*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 11240 , 11:13:41 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“เฮ้ย นี่เราตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาเลยเหรอเนี้ย”

 

หลังจากผมเดินผ่านและหลบหลีกกองอุจจาระ(ขี้)หมาไปไม่นาน ก็ถึงสำนักงานเขตแห่งหนึ่ง ขณะที่เดินก็คิดอยู่ในใจเสมอว่า “นี่คงเป็นสัญลักษณ์ เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับต้น ๆ ของมหานครกรุงเทพ (บางกอก) นั่นแหละ” 

“ห้องน้ำอยู่ไหนครับ”                     ผมถามพนักงานทำความสะอาดที่ยืนคุยกันหน้าตึก

“เข้าไปเลี้ยวซ้ายค่ะ”                      พนักงานทำความสะอาดอายุมากราวป้าแกยิ้มแล้วตอบผม

(ผมมักจะเข้าห้องน้ำก่อนเสมอ  และทุกครั้งมันก็สร้างความมั่นใจให้กับผมเวลาจะทำอะไรต่อไป)

เข้าห้องน้ำเสร็จก็เร่งเดินไปที่ประชาสัมพันธ์

“มาทำอะไรค่ะ”                ประชาสัมพันธ์ยิ้มแล้วถามผม

“ทำบัตรใหม่ครับ บัตรเดิมมันหาย”                ผมตอบแล้วยิ้มกลับ พลันมือขวาก็หยิบแผ่นพับแนะนำการทำบัตรประชาชนแล้วมานั่งรอเรียกหมายเลขตามบัตรคิว

“ต้องใช้ทะเบียนบ้านด้วยเหรอ ?”                  ผมคิดในใจ แล้วรีบลุกไปหาประชาสัมพันธ์เพื่อขอกดบัตรคิวเพิ่มอีกใบ

“ขอบัตรคิวอีกใบ คัดสำเนาทะเบียนบ้านด้วยครับ”                     ผมถามแล้วยืนรอรับ

“เมื่อกี้คุณบอกว่า ทำบัตรใหม่  บัตรเดิมหายนี่ค่ะ”                     ประชาสัมพันธ์อ้างคำพูดผมครั้งแรกแล้วรอฟังคำตอบ

“แต่ว่า ทำบัตรใหม่ กรณีบัตรหาย ในแผ่นพับบอกว่าต้องใช้สำเนาทะเบียนบ้านด้วย งั้นผมต้องกดบัตรคิวเพิ่มไหมครับ ในเมื่อตอนนี้ก็รอเรียกอยู่นานพอควรแล้ว เผื่อว่าเสร็จทางโน้น จะได้มาทำทางนี้เลย ไม่ต้องเสียเวลาด้วย”                  ผมถามค้านเพื่อหักล้างข้ออ้างที่ประชาสัมพันธ์ยกขึ้น

“อ๋อ ไม่ค่ะ ทางเราจะตรวจสอบในสารบบก่อนว่า คุณมีสิทธิทำบัตรใหม่ไหม”                       ประชาสัมพันธ์ตอบผม

“ครับ”                ผมตอบแล้วกลับมานั่งที่เดิม

“หมายเลข 1 135 เชิญช่องหมายเลข 11 ค่ะ”              ออโต้โอเปอร์เรเตอร์เรียก

“ทำบัตรประชาชนใช่ไหมครับ อะมีบัตรเก่ามาไหม”                               เจ้าหน้าที่ประจำช่อง 11 ถามผม

“คือบัตรเก่าผมหายครับ”                            ผมตอบ

“งั้นมีบัตรอื่นที่ราชการออกให้แล้วมีรูปถ่ายอีกไหม ผมขอหน่อย”             เจ้าหน้าที่ยื่นมือมาเพื่อจะรับบัตร

“ครับ ๆ มีบัตรนักศึกษา พอได้ไหมครับ”                    ผมหยิบมันจากกระเป๋าแล้วยื่นให้กับเจ้าหน้าที่

“ฟ ห ก ด เ  า ส ว...โอ้นี่มันบัตรรุ่นเก่าเลยนะ หน้าเราตอนนี้ไม่เห็นเหมือนเลยอะ”                           เจ้าหน้าที่พิมพ์ชื่อผมลงในสารบบเห็นหน้าผมในหน้าจอแล้วโพล่งขึ้นมา

“มันจะเหมือนได้อย่างไรละครับนี่มันผ่านมาจะ 7 ปีแล้ว แต่นี่คนเดียวกันนะครับ”                  ผมยิ้มมุมปาก ตอบยืนยันในสิ่งที่เจ้าหน้าที่พูด แล้ววกกลับมาเพื่อยืนยันภาพในสารบบกับตัวผมที่นั่งอยู่

“มีบัตรอื่นอีกไหม  ถ้าไม่มีเราก็ต้องหาคนมารับรองแล้วละ  เพราะมองภาพแล้วไม่เหมือนกับตอนนี้  ในภาพหัวยังหลิม ๆ อยู่เลยคือว่า ถ้าเรามีบัตรรุ่นใหม่กว่านี้  ภาพมันยังพอยืนยัน มันยังใกล้เคียงกับตัวเราตอนนี้  แต่นี่มันแบบกระดาษรุ่นเก่ามาก นี่บัตรเดิมก็หมดอายุแล้วด้วย เป็นนักศึกษาทำไมไม่มาต่อบัตรก่อนหมดอายุละ”             เจ้าหน้าที่อธิบายผมเป็นชุด ๆ แกมสอนไปในตัว

“คือผมไม่ได้สนใจมัน  รู้ ๆ ก็หมดอายุไปนานแล้ว ไม่ได้ตั้งใจให้มันขาดหรอกครับ”             ผมรับสารภาพพร้อมอธิบาย(ไม่ได้แก้ตัว)

“คนที่จะมารับรองเรานะ  ต้องเป็นพ่อแม่หรือไม่ก็ญาติสนิทที่น่าเชื่อถือ อย่างพี่น้องอะ ถ้าคนรับรองให้การรับรองอันเป็นเท็จก็จะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญาด้วย นั่นนะกฎหมายติดอยู่ข้างขวาตรงเสาอะ”                           เจ้าหน้าที่แนะนำแล้วยิ้ม นัยว่าจะส่งผมกลับแล้วพยายามกดเรียกหมายเลขตามบัตรคิวลำดับต่อไป                      

“ครับ ขอบคุณมากครับ นี่เปิดวันเสาร์ด้วยไหมครับ”                               ผมถามส่งท้าย อย่างเข้าใจในเหตุผลของเจ้าหน้าที่

(สงสัยคงกลัวเรามาสวมชื่อคนในสารบบ กลัวว่าเราจะปลอมตัวมาทำบัตรประชาชนแน่เลย)                             ผมคิดในใจ

“วันเสาร์เปิด 08.30 ถึง 16.30 น. ถ้าเป็นวันนักขัตฤกษ์ วันหยุด ก็จะหยุดนะ”                       เจ้าหน้าที่ยิ้ม

ผมเดินออกมาด้วยความเซ็งนิดหน่อย เซ็งแต่ก็เข้าใจในเหตุผลของเจ้าหน้าที่ ผมกลับมารอ รอ รอ จนถึงวันเสาร์ และแล้ววันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ก็มาเยือนผม ผมพาพ่อไปที่สำนักงานเขตเดิม

“ครับ ทำบัตรประชาชนใหม่ บัตรเดิมหายครับ”             ผมบอกประชาสัมพันธ์อย่างเดิม  รับบัตรคิวแล้วก็มานั่งรอเรียกหมายเลขตามบัตรคิว

“หมายเลข 3 350 เชิญช่องบริการ 10 ค่ะ”                  ออโต้โอเปอร์เรเตอร์เรียก

“ทำบัตรใหม่ครับ”             ผมยื่นบัตรนักศึกษาให้เจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่ช่องบริการ 10

“บัตรเดิมหายเหรอ  “ฟ ห ก ด เ า ส ว” นี่ภาพบัตรเก่าอีกแล้ว บัตรนักศึกษาภาพก็ไม่ชัด มีใครมารับรองไหม”                เจ้าหน้าที่พิมพ์ชื่อผมในสารบบแล้วก็ถาม

“มีครับ ให้พ่อมารับรองได้ไหมครับ”              ผมพูดอย่างมั่นใจ

“อะ คุณพ่อเขียนคำรับรองเลยค่ะ แล้วขอบัตรประชาชนของพ่อด้วย เดี๋ยวไปถ่ายหน้า-หลังนะค่ะ  ร้านถ่ายอยู่หน้าสำนักงานเขตโน่น ส่วนเราก็กรอกคำให้การนี่”             ผมวิ่งไปถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของพ่อ แล้วก็รีบวิ่งกลับมา

(บันทึกการสอบสวนของเจ้าหน้าที่)               ผมอ่านจั่วหัวกระดาษในใจ งงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แล้วก็รีบกรอกข้อมูลในคำให้การต่อทันที

“อะ เซ็นต์ตรงนี้ ตรงนี้ และก็ตรงนี้”               เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารที่พ่อผมกรอกรับรอง แฟ้มของเจ้าหน้าที่ และเอกสารอื่น ๆ แล้วก็ชี้ให้ผมลงชื่อ ประมาณ 10 รายชื่ ชื่อ เลยทีเดียว

(ทำไมมันเซ็นต์เยอะจังวะ)                          ผมคิดในใจ แบบงง ๆ และไม่เข้าใจ

“เซ็นต์เสร็จ แล้วก็พิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือซ้ายขวาด้วยละ แล้วก็เดินไปถ่ายรูปตรงโน้น”                        เจ้าหน้าที่ยื่นหมึกสีดำให้ผมปั้ม

“อะเราวางนิ้วชี้ซ้ายขวา  ลงบนเครื่องสแกน แล้วชื่อเราภาษาอังกฤษเนี้ยเขียนเองอะเปล่า นี่ตรวจกับเครื่องแล้วมันไม่ตรงกันนะ จะเอาชื่อที่เราเขียนหรือเอาตามเครื่อง เอาตามเครื่องดีกว่านะ”                  เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปแนะนำ

“ไม่เป็นไรครับ  ผมคุ้นกับชื่อนี้มากกว่า มันอาจจะผิดหลัก  แต่ก็ไม่เป็นไร ไว้ผมไปทำ Passport จนชื่อมันนิ่งแล้วค่อยมาเปลี่ยนบัตรใหม่ก็ได้ครับ”                        ผมยืนยันในความเคยชินของตัวเอง

“อะไปยืนให้ตรงกับเท้าตรงนั้นอะ ขยับซ้ายนิด ยกไหล่ขวาขึ้นมาหน่อย นิ่ง ๆ นะ อะมาดู ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวถ่ายให้ใหม่ได้ ”              เจ้าหน้าที่แนะนำ

“ไหล่มันไม่เท่ากัน งั้น เดี๋ยวผมยกไหล่ขึ้นมาแล้วกันนะครับ”                   ผมมองรูปแล้วก็ขอแก้ตัวใหม่

“อะคราวนี้ ดูดีกว่าเดิมแล้ว โอเคนะ”              เจ้าหน้าที่ถาม

“ครับ ได้แล้วครับ”                        ผมตอบ

“เนี้ยบัตรประชาชนเก่าที่ทางการเก็บไว้ คนถ่ายใส่เสื้อขาว แล้วมันดูไม่ดี ก็เลยให้เราใส่สูตรทับมันจะได้ดูเข้มขึ้นมา”                     เจ้าหน้าที่หยิบบัตรประชาชนเก่าของคนอื่นที่ใส่เสื้อขาวให้ผมดู

“อะรอตรงนี้ก่อน  แล้วก็เซ็นต์ชื่อตรงนี้ด้วย”                เจ้าหน้าที่หญิงคนเดิมยื่นเอกสารใบสุดท้ายให้ผมลงชื่อ พร้อมกับยื่นใบเสร็จรับเงินจำนวน 70 บาท

“เสร็จแล้วเหรอครับ ขอบคุณมากครับ”                       ผมยื่นใบ 500 บาท รับเงินทอน 430 บาท แล้วก็เดินออกไป

พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นข้อความในใบเสร็จรับเงินว่า

“ในราชการกรมการปกครอง ที่ท้องถิ่นเขต...ได้รับเงินจาก...ดังนี้

-ค่าธรรมเนียมบัตรประจำตัวประชาชน   เป็นเงิน 20 บาท

-ค่าปรับคดีอาญากระทำความผิดฐาน ไม่มีบัตรใหม่ภายในกำหนด  เป็นเงิน 50 บาท”                                

พออ่านจบ ผมก็เริ่มเข้าใจในหลาย ๆ สิ่งที่ผมงงก่อนหน้านั้น แล้วจิตใต้สำนึกก็โพล่งออกมาว่า

“เฮ้ย นี่เราตกเป็นผู้ต้องหาโทษปรับคดีอาญาเลยเหรอเนี้ย”

หมายเหตุ.- รู้ไว้ใช่ว่า

1)รู้หรือไม่ ความหมายของเลข
13 หลัก ในบัตรประจำตัวประชาชน

หลักที่ 1 หมายถึงประเภทบุคคลซึ่งมี 8 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติ ไทย ได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา
ตั้งแต่1 มกราคม 2527)
ประเภทที่ 2 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา
(ตั้งแต่ 1 มกราคม 2527)
ประเภทที่ 3 ได้แก่คนไทยและคนต่างด้าวที่ มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
และมีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ในสมัยเริ่มแรก (1 ม.ค. -  31 พ.ค.2527)
ประเภทที่ 4 ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญคนต่างด้าวแต่แจ้งย้าย
เข้า โดยยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชนในสมัยเริ่มแรก(1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2527)
ประเภทที่ 5 ได้แก่ คนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านในกรณีตกสำรวจหรือกรณีอื่น ๆ
ประเภทที่ 6 ได้แก่ ผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย และผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฏหมาย แต่จะอยู่ในลักษณะชั่วคราว
ประเภทที่ 7 ได้แก่ บุตรของบุคคลประเภทที่ 6 ซึ่งเกิดในประเทศไทย
ประเภทที่ 8 ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฏหมาย คือ ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวคนที่ได้รับการแปลงสัญชาติ
เป็นสัญชาติไทย และคนที่ได้รับการให้สัญชาติไทย

หลักที่ 2 ถึงหลักที่ 5 หมายถึงรหัสของสำนักทะเบียนที่ท่านมีชื่อในทะเบียนบ้านในขณะให้เลขสำหรับเด็กเกิดใหม่จะหมายถึงถิ่น
ที่เกิดเลยทีเดียว โดยหลักที่ 2 และ 3 หมายถึงจังหวัดหลักที่ 4 และ 5 หมายถึงอำเภอหรือเทศบาล

หลักที่ 6 ถึงหลักที่ 10 หมายถึงกลุ่มที่ของบุคคลแต่ละประเภทตามหลักแรก หรือหมายถึงเล่มที่ของสูติบัตรแล้วแต่กรณี

หลักที่ 11 และ 12 หมายถึงลำดับที่ของบุคคลในแต่ละกลุ่มประเภทหรือหมายถึงใบที่ของสูติบัตรแต่ละเล่มแล้วแต่กรณี

หลักที่ 13 คือ ตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องของเลข 12 หลักแรก

รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมด โดย พ.ไพรพฤกษ์

ขอบคุณภาพและข้อมูลดีดีจาก กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (http://www.dopa.go.th/)


2)บัตร
Smart Card มีประโยชน์อย่างไร

-ใช้ยืนยันตัวบุคล

-ใช้แทนบัตรอื่นที่ราชการออกให้

-ใช้ในการขอรับบริการและทำธุรกรรมต่าง ๆ จากหน่วยงานของรัฐและเอกชน

-ในอนาคตสามารถใช้บริการตนเองทาง Internet หรือตู้บริการ MPM

-ภาคเอกชนสามารถตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลผู้ถือบัตรหรือคัดข้อมูลจากบัตร เพื่อนำไปใช้ทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้โดยใช้เครื่องอ่านบัตร(Card reader)


1.กรณีขอมีบัตรครั้งแรก

ผู้มีสัญชาติไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ต้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ภายใน 60 วัน หากพ้นกำหนดจะเสียค่าปรับไม่เกิน 500 บาท

หลักฐาน

1.สำเนาทะเบียนบ้าน

2.สูติบัตรหรือหลักฐานอื่นที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้

หากไม่มีหลักฐานตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือไปรับรองและหากบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว  ให้นำใบสำคัญประจำตัวบุคคลต่างด้าวของบิดาและมารดาไปแสดงด้วย

ไม่เสียค่าธรรมเนียม                                                              




2.กรณีบัตรเดิมหมดอายุ

เมื่อบัตรเดิมหมดอายุให้ทำบัตรใหม่ภายใน 60 วัน หากพ้นกำหนดจะเสียค่าปรับไม่เกิน 200 บาท แต่หากผู้ถือบัตรมีความประสงค์จะทำบัตรก่อนบัตรจะหมดอายุสามารถทำได้ภาย 60 วัน ก่อนวันที่บัตรเดิมหมดอายุ

หลักฐาน

1.สำเนาทะเบียนบ้าน

2.บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หมดอายุ

ไม่เสียค่าธรรมเนียม                                                            


 

3.กรณีบัตรหายหรือบัตรถูกทำลาย

เมื่อบัตรหายหรือบัตรถูกทำลายให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่สำนักทะเบียนที่ประสงค์จะทำบัตร เพื่อทำบัตรใหม่ภายใน 60 วัน หากพ้นกำหนดจะเสียค่าปรับไม่เกิน 200 บาท

หลักฐาน

1.สำเนาทะเบียนบ้าน

2.หลักฐานอื่นที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้

หากไม่มีเอกสารตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือไปรับรอง

เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท                                                               


 

4.กรณีบัตรเดิมชำรุด

หากบัตรเดิมชำรุด เช่น ไปไหม้บางส่วน ถูกน้ำเลอะเลือน ให้เปลี่ยนบัตรภายใน 60 วัน หากพ้นกำหนดจะเสียค่าปรับไม่เกิน 200 บาท

หลักฐาน

1.สำเนาทะเบียนบ้าน

2.บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ชำรุด

3.หลักฐานอื่นที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้

หากไม่มีเอกสารตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือไปรับรอง

เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท                                                               




5.กรณีเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล

หากเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุลหรือเปลี่ยนชื่อตัวและชื่อสกุลให้เปลี่ยนบัตรภายใน 60 วัน หากพ้นกำหนดจะเสียค่าปรับไม่เกิน 200 บาท

หลักฐาน

1.สำเนาทะเบียนบ้าน

2.บัตรประจำตัวประชาชนเดิม

3.หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล

เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท                                                                



6.กรณีผู้ถือบัตรย้ายที่อยู่

ผู้ถือบัตรผู้ใดย้ายที่อยู่จะขอเปลี่ยนบัตรให้ตรงกับทะเบียนบ้านก็ได้ โดยยืนคำขอพร้อมหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนเดิม

เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท                                                            



สถานที่ยื่นขอทำบัตร

ผู้ที่ประสงค์จะขอทำบัตรประจำตัวประชาชนสามารถยื่นคำขอได้ ณ สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลและสำนักงานเขตทุกแห่ง

การเก็บรักษาบัตร

1.เก็บบัตรไว้ในซองพลาสติกและพกบัตรติดตัวไว้เพื่อยืนยันตัวบุคคล

2.หลีกเลี่ยงไม่ให้บัตรถูกความร้อนหรือวางตากแดด

3.หลีกเลี่ยงการนำบัตรเข้าใกล้วัสดุที่เป็นแม่เหล็ก

4.ไม่นำบัตรใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังแล้วนั่งทับ

 

สรุปสั้น ๆ ก็คือว่า

-กรณีขอมีบัตรครั้งแรก และ กรณีบัตรเดิมหมดอายุ ไม่เสียค่าธรรมเนียม

-กรณีบัตรหายหรือบัตรถูกทำลาย กรณีบัตรเดิมชำรุด กรณีเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล

และ กรณีผู้ถือบัตรย้ายที่อยู่ เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท

-การขอมีบัตร เปลี่ยนบัตรหรือทำบัตรใหม่ ทุกกรณี ยกเว้น กรณีผู้ถือบัตรย้ายที่อยู่  ให้กระทำภายในระยะเวลา 60 วัน หากพ้นกำหนดจะเสียค่าปรับไม่เกิน 200 บาท ซึ่งในทางปฏิบัติ ค่าปรับอาจขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เลยกำหนด

-หลักฐานที่ใช้การขอมีบัตร เปลี่ยนบัตรหรือทำบัตรใหม่

ทุกกรณี คือ สำเนาทะเบียนบ้าน

ยกเว้น กรณีขอมีบัตรครั้งแรก และ กรณีบัตรหายหรือบัตรถูกทำลาย ให้แนบบัตรประจำตัวประชาชนเดิมไปพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน

ใน กรณีขอมีบัตรครั้งแรก กรณีบัตรหายหรือบัตรถูกทำลาย หรือ กรณีบัตรเดิมชำรุด ให้นำหลักฐานอื่นที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่มี ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือไปรับรองแทน

 

 

 

 

กรณีการขอมีบัตร เปลี่ยนบัตร หรือทำบัตรใหม่

ต้องกระทำภายใน 60 วัน หากพ้นกำหนด

จะเสียค่าปรับไม่เกิน 200 บาท

หลักฐานที่ต้องใช้

 

 

 

ค่าธรรมเนียม

 

 

 

 

สำเนาทะเบียนบ้าน

 

 

 

บัตรประจำตัวประชาชนเดิม

 

หลักฐานอื่นที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้/นำเจ้าบ้านหรือบุคลผู้น่าเชื่อถือไปรับรอง

 

 

 

 

สูติบัตร

 

 

 

หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล

ขอมีบัตรครั้งแรก

/

/

 

/

/

 

ไม่เสีย

บัตรเดิมหมดอายุ

/

/

/

 

 

 

ไม่เสีย

บัตรหายหรือบัตร

ถูกทำลาย

/

/

 

/

 

 

20บาท

บัตรเดิมชำรุด

/

/

/

/

 

 

20บาท

เปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล

/

/

/

 

 

/

20บาท

ผู้ถือบัตรย้ายที่อยู่

 

/

/

 

 

 

20บาท

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ตาเรน วันที่ : 23/12/2009 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

500.- บาท...???

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

พระราชบัญญัติ

บัตรประจำตัวประชาชน

พ.ศ. ๒๕๒๖





ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๖

เป็นปีที่ ๓๘ ในรัชกาลปัจจุบัน



พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า



โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน



จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้



มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖”



มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป



มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๐๕



มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“บัตร” หมายความว่า บัตรประจำตัวประชาชน

“ผู้ถือบัตร” หมายความว่า ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของบัตร

“ทะเบียนบ้าน” หมายความว่า ทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

“เจ้าพนักงานออกบัตร” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“เจ้าพนักงานตรวจบัตร” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้



มาตรา ๕[๒] ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีบริบูรณ์แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ และมีชื่อในทะเบียนบ้านต้องมีบัตรตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวงตามวรรคสอง ซึ่งมีบัตรประจำตัวตามกฎหมายอื่นให้ใช้บัตรประจำตัวนั้นแทนได้

ผู้ซึ่งมีอายุเกินเจ็ดสิบปีและผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวงตามวรรคสองจะขอมีบัตรก็ได้



มาตรา ๖[๓] ผู้ซึ่งต้องมีบัตรตามมาตรา ๕ ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่

(๑) วันที่อายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์

(๒) วันที่ได้สัญชาติไทยหรือได้กลับคืนสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติหรือวันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ได้สัญชาติไทย

(๓) วันที่นายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

(๔) วันที่พ้นสภาพจากการได้รับการยกเว้น



มาตรา ๖ ทวิ[๔] บัตรมีอายุใช้ได้หกปี

การนับอายุบัตรตามวรรคหนึ่งให้นับตั้งแต่วันออกบัตรไปจนครบหกปีบริบูรณ์ แต่หากวันที่บัตรมีอายุหกปีบริบูรณ์ไม่ตรงกับวันครบรอบวันเกิดของผู้ถือบัตร ให้นับระยะเวลาต่อไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผู้ถือบัตรในปีนั้นหรือปีถัดไป แล้วแต่กรณี เป็นวันบัตรหมดอายุ

บัตรที่ยังไม่หมดอายุในวันที่ผู้ถือบัตรมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ให้ใช้ต่อไปได้ตลอดชีวิต



มาตรา ๖ ตรี[๕] เมื่อบัตรหมดอายุ ผู้ถือบัตรต้องมีบัตรใหม่ โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ

ผู้ถือบัตรจะขอมีบัตรใหม่ก่อนวันที่บัตรเดิมหมดอายุก็ได้ โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวันก่อนวันที่บัตรเดิมหมดอายุ



มาตรา ๖ จัตวา[๖] ผู้ถือบัตรต้องมีบัตรใหม่หรือเปลี่ยนบัตร แล้วแต่กรณี โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่

(๑) วันที่บัตรหายหรือถูกทำลาย

(๒) วันที่บัตรชำรุดในสาระสำคัญ

(๓) วันที่แก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุลในทะเบียนบ้าน

ผู้ถือบัตรผู้ใดย้ายที่อยู่จะขอเปลี่ยนบัตรก็ได้



มาตรา ๖ เบญจ[๗] ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องขยายกำหนดเวลาตามมาตรา ๖ มาตรา ๖ ตรี หรือมาตรา ๖ จัตวา ในท้องที่ใด รัฐมนตรีอาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาขยายกำหนดเวลาได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี



มาตรา ๗[๘] ขนาด สี และลักษณะของบัตร ตลอดจนรายการในบัตร และรายละเอียดของรายการในบัตร ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ในบัตรอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน รูปถ่ายและเลขประจำตัวของผู้ถือบัตร และจะมีรายการศาสนา หรือนิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนาซึ่งผู้ถือบัตรนับถืออยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้

(๒) ลายมือชื่อหรือตราลายมือชื่อ และตราประจำตำแหน่งของเจ้าพนักงานออกบัตร และวันออกบัตร



มาตรา ๘ การขอมีบัตร การขอบัตรใหม่ การขอเปลี่ยนบัตรการออกบัตร การออกใบรับ และการออกใบแทนใบรับ ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการ ที่กำหนดในกฎกระทรวง

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ และเห็นว่าคำขอนั้นมีรายการถูกต้องครบถ้วนและผู้ขอได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถ่ายรูปผู้ขอและออกใบรับให้แก่ผู้ขอ

ในกรณีใบรับหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญให้ออกใบแทนใบรับให้แก่ผู้ขอ

ใบรับหรือใบแทนใบรับให้ใช้ได้เสมือนบัตร ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบรับ ในการใช้ใบรับหรือใบแทนใบรับ ให้ใช้ร่วมกันกับบัตรเดิม เว้นแต่ในกรณีขอมีบัตรเป็นครั้งแรก บัตรหายหรือถูกทำลายทั้งหมด



มาตรา ๙ ผู้ถือบัตรผู้ใดเสียสัญชาติไทยเมื่อใด ไม่ว่าด้วยเหตุใดผู้นั้นหมดสิทธิที่จะใช้บัตรนั้นทันที และต้องส่งมอบบัตรนั้นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสียสัญชาติไทย



มาตรา ๑๐ ผู้มีส่วนได้เสียจะขอตรวจหลักฐานหรือคัดสำเนารายการเกี่ยวกับบัตรได้ที่สำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน ที่ว่าการอำเภอหรือเขต หรือที่ว่าการกิ่งอำเภอ ในเวลาราชการก็ได้ และจะขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่คัดและรับรองสำเนาด้วยก็ได้



มาตรา ๑๑[๙] เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการขอมีบัตรตามมาตรา ๖ ผู้ซึ่งต้องมีบัตรตามมาตรา ๕ ผู้ใดไม่มีบัตร ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการขอมีบัตรใหม่ตามมาตรา ๖ ตรี วรรคหนึ่ง หรือการขอมีบัตรใหม่ หรือขอเปลี่ยนบัตรตามมาตรา ๖ จัตวา วรรคหนึ่ง ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่มีบัตรใหม่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท



มาตรา ๑๒[๑๐] (ยกเลิก)



มาตรา ๑๓[๑๑] ผู้ถือบัตรซึ่งเสียสัญชาติไทยผู้ใด

(๑) ไม่ส่งมอบบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับตามมาตรา ๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๒) ใช้หรือแสดงบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับ ซึ่งตนหมดสิทธิใช้ตามมาตรา ๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท



มาตรา ๑๔[๑๒] ผู้ใด

(๑) แจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรตามมาตรา ๕ วรรคสี่ หรือมาตรา ๖ หรือการขอมีบัตรใหม่ตามมาตรา ๖ ตรี หรือการขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตรตามมาตรา ๖ จัตวา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๒) ปลอมบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๓) ใช้หรือแสดงบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับ อันเกิดจากการกระทำความผิดตาม (๑) หรือ (๒) ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ถ้าผู้กระทำความผิดตาม (๓) เป็นผู้กระทำความผิดตาม (๑) หรือ (๒) ด้วย ให้ลงโทษตาม (๓) แต่กระทงเดียว

ถ้าผู้กระทำความผิดหรือผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) เป็นเจ้าพนักงาน ไม่ว่าจะมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท

ถ้าผู้กระทำความผิดหรือผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) เป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสามแสนบาท



มาตรา ๑๕ ผู้ใดนำบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท



มาตรา ๑๕ ทวิ[๑๓] ผู้ใดเอาไปเสียหรือยึดไว้ซึ่งบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับของผู้อื่น เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท



มาตรา ๑๖ ผู้ใดยินยอมให้ผู้อื่นนำบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับของตนไปใช้ในทางทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



มาตรา ๑๗[๑๔] ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่อาจแสดงบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับ เมื่อเจ้าพนักงานตรวจบัตรขอตรวจ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท



มาตรา ๑๘ บรรดาคำขอที่ยื่นตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๐๕ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นคำขอที่ได้ยื่นตามพระราชบัญญัตินี้



มาตรา ๑๙ บรรดาบัตรและใบรับที่ออกตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้ถือว่าเป็นบัตรหรือใบรับที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ สำหรับบัตรที่หมดอายุแล้วให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผู้ถือบัตร และให้ผู้ถือบัตรขอมีบัตรตามพระราชบัญญัตินี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันครบรอบวันเกิด และให้นำมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับ



มาตรา ๒๐ ให้บรรดากฎกระทรวงและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยังคงใช้ได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ



มาตรา ๒๑ ผู้ใดมีอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเป็นบุคคลซึ่งต้องขอมีบัตรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕ ให้ยื่นคำขอมีบัตรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

การกำหนดตามวรรคหนึ่งรัฐมนตรีจะกำหนดโดยคำนึงถึงอายุของผู้ขอจากมากไปหาน้อย และท้องที่ที่จะให้บุคคลมายื่นคำขอด้วยก็ได้



มาตรา ๒๒ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งมีโทษปรับสถานเดียว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา



มาตรา ๒๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานออกบัตร เจ้าพนักงานตรวจบัตร และพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้





ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี



อัตราค่าธรรมเนียม[๑๕]





(๑) การออกบัตรตามมาตรา ๕ วรรคสี่ ฉบับละ ๒๐ บาท

(๒) การออกบัตรใหม่หรือเปลี่ยนบัตร

ตามมาตรา ๖ จัตวา ฉบับละ ๒๐ บาท

(๓) การออกใบแทนใบรับ ฉบับละ ๒๐ บาท

(๔) การขอตรวจหลักฐานหรือคัดสำเนาหรือคัดและ

รับรองสำเนารายการเกี่ยวกับบัตร ฉบับละ ๒๐ บาท





หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว และมีบทบัญญัติ ต่าง ๆ ที่ไม่ทันสมัยและไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒[๑๖]



หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อกำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนไว้ใช้แสดงตนเพื่อประโยชน์ของผู้ถือบัตรและทางราชการ โดยกำหนดระยะเวลาการขอมีบัตร ขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตรภายในกำหนดหกสิบวันในทุกกรณี เพื่อให้ประชาชนมีบัตรเร็วขึ้นและเกิดความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษในความผิดที่เกี่ยวกับบัตรให้สูงขึ้น เพราะในสภาวการณ์ปัจจุบันความผิดที่เกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในของประเทศ และแก้ไขเพิ่มเติมรายการของอัตราค่าธรรมเนียมเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติต่าง ๆ ที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


ดูมาตรา 6 ประกอบ มาตรา 11 ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เด็ดสะระตี่ วันที่ : 19/02/2009 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jinzer

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

เออ ว่าแต่เป็นผู้ต้องหาจริง ๆ หรือเนี่ย TuT แค่บัตรหายนี่นะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน