*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม 2552
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 1014 , 14:50:12 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ความทรงจำครั้งวันวาน

หลังพยาบาลคนหนึ่งเดินผ่านหน้าเราทั้งสองไปไม่นาน  เจ้าหน้าที่ทั้งชายหญิงของโรงพยาบาลแถว ๆ วังหลังก็เร่งเดินตามกันมา  ต่างคนต่างสะพายกระเป๋า  บ้างก็ถือถุงผ้าเดินออกห่างจากแถว ๆ ที่ที่ใกล้ที่สุดกับที่ที่เรากำลังจะไป  เขายิ่งเดินห่างจากเรามากเท่าไรปลายทางของเขาก็อยู่ใกล้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น  เช่นเดียวกับเรา  แต่ทว่าจุดหมายของเขานั้น  เราเพิ่งผ่านมาไม่นานนี่เอง  และนั่นทำให้เราถึงจุดหมายช้ากว่าเขา

 

“กี่โมงแล้วแม่”                 ผมเอ่ยถาม หลังจากเห็นตึกโรงพยาบาลอยู่ห่างไม่เกิน 100 เมตร


“เนี้ย  คนเค้าเลิกงานแล้ว  ก็สี่โมงครึ่งแหละ”               แม่ยิ้มกับผมนัยว่า  ลูกมีนาฬิกาอยู่นะ 

 

“เอ้า  สี่โมงยี่สิบเอง  ทำไมออกงานเร็วจัง”                  ผมยกข้อมือขวาขึ้นดูด้วยความแปลกใจ

 

(เออ  วันศุกร์นี่หว่า  คงรีบกลับบ้านชัวร์)                     ความคิดแทรกขึ้นมาพร้อมกับคำพูด

 

เราทั้งสองรีบย่ำเดิน  ไม่นานนักก็ถึงทางแยก

 

“เฮ้อ  ถึงซะที  แม่จะเดินทางไหนอะ  ถ้าทางนี้เดินลำบากหน่อย  ต้องแทรกคนเดินบนทางเท้า  แต่ถ้าทางเดิมที่เคยมาละก็...”                    แม่ดึงผมไปทางเดิม  ไม่ทันที่จะอธิบายต่อ  

 

“ทางหน่อยครับ  ปี๊น ๆ บึ๋น ๆ ๆ ”                   รถมอเตอร์ไซด์บีบแตรเพื่อให้คนเดินถนนหลีกทาง

 

“เนี้ยแม่ จะบอกอยู่พอดีว่า  เดินที่นี่ต้องมีสติ”              ผมอธิบายต่อจนครบความ  หลังจากใช้มือขวาดันแม่มาชิดซ้ายเพื่อหลบรถ

 

“ไม่ต่างกันเลยกับซอยเข้าห้องลูก  แม่ละเบื่อ”

 

...

..

.

.

...5นาทีต่อมา  หลังจากเราเดินชะเง้อดูของไปมาตามทาง

 

“ถอยหน่อยครับ  ระวังเท้านะครับ”                ชายร่างกำยำใส่เสื้อกล้ามพารถเข็นผ้าโหลผ่านหน้าเราไปอย่างรีบร้อน

 

“นี่แหละ! วังหลัง”                          สาวรุ่นใหญ่ใส่เสื้อแดงคนหนึ่งตะโกน

 

“ป๊าบ ๆ ๆ ๆ”                     ชายเสื้อเหลืองขายมือตบสื่อสารตอบ

 

ผมหันขวับพลางคิดในใจว่า “เอาแล้ว  พวกเดียวกันหรือเปล่าวะ”

 

ครู่หนึ่งก็เห็นสาวคนนั้นยกตีนตบขึ้นมา  ตบโต้ตอบนัยว่า  “ฉันก็มีโว้ย”

 

นั่น ทำให้คนแถวนั้นหยุดเดินแล้วหันไปมอง  สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ชายหญิงคู่นั้นอย่างใจจดใจจ่อ ประหนึ่งว่า  รอลุ้นชายขายมือตบโต้ตอบกลับ

 

“แม่  เดี๋ยวก่อน”               ผมดึงมือแม่ให้หยุดดู  หลังพูดจบบรรยากาศเริ่มเงียบ  ลักษณะไม่ต่างกันเลยกับ  Time Machine ในการ์ตูน

 

เมื่อสาวรุ่นใหญ่คนนั้นชักมือตบออกมาจากถุงดำที่แบกไว้ข้างหลัง  สายตาคนแถวนั้นรวมทั้งผมก็เริ่มเขม็งเกรียวยิ่งขึ้น  หัวใจก็เต้นแรงเป็นจังหวะ กำลังสูบฉีดเลือดอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะวิ่งหนีได้ตลอดเวลา

 

“มือตบ  ตีนตบ  3 อัน 100 ๆ”                      เสียงจากปากเธอดังขึ้น

 

“ป๊าบ ๆ ๆ ๆ”                     เสียงมือตบ  ตีนตบก็ดังขึ้น  ทั้งสองรูปแบบอยู่ในมือของชายหญิงคู่นั้น

 

“ฮ่วย  ตกใจหมด คิดว่า...เฮ้ย เฮอ เฮอ”                                 เด็กที่ยืนอยู่ใกล้สุดกับผมอุทานขึ้น

 

ไม่นานนัก บรรยากาศเดิม ๆ ของวังหลังก็กลับมา กลับมาพร้อม ๆ กับความมืดที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า  อยู่ๆ แม่ก็สะดุด แล้วหยุดเดิน สายตาของแม่ทอดไปยังกำไลหลายหลากสีที่วางตั้งขายคละกันบนแผงลอยของป้าแก่ ๆ คนหนึ่ง

 

“นี่ขายยังไงค่ะ”                แม่หยิบกำไลสีฟ้ากับสีดำขึ้นมา

 

“10 บาทค่ะ”                    ป้าคนขายรูปร่างสูง ผิวสี ฟันหน้าบิ่นคนหนึ่งพูดพลางหยิบเงินทอน 10 บาท ให้วัยรุ่นถุงเท้ายาวปากแดง 2 คนที่มาซื้อกำไล

 

“ทั้งหมดนี้ เหรอครับ”                     ผมถาม

 

“ไม่ใช่ทั้งหมด  อันเดียว อันละ 10 บาท”                    ป้าคนขายตอบและยิ้มแบบงง

 

“ครับ”                ผมพยักหน้าแล้วยิ้ม  แต่ใจก็คิดต่อต้านคำตอบของป้าเค้าทันทีว่า  

 

“คือที่ผมถามอะ  กำไลที่วางขายคละกันทั้งกองเนี้ย  ราคาอันละ 10 บาท เหรอ”

 

“เอากี่อันละ”                   

 

“แล้วนี่ขายด้วยเหรอครับ”               ผมถามต่อก็เพราะมองแล้วมันสภาพดูเก่า  ส่วนแม่ก็ก้มเลือกกำไลพลางหัวเราะไปพลางคงขำกับการสื่อสารของผมกับป้าคนขาย

 

“เอ้า ไม่ขาย  แล้วจะเอาไว้ทำอะไรละ”                      ป้าเค้าย้อนผม แต่ก็ยังยิ้ม

 

“อะครับ”             ผมพยักหน้า ยิ้มในใจ แล้วก็หันไปมองกำไลที่แม่กำลังเลือกอยู่

 

“ยังไง เดี๋ยวมาดูละกันป้า”               หลังวางกำไลลง  แม่ยิ้ม แล้วเราทั้งคู่ก็เดินออกไป

 

“ไม่เป็นไร จ๊ะ”                

 

“พาแม่ไปซื้อขนมก่อน  จะได้ไม่กังวลเรื่องของฝาก”                 แม่มองฟ้าแล้วพูดกับผม

 

“ครับ”                ผมรีบพาแม่ไปที่นั่นทันที

 

ณ ร้ายขนมปังวังหลัง

 

“เอาไส้ผลไม้รวม 2 ลูกเกด 2 ลูกเกดสับปะรด 1 รวมแฮม 1 แล้วก็หมูหยอง 1”                    ผมสั่งขนม

ตามที่ตกลงกับแม่

 

“ทั้งหมด 7 ชิ้นนะคะ”                     คนขายจัดแจงขนมใส่ถุง

 

“กี่บาทครับ”                    ผมยื่นใบร้อยให้เค้าสามใบ

 

 

“280 บาทค่ะ”                  ผมรับใบยี่สิบทอนกลับมาแล้วเดินถือถุงขนม 5 ถุงออกจากร้าน

 

แม่แหงนหน้าขึ้นท้องฟ้าอีก ตอนนั้นฟ้ากำลังจะมืดอยู่แล้ว แม่จึงฉุดมือผมให้รีบเดิน

 

“เออ ยังมีเด็กอีก 2 คนที่ห้อง  เดี๋ยวลูกคอยดูร้านกำไล 10 บาทของป้าแกด้วยนะ”

 

“ครับ”               

 

“เอ้า ไปไหนแล้วละ”                      แม่ถาม

 

“อ๋อ นี่ไง  ย้ายมาตรงนี้ซะแล้ว ร้านข้างๆ เค้าจะเก็บกันหมดแล้ว รีบเถอะแม่”                       ผมหันไปเห็นพอดี

 

“คิดว่า  จะไม่มาซื้อร้านเราแล้ว”                   ป้าแกยิ้มหวานเชียวละ

 

“จำได้ด้วยเหรอ”               แม่ยิ้มตอบพลาง มือก็กำลังควานเลือกกำไลตามที่ต้องการพลาง

 

“จ๊ะ เอาสีอะไรดีละ เดี๋ยวเอาถุงไปใส่ขนม จะได้ถือง่าย ๆ หน่อย”             ป้าแกกุลีกุจอเอาถุงขนาดใหญ่ที่แกมีมาใส่ถุงขนมที่ผมถืออยู่

 

“โอ ขอบคุณมากครับ”                   ผมยิ้มด้วยหัวเราะด้วย

 

“แผละ”             

 

“ไม่เป็นไร ไม่ได้เจตนา”                 ผมพูดตัดบทเพื่อความสบายใจหลังจากทำถุงขนมที่ถือตกลงบนพื้น

 

“เอาอีกถุงไปละกันอะ”

 

“ขอบคุณมากป้า”

 

“เอา 3 อันสีชมพูอันหนึ่ง สีฟ้าแล้วก็สีดำ”                    แม่หยิบมันใส่ถุงที่ป้าแกถือ

 

“30 บาทค่ะ  ซื้อขนมไปไหนเยอะแยะ”                      ป้าแกรับเงินมา 40 บาท

 

“เอาไปฝากเค้าที่บ้าน พรุ่งนี้กลับแล้ว”                        แม่รับเงินทอน 10 บาท

 

“ขอบคุณมากป้า”              แม่ยิ้ม

 

“อย่างนี้ขายดีแน่นอน โชคดีนะ”                   ผมพูดสำทับขึ้นก่อนจะเดินจากไป

 

ท้องฟ้าที่นั่น กำลังมืดลงทุกที ทุกทีและทุกที

 

“เอ้า อันนี้ฝากไปให้หลานสาวด้วยนะ”                        ป้าแกยื่นกิ๊ฟสีชมพูอีก 2 อันให้แม่

 

“โห ป้าขอบคุณค่ะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

ทันใดนั้นลมวูบหนึ่งก็พัดผ่านหน้าเราทั้งสองไป  นัยว่านี่แหละสายลมแห่งความหวังดีของคนบ้านนอกด้วยกัน

 

“แกยังอุตส่าห์เอามาให้นะลูก  คงถูกชะตากันแหละ”                  แม่ยิ้มแบบงง ๆ

 

“เออ แปลกดี”                 

 

ผมพยักหน้าและก็จูงมือแม่ เดินออกจากตลาดวังหลังไปยังพรานนก ไปด้วยรอยยิ้มที่ยังคงปรากฏ  ยิ้มพลาง ใจก็คิดไปพลางว่า  

 

“เออ ตุลานี้ นี่ก็ ปีกับ 2 เดือนแล้วสินะที่เราไม่ได้กลับบ้าน  ชักจะคิดถึงบ้านแล้วละ”



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Anything วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/firstlove


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สงวนชัยโรจน์ วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jirachon
ที่ที่มีความสมบูรณ์แบบ ไม่มีเรื่องให้เล่า

ปี ใ ห ม่ คุ ณ หั ว เ ร า ะ ห รื อ ยั ง ? ?

http://www.oknation.net/blog/jirachon/2009/01/05/entry-2


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มนต์รัตนา วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monruttana


คิดถึงบ้านนนนนนมากมาย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดำตานี วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nisu


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เพลงฝน วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hyacinth
   เรามีตาคนละดวง มีโลกคนละใบ และเราไม่ใช่คนเดียวกัน จึงมีชุดความจริงต่างกันก็เท่านั้นแหล่ะ 

ตลาดวังหลัง...นานเท่าไหร่แล้วหนอที่ไม่เคยเยือน
คงตั้งแต่หันหลังให้กรุงเทพฯ นั่นล่ะ

โอ้...นึกถึงวังหลังแล้วทำไมต้องหิวด้วยไม่รู้สิ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน