*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันอังคาร ที่ 7 เมษายน 2552
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 4119 , 11:22:04 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 เมียหลวง คุณผัว เมียน้อย : เสน่ห์การประชัน สนั่นการประชด…!?
       
        "
การแต่งงาน คือตอนจบในเทพนิยายแต่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตจริง"
 
         

          ...จบอย่างไม่น่าให้อภัยจริง ๆ กับสันดานของดร.อนิรุทธิ์ ที่ยังดำเนินต่อไปอย่างไร้จุดจบ แม้ว่าละคร “เมียหลวง” จะเดินเรื่องมาถึงตอนสุดท้ายแล้วก็ตาม พูดถึง ดร.อนิรุทธิ์ ผู้ชายที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนจับเขาไว้อยู่ นอกจากดร.วิกันดาภรรยาผู้ซึ่งหน้าชื่นอกตรม อดรนทนอยู่กับผู้ชายคนนี้ จนกระทั่งถึงวินาทีสุดท้ายก็ต้องหย่าขาดกันไป ถึงขนาดขับไสไล่ส่ง แต่ก็ไม่วายที่ดร.อนิรุทธิ์ผู้ซึ่งทนต่อการขาดความรักไม่ได้ ต้องเดินตัวงอกลับมาง้อรังตายทุก ๆ ทีที่รู้ว่า ในโลกใบนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่หนักแน่น มั่นคงและเข้าใจเขาเหมือนอย่างกับดร.วิกันดา อดีตภรรยาของตัวเอง

          ความรู้สึกนึกคิดทุกสิ่งอย่างของดร.อนิรุทธิ์เกี่ยวกับความหลงและความรักผู้หญิงแต่ละคนนั้น เขารู้อยู่ตลอดเวลาว่า ไม่มีวันลงตัวและลงเอยกับใครคนใดคนหนึ่งเป็นแน่ เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการพาหัวใจที่ขาดการเติมเต็มเร่ร่อนไปหาลมหายใจจากผู้หญิงเพื่อที่จะต่อชีวิต สร้างความเร่าร้อน ทำให้หัวใจที่พิการกระชุ่มกระชวยอยู่ตลอดเวลา โดยขาดสติและหลงลืมใช้หัวจิตหัวใจของตนจับชีพจรความรักของดร.วิกันดาที่กำลังเต้นช้าและไม่สามารยืนระยะปกติได้ กำลังการเต้นจึงเลือนหายลงไปทุกที

          ทั้งนี้ ดูเหมือนเขาเองไม่รู้สึกตัวเลยว่า ตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัวเหนือสิ่งอื่นใด แม้จะอ้าปากบอกดร.วิกันดา อยู่เสมอไม่เคยขาดในเวลาหมดข้ออ้างด้วยประโยค “ วิ คุณคือ ผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด” ก็ตาม

          แท้จริงแล้ว ดร.อนิรุทธิ์ หลงรักความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวมากเป็นชีวิตจิตใจ ขณะเดียวกันก็ได้ทำลายความเชื่อถือ ศรัทธาในความรักของดร.วิกันดาลงทีละเล็กละน้อย ขาดสะบั้นจนกระทั่ง ดร.วิกันดาหมดความรัก ชินชาและรู้สึกขยะแขยงกับตัวมารที่อยู่ในร่างกายของผู้ชายที่ชื่อดร.อนิรุทธิ์ ทั้งยังมองเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมโลก ไม่มีตัวตนให้เธอโกรธหรือเกลียดอีกแต่อย่างใด

          ตัวมารตนนี้ถูกปลุกขึ้นมาอย่างเต็มตัวโดยอรอินทร์พร้อมกับวรนารีเพื่อนรักคนเดียวที่ช่วยยุยงส่งเสริมเธอ อรอินทร์เป็นหญิงสาวผู้ซึงทำทุกวิถีทางเพื่อแยกดร.อนิรุทธิ์ให้ออกห่างจากดร.วิกันดาทั้ง ๆ ที่เธอเป็นแม่หม้าย มีลูกที่น่าสงสารอย่างหนูนิ่มซึ่งมีพี่บัวญาติห่าง ๆ ของเธอคอยเป็นพี่เลี้ยงและมีพี่ฐาพี่ชายที่ห่วงความรู้สึกและเตือนเธอในพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรมอยู่สม่ำเสมอ นั่นไม่ได้ลดทิฐิมานะของเธอแต่อย่างใด เธอกลับออกตัวอย่างเปิดเผย ใช้วิชาชั่วร้ายกำกับตัวมารทั้งในร่างกายของเธอและดร.อนิรุทิธ์ ให้มาเสริมกำลังกัน บั่นทอนความรู้สึกของดร.วิกันดาผู้ซึ่งประกาศตัวโดยพฤติกรรมว่า เป็นแม่พระ สำนวนโวหารและอวัจนภาษาที่เชือดเฉือนคำพูดที่ไม่เป็นการรักษาน้ำใจของทั้งดร.อนิรุทธ์และอรอินทร์ นั่นเป็นทางออกเดียวที่เธอใช้มันระบายความเครียด ความอัดอั้นตันใจ เป็นทางออกที่เธอสามารรักษาไว้ซึ่งความเป็นผู้ดี (คนละชั้นกับเมียน้อยทุกคน) และตำแหน่งดอกเตอร์ ผู้มีหน้ามีตาในสังคมไว้ได้ และทุกครั้งที่เธอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง (ที่มิได้ปรุงแต่ง) น้ำตาซึ่งไหลออกมาจากหัวใจของเธอกลับกลายเป็นเพื่อนซึ่งไร้ชืวิตที่ใกล้ชิดที่สุด ไม่ต่างไปกับประตูห้องที่เธอใช้มันเป็นแหล่งพักพิงยามจิตตก ไร้อ้อมแขนของคนที่เธอหวังพึ่งพิงยามไม่สบายใจ ซึ่งคนคนนั้น เธอเคยฝากความหวังในอดีตครั้งวันวานว่า คือ ดร.อนิรุทธิ์สามีของเธอ

          นอกจากอรอินทร์ผู้หญิงซึ่งดร.วิกันดาใช้ความสุขุมลุ่มลึกปั่นหัวโดยไม่มีเจตนาแล้ว นวลก็ยังเป็นอีกคนที่ทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจ เป็นคนใกล้ตัวที่คิดทรยศแม้กระทั่งผู้ซึ่งมีพระคุณ แต่ทว่าในช่วงหลังเมื่อนวลเมียน้อยอีกคนของดร.อนิรุทธิ์ทราบว่า ตัวเองอยู่ในฐานะเดียวกันกับ อรอินทร์ เธอก็พยายามแก้แค้นแทนดร.วิกันดา คุณผู้หญิงที่เธอรัก แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่ดร.วิกันดาจะเห็นดีเห็นงามด้วยในการกระทำที่ต่ำ ๆ ของนวลซึ่งมีต่ออรอินทร์และในทางกลับกันการกระทำที่ต่ำ ๆของอรอินทร์ที่มีต่อนวล ขณะที่เตื้องคนรับใช้ผู้ภักดีและไม่เคยคิดยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย ก็ได้แต่คอยเตือนสติของนวลให้อยู่กับร่องกับรอย หยุดความคิดที่วู่วาม และทำตามอารมณ์บ้าที่ขาดสติ

          ถึงแม้ดร.วิกันดาจะเลิกใส่ใจกับพฤติกรรมของดร.อนิรุทธิ์และตัดใจยกดร.อนิรุทธืให้อรอินทร์และถึงแม้นวลจะแสดงตัวตนประกาศชัดว่า เธอเกลียดอรอินทร์และทำทุกสิ่งอย่างเพื่อคุณผู้หญิง แต่ก็ไม่มีใครร้ายเงียบยิ่งไปกว่า นุดีหลานสาวคุณหญิงแวววรรณที่ถูกคุณเถกิงเดชลุงของเธอพยายามขืนใจให้ได้เป็นเมียน้อยในบ้านเดียวกัน จนคุณหญิงแวววรรณทนไม่ได้ ต้องพานุดีตีตัวออกห่างและพยายามยัดเยียดให้แต่งงานกับคุณสุนทรผู้ชายซึ่งรักนุดีแต่นุดีไม่แม้แต่จะสนใจ

          นุดีถูกฝากให้ทำงานกับท่านผู้หญิงหัวหน้าของดร.วิกันดาแทนการอาศัยอยู่เฉย ๆ และเป็นเหยื่อทางอารมณ์ของคุณลุง เธอรักและเคารพดร.วิกันดาอย่างผู้มีพระคุณและคิดอยู่เสมอว่า จะไม่ทรยศ หักหลัง และไม่ทำให้ดร.วิกันดาเสียใจ จนเธอถูกรุมเร้าหนักจากอรอินทร์ ด้วยความอึดอัดและสถานการณ์บีบบังคับทำให้นุดีคิดทำการแก้แค้นอรอินทร์อย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครสงสัย

          อนิรุทธิ์เริ่มเข้าหาเธอเรื่อย ๆ หลังจากหย่าขาดกับดร.วิกันดา โดยยกความผิดที่เขามิได้เป็นผู้ต้องการหย่าให้กับดร.วิกันดา เพื่อหาข้อสนับสนุนที่ชอบธรรมในการเดินเข้าไปหานุดี เขาแสดงตัวเป็นสุภาพบุรุษ เป็นอาจารย์ที่ให้ความอบอุ่นกับนุดี จนนุดีเริ่มสับสนในความรู้สึกของตัวเองที่มีและหลงใหลในเสน่ห์ของเขา นุดีรักและบูชาในตัวอาจารย์อย่างดร.อนิรุทธิ์ เริ่มไปไหนมาไหนด้วยกัน จนยุทธการเพื่อนที่ดีที่สุดของนุดีเริ่มสงสัยว่า นุดีกำลังมีใครเข้ามาในชีวิต แม้กระทั่งเค็นครูอาสาสอนภาษาญี่ปุ่นที่แอบชอบนุดีอยู่ข้างเดียวก็พลอยสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างมากของนุดี

          เมื่อนุดีเข้ามาคั่นกลางความหลงใหลได้ปลื้มระหว่างดร.อนิรุทธิ์และอรอินทร์ด้วยการคิดเข้ามาแทนที่อรอินทร์ ประกอบกับอรอินทร์ก็มีปากเสียงกับดร.วิกันดาให้ดร.อนิรุทธิ์เห็นถึงเนื้อแท้ในจิตใจที่ถูกปกปิดไว้ตลอดเวลาด้วยมารยาของเธอ ทั้งเธอเองก็แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในตัวเขาขัดกับพฤติกรรมที่ไม่ยอมปล่อยให้ใครจับ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความใกล้ชิดสนิทสนมของคนทั้งสองก็ค่อย ๆ จางหายไปไม่เหมือนแต่ก่อนเก่า อรอินทร์เริ่มรู้สึกได้ถึงการสูญเสียดร.อนิรุทธิ์ ผู้ชายซึ่งเธอเทิดทูนและให้ความรัก พร้อมมอบกายถวายชีวิต หวังเพียงความหนักแน่นและมั่นคงในหัวใจของดร.อนิรุทธิ์ที่จะมาเติมเต็มและแทนที่ความเปล่าเปลี่ยวใจของเธอ โดยอ้างแบบพล่อย ๆ กับพี่ฐาและพี่บัวว่า เธอกำลังหาพ่อที่ดีที่สุดให้กับหนูนิ่ม

          อรอินทร์พยายามถามความจริงจากปากดร.อนิรุทธิ์ เพื่อพิสูจน์ทราบความเปลี่ยนไปของเขา แต่ก็ไม่ได้แจ้งแก่ใจ จนในที่สุด เธอก็เห็นภาพความเกี่ยวพันระหว่างนุดีกับดร.อนิรุทธิ์ เธอจับผิดได้คาหนังคาเขา แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเอาหัวใจของเขากลับมาไว้ที่เธอคนเดียว จนกระทั่งเธอตัดสินใจบอกเล่าความจริงที่รับรู้ให้ดร.วิกันดาทราบโดยเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้นว่า ดร.วิกันดาเป็นคนคิดแผนเอาคืน ให้นุดีเป็นตัวแย่งดร.อนิรุทธ์แทนเธอ เพื่อแก้เผ็ดอรอินทร์ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง ดร.วิกันดาก็เริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างอดีตสามีของเธอกับนุดีแล้ว เพียงแต่ขาดหลักฐานอย่างที่อรอินทร์นำมันมาให้เธอ

          ดร.วิกันดาเจ็บปวดและแค้นตัวเองมากที่หลงคิดว่า  นุดีเป็นคนสะอาดและไม่มีวันจะทำให้เธอปวดร้าวลึกลงไปอีก ซึ่งความเป็นจริง เธอกลับเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดในสิ่งที่เธอเคยคาดหวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น เธอพยายามบอกเป็นนัยให้นุดีตั้งสติให้ได้กับทุกสิ่งอยางที่เห็นว่ามันสมบูรณ์แบบ แม้ว่าจะมีแสงระยิบระยับ มันอาจจะไม่ใช่ทองที่เราปรารถนาก็เป็นได้

          ทุกความเจ็บปวด ทุกความดิ้นรนของหัวใจที่ถูกกับดักของความรักที่ดร.อนิรุทธิ์วางไว้ในเกมของเขา ไม่ได้ทำให้ดร.วิกันดาเสียความรู้สึกอยู่ร่ำไป ในความทุกข์ยังพอมีความสุข เธอยังได้รับกำลังใจจากคนอีกหลายคน ถ้าไม่นับน้องนุ่นและน้องโหน่งลูกที่เธอรักมากที่สุดแล้ว นารถและเพ็ญภรรยาของคุณพลเวย์และคุณสีหนาทเพื่อนผู้หญิงที่สนิทที่สุดของเธอก็ยังคอยแนะนำ ตักเตือนและรับฟังความทุกข์ในใจเธอเสมอมา เพื่อนทั้งสองเป็นเสมือนเครื่องชาร์ตแบตชีวิตที่ทำให้เธอมีกำลังใจลุกขึ้นตั้งสติเพื่อรับมือกับปัญหาซ้ำ ๆ ซาก ๆ ที่เข้ามาไม่ขาดสายซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้ดร.อนิรุทธิ์เป็นผู้ก่อไว้ ขณะเดียวกัน เจนจบเพื่อนของเคนก็เป็นอีกคนที่คอยให้กำลังใจและส่งเสริมให้ดร.วิกันดารับรู้ว่า ดร.อนิรุทธิ์ยังมีความรักและบูชาหัวใจอันบริสุทธ์ของดร.วิกันดา ทั้งยังทำให้เธอรู้สึกว่า ในโลกนี้ยังมีผู้ชายอีกคนที่ไม่เจ้าชู้และพร้อมที่จะดูแลหัวใจของเธอ แม้ว่าเขาจะเป็นอดีตสามีของอรอินทร์ก็ตาม เธอมองข้ามสถานะนั้นได้อย่างง่ายดายและมั่นคงในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเจนจบเสมอมาว่า เจนจบเป็นเพื่อนผู้ชายที่ดีทีสุดของเธอ ที่เธอไม่มีวันลืมเลือน...
                                                                                      เรียบเรียงโดย...หลังม่านสีฟ้า

  

          เสน่ห์อย่างหนึ่งของ “ละครเมียหลวง” ที่ทำให้ผู้คนติดกันงอมแงม ไม่ละสายตาเปลี่ยนช่องไปไหน คงหนีไม่พ้น บทสนทนาระหว่างตัวละครในเรื่องที่เป็นการเชือดเฉือน แขวะ แอบจิก บางประโยคเป็นการเสียดแทงอารมณ์ได้อย่างถึงรสชาติ บางประโยคเป็นการหย่าศึกและยุติการสนทนาอย่างที่อีกฝ่ายยกธงขาวยอมแพ้

          บรรดาคำกล่าวประชดประชันในละครเรื่องนี้ หากจะมองเป็นวาทศิลป์ ก็ไม่ผิดนัก แม้ว่าในทางรูปแบบคำกล่าวในลักษณะอย่างนี้ จะมีความไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ทว่าในทางเนื้อหา คำกล่าวของดร.วิกันดา ผู้ที่ชนะสงครามโดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ แม้จะแพ้ศึกที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งบ้าง ก็ไม่เห็นจะเป็นสิ่งที่เสียหายอะไร หากผู้ซึ่งเรียนรู้มีสติเพียงพอที่จะรับฟังมันอย่างสุนทรี

               
บทสนทนาที่ 1

"ไม่จริงจัง แต่คุณนอนกับมัน"
วิกันดาสวน

"ผมเป็นผู้ชาย ผมนอนกับทุกคนที่ผมพอใจได้ มันไม่ใช่เรื่องเสียหาย"

"เห็นแก่ตัว คุณเป็นคนที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ"

"คุณจะบังคับให้ผมอยู่กับคุณทุกวันทุกคืนไม่ได้หรอก มันผิดธรรมชาติ"
อนิรุทธิ์เสียงขรึม

"สันดานต่างหาก สันดานเห็นแก่ตัวของคุณ"

บทสนทนาที่ 2

วิกันดาซื้อของใช้และขนมมาฝากลูกๆ อนิรุทธิ์รีบเข้าไปช่วยถือพร้อมกับล้อว่า

“มีแต่ขนมของลูกไม่มีของเขาบ้างหรือ”
วิกันดาส่งยิ้มนิดๆ สวนว่า

"ขนมของคุณคงไม่ใช่แบบนี้หรอกค่ะ"
อนิรุทธิ์อึ้งแล้วถือของไปส่งวิกันดาถึงในห้อง เขาเดินไปที่หน้าต่างชะเง้อมองโน่นมองนี่ชวนคุยว่า

"ตรงนี้มุมดีจริงๆ ด้วย"

"ค่ะ ใครทำอะไรเห็นชัดหมด"

อนิรุทธิ์ชะงักนึกถึงวันที่นวลเข้ามาประจบประแจงออดอ้อนริมสระ แล้วรีบออกตัว

"นวลมันชอบทำรุ่มร่าม ผมเตือนไปแล้ว"

"ฉันไม่โทษเด็กหรอก เป็นธรรมดาค่ะ ไม่อย่างนั้นเขาจะมีคำพังเพยว่า เล่นกับหมา หมาเลียปากหรือคะ"
อนิรุทธิ์อึ้งสีหน้าเหมือนทั้งโกรธทั้งละอาย

บทสนทนาที่ 3

"อรต้องขอโทษนะคะที่ตักโน่นตักนี่ให้พี่รุทธิ์ มันเคยตัว อรเป็นคนชอบบริการน่ะค่ะ"

"คุณอรคงบริการเก่งนะคะ ใช่ไหมคะ รุทธิ์"
วิกันดาส่งยิ้ม
อรอินทร์อึ้ง
อนิรุทธิ์ถึงกับไอข้าวติดคอเช่นเดียวกับถาวร


บทสนทนาที่ 4

อรอินทร์พานิ่มมาเล่นกับนุ่นและโหน่งที่บ้านของวิกันดาในวันหยุดและคอยชะเง้อมองหาอนิรุทธิ์ที่ยังไม่ลงมา จึงโดนวิกันดาว่ากระทบเพราะรู้ทันความคิดอรอินทร์ที่พาลูกมา

"คุณพี่เป็นคนตรงดี ไม่รู้เป็นอะไร
อรรักคุณพี่จัง รักตั้งแต่เห็นครั้งแรก"
อรอินทร์ส่งยิ้ม

"แน่ใจนะคะ ว่าพูดไม่ผิดคน"
วิกันดาสวน

อรอินทร์หัวเราะคิกคัก แล้วหันไปมองอนิรุทธิ์ที่สวมเสื้อที่เธอซื้อให้เป็นของขวัญเดินเข้ามา

"ท่าทางพี่รุทธิ์จะชอบเสื้อที่อรให้นะคะ เห็นใส่บ่อยๆ"
อรอินทร์เปรยแล้วรีบเข้าไปทักทายอนิรุทธิ์

วิกันดาขยับตัวลุกหนีอ้างว่าจะไปเตรียมอาหารกลางวันวันในครัว
อรอินทร์ขอตามไปช่วย

"ไม่ต้องค่ะ คุณอรอยู่คุยกับสามีพี่ดีกว่า เดี๋ยวเขาจะว่าพี่แย่งคุณอรไป"
วิกันดาเดินออกไป อรอินทร์กับอนิรุทธิ์มองตาม

บทสนทนาที่ 5

อนิรุทธิ์ยืนอยู่ที่ระเบียงเห็นวิกันดาเดินออกมาโทรศัพท์ที่หน้าบ้าน ก็นึกระแวงว่าเธอจะคุยกับเจนจบจึงรีบตามลงมาแล้วสั่งเตื้องว่าจะเอากาแฟไปให้วิกันดาเอง

"โทรคุยกับใครแต่เช้า"
อนิรุทธิ์วางถ้วยกาแฟลง วิกันดาสะดุ้ง

"แค่นี้ก่อนนะ คุยไม่ค่อยสะดวกแล้ว"
วิกันดาปิดโทรศัพท์ ยกกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น

อนิรุทธิ์ถามย้ำ

"คุยกับใคร เจนจบใช่ไหม ผมไม่เคยเห็นคุณโทรถึงคุณนารถหรือคุณเพ็ญแต่เช้าอย่างนี้"

"ไม่จำเป็นต้องตอบมั้งค่ะ ทีฉันยังไม่ถามคุณเลยว่า หายไปไหนทั้งคืน เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ ขอตัวก่อนนะคะ"
วิกันดาลุกขึ้น

"คุณจะไปไหน"

"ไปหาเพื่อนค่ะ"
วิกันดาตอบโดยไม่หันกลับมา

"อย่าทำอย่างนี้หน่อยเลยน่ะ ผมขอร้อง เมื่อคืนผมกับอรคุยกันเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น
แล้วก็รับรองว่าจะไม่มีด้วย ความสัมพันธ์ของเราจะไม่ไปไกลกว่านี้แน่"
อนิรุทธิ์เข้ามาจับแขนวิกันดา

"ไม่ไปไกลกว่านี้ เพราะมันไกลจนสุดทางของมันแล้วต่างหากคะ"
วิกันดาดึงแขนออก

"นั่นก็สุดแล้วแต่คุณจะคิด ผมบอกความจริงคุณไปหมดแล้ว"

"ขอบคุณค่ะ"
วิกันดาประชดนิดๆ แล้วเดินไปที่รถ

"แล้วอย่าโทษผมนะวิ"
อนิรุทธิ์ตะโกนไล่หลัง

บทสนทนาที่ 6

"คุณพี่ไม่โกรธอรใช่ไหมคะ อรน่ะไปมาทั่วแล้วแต่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นสักที ก็เลยขอพี่รุทธิ์ไปด้วย"

"ยิ่งกว่าตามรุทธิ์มาญี่ปุ่น คุณก็ทำไปแล้วนี่ นับประสาอะไรกับเรื่องแค่นี้"
วิกันดากำมือแน่น

"เสียงคุณพี่เหมือนโกรธอรเลย โกรธคือโง่ โมโหคือบ้านะคะ"

“คนบ้าน่ะไม่ใช่ฉันหรอก เพราะฉันอยู่ของฉันเฉยๆ คนที่จงใจจะแย่งสามีคนอื่นต่างหากที่บ้า ฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเนื้อหนังผู้หญิงพวกนี้ถึงได้หนานัก เอาเลย คุณอยากทำอะไรก็ทำ แล้วก็ไม่ต้องมารายงานฉัน"
วิกันดาปิดโทรศัพท์เจ็บใจแค้นใจจนน้ำตาคลอ

"คงแทบจะฆ่าตัวตายเลยมั้งด็อกเตอร์วิกันดา"
อรอินทร์สะใจแล้วลุกเดินลงมาดูพวกเด็กที่กำลังเล่นวาดรูประบายสีกับอนิรุทธิ์

อรอินทร์พึมพำบอกกับตัวเองว่า

"พวกเขาควรจะเป็นครอบครัวของฉัน ไม่ใช่ของเธอ วิกันดา"

บทสนทนาที่ 7

วิกันดากำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงาม
อนิรุทธิ์เบือนหน้ามามองวิกันดาแล้วโอบไหล่วิกันดาเข้ากอดพลางเอ่ยว่า

"เห็นหรือยังว่า ถ้าผมไม่มาด้วย วิจะต้องเสียดายมากธรรมชาติแบบนี้มาคนเดียวเหงาแย่"
วิกันดาหันมามองอนิรุทธิ์แล้วจะขยับตัวหนี แต่อนิรุธิ์ไม่ยอม

"ไม่เอาน่า อย่าฝืนใจตัวเองเลย เวลานี้เรามีความสุขก็ปล่อยไปให้เต็มที่ดีกว่า"

"ฉันไม่ได้มีความสุข"

"นี่แหละรสชาติของชีวิต สุขบ้างทุกข์บ้างสลับกันไปเหมือนอาหารไง ต้องมีหลายๆ รสถึงจะอร่อย"

"มิน่าเพราะฉันเป็นอาหารรสเดียวนี่เอง คุณถึงต้องดิ้นรนคอยหารสอื่นๆ มาเติมอยู่เรื่อย"

บทสนทนาที่ 8

อนิรุทธิ์ตามมาง้อวิกันดาถึงในห้องพักและอ้างว่า

“ที่อรอินทร์ทำลงไปก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์”

"ความบริสุทธิ์ใจที่แย่งสามีคนอื่นน่ะหรือคะ"
วิกันดาแค่นหัวเราะ

"หึงอีกแล้วซินั่น ไม่ดีใจหรือที่สามีของคุณดีจนมีผู้หญิงมารุมรัก วะตาชิวะ
อะนาตะโอ๊ะ ไอชิมาสึ แต่ผมรักคุณนะวิ รักมากกว่าใครทั้งหมด"
อนิรุทธิ์เข้ามากอดแล้วจะก้มลงจูบวิกันดา
แต่วิกันดาเบี่ยงหน้าหลบแล้วผลักอนิรุทธิ์ออกห่างอย่างรังเกียจ

"คุณออกไปได้แล้ว ฉันจะนอน"

"ก็นอนไปซิครับ"
อนิรุทธฺทำไม่รู้ไม่ชี้

"คุณอนิรุทธิ์ กรุณาออกไปค่ะ"
วิกันดาเสียงเข้ม

"ผมง้อคุณมากแล้วนะวิ คุณจะใจแข็งไปถึงไหน"

"ฉันไม่ได้ใจแข็ง แต่มันสุดจะทนกับความมักง่ายของคุณกับความหน้าด้านของผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป ฉันเคยบอกแล้วนี่ว่า ความอดทนของมนุษย์มันมีขีดจำกัด"

"นี่คุณพูดจริงๆ ใช่ไหมวิ"
อนิรุทธิ์อึ้ง

"ใช่ค่ะ แล้วยังจะมีที่จริงกว่านี้อีก คุณคอยดูไปก็แล้วกัน"
วิกันดาตอบชัด
อนิรุทธิ์มองวิกันดาราวกับจะค้นหาเยื่อใยแต่พบเพียงความว่างเปล่าในดวงตาของเธอ

บทสนทนาที่ 9

อนิรุทธิ์กลับมาถึงเมืองไทยพร้อมกับกุหลาบแดงช่อใหญ่มาเซอร์ไพรส์วิกันดา
แต่วิกันดาไม่ใยดี เธอบอกกับเขาว่า

"อย่าว่าแต่ของขวัญของคุณเลยค่ะ แม้แต่ตัวคุณ ฉันก็ไม่ยินดียินร้ายเหมือนกัน"

"ผมรู้ว่าผมผิดที่ให้คุณกลับมาก่อนหลายวัน ความจริงผมกับอรก็จะกลับตั้งแต่ 2-3 วันที่แล้ว แต่ก็อย่างที่คุณรู้ อรน่ะไม่สบาย"
อนิรุทธิ์ตามง้อ

"ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยค่ะ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย"

"วิ ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับผม ของทุกอย่างที่ผมให้คุณ
ผมจะต้องเลือกที่ดีที่สุด สวยที่สุด เหมือนดอกกุหลาบที่..."
อนิรุทธิ์พูดไม่ทันจบ
วิกันดาก็สวนว่า

"ฉันไม่เคยต้องการสิ่งปรุงแต่ง สำหรับฉัน ค่าของสิ่งของขึ้นอยู่กับจิตใจ ถ้าจิตใจไม่มีค่า
ของเหล่านั้นก็พลอยไม่มีค่าไปด้วย ตรงกันข้ามถ้าคุณมีความจริงใจกับฉัน
แม้แต่ดอกหญ้าเพียงดอกเดียวก็มีค่าที่สุดแล้ว"
วิกันดาเดินหนี

"วิ ถ้าคุณไม่ต้องการมันก็ขยี้ทิ้งเสียเลยก็ได้"
อนิรุทธิ์เดินออกไป

วิกันดายืนนิ่งครู่หนึ่งแล้วเดินต่อ

บทสนทนาที่ 10

อรอินทร์จะตามไปด้วย
แต่นวลยื่นเท้าออกไปขัดขาทำให้อรอินทร์ล้มลง

อรอินทร์ลุกขึ้นได้ก็ตรงเข้าตบนวล
นวลตบสวนทันที ทั้งสองคนตบกันชุลมุนวุ่นวาย

อนิรุทธิ์ที่ตามไปคุยกับวิกันดาที่รถยืนตะลึง แล้วรีบเข้ามาแยกทั้งคู่
อรอินทร์ยุให้อนิรุทธิ์ไล่นวลออก
อนิรุทธิ์หันไปตวาดนวล

"นวล ไปเก็บข้าวของ แล้วออกไปจากบ้านฉัน"
นวลยืนอึ้ง

"นวล ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น"
วิกันดาเดินเข้ามา

"คุณพี่ นังนวลมันบังอาจตบหน้าอรนะคะ"

"คุณตบหน้าฉันก่อน"
นวลอ้าง
วิกันดาสั่งให้นวลเข้าไปในบ้าน
นวลรับคำแล้วเดินกลับไป

"คุณพี่ให้ท้ายมัน"
อรอินทร์ต่อว่า

"ฉันไม่ได้ให้ท้ายใคร เธอตบนวล นวลตบเธอมันก็หายกันแล้ว ฉันไม่เคยเห็นว่าเธอกับนวลมันจะต่างกันตรงไหน เพราะทั้งสองคน ก็เป็นเมียน้อยสามีฉันทั้งนั้น"
วิกันดาเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไป
อรอินทร์มองตามอย่างเคียดแค้น
ในขณะที่อนิรุทธิ์เครียด

บทสนทนาที่ 11

อรอินทร์มานั่งรอวิกันดาที่บ้านและเกือบจะได้ตบกับนวลอีกรอบ
แต่วิกันดากลับมาถึงพอดี เธอไล่นวลเขาไปในครัว
อรอินทร์รีบฟ้อง

"เห็นไหมค่ะ คุณพี่ เห็นฤทธิ์อีนังเมียบ่าวไหม"

"คุณอร กรุณาระวังคำพูดหน่อย คุณมีธุระอะไร"
วิกันดาหน้าเข้ม
อรอินทร์มองหน้าวิกันดาแล้วบีบน้ำตาถลาเข้ามากอด

"คุณพี่ขา อรขอโทษค่ะ อรขอโทษ คุณพี่อาจจะคิดว่าอรร้ายกาจสารพัด แต่ถึงจะร้ายยังไงอรก็ไม่เคยแทงคนข้างหลัง คุณพี่ต้องเชื่ออรนะคะ"
วิกันดาอึ้งไปนิดแล้วรีบปลดแขนอรอินทร์ออก

"ต่อให้คุณอมพระทั้งวัดและทุกวัดมาพูดฉันก็ไม่เชื่อหรอก คุณเองก็รู้ว่าฉันไม่เชื่อ แล้วยังมาพูดเพื่ออะไร"
อรอินทร์สบตาวิกันดาแล้วหัวเราะออกมา

"ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ แล้วถ้าอรบอกว่า อีก 2-3 วันจะมีคลิปตามออกมา คุณพี่จะเชื่อหรือเปล่าคะ"

"นั่นมันต้องแล้วแต่ดีกรีความหน้าด้านของคุณ"

"อุ๊ย คุณพี่รู้จักคำว่า หน้าด้านด้วย"

"ถ้าไม่รู้จักก็ออกจะเกินไปแล้วละค่ะ เพราะคุณมาทำหน้าด้านให้ดูทุกวัน"
วิกันดาสวนแล้วมองออกที่หน้าบ้านเห็นรถอนิรุทธิ์แล่นเข้ามาจึงประชดอรอินทร์ว่า

"ดูเหมือนสามีฉันจะกลับมาแล้วละค่ะ เชิญคุณหน้าด้านออกไปรับซิคะ"
วิกันดาเดินขึ้นข้างบน
อรอินทร์แค้นมองตามแล้วพึมพำกับตัวเอง

"อีด็อกเตอร์ รู้จักคำว่าหน้าด้าน คำเดียวก็พูดอยู่นั่นแหละ"

บทสนทนาที่ 12

อนิรุทธิ์กลับมาถึงบ้าน ก็เข้ามาปรับทุกข์กับวิกันดาเรื่องอรอินทร์ เพราะทนความร้ายกาจของเธอไม่ได้
วิกันดาสวนทันควันว่า

"แต่ทุกคนต้องทนความร้ายของคุณ เพราะคุณรักผู้หญิงทุกคนที่คุณพบ"

"แสดงว่า คุณก็ระแวงนุดีเหมือนกับอรอินทร์"

"ก็คุณบอกว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับนุดีไม่ใช่หรือคะ"

"ใช่ ถ้าอรเข้าใจผมเหมือนที่คุณเข้าใจก็ดี"

"คุณจะได้มีความสุขกับผู้หญิงทุกคนที่คุณพอใจ"

"เคยคิดไหมว่า คุณหมดเวลาไปกับการประชดประชันที่ไร้สาระไปเท่าไหร่"

"งั้นเวลาของคุณก็คงหมดไปกับความรักความใคร่ที่มีสาระกระมัง"

"ผมอยากคุยกับคุณให้สบายใจนะวิ"
อนิรุทธิ์ถอนใจ

"อ้อ หรือคะ"

"เอาเถอะ ถึงยังไงคุณก็ดีกว่าอรอินทร์ คุณไม่ได้หวงผมจนเป็นบ้านเป็นหลังเหมือนเขา"

"เพราะฉันไม่ได้มีอะไรผูกพันกับคุณแล้วต่างหาก คนเราไม่เหมือนกัน คุณจะกะเกณฑ์ให้ใครเป็นอย่างที่คุณอยากให้เป็นไม่ได้ อรอินทร์ไม่ใช่ฉันและฉันก็ไม่ใช่เขา เขาโกรธเขาหึงเขาก็มีวิธีแสดงออกอย่างหนึง ส่วนฉันก็มีวิธีของฉัน"

“เขารุนแรงเอะอะโวยวาย ผมถึงได้รักและยกย่องคุณไม่มีวันเสื่อมคลาย”

"ฉันนึกว่านั่นเป็นเสียงลม"
วิกันดายิ้มนิดๆ
อนิรุทธิ์ถอนใจหมดอารมณ์เดินกลับห้องทันที

บทสนทนาที่ 13

อนิรุทธิ์อยากเอาใจวิกันดาจึงอาสารับ ส่งเธอไปทำงานและอ้างว่า

"ผมจำได้ คุณเคยบอกผมว่า อยากให้ผมไปรับไปส่ง ผมมาคิดๆ ดู ก็ดีเหมือนกันคุณจะได้ไม่ต้องนั่งระแวงผม"

"เพิ่งคิดออก หลังจากที่ฉันพูดมาตั้งนานแล้วน่ะหรือคะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขับรถเก่งแล้ว และรู้สึกว่าเป็นอิสระดีที่ไม่ต้องอาศัยใครด้วย"
วิกันดารู้ทันความคิด

"นานๆ จะเห็นคุณงอนสักที"

" ถ้าฉันงอนกับคุณก็แสดงว่า ฉันยังมีความรู้สึกกับคุณอยู่ไม่ว่าจะเป็นรักหรือเกลียด แต่นี่มันชินชาไปหมด มันไม่มีความรู้สึกอะไรเหลือไว้ให้คุณเลย ไม่ว่ารักหรือเกลียด"

"ผมไม่อยากทะเลาะกับคุณ ทะเลาะทีไรก็แพ้ทุกที ตกลงนะจ๊ะ ผมจะไปรับไปส่งคุณ
ตอนนี้เด็กๆ ปิดเทอมแล้วด้วย"

บทสนทนาที่ 14

อนิรุทธิ์กอดเอววิกันดาไว้บอกว่า

"ยิ่งเกิดเรื่อง ผมยิ่งรู้สึกถึงคุณค่าของคุณ ผมตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกคุณเป็นแม่ของลูกผม"

" ฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจผิด คุณเองก็เหมือนกัน ยิ่งเห็นฤทธิ์อรอินทร์ ฉันยิ่งรู้สึกว่า คุณเหมาะสมกับเขา"
วิกันดาปลดมืออนิรุทธิ์ออก

"คุณจะพูดว่า หญิงก็ร้าย ชายก็เลวอย่างนั้นซิ"

"คุณพูดเองนะคะ แต่ฉันก็เห็นด้วย"
วิกันดาเดินออกไป
อนิรุทธิ์มองตามเซ็งๆแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ สีหน้าครุ่นคิด

บทสนทนาที่ 15

"วิ! ทำไมคุณต้องเดินหนีผม คุณทำเหมือนผมไม่มีตัวตน บอกมาเลยว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม ไม่ต้องใช้สายตา"

"ฉันเบื่อคุณ เบื่อชีวิตคู่เต็มที่แล้ว ฉันอยากอยู่กับลูก โดยไม่มีคุณ เราแยกกันอยู่เถอะ รุทธิ์"
วิกันดาพูดเน้นๆ

"ใครยุคุณ คุณนารถกับคุณเพ็ญใช่ไหมหรือว่าไอ้เจนจบ ต้องเป็นไอ้เจนจบแน่ๆ มันพยายามยุให้เราแตกแยกกัน เพื่อที่จะได้เข้ามาแทนที่ผม"
อนิรุทธิ์พาล

"ไม่มีใครยุยงฉันทั้งนั้น ความเบื่อมันเกิดขึ้นจากคุณ ฉันรู้สึกเองทั้งนั้น มันเกิดขึ้นทีละนิด
แล้วสะสมมากขึ้นทุกวัน จนเดี๋ยวนี้มันท่วมท้นจนฉันกำลังจะสำลักความเกลียดคุณ
ได้ยินไหมคะรุทธิ์ คนอื่นเขาสำลักความสุข แต่ฉันสำลักความเกลียด"

"วิ ผมขอโทษ ผมไม่เคยรู้ว่าผมทำให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ทีเราจะแยกกันอยู่ผมทนขาดวิกับลูกไม่ได้"
อนิรุทธิ์อ้อนวอน

"เลือกเอาค่ะ รุทธิ์ ใครเป็นฝ่ายไป ฉันหรือคุณ"
วิกันดาเดินหนีเข้าห้อง
อนิรุทธิ์พยายามอ้อนวอนให้วิกันดาให้โอกาสเขาอีกครั้ง
แต่วิกันดาก็ยังคงนิ่งเฉย

บทสนทนาที่ 16

เขาออกมายืนที่ระเบียง เห็นลมพัดแรงเพราะฝนใกล้ตก แล้วก็เห็นวิกันดานั่งปล่อยอารมณ์อยู่ที่สนามจึงลงไปหา

"ฝนจะตกแล้ว"
อนิรุทธิ์บอกกับวิกันดา

"ตกลงคุณจะไปหรือจะให้ฉันไปคะ"
วิกันดาเอ่ยถาม

"อะไรกัน นี่ยังไม่จบอีกหรือ"
อนิรุทธิ์หงุดหงิดทันที

"ยังค่ะ จนกว่าเราคนใดคนหนึ่งจะออกไปจากบ้านนี้"

"อย่าบ้าไปหน่อยเลยน่า เรื่องแยกทางมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไหนจะลูก"

"เรื่องนั้นฉันอธิบายกับลูกได้"

"วิ ผมแยกจากคุณจากลูกไม่ได้ ไหนคุณจะให้ผมทำอะไรก็บอกมาหรือจะให้สัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับเด็กคนนั้นก็ได้"
อนิรุทธิ์อ้อนวอน

"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนุดีหรือใครทั้งนั้น แต่เพื่อความสบายใจของฉัน ถ้าคิดถึงลูก คุณก็มาเยี่ยมได้ หรือถ้าฉันเป็นฝ่ายไป คุณก็ไปเยี่ยมได้"

"ผมไม่อยากฟัง"
อนิรุทธิ์หัวเสีย

"คุณต้องฟัง ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์คนเดียว คุณมีความสุขสนุกสนานจากการเหยียบย่ำหัวใจฉันครั้งแล้วครั้งเล่า โดยที่ฉันต้องเป็นฝ่ายทน ทนแล้วทนเล่าอย่างไม่มีวันจบสิ้น จนฉันรู้สึกว่า ถ้าหากต้องทนต่อไป ฉันคงต้องตายก่อนเวลาอันควรแน่ๆ ก็อย่างที่ฉันเคยพูด ถ้าอยู่ด้วยกันต่อไปความโกรธจะเปลี่ยนเป็นความเกลียด ฉันไม่อยากเกลียดคุณเพราะถึงอย่างไร คุณก็เป็นพ่อของนุ่นกับโหน่ง"
วิกันดาพูดออกไป

อนิรุทธฺอึ้งถามวิกันดาว่า

“แน่ใจแล้วหรือ”

"แน่ใจตั้งแต่พูดกับคุณครั้งแรก"
วิกันดายืนยัน
อนิรุทธ์ถอนใจยาวทรุดตัวลงนั่งเหมือนหมดแรงเอ่ยอย่างประชดประชันว่า

"ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ ถ้าผมเป็นตัวปัญหาขนาดนั้น ผมก็จะเป็นฝ่ายไปเอง"

"ขอบคุณค่ะ คุณคิดถึงลูกเมื่อไหร่ก็มาเยี่ยมได้ทุกเวลา"
วิกันดาขยับจะเดินออก แต่ก็ชะงักเมื่อได้ยินอนิรุทธิ์พูดต่อว่า

"ผมเพิ่งรู้ว่า ผู้ชายมีเมียเก่งเกินไปมันไม่ดีอย่างนี้เอง เพราะเมียจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสามี โดยเฉพาะยิ่งถ้ามีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง หาเงินได้มาก สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัวได้อย่างสบาย เรื่องคู่ครองยิ่งไม่มีความหมายอะไรเลย"

"กรุณาเข้าใจให้ถูกต้องด้วยค่ะ ผู้หญิงก็เป็นผู้หญิงวันยังค่ำ สัญชาติญาณของผู้หญิงต้องการการปกป้องคุ้มครองจากผู้ที่เข้มแข็งกว่า เว้นไว้แต่ว่า ผู้ที่เข้มแข็งนั้นจะบกพร่องอย่างร้ายแรง"
วิกันดาโต้กลับแล้วเดินจากไป

อนิรุทธิ์สะเทือนใจอย่างยิ่ง

บทสนทนาที่ 17

สีหนาทฟ้องสองสาวว่า

“พักนี้ฉวีเพ็ญชักจะฟุ้งซ่าน ชอบนึกว่าเขาเอาเปรียบเธอ”

"เขาก็ฟุ้งถูกนะคะ"
อนงค์นารถรีบบอก 
วิกันดาปรามอนงค์นารถ

"คุณวิกับคุณนารถก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันหรือครับ"

"ค่ะ" 
อนงค์นารถตอบรับ
สีหนาทกับฉวีเพ็ญสะดุ้ง
แล้วสีหนาทก็หันมาทางวิกันดา

"คุณวิ ในฐานะที่คุณฉลาดที่สุดในพวกคุณทั้งสามคน คุณคิดยังไง"

"ถ้าจะถามวิ วิไม่คิดว่าเป็นการเอาเปรียบ แต่อยากเรียกว่าเป็นความรักมากกว่า ความรักคือการให้และการเสียสละ เพ็ญเขาทำให้คุณสีหนาทก็เพราะว่าเขารักคุณ แล้วคุณสีหนาทล่ะคะ เคยถามตัวเองบ้างหรือเปล่า รักเพ็ญได้ถึงครึ่งของที่เพ็ญรักคุณไหม" 
วิกันดาพูดกินใจ 
ฉวีเพ็ญน้ำตาซึมขอบอกขอบใจวิกันดายกใหญ่

สีหนาทเหมือนจะคิดได้รีบขอบคุณวิกันดาเช่นกัน

"ค่ะ อ้อ ยังมีอีกค่ะ เลิฟ อิส ทู แชร์ ความรักคือการแบ่งปันด้วยนะคะ"

"สุดยอดเลยวิ”

บทสนทนาที่ 18

"เสียแรงเป็นถึงด็อกเตอร์เชียวนะอร ด็อกเตอร์อะไร โง้ โง่ โง่เขลาคร่ำครึยังกับไดโนเสาร์เต่าล้านปี"
วรนารีช่วยย้ำ

"ถ้าฉันเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี ก็โอ.เค.นะคะ เพราะยังดูมีสง่าราศรีดีกว่าพวกพยาธิปากขอ วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากเที่ยวตระเวนขอสามีชาวบ้านเขา พอเขาไม่ให้ก็ใช้วิธีแย่งเอาดื้อ"
วิกันดาตอกกลับ
อรอินทร์ผุดลุกท้าตบกับวิกันดา
 

วิกันตาตอบกลับนิ่งๆว่า

"ฉันจะเคยบอกกับรุทธิ์ว่าถ้าฉันต่ำกว่านี้นิดเดียว ฉันจะตบคุณให้คว่ำต่อหน้าต่อตาผู้คนจำนวนมากๆ แล้วจิกหัวขึ้นมาประจานความหน้าด้านไร้ยางอายของคุณ แต่มือไม่ได้มีไว้ตบ แต่ถ้าคุณอรอยากจะตบจริงๆ ละก็ ฉันจะไปตามมือตบมาให้ นวลไงรู้รสมือกันแล้วไม่ใช่หรือ"

"นี่คุณพี่จัดอรให้อยู่ระดับเดียวกับนังนวลหรือ"

"คนเราที่มีความคิดเหมือนกัน เอะอะก็จะตบ จะตบ ถ้าไม่จัดให้อยู่ในระดับเดียวกัน แล้วจะให้จัดยังไง ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรนอกจากมาหาเรื่องก็เชิญกลับไปได้แล้ว" 
วิกันดาตัดบท

"ไม่ต้องไล่ อรก็ต้องกลับอยู่ดี เพราะคืนนี้อรต้องไปค้างกับพี่รุทธิ์ เห็นหรือยังคะว่า ทำไมผู้ชายเขาถึงต้องเชิญผู้หญิงระดับคุณพี่ขึ้นไปบนหิ้ง แล้วเอาผู้หญิงต่ำๆ อยากอรไว้บนเตียง ไปนา"
 อรอินทร์เรียกคู่หู

วรนารีลุกขึ้นแล้วยื่นหน้ามาถามวิกันดา

"อยู่บนหิ้งว้าเหว่ไหมคะ คุณพี่ขา"

"ตายแล้ว นา แกอย่ามาพูดล่วงเกินคุณพี่เมียหลวงของฉันนะยะ ดูซิ คนอะไรก็ไม่รู้ ทำได้อยู่หน้าเดียว ดีใจก็หน้าเนี้ย เสียใจก็ไอ้หน้าเนี้ย" 
อรอินทร์หัวเราะ

"สามีมีเมียน้อยก็หน้าเนี้ยเหมือนกันค่ะ" 
วิกันดาตอบ

          คงได้อรรถรสพอสมควรถ้าหาก เราเป็นอีกคนที่ดูละครเรื่องนี้เช่นเดียวกับผม แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในเมื่อปล่อยตัวตามกิเลสไปดูละครแล้ว ก็อย่าให้เวลาที่เสียไปสูญเปล่า ถ้าลองใช้สติกำกับ ไม่หลงไปตามละคร ก็พอจะทราบเป็นเลา ๆ ว่า สามารถแบ่งตัวละครในเรื่องออกได้คร่าว ๆ เป็นสี่เฉดสี(เทียบจากจุดสูงสุดของตัวละคร)

สีดำ คือ ดร.อนิรุทธ์และอรอินทร์

สีเทาเข้ม คือ คุณเถกิงเดช วรนารี นวล

สีเทาจาง คือ คุณแวววรรณ คุณสีหนาท นุดี

และสีขาว คือ ดร.วิกันดา นารถ เพ็ญ คุณพลเวทย์ เจนจบ เค็น ยุทธการ พี่ฐา พี่บัวและเตื้อง

          และหลังจากไฟริษยาของละครเรื่องนี้ได้จบลง ควันจากการเผาไหม้ซึ่งยังหลงเหลือไว้ให้เราเห็นและเราสามารถนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ คือควันหลงเกี่ยวกับคำสอนเรื่อง ความรัก ความโลภ ความโกรธ และความหลง ที่สื่อให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวและความยึดมั่นถือมั่นของดร.อนิรุทธิ์ อันทำให้ถึงที่สุดแล้วตัวละครทุกตัวที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็จะมีความรู้สึกเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ ซึ่งก็คือ การใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ภายใต้อาณาจักรแห่งความทุกข์อันอยู่ในใจของตัวละครแต่ละตัว

และก็คงเป็นธรรมดาที่จะต้องกล่าว ละครเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

ความรัก
ความรักในที่นี้พบได้ สองลักษณะ จากสี่ลักษณะ คือ รักตัวกลัวตาย(เป็นความรักขั้นพื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิต มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นความเห็นแก่ตัว) รักใคร่ปราถนา รักเมตตาอารีและรักมีแต่ให้ (เป็นความรักที่แท้ เปิดเผย บริสุทธิ์ จริงใจให้ออกไปโดยไม่เรียกร้องการตอบแทนเป็นความรักซึ่งเกิดขึ้นจากการมองเห็นความไร้แก่นสารหรือความไม่มีตัวตนของตนเอง)  คือ

รักใคร่ปราถนา ซึ่งเป็นความรักในเชิงชู้สาว ความรักชนิดนี้อิงอยู่กับสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ มีลักษณะเป็นการเผื่อแผ่ใจออกไปรักคนอื่นก็เพื่อให้คนอื่นหันมารักตัวเองเป็นการตอบแทน ซึ่งหากมองอย่างลึกซึ้งความรักแบบนี้ก็ยังเป็นความรักที่ปะปนไปด้วยความเห็นแก่ตัว ซึ่งได้แก่ความสัมพันธ์ระหว่าง

ดร.อนิรุทธ์ กับ อรอินทร์
ดร.อนิรุทธ์ กับ นวล
ดร.อนิรุทธ์ กับ นุดี

และ เจนจบ กับ อรอินทร์

รักเมตตาอารี คือความรักอิงความผูกพันทางสายเลือด ทางนามสกุล ทางศาสนา ทางชาติพันธุ์ ทางชนชั้นวรรณะ ทางภาษาและทางวัฒนธรรม เป็นความรักซึ่งเกิดขึ้นจากจากการที่มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายตระหนักรู้ว่า ผู้ที่ร่วมสายพันธ์เดียวกับตนนั้นเป็นพวกเดียวกัน ซึ่งก็ยังมีข้อจำกัดว่า เลือกรักเลือกเมตตาเฉพาะเผ่าพันธุ์พงศาคณาญาติของฉัน แม้จะกว้างขวางแต่ก็ยังไปไม่พ้นพรมแดนของการถือเขาถือเรา ซึ่งได้แก่ความสัมพันธ์ระหว่าง

-พ่อแม่กับลูก คือ ดร.อนิรุทธ์และดร.วิกันดา กับ น้องนุ่นและน้องโหน่ง และ เจนจบและอรอินทร์ กับ หนูนิ่ม
-ญาติกับหลาน คือ พี่บัวและพี่ฐา กับ หนูนิ่ม
-สามีกับภรรยา คือ ฉวีเพ็ญ กับ คุณสีหนาท และ อนงค์นารถ กับ คุณพลเวทย์
-อาจารย์กับลูกศิษย์ คือ เค็น กับ นุดี
-เพื่อนที่ดีต่อกัน คือ ดร.วิกันดา กับ อนิรุทธ์ ดร.วิกันดา กับ เจนจบ ยุทธการ กับ นุดี คุณหญิงแวววรรณ กับ คุณเถกิงเดช ฉวีเพ็ญ กับ คุณสีหนาท และ อนงค์นารถ กับ คุณพลเวทย์

          และจากละครเรื่องนี้ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็หนีไม่พ้น ความรักในครอบครัว ซึ่งถ้าคนสองคนซึ่งเป็นผู้ก่อร่างสร้างสถาบันครอบครัวนั้นขาดธรรมะ ครอบครัวก็จะพังลงมาในพริบตา นี่เป็นข้อแนะนำจากหนังสือ “ความจริงเกี่ยวกับความรัก ความโกรธและความเมตตา ฉบับพิเศษ” ของท่าน ว.วชิรเมธี เกี่ยวกับการเยียวยาด้วยความรัก กล่าวคือ

-ให้ระลึกถึงคุณงามความดีเก่า ๆ ซึ่งกว่าจะร่วมสร้างเนื้อสร้างตัวกันมานั้น เราต่างก็เคยประทับใจในคุณงามความดีของกันและกันมาก่อน ทุกครั้งที่โกรธและเกลียดกัน การนึกถึงสิ่งเหล่านี้ ก็จะทำให้จิตใจนั้นอ่อนโยนลง

-ให้คำนึงถึงตัวเราเองและภรรยาว่าหากเราทำให้เขาทุกข์ เราก็ทุกข์ด้วย ถ้าเราเป็นคนที่มีความสุข คนซึ่งอยู่ใกล้เราเขาก็สุข และควรบอกตัวเองว่า เราควรจะเป็นหน่วยความสุขเคลื่อนที่

-ให้เรียนรู้ที่จะถอยไปข้างหน้า เวลามีปัญหาให้ทิ้งพยศ ลดมานะ ละทิฐิ บอกตัวเองว่าบางครั้งก็ต้องถอยหลังคนละก้าว

และเวลามีปัญหา ให้เราทั้งหลายเปิดใจ เปิดตา เปิดหูให้กว้าง บอกตัวเองว่า เราต้องเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด

ความโลภ
ก็เห็นได้ชัดในตัวละครที่ชื่อ อรอินทร์ ซึ่งมีความอยากได้ดร.อนิรุทธ์มาครอบครองไว้เป็นของส่วนตัว ความอยากเป็นภรรยาของดร.อนิรุทธ์ และความไม่อยากเป็นหม้าย ไม่อยากอยู่โดยไม่มีดร.อนิรุทธ์ของเธอนี่เองที่ทำให้เธอต้องเวียนวนอยู่ในวงจรของความโลภอันไม่ที่สิ้นสุด รวมทั้งดร.อนิรุทธิ์ ที่หัวจิตหัวใจก็เต็มไปด้วยความโลภ โลภไม่มีจุดจบ

ความโกรธ 
ในละครเรื่องนี้ อรอินทร์เป็นตัวแทนได้ดีอย่างยิ่ง หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความริษยา ความพยาบาทอาฆาตร้ายที่มีต่อดร.วิกันกา นวล นุดีหรือแม้กระทั่งดร.อนิรุทธ์ ซึ่งตรงกันข้ามกับ ดร.วิกันดา ที่เป็นตัวแทนของความมีสติ ความสุขุมเยือกเย็น ความหนักแน่น มั่นคงและถึงที่สุด การฝึกตนของดร.วิกันดาก็นำเธอไปสู่ความอดทนต่อการยั่วยวนของกิเลสได้บ้างในบางสถานการณ์ นั่นคือ การเปรียบเทียบความแตกต่างของตัวละครที่เห็นไดชัด และถ้าเราอยู่กับคนที่เขากำลังโกรธ วิธีที่จะทำให้เขาลดความโกรธนั้น 
ท่าน ว.วชิรเมธี ก็แนะนำไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันว่า

หนึ่ง เราจะต้องไม่โกรธไปกับเขา

สอง เราต้องเป็นคนที่สามารถควบคุมความคิดของตัวเองไม่ให้ตกเป็นฝักเป็นฝ่าย  ทั้งฝ่ายที่กำลังโกรธและฝ่ายที่มากระตุ้นให้เขาโกรธ ควรวางตัวเป็นกลางเพื่อมองเห็นคนที่กำลังโกรธอยู่ข้างหน้าของเราอย่างชัดเจน เราจะได้เตรียมพร้อมว่าจะช่วยเขายังไง

สาม ใจเย็น อย่าไปซ้ำเติมเขาว่า เขากำลังหลุด เสียศูนย์ พูดเย็น พยายามพูดในลักษณะเตือนสติเขาให้กลับมาอยู่กับเหตุกับผล และทำเย็น อยู่ใกล้ ๆ เขาแล้วแสดงออกอย่างชัดเจนว่า คนที่กำลังโกรธยังมีเราเป็นเพื่อนอยู่ เมื่อเขารับรู้ถึงความเมตตาของเราในนาทีนั้น ความโกรธก็จะค่อย ๆ ลดความแรงลง

สี่ พาเขาออกจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาโกรธให้เร็วที่สุด

ห้า พาเขาไปล้างหน้าล้างตาเพื่อเรียกสติ เพราะน้ำมีปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นพิเศษกับความตื่นรู้ในหัวใจคน

หก ชวนเขาไปทำงานอะไรสักอย่าง ชวนไปกินข้าว ทำงาน ร้องเพลงเพื่อที่จะได้เคลื่อนย้ายพลังงานแห่งความโกรธให้มาจดจ่ออยู่กับงานซึ่งกำลังอยู่ข้างหน้าเขา

เจ็ด พูดคุยกับเขาด้วยความเมตตา ใช้เหตุใช้ผล

และวิธีเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุด ถ้าอยากตัดความโกรธออกจากชีวิตเลย ก็คือ การตื่นรู้อยู่ในทุกอิริยาบถ อันจะทำให้ความโกรธเข้ามาแทรกในจิตใจเราไม่ได้ ถ้าจิตของเราอยู่กับสติ ความโกรธก็จะไม่เข้ามา ในที่นี้ก็ด้วยการ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน

และสำหรับตัวเราเองนั้นทันทีที่เราโกรธ เราต้อง

หนึ่ง ควรพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมที่โกรธนั้นให้เร็วที่สุด

สอง งดการพูดทุกถ้อยกระทงความ เพราะถ้าเราพูด สิ่งที่ไม่ควรพูดจะหลุดออกจากปาก

สาม งดการตัดสินใจทันที เนื่องจากการตัดสินใจจะด้อยประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยอคติ

สี่ พาตัวเองไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำเพื่อเรียกสติ

ห้า ควรจะหาอะไรสักอย่างหนึ่งมาทำเพื่อเป็นการถ่ายเทพลังความโกรธให้ไปอยู่ที่เนื้องาน

หก หางานอดิเรกมาทำ เพราะเป็นงานที่เรารัก พออยู่กับงานที่เรารัก จิตใจก็เริ่มแช่มชื่นเบิกบานฟื้นคืนกลับมาเป็นจิตใจที่มีประสิทธิภาพ

เจ็ด ฝึกเจริญสติ ฝึกตื่นรู้ดูใจไป พร้อม ๆ กันนั้น ก็ฝึกมองคนที่เราโกรธ ว่าเขาก็เป็นเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกันกับเรา

ความหลง
ก็ยิ่งชัดลงไปอีกว่า คนที่ยังมีความเห็นผิด หลงติดยึดอยู่ในรูปลักษณ์ภายนอก รสชาติอันโอชะ กลิ่นหอมอันเคลิบเคลิ้ม เสียงอันเย้ายวนและสัมผัสสวาท ก็คือ ดร.อนิรุทธ์ อรอินทร์ นวล และนุดี 

และถึงที่สุดนั้น ก็คือ ความรักตัวเอง ซึ่งก็คือความเห็นแก่ตัวของดร.อนิรุทธ์ที่ทำให้ทุกสิ่งอย่างในละคร เมียหลวง วนเวียนซ้ำซากอยู่เป็นวัฏจักรไม่มีที่สิ้นสุดซะที

          นอกจากนั้นผมก็ขอนำคำสั่งสอนของ พระพรหมคุณาภรณ์ จากหนังสือ “ความจริงเกี่ยวกับความรัก ความโกรธและความเมตตา เล่ม 2” ซึ่งเป็นหลักธรรมที่จะมาส่งเสริมและพัฒนาการใช้ชีวิตคู่ นั่นคือ หลักฆราวาสธรรม ที่หากคู่ชีวิตใช้เป็นหลักในการครองคู่กันแล้ว ก็จะนำมาซึ่งบ้านเรือนที่อบอุ่น ร่มเย็นเป็นสุข มั่นคงและมีชีวิตชีวา อันได้แก่

สัจจะ ความจริงเป็นรากฐาน เหมือนกับต้นไม้มีรากแก้วที่มั่นคงแข็งแรง

ทมะ ฝึกตน ตั้งแต่ปรับตัวจนถึงปรับปรุงตนพัฒนาชีวิตให้ดีงามยิ่งขึ้น

ขันติ อดทน ได้แก่ความเข้มแข็งและความทนทาน มีกำลังที่จะฟันฝ่าสิ่งที่ยากลำบากไปด้วยกัน

จาคะ สละได้ คือให้ความสุขของตัวแก่อีกฝ่ายหนึ่งได้ด้วยจิตใจที่มีความรัก อยากให้เขาเป็นสุข ซึ่งกลายเป็นความมีน้ำใจ

          เมื่อได้ 4 ข้อนี้ ก็มั่นใจได้ว่าชีวิตคู่ครองจะมีความเจริญมั่นคง มีความสุข แล้วก็สามารถแผ่ความสุขนี้ออกไปให้กว้างยิ่งขึ้น เพราะชีวิตแต่งงานที่ถูกต้อง ก็คือการที่เรามาพัฒนาชีวิตของเราขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

บทส่งท้าย (ไว้อาลัย) ละครไทย
          นอกจากฉากชีวิตเดิม ๆ ที่ซ้ำซากของตัวละครตั้งแต่ ฉากรัก ฉากโลภ ฉากโกรธและฉากหลงที่ละครแต่ละเรื่องต่างลอกเลียนแบบ แล้วสื่อพฤติกรรมของตัวละครออกมาแทบไม่ต่างกันแล้ว นับวันยิ่งสังคมเปิดรับค่านิยมตะวันตกที่ผิด ๆ (ที่แต่ก่อนไม่แม้แต่ให้บางฉากที่สุ่มเสี่ยงและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนออกมาสู่สังคมตะวันออก) แล้ว นานวันเข้าการเร่งประโคมค่านิยมตะวันตก (ที่สอนให้คนสะสมกิเลสเป็นเสบียง เป็นทุนรอนเพิ่มมากขึ้น) ผ่านทางละครเพื่อมุ่งเปิดหัวใจของคนหัวโบราณ (ที่เขามองว่าคิดคับแคบ) ที่หวังดีต่อสังคมส่วนใหญ่ ให้มีมุมมองที่กว้างขึ้น เมื่อนั้นคนในสังคมที่ขาดสติได้ง่ายอย่างเด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่บางคนก็จะรับรู้และเข้าใจไปเองว่า สิ่งที่บุคคลสาธารณะหัวก้าวหน้า (แต่สติถอยหลังลงคลอง) ทั้งหลายพากันแนะนำเป็นวัฒนธรรมที่ควรรับเอามาปฏิบัติตาม ควรเลียนแบบให้เป็น มิฉะนั้นจะถูกดูแคลน ถูกตำหนิจากกระแสสังคมที่นำพาสังคมก้าวไปข้างหน้า กลับกลายเป็นว่า คนที่ละเมิดต่อกฎของกระแสสังคม (ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อย) แล้วพยายามบอกกล่าวถึงความไม่เหมาะสม (ทั้ง ๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า กฎดังกล่าวมิได้ยกระดับจิตใจของเด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่บางคนให้สูงขึ้น รังแต่จะก่อปัญหาที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนตามกันมาโดยคิดไม่ถึง) เหล่านั้น คือ แกะ (หัวใจสี
ขาว ผิดเพียงแค่ตัวสี) ดำ

รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลโดย หลังม่านสีฟ้า

ปล.พระพุทธเจ้าทรงให้ หลักสมชีวิธรรม 4 ประการ ในการพิจารณาไว้ว่า ชีวิตคู่ที่จะมีความสุขร่วมกันได้ดี ควรมีคุณธรรมเสมอกัน 4 ประการ คือ

ศรัทธา ความเชื่อมั่นในสิ่งดีงาม

ศีล ความประพฤติดีทางกายและวาจา

จาคะ ความเสียสละ รู้จักแบ่งปัน และ

ปัญญา ความรู้ว่าสิ่งใดดีหรือชั่ว

หมายเหตุ:- ชื่อเรื่องที่ไม่ได้รับเลือกจากผม
-“เมียหลวง” จบบริบูรณ์แล้ว แต่ยังสอนกันไม่รู้จบ
-ควันหลงจากกองไฟในละคร “เมียหลวง”
-สวดศพ ครบ 7 วัน แต่เมียหลวงก็ยังไม่ตาย
-ใครเป็นเมียน้อยยกมือขึ้น ไปดูเมียหลวง

เพลงละคร เมียหลวง
นุ้ย วิริยาภา จันทร์วงศ์ (นุ้ย พีชแบนด์)


รู้ดีว่าเธอนะมันหลายใจ รู้ดีเธอมีใคร
รู้ดีว่าเธอไม่แคร์กันเท่าไหร่ ถูกเธอมองข้ามไป
กล้ำกลืนน้ำตาให้ดูเหมือนว่าเก่ง แต่ตัวเองแทบตาย

* หมดแรงหวัง หมดแรงท้อ หมดแรงตัดพ้อมันถอดใจ
ก็ตัวฉันไม่เข้าใจ เธอเคยเห็นฉันมีค่าไหม
หมดแรงหวัง หมดแรงท้อ หมดแรงตัดพ้อมันถอดใจ
ก็ตัวฉันไม่เข้าใจ เธอเคยเห็นฉันมีค่าไหม

รู้ดีว่าคงต้องมีสักวัน ที่ฉันเองต้องทำใจ
รู้ดีว่าคงต้องเดินหนีไป ต้องตัดใจให้ลืม

ซ้ำ *,*
…ฉันมีค่าบ้างไหม บ้างไหม ฉันมีค่าไหม?

ขอขอบคุณ ข้อมูลจากหนังสือ “ความจริงเกี่ยวกับความรัก ความโกรธและความเมตตา เล่ม 2 และ ฉบับพิเศษ”
และขอขอบคุณ ภาพดีดี จาก http://movie.sanook.com/story_picture/m/15172_002.jpg



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หวังอัน วันที่ : 28/06/2009 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patkamol

โห ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าละครเรื่องเมียหลวง จะสอดแทรกด้วยปริศนาธรรมมากมายอย่างนี้ ผมต้องติดตามดูละครในแง่มุมดีๆแบบนี้บ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อีหนูซู่ซ่า วันที่ : 07/04/2009 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smallwife

กรี๊ดด ชอบมากๆเลยค่ะ .. เอาไปเลยค่ะ โหวตๆๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน