*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 2620 , 15:05:55 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน





ขอบคุณภาพมรณานุสติ หญิงขายบริการ ผู้ติดเชื้อ HIV  จากพิพิธภัณฑ์ชีวิต

อย่า อยู่ อย่าง อยาก ใน “กาม”



อย่า…ยึดมั่นถือมั่น        อย่าผูกพันเป็นเจ้าของ

อย่าหลงจนลืมมอง          อย่าริลองเยือนเรือนกาย




  อยู่...ที่ใจปล่อยวาง      อยู่ที่ว่างเป็นจุดหมาย

อยู่ที่ใจรู้กาย                  อยู่ที่คลายความยินดี


อย่าง...แท้แค่ผิวหนัง            อย่างบดบังกระดูกผี

อย่างไม่ใช่ของดี                      อย่างไร้ที่ซึ่งความงาม



อยาก...ใกล้ไซร้สัมผัส       อยากกำหนัดจึ่งผลีผลาม
อยากลิ้มรสชาติกาม           อยากสุกตามกามอารมณ์

                                                       หลังม่านสีฟ้า
                                                  15 กุมภาพันธ์ 2552
ขอบคุณภาพดีดี จาก Internet ครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
wika วันที่ : 24/01/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wika

ยังสวยอยู่นะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ice14777 วันที่ : 11/09/2009 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jirayu


สังขารใคร...สังขารมัน

http://www.oknation.net/blog/jirayu
จิรายุ ไอซ์ (jirayu_ice) เป็นบล็อกวิทยาศาสตร์

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chaleeta วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaleeta

ปลง ค่ะ

^_^

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปยุต วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม ก่อนตายจะรู้หรือไม่ว่า ตายแล้วเราจะไปไหน
ตอบ ตายแล้วจะไปไหน ให้ดูกำลังใจของเราว่า เวลานี้จิตของเรามีราคะ คือมีความกำหนัดยินดี ในรูปสวย รูปนี้ไม่ได้หมายถึง รูปคนเสมอไป รูปคนก็ตาม รูปสัตว์ก็ตาม รูปวัตถุก็ตาม เราหลงใหลใฝ่ฝันว่า มันมีความสวยสดงดงามหรือเปล่า พิจารณาดูจิตของตัวเราเองเป็นสำคัญ การที่เราจะไปสวรรค์ พรหม หรือนิพพานได้ มันอยู่ที่จิต หรือว่าเราจะไป นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ก็อยู่ที่จิต ถ้าจิตของเราเศร้าหมอง มีความโกรธเสมอๆเป็นพื้นฐาน มีความหลงใหลใฝ่ฝันในรูปโฉมโนมพรรณ มีความเสียดายในสิ่งที่อยู่เบื้งหลัง เสียดายในชีวิตของเราว่า ไม่น่าจะป่วย ไม่น่าจะตาย มีอารมณ์จิตห่วง กังวล เศร้าหมอง มีอารมณ์กลุ้ม อย่างนี้ตายแล้ว ไปอบายภูมิ คือ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน ฉะนั้นจงชำระจิตของตนเป็นสำคัญ อย่าไปหลงใหลใฝ่ฝันเกินไป อะไรที่เป็นของธรรมดา เป็นของตามธรรมชาติ มีแล้วก็ต้องสูญหายหมดไป ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของมัน ธรรมดาของมันเป็นอย่างไร ธรรมดาของบุคคลและวัตถุ เกิดขึ้นแล้วมันก็เสื่อม ของที่ว่าใหม่มันก็เก่าลง คนก็แก่ขึ้น จากเด็กเล็กเป็นผู้ใหญ่ จากหนุ่มสาวร่างกายโทรมก็แก่ลง ความแก่ขึ้นและแก่ลง มันก็มีอยู่เป็นธรรมดา เมื่อถึงวันหนึ่ง ความตายก็จะมาถึง ถ้าเราจะตาย จะเสียดายชีวิตไหม ถึงเสียดายก็ต้องตาย แล้วจะไปเสียดายทำไม จงคิดไว้เสมอว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง จงอย่าประมาทในชีวิต ถ้าจะพึงตายในเวลานี้ จงตั้งใจขอไปพระนิพพาน คือ ไม่ต้องการเกิดเป็น มนุษย์ เทวดา พรหม

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปยุต วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม คนใกล้จะตาย ควรแนะนำอย่างไร
ตอบ ถ้าป่วยใหม่ๆ มีคำแนะนำดังนี้
๑. ให้นำพระพุทธรูป หน้าตักกว้างไม่ต่ำกว่า ๕ นิ้ว ผ้าไตรจีวร พร้อมอาหารของใช้ที่จำเป็น นำไปให้ผู้ป่วยเห็นและให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ของทั้งหมดขอถวายเป็นสังฆทาน แก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญทั้งหมดนี้ให้เจ้ากรรมนายเวร ของผู้ป่วย ได้โมทนาและอโหสิกรรมให้ผู้ป่วยด้วย” แล้วญาติก็นำของทั้งหมด ไปถวายพระเป็นสังฆทาน จิตใจของผู้ป่วยจะได้สบาย เพราะได้เห็นพระพุทธรูปและได้ทำบุญ
๒. ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีก ก็ควรนำเงินจะมากหรือน้อย ตามแต่ศรัทธา ให้ผู้ป่วยถือเงินไว้ และตั้งจิตอธิษฐานว่า “เงินจำนวนนี้ขอถวายชำระหนี้สงฆ์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าเคยไปหยิบหรือนำของสงฆ์มาโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม”
๓. ในระหว่างที่นอนป่วยอยู่ ควรนำพระพุทธรูปมาตั้งไว้ให้ผู้ป่วยได้มองเห็น อย่าไปตั้งไว้ในที่ผู้ป่วยเห็นไม่ถนัด ผู้ป่วยลืมตามาเมื่อใดก็จะเห็นพระทันที (อย่าตั้งอยู่ในแนวทิศปลายเท้าของผู้ป่วย ) จิตของผู้ป่วยจะได้จับอยู่ที่พระ ใจจะสบายช่วยให้คลายจาก ทุกขเวทนาได้บ้าง และตายเมื่อใดก็จะไม่ลงนรก
๔. ถ้าผู้ป่วยภาวนาไม่ไหว ก็ให้นึกถึงพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ ให้นึกถึงพระไว้ หรือจะนึกถึงพระสงฆ์ก็ได้ อย่าไปแนะนำยาวๆ เพราะเวลานั้นมีทุกขเวทนามาก จะทำให้กลุ้ม ดีไม่ดีจิตใจเขาดีอยู่แล้ว ถ้าแนะนำไม่ดี พูดมากไปเขาจะกลุ้ม จะทำให้ลงนรกไป ให้ดูตาคนป่วย ถ้าตาลอยๆ ตาปรือๆ อย่าไปพูดมาก
๕. ถ้าป่วยมาก มีทุกขเวทนามาก ควรแนะนำสั้นๆ ให้นึกถึงพระพุทธเจ้าหรือเรื่องกุศลอย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่า อย่าไปแนะนำยาวๆจะเกิดอาการกลุ้มใจเป็นบาปอีก
๖. ถ้าต้องการให้ผู้ป่วยตายแล้วไปนิพพาน ให้นึกภาวนาว่า “นิพพานัง สุขัง” ถ้าคิดว่าป้องกันไม่ให้ลงนรก ก็ให้ภาวนาว่า “พุทโธ” ให้บอกสั้นๆอย่ายาว
ฉะนั้นการแนะนำคนป่วยก่อนตาย จึงต้องระมัดระวัง ดูกาละ เทศะ ให้ดี ความหวังดีอาจจะกลับกลายผลร้ายแก่ผู้ป่วยได้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปยุต วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม คนก่อนตายต้องเห็นนิมิต เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าจะไปเกิดที่ไหน มีรายละเอียดเป็นอย่างไร
ตอบ คนก่อนจะตาย ต้องเห็นนิมิตดังนี้
๑. เวลาก่อนจะตาย ถ้าเห็นไฟ กองไฟ หรือดวงไฟ แสดงว่าคนนั้นตายแล้ว ตรงไปนรกทันที ไม่ผ่านสำนักพระยายมราช
๒. เวลาก่อนจะตาย ถ้าเห็นป่า จะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
๓. เวลาก่อนจะตาย ถ้าเห็นก้อนเนื้อ จะเกิดเป็นคน
๔. เวลาก่อนจะตาย ถ้าเห็นสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล เช่นของที่เราเคยให้ทาน หรือวัดที่เราเคยทำบุญ พระที่เราเคยไหว้ จะเป็นพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์ก็ตาม การเห็นสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลอย่างนี้ ก็จะไปเกิดบนสวรรค์ เป็นเทวดาเป็นนางฟ้า

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปยุต วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม บุคคลที่ตายแล้ว ไปเกิดในอบายภูมิ มีความประพฤติชั่วเช่นไร
ตอบ แดนเกิดที่เรียกว่า อบายภูมิ มีนรกเป็นต้น เป็นผลมาจากความประพฤติชั่ว คือก่อกรรมทำเข็ญ ในสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่คนและสัตว์ มี ๕ ประการคือ
๑. เป็นคนมีใจโหดร้าย ชอบข่มเหง รังแก เบียดเบียน คนและสัตว์ให้ได้รับความเดือดร้อน โดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นความดี หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ ๑
๒. มือไว ชอบลักขโมย ของที่เจ้าของยังไม่อนุญาต หรือฉ้อโกงเอาทรัพย์สินของผู้อื่นด้วยเล่ห์กลโกง หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ ๒
๓. ใจเร็ว ได้แก่มีจิตใจไม่เคารพในของรักของคนอื่นชอบลอบทำชู้ บุตร ภรรยาและธิดา สามี ของคนอื่น ด้วยความมัวเมาในกามคุณ หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ ๓
๔. พูดปด ได้แก่พูดไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพื่อหวังทำลายประโยชน์ของผู้อื่นโดยเจตนา หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ ๔
๕. ชอบทำตนให้เป็นคนไม่มีสติ ด้วยการย้อมใจให้หมดความรู้สึก ในความรับผิดชอบ ด้วยน้ำเมา หมายถึงละเมิดศีลข้อที่ ๕
กรรมชั่ว คือความประพฤติชั่วในกฎ ๕ ประการนี้ เมื่อตายจากความเป็นคนแล้วจะไปสู่อบายภูมิ มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เป็นแดนเกิด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปยุต วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม คำว่า ตาย มีความหมายจริงๆคืออย่างไร
ตอบ คำว่าตาย นั้นหมายถึงธาตุ ๔ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของร่างกายมันตาย ธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ มันตาย มันสลายตัว ส่วนจิตที่ฟังคำพูด ได้ยินเสียงอยู่นี้ ไม่ได้ตาย เมื่อรูปร่างกายนี้แตกตายเมื่อใด จิตใจที่ไม่ตายนี้ ก็ไปแสวงหารูปร่างใหม่ (โอปปาติกะ) หาภพใหม่ ชาติใหม่ตามกฎแห่งกรรม คล้ายกับว่า คนเราเกิดมาในโลกมนุษย์นี้แล้ว มาสร้างบ้านเรือนเป็นเพียงที่อยู่อาศัย เมื่อเห็นมันเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมอยู่ไม่ได้ ก็สร้างบ้านใหม่ คือเกิดใหม่ เป็นการเกิดในลักษณะของโอปปาติกะ (ผุดเกิดขึ้นตามใจนึก) ถ้าจิตนึกไปในทางบุญกุศล ก็ได้รูปร่างเป็นเทวดาหรือ พรหม ถ้าจิตนึกไปในทางบาป อกุศล รูปร่างที่ได้ก็จะเป็นตั้งแต่ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน ทั้งหมดรวมเรียกว่า เกิดในรูปแบบ โอปปาติกะ
ถาม การตายเป็นการสูญสลายหายไปเลย ใช่หรือไม่
ตอบ การตายที่เป็นอาการดูว่าสูญสลายก็คือร่างกายเท่านั้น ส่วนจิตไม่สูญสลายจะมีรูปร่างที่เรียกว่า อทิสมานกาย ซ้อนแฝงกายเนื้อตลอดเวลา เมื่อกายเนื้อสูญสลาย จิต ก็คือ อทิสมานกาย ก็จะแยกออกมาเป็นตัวเป็นตน มีชีวิตอยู่ในรูปแบบ โอปปาติกะ การตายมันไม่มีสภาพสูญ ถ้าเรามีอารมณ์ดี มีอารมณ์เป็นกุศล ถ้ากุศลอย่างเบาจะพาจิตของเราไปสวรรค์ ถ้ามีตัวกำลังกุศลอย่างกลาง เป็นฌานสมาบัติ จะพาไปอยู่พรหมโลก ถ้าจิตสะอาดถึงที่สุด จะพาไปนิพพาน แต่ถ้าจิตของเราสกปรกน้อย ตายจากความเป็นคนไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน สกปรกมากอีกหน่อย ตายจากความเป็นคนไปเป็นอสุรกาย สกปรกมากกว่านี้อีกนิดหนึ่ง ก็ตายจากความเป็นคนไปเป็นเปรต ถ้าสกปรกอย่างหนักหน่อย ก็ไปสู่อบายภูมิคือนรก ทั้งหมดนี้เป็นเนื้อหาสาระที่พระพุทธเจ้าท่านสั่งสอนไว้ สำหรับท่านที่คิดจะพิสูจน์คำสอนนี้ ต้องฝึกจิตให้ได้ มโนมยิทธิ แล้วจะได้รู้ได้เห็น ทั้งสวรรค์ นรก พรหม และนิพพาน อย่างแน่นอน ไม่มีคำว่าสงสัย มีแต่ความมั่นใจอย่างเด็ดขาดตามคำสอนของพระพุทธองค์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปยุต วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม ตายแล้วไปอยู่ที่ไหนบ้าง
ตอบ ความจริงตายแล้วไม่สูญ ส่วนจะไปไหน พระพุทธองค์ตรัสไว้อย่างละเอียดว่า เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว ทางที่ไปมี ๕ สายคือ
๑. อบายภูมิ ได้แก่เกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย และเป็นสัตว์เดรัจฉาน
๒. เกิดเป็นมนุษย์
๓. เกิดเป็นเทพ ในภูมิสวรรค์กามาวจร
๔. เกิดเป็นพรหม
๕. ไปนิพพาน
บุคคลที่ตายแล้วจะไปเกิดที่ใด พระพุทธเจ้าก็ตรัสบอกเหตุที่จะไปเกิดไว้ครบถ้วน ตามกฎของกรรม คือ การกระทำ ได้แก่ความประพฤติดีหรือชั่ว ในสมัยที่เกิดเป็นมนุษย์นี้เอง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปยุต วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

มรณานุสรณ์..
ใครๆ ก็ต้องตาย เราเห็นคนตายมามากแล้ว หลายคนไม่อยากเจอ ไม่อยากพบ ไม่อยากเห็น ไม่อยากพูดถึงความตาย บางคนก็มองข้ามไม่ใส่ใจ แต่หามีคนหลีกพ้นความตายไปได้ไม่ จะมีใครคิดบ้างหรือไม่ว่า สักวันหนึ่ง ความตาย จะบังเกิดขึ้นกับตัวของเรา ถ้าวันนั้นมาถึง เราอยากจะให้เป็นอย่างไร ปัจจุบันนี้เราควรทำอย่างไร จึงจะเกิดผลดีแก่ตัวเรามากที่สุด

เป็นที่รับกันโดยทั่วไปว่า การตายคือหมดลมหายใจ ต่อไปร่างกายจะอืดเน่าเหม็นเปื่อย เหลือแต่กระดูก เพื่อกำจัดกลิ่นเน่าเหม็นความอุจาด จึงมีการปฏิบัติเอาคนตายไปเผาหรือฝังเสีย เราทุกคนจึงเห็นที่สุดของชีวิตเป็นอย่างนี้ และมีความคิดสรุปได้ว่า เมื่อทุกคนตายแล้วทุกอย่างก็สิ้นสุดกันเพียงเท่านี้
สมเด็จพระบรมครู ได้ตรัสไว้ว่า “สัพเพ สัตตา มริสสันติ มรณันตัง” ขึ้นชื่อว่าคนหรือสัตว์เกิดมาแล้วต้องตาย ในเมื่อเรารู้ว่า ความตายเป็นของมีจริง ตายแล้วมีสภาพไม่สูญ ตายแล้วถ้าไม่เกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็เกิดเป็นคน ถ้าไม่เกิดเป็นคน ก็เกิดเป็นเทวดา และพรหม ถ้าเป็นพระอรหันต์ก็ไปนิพพาน สภาวะมันไม่สูญ ฉะนั้นก่อนที่จะตาย จงตั้งใจบำเพ็ญบุญให้เป็นทุนเดิม คือ
๑. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน เรื่องการให้ทานมีโอกาสจะให้หรือไม่มีโอกาสจะให้ ให้ตั้งใจไว้ว่า จะให้ เป็นปกติ ตามกำลังที่เราจะพึงให้ได้ อย่างนี้จัดเป็น จาคานุสสติกรรมฐาน เป็นการดึงกำลังใจของเราให้เข้าถึง กามาวจรสวรรค์
๒. ศีลมัย มีกำลังใจรักษาศีลเป็นปกติ การรักษาศีลเป็นปกติ ถ้ากำลังใจยังอ่อน ก็เกิดเป็นเทวดา เมื่อศีลยังอ่อนถ้ากลับลงมาเกิด ก็จะเป็นกษัตริย์ ถ้ากำลังใจศีลและกำลังใจให้ทานแก่กล้า มีกำลังใจเป็นฌาน อย่างนี้ก็เกิดเป็นพรหม ถ้ากำลังใจทั้ง ๒ อย่าง คือ จาคานุสสติกรรมฐานก็ดี สีลานุสสติกรรมฐาน เป็นฌาน ปัญญาญาณ ก็ย่อมเกิด เห็นโทษ เห็นทุกข์ในขันธ์ ๕ ว่าขันธ์ ๕ มีสภาพไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เราไม่มีความปรารถนาในขันธ์ ๕ ในชาติต่อไป มีกำลังใจตั้งไว้โดยเฉพาะว่า ขันธ์ ๕ นี้พังเมื่อไร ขอไปนิพพานเมื่อนั้น ถ้า ตั้งกำลังใจไว้เช่นนี้ เมื่อตายก็ไปนิพพาน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บาว_นาคร วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baocd12
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ : วรรณกรรม : งานพัฒนาชุมชน/ กลุ่มเขียนข้าว

เยี่ยม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน