*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม 2551
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 1354 , 18:19:46 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จดหมายจากใจถึงตำรวจในเหตุการณ์ 7 ตุลาเลือด!

จารบุรุษ
              
       เรียนผบ.ตร. ผบช.น. รองผบช.น. เราทราบดีว่า พวกท่านเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่
       ไม่เคยโกหกพกลม พูดอะไรจริงใจเสมอจากข้อเท็จจริง ไม่เคยสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
       ไล่ยิงประชาชน ที่ไม่มีทางสู้ ไม่ว่าเด็ก ผู้หญิง หรือคนแก่ แม้กระทั่งผู้ไม่มีอาวุธในมือ
       เพราะพวกท่านคำนึงอยู่ในใจเสมอว่า ประชาชน คือนาย ของท่าน ดังนั้น แม้แต่
       ผู้ที่ยกมือไหว้ หรือแม้แต่หน่วยพยาบาลที่เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ ท่านก็จำเป็นที่จะต้อง
       ดูแลรักษา ให้ความช่วยเหลือ เพราะเขาเหล่านั้น ก็คือประชาชน คือคนที่ไม่สมควร
       ฆ่าให้ตาย ให้ได้รับบาดเจ็บ แขนขาขาด หรือถึงพิการเสียชีวิต เพราะตระหนักเสมอว่า
       พวกเขาเหล่านั้น ล้วนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น การที่หลายฝ่ายพากันกล่าวตู่ว่า
       ตำรวจอย่างท่านคือเหล่าทรราช คอยรับใช้ และรับคำสั่งเฉพาะนักการเมืองเท่านั้น
       ล้วนไม่เป็นความจริง พวกท่านไม่เคยเป็นเช่นนั้น พวกท่านไม่เคยได้ชื่อว่าเป็น
       ตำรวจสามานย์ ตำรวจอัปรีย์ ตำรวจจัญไร เฝ้าบ่อน เฝ้าซ่อง ดองคดี หรือจับแพะ
       สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่พวกท่านถูกใส่ร้าย แต่เพราะท่านเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
       เป็นสิ่งที่ท่านภาคภูมิใจ เพราะไม่มีหน่วยงานไหนทำได้ดีเท่าพวกท่านเหล่าสีกากี
       การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่าน ข้อเท็จจริงได้ประจักษ์ทางสังคมแล้วว่า
       การยิงแก๊งน้ำตา การรุกคืบกดดันให้ม็อบถอยร่นไป ตำรวจได้ปฏิบัติการ
       ตามหลักสากลทุกประการ ไม่มีผิดเพี้ยน การที่สื่อมวลชนมากล่าวหาท่านว่า
       ยิงใส่ตรงๆ อย่างไม่ยั้ง ชนิดมันมือ เล็งปืนใส่ตัวผู้ชุมนุม หวังให้บาดเจ็บล้มตาย
       ล้วนเป็นการใส่ความพวกท่านทั้งสิ้น เรื่องเหล่านี้ ไม่เคยมีอยู่ในใจตำรวจ เพื่อ
       พวกท่านจะได้เสวยสุข บนกองเลือดของประชาชน มียศ และมีตำแหน่งสูงขึ้น
       เรื่องแบบนี้ ท่านไม่ทำแน่นอน เพราะเป็นสิ่งชั่วร้าย อีกสิ่งที่พวกท่านไม่ทำคือ
       การจับกุม และยัดข้อหาต่างๆที่พอจะหาได้ใส่แกนนำพันธมิตรฯนั้น
       ไม่ได้มีการดำเนินการเป็นจริงเป็นจังตามที่ถูกสังคมประณาม แต่
       เมื่อมีจังหวะเหมาะๆ คงไม่ปล่อยไว้แน่ เพราะ
       ตำรวจต้องทำตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวหาว่า
       ตำรวจคือทาสรับใช้นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล ที่คอยรับเศษเงินไปวันๆเท่านั้น

       หมายเหตุ : หากอยากอ่านได้อรรถรสจากใจ ควรอ่านบรรทัดเว้นบรรทัด (อ่านบรรทัดแรก ต่อด้วยบรรทัดที่ 3 -5-7 ไปเรื่อยๆ)

            โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551

 


จดหมายน้อยเปลี่ยนวิธีคิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เรียน นายกรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจทุกคน

การใช้กำลังและความรุนแรงที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและมือที่ 3 กระทำต่อกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 นั้น เป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงวิธีคิดที่ผิด ๆ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในบ้านเมืองนี้ ในยุคที่ตำรวจเป็นใหญ่ ยุคแห่งรัฐตำรวจนั่นแหละ โดยที่ตำรวจมักจะถูกสอนมาผิด ๆ ตามแบบฉบับของพวก "อำนาจนิยม" ว่า

“เจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจกระทำการได้ทุกอย่างตราบเท่าที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติจำกัดอำนาจไว้”   การสอนลักษณะอย่างนี้  ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเหิมเกริมใช้อำนาจกันจนเป็นนิสัย อ้างว่าไม่มีกฎหมายห้ามกระทำก็ใช้อำนาจอย่างเต็มที่โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะต้องถามเสมอก่อนทำหน้าที่ว่า การกระทำเหล่านั้นขัดต่อสามัญสำนึก ต่อจริยธรรมบ้างหรือไม่  หากการกระทำนั้นเข้าข่ายที่จะขัดหรือแย้งกับจริยธรรมสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ปฏิเสธที่จะกระทำ ซึ่งการสอนมาลักษณะอย่างนี้ก็สอดคล้องกับวลีที่ว่า “อำนาจ คือ ธรรม”  ก็เข้าใจไปว่า อำนาจนี่แหละเป็นที่มาแห่งความชอบธรรม  ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง ธรรมะต่างหากเป็นที่มาของอำนาจ หรือ “ธรรม คือ อำนาจ”

ดังนั้น หากจะเปลี่ยนวิธีคิดของพวก “อำนาจนิยม” เหล่านี้มาเป็นชาว ”เสรีนิยม” ก็ต้องสอนให้เข้าใจว่า

“เจ้าหน้าที่ของรัฐจะใช้อำนาจกระทำการใดๆ ได้ ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายบัญญัติให้มีอำนาจกระทำไว้อย่างชัดแจ้ง”   ในที่นี้ เนื่องจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนใหญ่เป็นการใช้ไปเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในแง่การจำกัดอำนาจนี้ ตราบใดก็ตามที่ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้อย่างชัดแจ้ง ตราบนั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐจะใช้อำนาจไปจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนไม่ได้เด็ดขาด

ขณะเดียวกัน  ผู้มีอำนาจยังสอนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าใจถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพียงแค่ครึ่งเดียวว่า

“ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพก็ต่อเมื่อมีกฎหมายรับรองและคุ้มครองไว้”   เมื่อยังไม่มีกฎหมายรับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพไว้  ประชาชนจะใช้สิทธิเสรีภาพใด ๆ ไม่ได้เลย  เท่ากับเจ้าหน้าที่ของรัฐก็บิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วใช้อำนาจเข้าไปจำกัดสิทธเสรีภาพของประชาชนที่ยังขาดการรับรองและคุ้มครอง  ซึ่งความเป็นจริงนั้นแม้ยังไม่มีกฎหมายมาบัญญัติให้หรือจำกัดสิทธิเสรีภาพแล้วประชาชนก็ใช้สิทธิเสรีภาพได้อย่างเต็มที่ ในขอบเขตที่การใช้สิทธิเสรีภาพของตนเองนั้นต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่น

ดังนั้น ถ้าหากจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างวันที่ 7 ตุลาคม 2551 หรือเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่านั้นก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐเสียใหม่ว่า

“ประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพตราบเท่าที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติจำกัดสิทธิเสรีภาพไว้อย่างชัดแจ้ง” 

หมายความว่า ตราบใดที่ประชาชนกำลังใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ  และการใช้เสรีภาพนั้นยังไม่มีกฎหมายออกมาสนับสนุนหรือจำกัดการชุมนุม ประชาชนก็สามารถชุมนุมได้ภายใต้เสรีภาพที่ไม่ไปละเมิดเสรีภาพของบุคคลอื่นเกินสมควรแก่เหตุ

อย่างเช่น การชุมนุมทางการเมืองซึ่งใช้พื้นที่สาธารณะ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ไปละเมิดเสรีภาพในการเดินทางของคนอื่น ซึ่งเสรีภาพในการชุมนุมนั้นถูกรับรองและคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายที่อยู่ในลำดับศักดิ์สูงกว่า เสรีภาพในการเดินทางที่ถูกรับรองและคุ้มครองโดยกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ ดังนั้น ตามหลักการชั่งคุณธรรมทางกฎหมายแล้ว ประชาชนที่ใช้เสรีภาพตามพระราชบัญญัติ ต้องยอมสละเสรีภาพให้ประชาชนที่ใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญซึ่งถูกรับรองและคุ้มครองโดยกฎหมายที่สูงกว่า ซึ่งการสละเสรีภาพนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า เสรีภาพในการเดินทางจะถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิง หากแต่ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งต้องยอมทนใช้เสรีภาพในการเดินทางภายใต้ข้อจำกัดเพื่อให้การใช้เสรีภาพในการชุมนุมซึ่งถูกรับรองและคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญของผู้ชุมนุมบรรลุความมุ่งหมาย

ขณะที่การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการใช้อำนาจเกินสมควรแก่เหตุ  ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นขั้นตอนก่อนจะใช้กำลังเข้าสลาย ซึ่งย่อมทำให้ผู้ชุมนุมไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าจะป้องกันตัวเองอย่างไร  และในโอกาสเดียวกันนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีทางยอมเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ของรัฐ สถานที่ประชุมรัฐสภาก็ไม่จำเป็นต้องใช้รัฐสภาหากแต่สามารถเลี่ยงไปใช้สถานที่อื่นได้ และการใช้เสรีภาพในการชุมนุมปิดล้อมดังกล่าวโดยเจตนาของผู้ชุมนุมก็มิได้เป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้ใด หากแต่เป็นการแสดงออกซึ่งสัญลักษณ์ในการไม่ต้องการผู้แทนที่มาจากวิธีการที่ไม่โปร่งใสต่างหาก ซึ่งผมคนหนึ่งละที่ภูมิใจและชื่นชมในตัวผู้แทนที่เลือกที่จะไม่ฝ่ากองเลือดของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุด ตามหลักที่ว่า"ประชาชนต้องมาก่อน" มิใช่ "ผู้แทนต้องเข้าไปก่อน" อย่างที่พวกผู้แทนบางคนเลือกที่จะเหยียบกองเลือดประชาชนเข้าไปในรัฐสภาหรอกนะ

ถึงที่สุด แม้จะช้าไปก็ตาม ผมก็ขอ

ขอประณาม
การใช้ความรุนแรงและการใช้อาวุธอันตรายไม่ว่าจากฝ่ายใดก็ตามเว้นแต่เป็นการใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และ
ขอคารวะ
  ผู้ที่เสียสละชีวิตและร่างกายเพื่อต่อสู้กับอำนาจเลว ๆ ของผู้มีอำนาจทั้งหลาย

หลังม่านสีฟ้า

16 ตุลาคม 2551



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเขือหึน วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rocha55

OK

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ปรับโครงสร้างตำรวจ
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/08/29/entry-2

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน