*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 1580 , 11:15:52 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ได้โปรดเถิด...ขอพื้นที่เล็ก ๆ(ให้ตัวเองบ้าง)

“ต้องการที่อยู่  มีน้ำหนัก สัมผัสได้”  วลีเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงพื้นฐานที่แสดงคุณสมบัติของสิ่งที่เรียกว่า “สสาร” ซึ่งแบ่งออกได้เป็นสามสถานะ คือของแข็ง ของเหลวและก๊าซ นี่แสดงให้เห็นว่า แม้กระทั่งสิ่งไม่มีชีวิตและไม่มีความรักใด ๆ ก็ยังต้องการที่อยู่  ที่อยู่ที่ว่านี้จะเล็ก  ใหญ่  กว้างหรือแคบก็สุดแท้แต่  ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและปริมาณของสสารนั้น  ไม่ต่างกัน  สิ่งซึ่งมีชีวิตและต้องการความรักก็ย่อมต้องการพื้นที่เพื่อความอยู่รอด  เพื่อดำรงชีวิต เพื่อแสดงการครอบครอง  เพื่อสร้างอาณาเขตหรืออาณาจักรของตัวเอง  ซึ่งจะเล็กหรือใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการอันไม่สิ้นสุดของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น  โลภมากก็ต้องการพื้นที่มาก โลภน้อยก็ต้องการพื้นที่น้อย เมื่อมีความโลภก็มีการเบียดเบียน เป็นเช่นนั้น  แต่อย่างไร ก็ไม่มีพื้นที่ในโลกใบนี้เพียงพอสำหรับความต้องการอันไม่สิ้นสุดของสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐอย่างเช่นมนุษย์เดินดิน 

พื้นที่แต่ละผืน  ที่ดินแต่ละแปลงคือชีวิตของคนหลายคน คือที่ลงหลักปักฐาน  ที่วางสมอของเรือแห่งชีวิต ซึ่งจะมีความมั่นคงแค่ไหนก็ขึ้นกับว่า พื้นที่นั้น เราเป็นเจ้าของหรือไม่ก็เป็นเพียงผู้เช่าเพื่อพักอาศัย เพื่อใช้ประโยชน์   แต่ทว่าหากพื้นที่นั้นอยู่กับเราเป็นเวลานานค่อนหรือทั้งชีวิต  ไม่ว่าเราจะเป็นเจ้าของหรือแค่ผู้เช่า  เราก็จะมีความผูกพันอยู่กับพื้นที่ผืนนั้น แม้ว่ามันจะไม่มีชีวิตจิตใจ  รู้สึกดีใจ เสียใจ รักหรือเกลียดเรา  แต่มันก็ได้สร้างและหรือต่อลมหายใจให้กับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าตัวเองว่า “มนุษย์” ให้สามารถใช้พื้นที่ผืนนั้นดำเนินชีวิตต่อไปได้

คำว่า “พื้นที่” มิได้หมายเฉพาะ ที่ดินหรือพื้นห้อง หากแต่มันหมายถึงที่ยืนในทางสังคม ที่เชิดหน้าชูตาและแม้กระทั่งที่ที่เราใช้ในการแสดงความคิดเห็น คำว่า พื้นที่ในแง่มุมนี้จึงเป็นพื้นที่ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยในสังคมกำลังแสวงหา กำลังไขว่คว้าเพื่อเอามันมา ถ้าจะเรียกอย่างเป็นทางการ คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมันคือ “โอกาส”  หลายคนเริ่มจากการเป็นผู้ขอ ขอทั้งที่รู้ว่า โอกาสมิได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอยู่สม่ำเสมอทุกคืนวันอย่างพระจันทร์ พระอาทิตย์ ซึ่งในจำนวนหลายคนนี้ ก็ย่อมมีทั้งคนที่สมหวังหรือไม่อย่างนั้นก็สิ้นหวังไปเลย เนื่องจากยังขาดความรู้ความสามารถ ขาดประสบการณ์ เหตุนี้เองจึงมีความสมเหตุสมผลเพียงพอที่ผู้รับการขอโอกาสจะปฏิเสธการหยิบยื่นมันให้  ขณะที่อีกไม่กี่คนกลับเริ่มจากการให้โอกาสตัวเอง พยายามเรียนรู้เพื่อยกระดับตัวเองจากผู้ไม่มีประสบการณ์ไปสู่ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ กรณีเช่นว่านี้ คือการสร้างความแตกต่างให้กับตัวเอง และคนที่คิดแล้วทำในสิ่งที่แตกต่างก็มักจะได้รับโอกาสมากกว่าคนที่เดินดุ่ม ๆไปตามกระแสโดยไม่มีหัวคิดแต่อย่างใด

ความคิดที่แตกต่าง มิใช่เพื่อความแตกแยกหรือความขัดแย้งในการดำรงชีวิตในสังคม แต่ทว่ามนุษย์เราคิดแตกต่างกันเพื่อเติมเต็ม เพื่อความสมบูรณ์ของอีกชุดความคิดต่างหาก  ในที่นี้มิได้หมายความว่า ความคิดที่แตกต่างจะมีเสียงตอบรับในทันทีหรอกนะ บางครั้งกลับกลายเป็นเสียงก่นด่า บั่นทอนกำลังใจ ทำให้ผู้ซึ่งมีความคิดต่างหรือคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ต้องทำใจยอมรับและใช้ความพยายามในการต่อสู้กับค่านิยมเก่า ๆ กับชุดความคิดเก่า ๆ ซึ่งอยู่แนวหน้าเป็นปราการตั้งตระหง่าน ยากแก่การทำลายลงด้วยระยะเวลาเพียงสั้น ๆ อย่างกรณี สื่อกระแสหลักที่มักจะนำเสนอข้อเท็จจริงแล้วชี้นำความคิดเห็นให้ผู้ชม ผู้ฟัง ผู้อ่านคล้อยตามไปกับข่าวที่นำเสนอซึ่งผู้สื่อสารมักจะอาศัยเพียงความอยากรู้อยากเห็น ความกระหายอยากในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นไปเพื่อการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น เป็นที่ตั้งโดยละเลยที่จะชี้ให้เห็นถึงที่มาที่ไปหรือความเป็นมาของข่าวสารนั้น ๆ อย่างที่สื่อกระแสรองมักจะนำเสนอ หากแต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร ซึ่งอย่างหนึ่งก็เป็นเพราะพื้นที่ในการแสดงออกซึ่งข้อมูลและความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ไม่แพร่หลายไปสู่มวลชนในระดับกว้างอย่างที่สื่อกระแสหลักมีความสามารถและมีอำนาจที่จะทำ

ถึงที่สุด เมื่อใดก็ตามที่สื่อกระแสหลักครอบงำสังคม สังคมก็จะโอนเอียงไปตามที่สื่อกระแสหลักชี้นำ ดังนั้น เพื่อความสมดุลของระบบข้อมูลข่าวสาร การให้โอกาสของผู้ชม ผู้ฟัง ผู้อ่านในการเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นที่แตกต่างในการนำเสนอของสื่อกระแสรอง การทำใจให้กว้างในการเรียนรู้ แม้ว่าพื้นที่ในการรับรู้จะแคบก็เท่ากับเป็นการสร้างสังคมอุดมปัญญา สร้างสังคมให้สมดุล โดยให้สื่อกระแสรองมีโอกาสคัดง้างข้อมูลของสื่อกระแสหลัก นั่นเท่ากับเป็นการตรวจสอบการทำงานในทางข้อมูลของสื่อมวลชนด้วยกันแล้วให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญานในการเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อข้อมูลนั้น ๆ ไม่ว่าสื่อกระแสไหนจะนำเสนอก็ตาม

การให้พื้นที่เล็ก ๆ หรือการให้โอกาสแก่คนซึ่งมีความคิดที่แตกต่าง แล้วปล่อยให้มันดำเนินไปตามวิถีทาง ตามความเชื่อในระบอบประชาธิปไตยภายใต้ระบบกฎหมาย อาจจะเป็นหนทางในการสร้างความเป็นธรรมในสังคมหรือแม้กระทั่งยุติความขัดแย้งที่กำลังผลิดอกออกผลจากการหว่านเมล็ดพันธ์แห่งความรุนแรงในจิตใจคนที่มืดบอดแล้วคนเหล่านั้นก็เลือกที่จะศรัทธาแบบโง่ ๆ แทนการเชื่อแบบมีปัญญา อนึ่ง การให้พื้นที่ ให้โอกาสนั้น แม้ว่าบางครั้งอาจจะขัดกับความรู้สึกของตัวเอง ขัดกับความรู้สึกของสังคมในช่วงแรก ๆ บ้าง แต่เชื่อเหลือเกินว่า เพียงไม่นานพื้นที่เล็ก ๆ จะขยายไปสู่พื้นที่ขนาดกลางแล้วถึงที่สุดก็ขยายคลอบคลุมพื้นที่ทั้งสังคม ผลคือ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ จากเหตุคือ การให้พื้นที่เล็ก ๆ นั่นเท่ากับเป็นการเปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนวิธีคิดของคนในสังคมให้คิดในเชิงบวก และถ้าพื้นที่เล็ก ๆนั้น มีรากฐานของความคิดอุดมไปด้วยสัมมาทิฐิ เห็นถูกต้องตรงตามธรรม การคิดที่จะลด ละและเลิกเห็นแก่ตัวก็จะถูกแทรกซึมไปตามการขยายตัวของพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น นำไปสู้สังคมอุดมธรรม นำสันติ ในที่สุด

ในความเป็นจริง พื้นที่เล็ก ๆ ที่คนเราพยายามไขว่คว้า พยายามแสวงหา ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ภายนอกที่ยากจะได้มาครอบครอง ทว่าเราลืมมองหาพื้นที่ว่างซึ่งอยู่ภายในใจและมีอยู่เพียงพอให้เราครอบครองเป็นเจ้าของ โดยไม่ต้องซื้อหาจากที่ไหนหรือขอจากใคร เพียงแต่ว่า เราจะรู้จักกันมันไว้ให้กับตัวเองบ้างหรือไม่ในยามที่สังคมขาดแคลนการแบ่งปัน มีแต่การแข่งขัน ช่วงชิงเพื่อการเอาชนะคะคาน เพื่อตอบสนองความโลภอันไม่มีที่สิ้นสุด

พื้นที่เล็ก ๆ ในใจนี่แหละ คือ ความยิ่งใหญ่ ถ้าหากเราสามารถใช้มันเพื่อแสวงหาความสงบที่แท้จริง ใช้มันเพื่อตามเฝ้าดูอาการของจิตทุกขณะที่ถูกปรุงแต่งด้วยความโลภ ความโกรธและความหลง แล้วเรียนรู้ที่จะเข้าใจมันว่าถึงอย่างไร มันก็เป็นของมันอยู่เช่นนั้น ตามเหตุตามปัจจัยที่เข้ามาแทรกแซง เพียงแค่เราเห็นผิดไปยึดมั่นถือมั่นกับอารมณ์ความรู้สึกที่ผิด ๆ  แล้วแสดงออกซึ่งความมีอยู่ของตัวตนหรือ “ตัวกู ของกู” ออกมาปะทะกันอยู่เรื่อย ๆ และเรื่อยไปไม่มีวันสิ้นสุด โดยลืมคิดไปว่า “ชีวิตนี้สั้นนัก เพียงแค่หายใจเข้าแล้วยังสามารถหายใจออกได้ ควรแล้วหรือที่เราจะจองเวรซึ่งกันและกันอยู่ร่ำไปและไม่ควรหรือที่เราจะให้อภัยซึ่งกันและกัน”

                                                                                      หลังม่านสีฟ้า
                                                                                       05/02/52

            ปล. ขอบคุณพื้นที่เล็ก ๆแห่งนี้ในชุมชนทางความคิด OKNATION ที่เปิดโอกาสให้ผมและเพื่อน ๆ ทุกคนได้ร่วมสรรสร้างงานเขียนที่ตัวเองถนัด เพื่อสังคมไทยของเราได้พัฒนาไปสู่สังคมอุดมปัญญา ในที่สุด

OKNATION...คือพื้นที่ให้เราพัก  ที่พำนักยามจิตว่าง  หลากผู้คนบนเส้นทาง  ร่วมสรรสร้างสังคมงาม  ที่ถ่ายทอดความรู้สึก ที่คิดนึกการไต่ถาม  ที่ชี้แนะความดีงาม  ที่ร่วมน้ำใจไมตรี…

หมายเหตุ.- ชื่อเรื่องที่ไม่ได้รับเลือกจากผม

-ขอพื้นที่เล็ก ๆ

-พื้นที่(ไม่)หวงห้าม...ยามลืมตัว

-พื้นที่นี้...ไม่มีใครรู้จักเลยหรือ?

-ขอพื้นที่เล็ก ๆให้หัวใจฉันได้พักบ้าง

-พื้นที่บนสนามความคิด

-เราจะขอหรือสร้างพื้นที่เล็ก ๆ ให้ตัวเองดี

ส่งท้ายกับเพลง ๆ นี้ฟังสบาย ๆ ครับ

ขอบคุณภาพดีดี จาก
http://i376.photobucket.com/albums/oo204/yannapots/00000.jpg
http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/variety/2_148.jpg

พื้นที่เล็กๆ
(บอย - ตรัย ภูมิรัตน)

จะต้องถอนใจ อีกสักเท่าไร
โลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยเป็นอย่างใจ
วันและคืนเปลี่ยนหมุน ให้เราวิ่งตามเรื่อยไป
โตแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป

การเป็นผู้ใหญ่ มันไม่ง่ายเลย
มันไม่คุ้นไม่เคย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ
ไม่มีเวลาเหลือ ไว้ฟังไว้คิดถึงใคร
โตแล้ว ต้องทำอย่างไร

เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
จนตัวเราเองอาจหล่นหาย
เมื่อเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในใจ เขาไปไหน
ทำไมวันนี้เขาหายไปจากเรา

ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้

ตรงขอบฟ้านั้น มีรุ้งพาดผ่าน
เมื่อความจริงความฝันได้มาบรรจบกัน
ที่ดินแดนแห่งนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งกับฉัน
จูงมือเดินไปด้วยกัน

เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
จนลืมว่าเราเคยเป็นใคร
อย่าลืมเด็กน้อย ทิ้งปล่อยเขาคอยอยู่เดียวดาย
ได้ยินใช่ไหมเสียงนั้นที่เรียกเรา

ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ จะอยู่กับฉันตลอดไป

(ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก)
อยู่กับฉันตลอด ไม่ให้ใครแย่งไป
(ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก)

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
lovemagic วันที่ : 27/06/2009 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovemagic

เป็นเรื่องที่ดีนะ...และขอพื้นที่เล็กนี้ให้หัวใจฉันด้วยน่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เขียนได้ดีมากกกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

ชื่อดูจะเหมือนไปในทางเดียวกัน แต่การตีความคงต่างกัน

แน่นอนแหละค่ะ ในงานชิ้นนี้ของคุณเหมือนจะเป็นเรื่อง

การให้อภัยซึ่งกันและกันมากกว่า

และนี่คือความต่างกับของหนูล่ะ แบบว่าหนูเขียนอะไร

ลึกซึ้งแบบนี้ไม่ได้อ่ะค่ะ ที่เขียนนี่จะเป็นความรู้สึกนึกคิด

ที่ต่างกันของความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่

แล้วก็นี่ไงเห็นชัดเจนเลยน่ะเนี่ยความต่างของวัยดูได้

จากงานเขียน แหะ แหะ

ปล.ชอบเพลงนี้ของ บอย ตรัย มาก ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สนิมเดินทาง วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonkae
ทุกครั้งที่เดินทางเราได้เรียนรู้...

ชอบเพลงจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ต้นน้ำstory วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namzz




ว่าง ๆ ก็เเวะมา ติ ชม กันหน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
meawruk วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meaw55

เพลงเพราะดีนะคะ

ชอบจังเลย ยินดีทีได้รู้จักคะ

สวัสดีคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน