ขอบคุณบล็อคเกอร์ ทุกท่านที่เข้ามาแวะเวียนอ่านงานเขียนกันครับ ขออนุโมทนาด้วยคนครับ

หลังม่านสีฟ้า
ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 9

OKNATION...คือพื้นที่ให้เราพัก ที่พำนักยามจิตว่าง หลากผู้คนบนเส้นทาง ร่วมสรรสร้างสังคมงาม ที่ถ่ายทอดความรู้สึก ที่คิดนึกการไต่ถาม ที่ชี้แนะความดีงาม ที่ร่วมน้ำใจไมตรี…

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วสิทธ์ วันที่ : 26/07/2009 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

อึม สมัยผมทำไมมันไม่มีอย่างนี้นะ ฮึม..ม...ม

ว่าแต่ในรูปนี้ ให้คำถามและคำตอบได้ดีจัง ใครถ่ายหนอ....

ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ที่ผมเดินอยู่ประจำนี้ เดี๋ยวนี้จูบกันแบบไม่อายแล้วครับพวกนักศึกษาเนี่ย ก่อนลามีจูบหน้าผากกันด้วยอ่ะ โห..อะไรจะขนาดนั้นหนอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน