*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 4051 , 15:33:07 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สืบเนื่องมาจากความคิดของผม ตั้งแต่ปีที่แล้วว่า สักวันผมตั้งใจจะเขียนงานเกี่ยวกับความรักให้จงได้ แต่จนแล้วจนรอด มันก็ผ่านไปหลายเดือน ผมสารภาพว่า ผมยังไม่มีอารมณ์ ยังไม่มีความสามารถที่จะเขียนงานเกี่ยวกับเรื่องความรักได้ดีเท่าที่ตั้งใจไว้ เลยปล่อยเวลาไปเรื่อย ๆ เรื่อยมาจนถึงวันนี้ วันที่ยังไม่ใช่ แต่ผมก็ภูมิใจนำเสนอมันบนโลกเสมือนจริงแห่งนี้  งานเขียนนี้ถือว่าเป็นงานลำดับรองเกี่ยวกับความรักที่ผมพร้อมจะนำเสนอ หลังจากผ่านวันแห่งความรัก(มาฆบูชา)ไปแล้วหนึ่งวันและอีกไม่นานวันแห่งความรักอีกวัน (วันวาเลนไทน์) กำลังจะมาเยี่ยมเยือน

สำหรับงานเขียนชิ้นนี้ ถือเป็นบทสัมภาษณ์ของตัวเองที่เกิดขึ้นจากการปุจฉาและวิสัชนาตัวเองไปในตัว ในมุมแห่งความรักที่ตัวเองพยายามใช้หัวใจมอง มองลงไปลึก ๆ ว่า ความรักนี่มันคืออะไรกันแน่ ในบทสัมภาษณ์ข้างล่างที่คุณจะบรรจงใช้หัวใจอ่านนี้มีเพียง 7 คำถามสั้น ๆ เกี่ยวกับความรัก ทั้งนี้ ด้วยความเชื่อและศรัทธาว่า ชีวิตที่ไม่มีความรัก คือ สิ่งไม่มีชีวิต ผมว่า ผมชี้นำมาเพียงพอแล้วละครับ ต่อจากนี้ไปคงเหลือพื้นที่ในหัวใจให้คุณผู้อ่านทุกคนที่เข้ามาได้ใช้หัวใจของคุณล่องลอยไปกับความคิด ความเข้าใจของผมบ้าง เชิญครับ เชิญด้วยความยินดี   

หัวใจปุจฉา(ถาม)-วิสัชนา(ตอบ)ความรัก

ปุจฉา
1.อะไรคือนิยามของความรัก

วิสัชนา 
ถ้าถามผมนะ ชีวิตลบความรักเท่ากับศูนย์ ผมเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่ดำรงอยู่บนโลกใบนี้ มีความรักเป็นส่วนเติมเต็ม และประกอบให้ชีวิตนั้นดำรงอยู่ได้ ผมอยากจะบอกว่า ชีวิตที่ไม่มีความรักเนี้ย คือสิ่งไม่มีชีวิต เพราะฉะนั้นความรักในนิยามก็คือ ชีวิตของคนคนหนึ่ง ของสรรพสิ่ง สิ่งหนึ่งที่มันดำรงอยู่ได้นั่นเอง



ปุจฉา

2.ที่ผ่านมา ความรักเคยให้อะไรกับคุณบ้าง

วิสัชนา
ความรัก อย่างหนึ่งที่ผมพูด ก็คือให้ชีวิตกับคนคนหนึ่งมีส่วนเติมเต็มในสิ่งที่ดีกว่า ความรักที่ผม ที่ผมเคยพบเจอ อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมรู้ว่า ผมมีคนอีกคนหนึ่ง ที่เราต้องใส่ใจ ที่เราต้องให้ความรู้สึกที่ดีกับเค้า ที่เราต้องทนรับฟังเรื่องบางอย่างที่เค้าไม่สบายใจแล้วก็ช่วยที่จะคิดแก้ปัญหาให้กับเค้า ความรักมันให้หลาย ๆ อย่าง อย่างน้อยมันทำให้เรารู้สึกตื่นตัว มันทำให้เราไม่เห็นแก่ตัวหรือลดความเห็นแก่ตัวลงได้ดีกว่าคนที่ไม่มีความรักเลย เพราะความรักมันทำให้เรามองไปที่คนอื่น มองไปหาคนอื่น แต่ถ้ารักตัวเองเนี้ย คือมองกลับมาที่ตัวเอง



ปุจฉา
3.ความรักแบบไหนที่คุณอยากรู้จัก

วิสัชนา
ความรักที่ ที่ทำให้คนสองคนเข้าใจกัน ความรักที่เปิดเผย ความรักที่จริงใจ ความรักที่ผมกับคุณต่างคนต่างเมตตาซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างเป็นกัลยาณมิตร เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เป็น เป็นความรู้สึกที่จะนำพาเราทั้งสองไปสู่ความคิดที่ดี นำไปสู่ความรู้จักการให้อภัย นำไปสู่สิ่งที่มัน มันยกระดับจิตใจของคนสองคน มันไม่ใช่คบกันแล้วรักกันแล้วจะ จะมุ่งลงต่ำไปสู่ความหลง หรือความอาฆาต ริษยา พยาบาท เวลาเราไม่เจอะกันหรือแม้กระทั่งโกรธกันก็ตาม



ปุจฉา
4.ขณะนี้ คุณมีคนรักบ้างหรือยัง

วิสัชนา
ความจริงถ้าตอบจริง ๆ  ก็คือยังไม่มี เพียงแต่เห็น มอง แล้วก็มีความสุข แล้วก็กลับมายิ้ม ความจริงคนรักมันไม่จำเป็นต้องรักตอบ เพียงแต่ผมยังไม่ได้ใช้เวลาที่มีอยู่ตอนนี้ เพื่อที่จะทำให้คนที่ผมรักรู้ว่า เรารักเขาหรืออะไรก็สุดแท้แต่ ผมจึงอยู่คนเดียว ณ ปัจจุบันนี้ แต่ก็พยายามที่จะให้ความรักกับสิ่งที่ หรือกับคนที่เรารู้สึกดีด้วย แม้ว่าเค้าไม่รู้ตัวก็ตาม



ปุจฉา
5.ถ้ายังไม่มี ผู้หญิงในหัวคิดคุณ จะต้องเป็นแบบไหน

วิสัชนา
อันนี้เป็นคำถามที่ ที่น่าสนใจ ความจริงคนที่จะเข้ามาในชีวิตเรา สิ่งที่ ที่เป็นนิยามของคนรักก็คือ เค้าต้องเป็นคนดี คนที่มีเมตตา คนที่มีน้ำใจ คนที่ไม่เห็นแก่ตัว อย่างน้อยคนที่จะรู้สึกดีกับเราหรือคบกับเราได้ต้องเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น อย่างน้อยเราต้องพากันไม่เห็นแก่ตัว เราต้องพากันสร้างเมตตา เราต้องพากันนำสู่สิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นคนรักต้องเป็นคน Working Woman ด้วยแหละ เป็นคนที่มีความมั่นใจแล้วก็กล้าพูด แล้วก็มีความเป็น เป็น Romantic ในตัวเอง ถามว่าหน้าตาผิวพรรณมีส่วนเกี่ยวข้องไหม ปัจจุบันนี้ผมยังเห็นว่าสิ่งนั้นคือสิ่งสำคัญ แต่มันสำคัญน้อยกว่านิสัยที่ ที่งดงามแล้วก็มีคุณธรรมของความเป็น อะผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวที่ ที่ ที่ผมยังต้องการอยู่ครับ



ปุจฉา
6.คุณยอมทุกข์เพื่อจะมีความรักหรือเปล่า ในเมื่อรู้อยู่ว่า ถ้ายังไม่เจอเนื้อคู่มันก็คบเพียงแค่ผ่านไป

วิสัชนา
ความจริงถ้าเราอยู่เฉย ๆ ถ้าเราไม่สนใจหรือใส่ใจกับ กับคนที่เข้ามาในชีวิต มันก็อาจจะทำให้รู้สึกเหงาบ้าง ถามว่ายอมทุกข์เพื่อคนที่เรารู้สึกดีไหม ผมว่าบางครั้งเราก็ต้องยอม เพราะว่าการได้เรียนรู้สิ่งที่เรียกว่าความรักมัน มันไม่ใช่สิ่งเสียหาย แต่ความรักต้องนำพาไปสู่สิ่งที่ดีนะ ไม่ใช่ความรักจะนำพาเราลงต่ำ ความจริงคนเรายอมทุกข์ คนทุกคนยอมทุกข์เพื่อที่จะรัก แม้กระทั่งรู้ว่าคนที่เราคบกันอยู่จะไม่ใช่เนื้อคู่ แต่สิ่งที่แสดงออกถึงความรักของคนสองคนมัน มันยังมีความงดงาม แม้กระทั่งเรามุ่งกลับหรือลงกลับมาเป็นเพื่อนกันก็ตาม



ปุจฉา
7.สุดท้าย คุณอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีความรักเลย

วิสัชนา
ความจริงผมพูดตั้งแต่ต้นแล้วว่า สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีความรัก คือ สิ่งไม่มีชีวิต ชีวิตที่ไม่มีความรัก คือ สิ่งไม่มีชีวิต ผมจึงตอบตัวเองได้ในคำถามนี้เลยว่า ตราบใดก็ตามที่คุณยังมีลมหายใจอยู่ แล้วคุณไม่มีความรักเลย ก็ไม่มีทางที่คุณจะเติมเต็มความมีชีวิตของคุณได้ คุณจะเป็นคนที่เหมือนกับไม่มีลมหายใจ ความรักที่ผมพูดมัน มันมีคุณค่า มันมีส่วนหนึ่งที่จะเติมเต็มให้ชีวิตคุณดำเนินไปได้อย่างมีความสุข ความจริงเท่าที่พูดคุยกันมาทั้งหมดนั้น ความรักที่ดีที่สุดคงจะหนีไม่พ้นความรักของ ของคนที่ไม่เงื่อนไข ในการที่จะรักคนใดคนหนึ่ง พ่อแม่คือ สิ่งมีชีวิตที่มีความรักให้กับลูก ให้กับสิ่งที่เป็นพยานของความรักของคนสองคนได้ดีที่สุด ท่านรักอย่างไม่มีเงื่อนไข ท่านรักอย่างจริงใจ ท่านยอมเจ็บยอมทนทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้ลูกของท่านเนี้ย ดำเนินไปสู่สิ่งที่ดีงาม ดำเนินไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็มีความรับผิดชอบ มีความมั่นคงในชีวิต นั่นเป็นความรักที่ ที่อย่างน้อยถ้าเรายังไม่มีคนรัก ลองกลับไปมองคนที่บ้านแล้วจะรู้ว่า ความรักที่แท้จริง แหล่งของความรักอันบริสุทธิ์ บ่อเกิดของความรักอยู่ที่นั่นแหละครับ


ปล.แนะนำหนังสือเกี่ยวกับความรัก ความโกรธ และความเมตตาเล่ม 1-2 ครับ รับได้ที่บ้านอารีย์ครับ http://www.baanaree.net

พระพุทธโอวาท /รวมคำสั่งสอนของพระอาจารย์ เผยแผ่เป็นธรรมทาน
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้น เป็นเรื่องทรมานยิ่ง และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพราก ก็เป็นสิ่งสุดวิสัยทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ที่พอใจไม่วันใดก็วันหนึ่ง"

รวบรวมคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ เผยแผ่เป็นธรรมทาน
“การยกโทษ อาจดูเหมือนเรายอม เราไม่ติดใจ ไม่เอาเรื่อง แล้วจะทำให้เขากำเริบส่วนเราเสียเปรียบ ความจริงไม่ใช่ เรากำลังบำเพ็ญบารมีขั้นสูง คือ "อภัยทาน" อันเป็น "ทานบารมี" ที่สูงส่ง การยอมแพ้อาจเป็นชัยชนะยิ่งใหญ่ข้ามภพชาติ”

หมายเหตุ.- ชื่องานเขียนที่ไม่ได้รับเลือกจากผม

-7 คำถาม...อันเนื่องมาจาก...นิยามความรัก

-ด้วยความเชื่อและศรัทธาว่า ชีวิตที่ไม่มีความรัก คือ สิ่งไม่มีชีวิต

-สัมภาษณ์หัวใจ ในมุมมองความรัก

-ความคิดใน(นัย)ความรัก

ปล.อย่างน้อย ณ ขณะรัก ก็เป็นตัวกระตุ้น เป็นเอนไซม์ ที่ทำให้หัวใจผมพร้อมที่จะนำเสนองานเขียนเกี่ยวกับความรัก ขอบคุณเพลง ความคิด เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ณ ขณะรัก ด้วยครับ ผมว่า โหยหวนได้อารมณ์แห่งความรักในวันแห่งความรักจริง ๆ  

ชื่อเพลง / Song : ความคิด
อัลบั้ม /
Album : Million ways to write part1
ศิลปิน /
Artist : แสตมป์ อภิวัชร์

ยังเดินผ่านทุกวัน
ที่ที่เราพบกันเมื่อก่อน
ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน
ราวกลับมีใครมาหมุน ย้อนเวลา

แต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด
ในชีวิตจริง คงไม่เจอกันอีกแล้ว
ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี่แวว
เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา

ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้
เผื่อวันไหนเธอผ่านมา
เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า
เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้
อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ

อยากเจอเธอเหลือเกิน
เพราะก่อนที่เราต้องเดินแยกทาง
ฉันมีความคิดหลายๆ อย่าง
หลายอย่างเหลือเกิน ที่ฉันไม่ได้พูดไป

แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลานี้
ในเวลาที่เธอเดินจากฉันไปแสนไกล
หากเธอนั้นยังอยู่ จะกอดเธอให้ชื่นใจ
และค่อยพูดออกไป ทุกสิ่งที่อยู่ในใจฉัน

ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้
เผื่อวันไหนเธอผ่านมา
เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า
เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้
อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้
อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันได้ฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า


ขอบคุณภาพดีดี จาก http://www.fisho.com/love/img/20081030-8871_1.jpg



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Man-of-Tomorrow วันที่ : 17/12/2009 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/theManOfTomorrow
บนเส้นทางสายสมมุติ  เธอกลายเป็นทุกอย่าง เว้น เป็นจริง

ความรัก มี 10 มิติ

http://www.asoke.info/09Communication/DharmaPublicize/Book/book003/index.html

ความรักในโลกประมวลลงแล้วจากต่ำสุดถึงสูงสุด
ก็สรุปลงได้เป็น ๑๐ มิติ ด้วยประการดั่งนี้

มิติที่ ๑ ความรักที่เลวที่สุด ไร้ค่าที่สุด คือ ระหว่างเพศ หรือเมถุน เพราะเห็นแก่ตัวในวงแคบที่สุด มีอารมณ์ร่วมอยู่นิดเดียว แต่จ่ายเหลือเกิน ใช้จ่ายเหลือเกิน เรียกว่า “กามนิยม” (หรือ “ทารกริยานิยม” หรือ “เมถุนนิยม”)

มิติที่ ๒ ความรักระหว่างสายโลหิต พ่อ-แม่-ลูก ก็ยังเห็นแก่ตัวอยู่ในวงแคบมาก เรียกว่า “พันธนิยม” (หรือ “ปิตปุตตานิยม”)

มิติที่ ๓ ความรักสูงขึ้นไปอีกหน่อย เห็นแก่วงศา คณาญาติ ช่วยเหลือเกื้อกูลหมู่ญาติกว้างขวางขึ้นอีกนิดหนึ่ง เรียกว่า “ญาตินิยม”

มิติที่ ๔ เริ่มขยายออก สู่มวลชน แค่ยังอยู่ในวงแคบแค่หมู่กลุ่ม แค่เพื่อนฝูง ในสังคมส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ อย่างเก่งก็แค่จังหวัด หรือรัฐแต่ละรัฐ อะไรอย่างนี้เป็นต้น เรียกว่า “สังคมนิยม” (ไม่ว่าสังคมเก่า หรือ สังคมใหม่)

มิติที่ ๕ แผ่ขยายออกไปถึงประเทศชาติ เป็นความรักแบบ “ชาตินิยม” เพิ่มทุกข์มากขึ้น (เพื่อสังคมส่วนใหญ่จริงๆ ลดแวดวงแคบๆ โดยเฉพาะลดความสุขส่วนตัวลงอย่างมากจริงๆ จน เห็นเด่น มีน้ำหนักชัด)

มิติที่ ๖ ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีชนชาติ ไม่มีผิวพรรณ ทั่วโลกเลย เป็นความรักที่แผ่ขยายกว้างไกลออกไปสู่มวลชนอันไพศาล เป็นความรักแบบ “สากลนิยม” ทุกข์มากขึ้นไปอีก แต่ก็เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น

มิติที่ ๗ เป็นความรักอย่างพระเจ้า รักหมดทุกอย่างเลย ทุกมวลมนุษยชาติ ทุกสรรพสิ่ง จะช่วยเหลือให้ได้หมด ซึ่งก็คือ “พลังสร้างสรร” นั่นเอง เรียกว่า “เทวนิยม”

มิติที่ ๘ ความรักของผู้ที่กำลังแตกอัตตาเป็นอนัตตา เป็นความรักที่กำลังลดความรัก คือ พระ (ที่เรียนแท้ปฏิบัติจริง) หรือผู้ปฏิบัติธรรม ทางศาสนาที่มีอนัตตาเป็นที่สุด เช่น ศาสนาพุทธ เป็นต้น ศาสนาพุทธมีอนัตตาเป็นที่หมายและกำลังแตกอัตตาออกเป็นอนัตตา ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่มีความรัก ไม่เห็นแก่ตัว เป็นหลักฝึกและลดความรัก-ความชอบ-ความสุข-ความติด-ความหลงเสพย์กันจริงๆ จากขั้นที่รู้ว่าต่ำขึ้นมาหาสูงอย่างรู้ตัวเอง รู้ระดับจริงๆให้ถูกตรง จึงเรียกว่า “สัจนิยม”

มิติที่ ๙ คือ ความรักของพระอรหันต์ คือ การหมดความรักโดยสิ้นเชิง พอเป็นพระอรหันต์ก็ไม่มีความรักแล้ว เพราะสามารถทำลาย “อัตวิสัย” ได้โดยสิ้นเชิง เรียกว่า “วิมุตินิยม”

มิติที่ ๑๐ เป็นความรักของพระโพธิสัตว์กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งไม่มีความรักเลย มีแต่ “ความรู้” เรียกว่า “โพธิญาณ” หรือปัญญาตรัสรู้ที่จะรู้โลก และ จะช่วยโลกอย่างเต็มกำลังเรียกว่า “พุทธภูมินิยม ” หรือ “ธรรมนิยม”

สรุปแล้ว ความรักคืออะไร ก็คืออย่างที่ได้อธิบายมาแล้วนี้ เป็นอะไร ? เป็นความทุกข์ ถ้าใครยังมีความรักอยู่ ยังอยากทุกข์อยู่ ก็จงทุกข์ให้มีประโยชน์ คือให้แผ่กระจายความรักออกไปให้มีอาณาเขตกว้างขวาง ก็ไม่ว่า แต่อะไรที่เป็นความรักที่เห็นแก่ตัวมากที่สุดหรือแผ่ประโยชน์ไว้ในวงแคบที่สุด เลิกเสียเถอะ !

สุดท้ายคุณจะไม่มีความรักเลย แต่คุณช่วยโลกได้โดยไม่มีความรัก และช่วยจริงๆ ทำค่า ทำความดี ช่วยเหลือเกื้อกูลอย่างไม่ต้องรัก อันนี้เป็นยอดอุดมคติ คิดคำนวณยาก แต่มีจริง เป็นจริงอย่างพระอรหันต์แบบศาสนาที่มีอนัตตาธรรมเป็นหลัก อย่างพระโพธิสัตว์แท้กับพระพุทธเจ้า เป็นต้น จบเรื่องความรัก ๑๐ มิติ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Anything วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 14.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/firstlove

เขียนดีจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

.
..... . นั้นสิ ค่ะ
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เกลเก็ต วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gandg

สวัสดีค่ะ

เราเอาเรื่องความรักเหมือนกันเลยน๊ะค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักรค่ะ

แวะมา

ให้ความเห็นบ้างน๊ะค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน