*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2552
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 2778 , 17:00:56 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 “ถอน แก้ ตัด” กรรม พระเป็นผู้นำ หรือ ทักษิณ ทำได้เอง 

      ผมเคยมีโอกาสเข้าไปปุจฉา วิสัชนา เรื่อง “การคลายกรรม” กับ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล (วัดนาป่าพง) ณ บ้านอารีย์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2552 เห็นว่า เป็นประโยชน์กับทุกคนในสังคมโดยเฉพาะในเวลานี้ คือ ท่านทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังหลงผิด(มิจฉาทิฐิ) โอนกรรมของตัวเอง(Impossible!) มาเป็นวัตถุแห่งการทำพิธีไสยศาสตร์ เพื่อตัดกรรมฝ่ายดำ ข้อความจริงในเรื่องนี้มีอยู่อย่างไร ถ้าสนใจ ตามไปดู

ปุจฉา

เคยไปเข้าพิธีคลายกรรมกับครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นพระภิกษุแล้วเกิดอาการเกร็ง ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ แต่ยังมีสติระลึกรู้ทุกอาการ สงสัยว่า อาการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการแสดงตัวของเจ้ากรรมนายเวรที่ต่างต้องการทวงหนี้เรา จึงอยากถามพระอาจาย์ว่า พิธีกรรมดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือเพียงใด แล้วคลายกรรมบางส่วนได้หรือไม่ ?

วิสัชนา

อือ ก็บอกกันไปหลากหลายแบบนะวิธีคลายกรรม แก้กรรม ในครั้งพุทธกาลนะ ก็มีนางพราหมณีนะ พวกปริพาชกทั้งหลายทำพิธีแก้กรรมนะ กันเยอะแยะไปหมด พระพุทธเจ้าก็เข้าไปถาม เธอทำอะไรนะ เขาก็บอก ทำพีปัญจโรนี ทำพิธีนั่น พิธีนี่ พิธีของเธอทำอะไรบ้างนะ บูชาไฟบ้าง เอาเนยใสเนยข้นมาโรยบ้างนะ เชือดแพะ แกะ ไก่ สุกร ช้าง โค ม้าแล้วแต่ วิธีของใคร ทำอย่างไร เดินลงแม่น้ำคงคาบ้าง นอนบนตะปูบ้างอะไร หรือยืนขาเดียวอ้าปากกินน้ำค้าง มันมีสารพัดแบบ เดี๋ยวนี้ก็มีนอนในโลงศพ ไปโน่น ไปนี่ เอาผ้าขาวมาคลุมนะ ปลุกเสกอะไรกันไป เอ้าพ้นกรรมไป

         แต่ของพระพุทธเจ้าท่านบอกอะไร ท่านบอก กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา ปฏิปทาทำให้ถึงความสิ้นกรรม ก็คือ หนึ่งประพฤติทางกาย วาจาตามแบบไหน ตามแบบมรรคมีองค์แปด สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา คิดอย่างนี้นะ มีความเห็นอย่างนี้ เห็นเกิดดับ ละความคิดในทางกาม พยาบาท เบียดเบียน ไม่พูดโกหก คำหยาบ เพ้อเจ้อ ส่อเสียดนะ สัมมากัมมันตะ ศีลห้า สามข้อแรก ไม่ฆ่า ไม่ขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม มีอาชีพที่ไม่เบียดเบียน(สัมมาอาชีวะ) มีความเพียรที่ถูกคือเพียรละอกุศล เพียรตั้งกุศล(สัมมาวายามะ) มีสติที่ถูก สอนสติปัฏฐานสี่(สัมมาสติ) มีสมาธิที่ถูก หยิบมรรคแปดองค์ใดหนึ่งองค์ใดขึ้นมาทำนั้น นั่นเป็นสัมมาสมาธิ หรือเข้าณานที่หนึ่ง สอง สาม สี่ นี่เป็นสัมมาสมาธิ นี่กระทำกายวาจา เจ็ดแปดอย่าง พระพุทธเจ้ายืนยัน ยืนยันว่า อย่างนี้พ้นกรรมนะ แล้วทำอย่างนี้ขณะที่เจริญวิธีพ้นกรรมอย่างนี้ จะมีมาดิ้น มานอนมาอะไรไหม มีเจ้ากรรมนายเวรมา มาโผล่อะไรไหม ก็ไม่มีอะไรนะ พระในวัด ยี่สิบกว่าองค์ นั่งสมาธิทุกวันก็ไม่เห็นมีใครดิ้น เป็นไร ก็นั่งอย่างปกติ กรรมก็หมดไป พ้นไป ตามเหตุปัจจัยของมันนะ

         อันนี้ก็แล้วแต่ความเห็นของแต่ละคน ความเห็นเยอะนะ เราถือความเห็นของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก มรรคมีองค์แปดเรียกว่า กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา ปฏิปทาแห่งความสิ้นกรรม หรือพระองค์เรียกว่า กรรมไม่ดำ ไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรมทำกรรมอันนี้แล้ว กรรมจะสิ้น...จบ

นั่นหมายความว่า กรรมคือการกระทำ การกระทำไม่ว่างเปล่า การทำพิธีตัดกรรม แก้กรรม คลายกรรม เป็นการทำให้สิ้นซึ่งกรรมในอดีตและปัจจุบันที่ทำแล้วเป็นทุกข์

พระพุทธเจ้า ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ! ก็อริยสัจ คือหนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์นั้น เป็นอย่างไรเล่า ? คือหนทางอันประกอบด้วยองค์แปดอันประเสริฐนี้เอง องค์แปดคือ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ อาชีวะชอบ ความเพียรชอบ ความระลีกชอบ ความตั้งใจมั่นชอบ”

          ดังนั้น การทำพิธีตัดกรรม แก้กรรม คลายกรรม ก็คือ การเดินตามทางแห่งอริยมรรคอันมีองค์แปดเท่านั้น ที่จะเป็นทางเดินให้ถึงความดับไม่เหลือของกรรมที่ทำแล้วเป็นทุกข์ เพราะฉะนั้น การทำพิธีกรรมต่าง ๆ แม้จะช่วยได้บ้างในทางจิตใจ ณ ขณะนั้น แต่ทว่า พระพุทธเจ้ามิได้สรรเสริญ ว่าเป็นสิ่งที่ฆราวาสต้องทำ เป็นกิจของสงฆ์ที่พึงกระทำ

          เฉกเช่นเดียวกับพิธีกรรมที่จะเกิดมีขึ้นในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 นี้ ฉันใด คนทำกรรม คือ นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ฉันนั้น คนตัดกรรม แก้กรรม คลายกรรม ก็ต้องเป็น “นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร” เอง มิใช่จะให้ใคร(พระและฆราวาส) มาตัด แก้ คลายให้ได้ อย่างที่ว่ากัน

“กรรมของใคร กรรมของมัน”

หลังม่านสีฟ้า
ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9
(วันตัด แก้ คลาย กรรมแห่งชาติ)

ภาคผนวก

ลองเทียบกับระหว่างพิธีแก้กรรม “ถอน แก้ ตัด” บ่วงกรรม กับ กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา
อะไรของจริง อะไรของปลอม

ไสยวิธีตัดกรรม?


บรรดาลูกๆ สาวกเสื้อแดงแห่ร่วมพิธีวันคล้ายวันเกิด “พ่อแม้ว” ล้นวัดแก้วฟ้า จ.นนทบุรี จัดยิ่งใหญ่ “สมชาย-เยาวภา” ควงคู่เป็นประธาน แก้กรรม สวดบังสุกุลเป็นบังสุกุลตายให้พี่เขย

วันนี้ (26 ก.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น.ที่วัดแก้วฟ้า ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้มีกลุ่มเสื้อแดงนับหมื่นคนได้มาร่วมกันจัดงานพิธีแก้กรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสด์ ภรรยา เดินทางมาเป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบุคคลสำคัญในพรรคเพื่อไทย ซึ่งพิธีได้เริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 10.30 น. โดยมีการตั้งภาพไดคัดขนาดใหญ่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 8 ทิศ มีพระภิกษุสงฆ์ชื่อดังจากจังหวัดต่างๆจำนวน 109 รูป มาทำพิธีแก้กรรม “ถอน แก้ ตัด” บ่วงกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ  

 จากนั้นพระสงฆ์ได้ร่วมกันสวด “พระอิติปิโส” ถอยหลัง จำนวน 100 จบ จนกระทั่งต่อมาได้มีการนำมีดหมอขนาดใหญ่มาทำการตัดเชือกที่คลุมด้วยผ้าดำทำเป็นกลดขนาดใหญ่ซึ่งภายในบรรจุรูปภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณไว้ 4 ทิศทาง ส่วนด้านล่างเป็นต้นหนามและต้นระกำที่มีเชือกผูกอยู่ติดไว้กับรูปภาพ ก่อนที่นายสมชายและภรรยารวมทั้งแกนนำคนสำคัญจะช่วยกันใช้มีดหมอเล่มดังกล่าวตัดเชือกต้นหนามและต้นระกำเพื่อเป็นการแก้บ่วงกรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ยังมีโทรทัศน์จอใหญ่มีภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังน้อมถวายผ้าไตรติดไว้ให้ผู้มาร่วมงานได้ชมกัน      

  หลังจากนั้นจึงเป็นการสวดบังสุกุลเป็นและบังสุกุลตายให้แก่มาร่วมงานได้ร่วมกันส่งแรงใจให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้ได้กลับมารับใช้ประเทศชาติ จนกระทั่งถึงขั้นตอนสุดท้าย คือ การสวดหงายบาตรจำนวน 4 ใบ โดยภิกษุสงฆ์จำนวน 4 รูป นั่งบริกรรมคาถา พร้อมกับภิกษุสงฆ์ทั้งหมดที่มาร่วมงานรวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต่างพากันร้องตะโกนส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ จนกึกก้องวัดแก้วฟ้า      

  เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการสวดหงายบาตรลงแล้ว นายสมชายและภรรยาได้ร่วมกันทำบุญใส่บาตรให้กับภิกษุสงฆ์ทั้งหมด หลังจากนั้นทางพระอธิการไพศาลเจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้า จึงได้เรียนเชิญพระเถระชั้นผู้ใหญ่ประพรมน้ำมนต์ให้แก่ผู้มาร่วมงานกันจนครบทุกคน จึงเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ในวันนี้ลง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวในวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ข่าวจากผู้จัดการ)

พุทธวจนะ เกี่ยวกับ องค์แห่งการคว่ำและหงายบาตร

องค์แห่งการคว่ำบาตร

             [๑๑๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงคว่ำบาตรแก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ:-

                ๑. ขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภแห่งภิกษุทั้งหลาย

                          ๒. ขวนขวายเพื่อมิใช่ประโยชน์แห่งภิกษุทั้งหลาย

                          ๓. ขวนขวายเพื่ออยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย

                         ๔. ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุทั้งหลาย

                          ๕. ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกกัน

                         ๖. กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า

                          ๗. กล่าวติเตียนพระธรรม

                    ๘. กล่าวติเตียนพระสงฆ์

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้คว่ำบาตรแก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗  พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒

ปัตตสูตรที่ ๑

[๑๙๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์หวังอยู่ พึงคว่ำบาตรแก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการองค์ ๘ ประการเป็นไฉน คือ อุบาสก

                พยายามเพื่อความเสื่อมลาภแก่ภิกษุทั้งหลาย ๑ 
 
               
                
พยายามเพื่อความฉิบหายแก่ภิกษุทั้งหลาย ๑ 
  
              
               
พยายามเพื่อความอยู่ไม่ได้แก่ภิกษุทั้งหลาย ๑ 
 
               
                
ย่อมด่าย่อมบริภาษภิกษุทั้งหลาย ๑ 
  
             
               
ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกจากภิกษุทั้งหลาย ๑ 
 
              
               
ติเตียนพระพุทธเจ้า ๑ 
 
              
               
ติเตียนพระธรรม ๑
 
              
               
ติเตียนพระสงฆ์ ๑
               
              
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์หวังอยู่ พึงคว่ำบาตรแก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการนี้แล ฯ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต

องค์แห่งการหงายบาตร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงหงายบาตรแก่อุบาสก ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ:-

                          ๑. ไม่ขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภแห่งภิกษุทั้งหลาย

                          ๒. ไม่ขวนขวายเพื่อไม่เป็นประโยชน์แห่งภิกษุทั้งหลาย

                          ๓. ไม่ขวนขวายเพื่ออยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย

                          ๔. ไม่ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุทั้งหลาย

                          ๕. ไม่ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกร้าวกัน

                          ๖. ไม่กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า

                          ๗. ไม่กล่าวติเตียนพระธรรม

                          ๘. ไม่กล่าวติเตียนพระสงฆ์

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้หงายบาตร แก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ฯ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗  พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒

ปัตตสูตรที่ ๒

                [๑๙๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์หวังอยู่ พึงหงายบาตรแก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ องค์ ๘ ประการเป็นไฉน คือ อุบาสก
               
                ไม่พยายามเพื่อความเสื่อมลาภแก่ภิกษุทั้งหลาย ๑ 
 
                ไม่พยายามเพื่อความฉิบหายแก่ภิกษุทั้งหลาย ๑ 

 
               ไม่พยายามเพื่อความอยู่ไม่ได้แก่ภิกษุทั้งหลาย ๑ 

 
               ไม่ด่าไม่บริภาษภิกษุทั้งหลาย ๑ 

 
               ไม่ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกจากภิกษุทั้งหลาย ๑

 
               สรรเสริญพระพุทธเจ้า ๑ 

 
               สรรเสริญพระธรรม ๑ 

 
               สรรเสริญพระสงฆ์ ๑ 

                
                
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์หวังอยู่ พึงหงายบาตรแก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการนี้แล ฯ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต

พุทธวิธีตัดกรรม?

       ภิกษุ ท ! กรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ นิทานสัมภวะ(เหตุ เป็นแดนเกิดพร้อม) แห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ. เวมัตตตา (ความมีประมาณต่างๆ) แห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, วิบาก (ผลสุกวิเศษ)แห่งกรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, กัมมนิโรธ (ความดับไม่เหลือแห่งกรรม) เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งกรรม) เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ ........คำที่เรากล่าวแล้วดังนี้นั้น เราอาศัยอะไรกล่าวเล่า?

       ภิกษุ ท ! เรากล่าวซึ่งเจตนา ว่าเป็นกรรม เพราะว่าบุคคลเจตนา แล้ว ย่อมกระทำซึ่งกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ.

       ภิกษุ ท ! นิทานสัมภวะแห่งกรรมทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า? ภิกษุ ท ! นิทานสัมภวะแห่งกรรมทั้งหลาย คือผัสสะ.

       ภิกษุ ท ! เวมัตตตาแห่งกรรมทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า? ภิกษุ ท ! กรรมที่ทำให้เสวยในนรก มีอยู่, กรรมที่ทำให้สัตว์เสวยเวทนาในกำเนิดเดรัจฉาน มีอยู่, กรรมที่ทำสัตว์ให้เสวยเวทนาในเปรตวิสัยมีอยู่, กรรมที่ทำสัตว์เสวยในมนุษยโลก มีอยู่,กรรมที่ทำสัตว์เสวยในเทวโลก มีอยู่, ภิกษุ ท ! นี้เรากล่าวว่า เวมัตตตาแห่งกรรมทั้งหลาย.

       ภิกษุ ท ! วิบากแห่งกรรมทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า? ภิกษุ ท ! เรากล่าววิบากแห่งกรรมทั้งหลายว่ามีอยู่ ๓ อย่าง คือ วิบากในทิฏฐธรรม (คือทันควัน) หรือว่า วิบากในอุปะปัชชะ (คือในเวลาต่อมา) หรือว่า วิบากในอปรปริยายะ(คือในเวลาต่อมาอีก).ภิกษุ ท ! นี้เรากล่าวว่า วิบากแห่งกรรมทั้งหลาย.

       ภิกษุ ท ! กัมมนิโรธ เป็นอย่างไรเล่า? ภิกษุ ท ! ความดับแห่ง กรรม ย่อมมีเพราะความดับแห่งผัสสะ

       อริยอัฏฐังคิกมรรค นี้นั่นเอง เป็นกัมมนิโรธคามินีปฏิปทา ; ได้แก่ สิ่งเหล่านี้คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ. 

       ภิกษุ ท ! เมื่อใด อริยสาวก ย่อมรู้ชัดซึ่งกรรม อย่างนี้, รู้ชัด ซึ่ง นิทานสัมภวะแห่งกรรม อย่างนี้, รู้ชัดซึ่งเวมัตตตาแห่งกรรม อย่างนี้,รู้ชัดซึ่งวิบากแห่งกรรม อย่างนี้, รู้ชัดซึ่งกัมมนิโรธ อย่างนี้, รู้ชัดซึ่งกัมมนิโรธคามินีปฏิปทา อย่างนี้ ; อริยสาวก นั้น ย่อมรู้ชัดซึ่งพรหมจรรย์นี้ว่าเป็นเครื่องเจาะแทงกิเลส เป็นที่ดับไม่เหลือแห่งกรรม. 

       ภิกษุ ท ! ข้อที่เรากล่าวแล้วว่า "กรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, นิทานสัมภวะแห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, เวมัตตตาแห่งกรรมเป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, วิบากแห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, กัมมนิโรธ เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ" ดังนี้นั้น เราอาศัยความข้อนี้กล่าวแล้ว.

ฉกฺก. อํ. ๒๒/๔๕๘,๔๖๓ - ๔๖๔/๓๓๔.


            ๙. นิพเพธิกสูตร
...ข้อที่เรากล่าวว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงทราบกรรม ฯลฯ ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งกรรม ดังนี้นั้น เราอาศัยอะไรกล่าว

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ

ก็เหตุเกิดแห่งกรรมเป็นไฉน คือ ผัสสะเป็นเหตุเกิดแห่งกรรม

ก็ความต่างแห่งกรรมเป็นไฉน คือ กรรมที่ให้วิบากในนรกก็มี ที่ให้วิบากในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานก็มี ที่ให้วิบากในเปรตวิสัยก็มี ที่ให้วิบากในมนุษย์โลกก็มี ที่ให้วิบากในเทวโลกก็มี นี้เรียกว่า ความต่างแห่งกรรม

ก็วิบากแห่งกรรมเป็นไฉน คือ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ คือ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อๆ ไป ๑ นี้เรียกว่า วิบากแห่งกรรม

ความดับแห่งกรรมเป็นไฉน คือ ความดับแห่งกรรมย่อมเกิดขึ้นเพราะความดับแห่งผัสสะ

อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการนี้แล คือ สัมมาทิฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เป็นปฏิปทาให้ถึงความดับแห่งกรรม

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดอริยสาวกย่อมทราบชัดกรรม เหตุเกิดแห่งกรรม ความต่างแห่งกรรม วิบากแห่งกรรม ความดับแห่งกรรม ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งกรรมอย่างนี้ๆ เมื่อนั้น อริยสาวกนั้นย่อมทราบชัดพรหมจรรย์อันเป็นไปในส่วนแห่งความชำแรกกิเลสเป็นที่ดับกรรมนี้ ข้อที่เรากล่าวว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงทราบกรรมฯลฯ ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งกรรม ดังนี้นั้น เราอาศัยข้อนี้กล่าว ฯ
  

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

และในนวปุราณวรรคที่ ๕ กรรมสูตร พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่ภิกษุว่า 

            [๒๒๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงกรรมทั้งใหม่และเก่า
 ความดับแห่งกรรม และปฏิปทาอันเป็นเครื่องให้ถึงความดับแห่งกรรม ท่านทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
           
            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็กรรมเก่าเป็นไฉน จักษุอันบัณฑิตพึงเห็นว่าเป็นกรรมเก่า อันปัจจัยทั้งหลายปรุงแต่งแล้ว สำเร็จด้วยเจตนา เป็นที่ตั้งแห่งเวทนา หู ... จมูก ... ลิ้น ... กาย ... ใจอันบัณฑิตพึงเห็นว่าเป็นกรรมเก่า อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว สำเร็จด้วยเจตนา เป็นที่ตั้งแห่งเวทนา ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เราเรียกว่า
 กรรมเก่า ฯ
           
           
[๒๒๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็กรรมใหม่เป็นไฉน กรรมที่บุคคลทำด้วยกาย วาจา ใจ ในบัดนี้ นี้เราเรียกว่า กรรมใหม่ ฯ
           
           
[๒๒๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับแห่งกรรมเป็นไฉน นิโรธที่ถูกต้อง วิมุตติ เพราะความดับแห่งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม นี้เราเรียกว่า ความดับแห่งกรรม ฯ
           
           
[๒๓๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาอันเป็นเครื่องให้ถึงความดับแห่งกรรมเป็นไฉน อริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ คือ สัมมาทิฏฐิ ๑ สัมมาสังกัปปะ ๑ สัมมาวาจา ๑ สัมมากัมมันตะ ๑ สัมมาอาชีวะ ๑ สัมมาวายามะ ๑ สัมมาสติ ๑ สัมมาสมาธิ ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ปฏิปทาอันเป็นเครื่องให้ถึงความดับกรรม ฯ
           
           
[๒๓๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย กรรมเก่า กรรมใหม่ ความดับแห่งกรรมและปฏิปทาอันเป็นเครื่องให้ถึงความดับกรรม เราได้แสดงแล้วแก่ท่านทั้งหลายด้วยประการดังนี้แล กิจใดแล อันเราผู้ศาสดา ผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์แก่สาวกทั้งหลาย พึงทำ กิจนั้นเราทำแล้วเพราะอาศัยความอนุเคราะห์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่างเปล่า เธอทั้งหลายจงพยายาม อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนใจในภายหลัง นี้เป็นอนุศาสนีของเราเพื่อเธอทั้งหลาย ฯ


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค

และอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แล คือ สัมมาทิฐิ ... สัมมาสมาธิ ฯ

       ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาทิฐิเป็นไฉน ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในทุกขสมุทัย ความรู้ในทุกขนิโรธ ความรู้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้ท่านกล่าวว่า สัมมาทิฐิ ฯ

        ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาสังกัปปะเป็นไฉน ความดำริในความออกจากกาม ความดำริในความไม่พยาบาท ความดำริในความไม่เบียดเบียนนี้ท่านกล่าวว่า สัมมาสังกัปปะ ฯ

        ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาวาจาเป็นไฉน เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการพูดเท็จ เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการพูดส่อเสียด เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการพูดคำหยาบ เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อนี้ท่านกล่าวว่า สัมมาวาจา ฯ

        ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมากัมมันตะเป็นไฉน เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการลักทรัพย์ เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม นี้ท่านกล่าวว่า สัมมากัมมันตะ ฯ

        ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาอาชีวะเป็นไฉน อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมละอาชีพที่ผิด สำเร็จความเป็นอยู่ด้วยอาชีพที่ชอบ นี้ท่านกล่าวว่าสัมมาอาชีวะ ฯ

        ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาวายามะเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมยังฉันทะให้เกิดขึ้น ย่อมพยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตตั้งจิตไว้เพื่อยังอกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดมิให้เกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ เพื่อยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ย่อมยังฉันทะให้เกิดขึ้น ย่อมพยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตตั้งจิตไว้ เพื่อความตั้งมั่นเพื่อความไม่ฟั่นเฟือน เพื่อความเจริญโดยยิ่ง เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญเพื่อความบริบูรณ์ แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว นี้ท่านกล่าวว่า สัมมาวายามะ ฯ

        ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาสติเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ ... พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ... พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ มีความเพียรมีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย นี้ท่านกล่าวว่าสัมมาสติ ฯ

        ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาสมาธิเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌาน มีวิตกวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ เข้าทุติยฌานอันเป็นความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแก่สมาธิอยู่ ภิกษุเป็นผู้มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกายเพราะปีติสิ้นไป เข้าตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่าผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข เข้าจตุตถฌานอันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่นี้ท่านกล่าวว่า สัมมาสมาธิ นี้ท่านกล่าวว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ชื่อว่าญาณ ด้วยอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา ด้วยอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว คือ เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ชื่อว่าสุตมยญาณ ปัญญาในการทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว ชื่อว่าสุตมยญาณอย่างนี้ ฯ

ขอบคุณภาพดีดี จาก
http://www.br.ac.th/elearning/social/jitraporn/Buddhism%2020M6/image/unit_6/P_6_10.gif

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000084428

ปล.ขออภัยนิดหนึ่งครับ มีการแก้ไขความผิดพลาดข้อมูลจากเดิม และ เพิ่มพระสูตรเกี่ยวกับการ ตัดกรรม
ลองเทียบกับระหว่างพิธีหงายบาตร กับ กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา  เป็น ลองเทียบกับระหว่างพิธีแก้กรรม “ถอน แก้ ตัด” บ่วงกรรม กับ กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา และ เพิ่ม พุทธวจนะ เกี่ยวกับ องค์แห่งการคว่ำและหงายบาตร



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลำบู วันที่ : 08/08/2009 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumboo
ว่างๆ ...  แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกัน...บ้างนะครับ

ขออนุญาต นอกประเด็น หน่อยนะคะ

ได้ขยายความ เพิ่มเติมให้แล้วค่ะ

..

~~ ทำไมบลอกเกอร์รวงข้าวล้อลมจึงจำเป็นต้องลบบลอกหมดเลย ..~~ (ข้อคิดเตือนใจชาวโอเค)
http://www.oknation.net/blog/lumboo/2009/08/07/entry-3

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พฤจิกา วันที่ : 01/08/2009 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

สวัสดีค่ะ
แวะมารับธรรมะดีๆๆ
...
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เจ้านกกระจิบ วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PaiNam

ไม่ได้อะไรจริงจริ๊ง แค่แวะมาทักทยด้วยความคิดถึงเท่านั้นเอง หุ หุ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
indexthai วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 06.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ตามหาพ่อเพียบ
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/06/10/entry-1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
วสิทธ์ วันที่ : 29/07/2009 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

"พระแทนที่จะไห้สติกับผู้คน ดึงคนเข้าหาแก่นธรรม กลับแห่พากันไปทำพิธีกรรม เลยเป็นพระในไสยศาสตร์ ไม่ใช่พระในบวรพระพุทธศาสนา"

โดนครับ โดนผมเลย ชอบบทสรุปนี้มาก ผมว่า งานนี้ไม่สำเร็จได้ก็ด้วยพระ แต่นี่พระกลับทำให้สิ่งต่าง ๆ สำเร็จได้ด้วยดี และทำให้สังคมที่ด้อยปัญญา ได้เพิ่มความเชื่ออย่างแน่นแฟ้นเข้าไปอีกว่า ทำได้ และน่าทำ อันนี้น่ากลัว

ไม่รู้กรมการศาสนาหรือผู้ที่มีหน้าที่ด้านนี้หดหัวอยู่ไหน ปล่อยให้เกิดขึ้นอย่างใหญ่โต เฮ้อ..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 28/07/2009 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมประกอบเพิ่มได้ที่

ตัดกรรม หงายบาตร เรื่องน่าอนาถของชาวพุทธ
โดยสิริอัญญา 23 กรกฎาคม 2552 15:07 น.

เรื่องบิ๊กเซอร์ไพร์สในโอกาสครบรอบวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เริ่มชัดขึ้นทุกทีว่าเห็นท่าจะมีเรื่องเซอร์ไพร์สจริงๆ เพราะล่าสุดนั้นนักการเมืองพรรคเพื่อไทยบางคนได้เปิดเผยว่าจะเป็นการทำพิธีกรรมตัดกรรม หงายบาตร ในโอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะหมดกรรมในวันที่ 26 กรกฎาคม ศกนี้

มีการแถลงว่าหลวงตาพระมหาบัวและคณะสงฆ์สายป่าและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคยทำพิธีกรรมคว่ำบาตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงต้องทำพิธีกรรมหงายบาตรโดยนิมนต์พระสงฆ์จำนวนหนึ่งมาทำพิธีสวดหงายบาตรนั้น

และแถลงอีกว่ามีซินแสทำนายว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะสิ้นกรรมเก่าในวันที่ 26 กรกฎาคม ศกนี้ จึงจะมีการทำพิธีตัดกรรม เพื่อให้พ้นจากบ่วงกรรมไปพร้อมๆ กัน โดยจะทำพิธีกรรมนี้ในหลายพื้นที่ และจะมีพระสงฆ์ซึ่งมีสมณศักดิ์สูงและสนิทชิดเชื้อกับพระมหาเถระระดับสูงในมหาเถรสมาคมร่วมทำพิธีอีกด้วย

ก็อาจจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีและอาจถือได้ว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพร์สสำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และหมู่คณะของท่าน รวมทั้งเป็นบิ๊กเซอร์ไพร์สของบรรดาชาวพุทธทั้งหลายด้วย รวมความก็คือเรื่องนี้เป็นบิ๊กเซอร์ไพร์สจริง ๆ

แต่น่าเสียดายว่าสิ่งที่เรียกว่าบิ๊กเซอร์ไพร์สที่กล่าวนี้กลายเป็นเรื่องหลงงมงาย กลายเป็นเรื่องนอกพระพุทธศาสนา และกลายเป็นเรื่องของเดรัจฉานวิชาที่ถ้าหากพระสงฆ์เข้าเกี่ยวข้องแล้วก็ย่อมเป็นการละเมิดศีลและทรยศต่อคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยแท้

ก็ไม่ตำหนิติเตียนอะไร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในเรื่องนี้ดอก เพราะชะตากรรมของท่านในวันนี้เป็นชะตากรรมที่มีความทุกข์มากกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นสิ่งใดจะประโลมใจให้สร่างหายคลายทุกข์ได้ก็จำเป็นต้องไขว่คว้าเอาไว้ ดังที่เคยเป็นมาหลายครั้งหลายหน จนกลายเป็นการเปิดช่องให้คนบางพวกทำมาหากินกันอย่างสนุกสนานไปแล้ว

แต่จะสร่างหายคลายทุกข์ได้จริงหรือไม่ ย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพระศาสนา ดังนั้นจึงควรทำความรู้ ความเข้าใจให้เกิดขึ้นเพื่อจะได้รู้อย่างถูกต้อง เข้าใจอย่างถูกต้อง อันจะนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไปด้วย

เอากันเรื่องแรกก่อน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะหมดกรรมในวันที่ 26 กรกฎาคม นี้จริงหรือไม่?

นักการเมืองท่านที่กล่าวเรื่องนี้ได้อ้างเอาคำทำนายของซินแสซึ่งก็บอกอยู่ในตัวแล้วว่าเป็นผู้อยู่นอกพระพุทธศาสนา จึงมีปัญหาว่าซินแสผู้นี้จะมีญาณขั้นสูง คือบุพเพนิวาสานุสติญาณและจุตูปปาตถญาณหรือไม่ เพราะหากไม่บรรลุถึงญาณทั้งสองนี้แล้ว ก็ไม่มีทางที่จะล่วงรู้กรรมในอดีตชาติของใคร และไม่มีทางที่จะล่วงรู้อนาคตชาติของใคร

การที่บุคคลใดจะบรรลุถึงบุพเพนิวาสานุสติญาณและจุตูปปาตถญาณนั้น ก็คือผู้ที่บรรลุธรรมขั้นสูงในพระพุทธศาสนา เป็นผู้อยู่ในกระแสของความเป็นพระอริยเจ้า เหลือเพียงขั้นเดียวก็จะถึงความเป็นพระอรหันต์แล้ว คือเมื่อบรรลุญาณที่สาม ได้แก่อาสวัคขยญาณเมื่อใดก็ถึงซึ่งความเป็นพระอรหันต์เมื่อนั้น

การบรรลุถึงญาณดังกล่าวนี้มีวิถีทางปฏิบัติอยู่ก็แต่ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น ดังนั้นคำอ้างของซินแสดังกล่าวจะเป็นที่น่าเชื่อถือเพียงใด และควรเป็นที่น่าเชื่อถือของใคร ก็พอจะเห็นกระจ่างแจ้งอยู่ในตัวแล้ว

ปัญหาถัดมาก็คือ กรรมนั้นสามารถตัดให้ขาดสิ้นสวาทสายใยได้หรือ? หากสามารถทำพิธีกรรมใดๆ ที่จะตัดกรรมไม่ให้มีวิบากส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมได้ดังที่กล่าวอ้างแล้ว ก็เท่ากับเป็นการหักล้างคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างสิ้นเชิง และถือเป็นการล้มล้างพระพุทธศาสนาไปพร้อมกันด้วย

เพราะในพระพุทธศาสนานี้ พระบรมศาสดาทรงตรัสย้ำแล้วย้ำอีกเป็นอันมากว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครหลีกลี้หนีกรรมไปได้ ทำกรรมอันใดไว้ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่ว นี่คือหลักกรรมในพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นหลักสำคัญมั่นคง จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นหัวใจหนึ่งของพระพุทธศาสนาก็ได้

หากสามารถทำพิธีกรรมตัดกรรมไม่ให้วิบากแห่งกรรมส่งผลได้จริงดังที่กล่าวอ้าง ก็เท่ากับว่ากฎแห่งกรรมนี้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง เป็นการล้มล้างพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิง เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมีพระพุทธศาสนาและคำสอนของพระบรมศาสดาทั้งปวง ก็จะไม่มีความจำเป็นและไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป

เพราะใครจะทำดีทำชั่วประการใดก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเกรงบาปกลัวกรรมกันอีกต่อไปแล้ว จะทำชั่วช้าเลวทรามหรือสร้างบาปกรรมอย่างไรก็ไม่ต้องกลัวว่าวิบากกรรมจะตามสนอง เพราะสามารถทำพิธีกรรมตัดกรรมไม่ให้ตอบสนองได้

ในพระพุทธศาสนาก็ดี ในพิธีกรรมฝ่ายพราหมณ์ก็ดี ไม่เคยมีพิธีกรรมตัดกรรมมาก่อน สำหรับในศาสนาพราหมณ์นั้นอย่างมากก็มีแต่พิธีกรรมสวดอ้อนวอนต่อพระเป็นเจ้าเพื่อให้เมตตาช่วยเหลือผ่อนหนักให้เป็นเบา แม้กระนั้นแล้วก็ยังไม่สามารถตัดกรรมได้เลย

ดังนั้นจึงไม่มีทางตัดกรรมให้หมดสิ้นไปได้ ใครทำกรรมใดก็ต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้นเสมอ คำตรัสสอนของพระบรมศาสดาในเรื่องนี้ แม้วันเวลาผ่านไปนานปีแล้ว แต่ก็เป็นธรรมที่ใครทำแล้วย่อมได้รับผลเสมอกัน ไม่ว่าในกาลไหนๆ และไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และไม่มีใครมีความสามารถที่จะตัดวิบากแห่งกรรมได้ ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ชั้นไหนก็ตาม

หากเป็นพระสงฆ์แล้วไปริเริ่มเข้าร่วมหรือทำพิธีตัดกรรมแล้ว ก็ย่อมเป็นไปดังสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสตำหนิติเตียนว่าเป็นการกระทำในสิ่งที่เรียกว่าเดรัจฉานวิชา หากพูดในเรื่องนี้ก็ทรงติเตียนว่าเป็นการกล่าวเดรัจฉานกถา ไม่ใช่การกระทำของพระสงฆ์สาวกผู้ประพฤติพรหมจรรย์ในพระธรรมวินัยแห่งพระตถาคตเจ้าเลย

ในประการสุดท้าย ที่อ้างว่าจะมีการทำพิธีสวดหงายบาตรเพื่อแก้พิธีกรรมคว่ำบาตร ซึ่งหลวงตาพระมหาบัวและพระสายป่าได้ทำพิธีไว้นั้น ก็เป็นเรื่องประหลาดอีก

ชาวพุทธย่อมรู้ว่าการคว่ำบาตรนั้นเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งของคณะสงฆ์ที่ประกาศตัดความสัมพันธ์กับคนใดคนหนึ่งว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป

สาเหตุของการที่จะคว่ำบาตรนั้นย่อมไม่ใช่เหตุเล็กน้อย แต่ต้องเป็นเหตุใหญ่ เช่น เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสงฆ์ ซึ่งเป็นอนันตริยกรรมเสมอด้วยการทำร้ายพระอรหันต์หรือฆ่าบิดามารดา เป็นอันตัดหนทางนิพพานอย่างสิ้นเชิง หรือการกระทำที่มีลักษณะในการทำลายพระศาสนา ทำลายพระธรรม ทำลายพระสงฆ์ เมื่อมีเหตุใหญ่ๆ เช่นนี้พระบรมศาสดาทรงมีพุทธานุญาตให้คณะสงฆ์กระทำการคว่ำบาตรต่อผู้นั้น ไม่คบหายุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป

พิธีกรรมดังกล่าวเคยได้ยินมาว่ามีการกระทำต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อันเป็นการประกาศตัดความสัมพันธ์และไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป นั่นคือหลวงตาพระมหาบัวและคณะสงฆ์สายป่าได้มีมติร่วมกันที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือสัมพันธ์ใดๆ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อไปอีก

แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่คณะสงฆ์เห็นว่ามีกรรมอันควรแก่การอภัยให้แก่ผู้ที่ถูกคว่ำบาตร ก็มีพุทธานุญาตให้คณะสงฆ์ยกเลิกการคว่ำบาตรนั้นได้ ซึ่งต้องทำเป็นพิธีกรรมในสงฆ์คณะที่ทำการคว่ำบาตรนั้น โดยมีคำสวดประกาศหงายบาตรคือยกเลิกการคว่ำบาตรนั้นเสีย

การสวดหงายบาตรจึงต้องสวดโดยคณะสงฆ์ผู้คว่ำบาตร ไม่ใช่สงฆ์หรือสมณะพราหมณ์เหล่าอื่น ซึ่งไม่มีผลอะไรเลย หากคณะสงฆ์ที่คว่ำบาตรยังไม่เห็นกรรมอันควรแก่การอภัยโทษให้

ส่วนพิธีกรรมสวดหงายบาตรนั้นก็ไม่มีอะไรมาก เป็นเรื่องประชาธิปไตยในคณะสงฆ์ ซึ่งจะมีพระสงฆ์รูปหนึ่งเสนอญัตติต่อคณะสงฆ์ว่าบัดนี้ผู้ที่ถูกคณะสงฆ์คว่ำบาตรนั้นได้สำนึกผิด กลับตัวกลับใจ ประพฤติตนดีงาม สมควรแก่การให้อภัยแล้ว จึงขอเสนอญัตติต่อคณะสงฆ์ให้พิจารณาว่าจะเพิกถอนการคว่ำบาตรหรือไม่ หากสงฆ์เห็นสมควร ก็ขอให้กระทำการนิ่งโดยดุษณี และร่วมกันประกาศหงายบาตรเถิด

เมื่อมีการเสนอญัตติที่ว่านี้แล้ว หากคณะสงฆ์เห็นควรแก่การให้อภัย ก็จะพร้อมใจกันสวดหงายบาตร คือประกาศว่าตามที่ได้คว่ำบาตรกับผู้นั้นไว้ บัดนี้คณะสงฆ์ให้อภัย พร้อมจะคบหาสมาคมต่อไปแล้ว

ก็เป็นการเสนอญัตติและการลงมติ ตลอดจนแสดงท่าทีของคณะสงฆ์อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ใช่ความลี้ลับอัศจรรย์หรือเป็นอาถรรพ์หรือไสยศาสตร์หรือแก้พิธีกรรมทางไสยศาสตร์แต่ประการใดเลย

ดังนั้นพุทธบริษัททั้งปวงจึงไม่พึงเห็นพิธีกรรมอันเปิดเผย บริสุทธิ์ และเป็นอภัยธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องไสยศาสตร์ เป็นเรื่องลี้ลับ ตามความคิด ความเข้าใจและความเชื่อของคนโง่เป็นอันขาด.

------------------------------------------------------------

และรายการ “รู้ทันประเทศไทย” ออกอากาศทาง เอเอสทีวี-ทีวีของประชาชน วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 18.30-20.00 น. สำหรับวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2552 โดยมี ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายสันติสุข มะโรงศรี ดำเนินรายการ ในช่วงมุมมองเจิมศักดิ์ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง พูดถึงเรื่องบทที่ได้รับจากการเดินเกมป่วนเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ดร.เจิมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งพิธีหงายบาตร ตัดกรรม สวดบังสกุลคนเป็นคนตาย พฤติกรรมทั้งหมดที่ทำ พูดได้อย่างหนึ่ง ก็คือไม่ได้เข้าไปสู่แก่นธรรมอยู่แค่เปลือกและไม่ใช่เปลือกเฉยๆแต่อยู่ที่ ไสยศาสตร์ อย่างไรก็ดีสิ่งที่ตนเสียใจมากที่สุดก็คือพระที่เข้าทำพิธีแซยิดในงานครบรอบ 60 ปีของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง มีอวิชชาอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ก็พอเข้าใจได้ เพราะตนไม่เคยคาดหมายว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะรู้แก่นธรรมอะไร ได้แต่พยายามพูด ตถตาบ้าง อิทัปปัจจยตาบ้าง และในพิธีตัดกรรมนี้ตนก็ได้ติดตามดูพระตามกระบวนแห่ด้วยความสนใจว่าจะตัดอะไร ในที่สุดก็เอาต้นระกำมาตัด เพียงเพราะคำว่ากรรมก็เลยเอาต้นระกำมาตัด ซึ่งแทนที่จะตีความให้ถูกต้อง ตีความให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม กลายเป็นตีความเพื่อให้ตัวเองพ้นความเลวร้าย กลายเป็นหาประโยชน์ใส่ตัว เพื่อให้ตนเองยังคงไว้แห่งความเป็นตัวตน หรือพูดได้ว่าต้องการได้อย่างเดียว

นายสันติ อ่านหนังสือพุทธธรรมที่ตัดมาจากพระไตรปิฎกตอนหนึ่งว่า “ถ้าแม้นบุคคลจะพ้นจากบาปกรรมได้เพราะการอาบน้ำชำระบาป บรรดา กบ เต่า นาค จระเข้า และสัตว์เหล่าอื่น ที่เที่ยวไปในน้ำก็จะพาไปสู่สวรรค์แน่นอน ถ้าแม่น้ำเหล่านี้ถึงนำบาปที่ท่านทำไว้แล้วในการก่อนไปได้ไซร้ แม่น้ำเหล่านี้ก็พึงนำบุญของท่านไปได้ด้วย” ดร.เจิมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม ว่า ตกลงก็เห็นแล้วว่าที่ตนเสียใจที่สุด ก็คือพระ ซึ่งแทนที่จะไห้สติกับผู้คนดึงคนเข้าหาแก่นธรรม กลับแห่พากันไปทำพิธีกรรม เลยเป็นพระในไสยศาสตร์ ไม่ใช่พระในบวรพระพุทธศาสนา

ดร.เจิมศักดิ์ กล่าวว่า พิธีกรรมหรือกิจกรรมทางการเมืองที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำเป็นเรื่องของการพยายามหาเสียง พยายามสร้างความสำคัญของตัวเองให้หนักยิ่งขึ้น วิธีกรรมทั้งหมดแทนที่จะให้ ละเว้นหรือพ้นจากตัวตน ยิ่งทำให้เกิดตัวตนหนักยิ่งขึ้น...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 28/07/2009 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

พี่ ญิบพันจันทร์ - สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม พุทธองค์ทรงเมตตา

พี่ ปรัชญาชนบท - ทุกคนตัดได้ครับ ผมก็พยายามอยู่ครับ แต่ท่านทักษิณเนี้ย ยมบาลจะให้อยู่ไหมหนอนรกเนี้ย พุทธองค์ทรงเมตตา

พี่ Thaihippy - ผมก็ขอบคุณ ครับที่เข้ามาอ่าน ความจริง ปัญหา ทุกอย่าง พระพุทธเจ้าตรัสแก้ไว้ให้หมดแล้ว สงสัยอย่างเดียวว่า ท่านทักษิณ ลืมอ่าน หรือ ตั้งใจข้ามพ้นไป พุทธองค์ทรงเมตตา

พี่ ณดาว - ผมก็เชื่ออย่างนั้น ครับ กรรมของใคร กรรมของมัน กรรมของท่าน(ทักษิณ) ผมไม่เอี่ยว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์อะไร สตรี บุรุษ คฤหัสถ์ หรือบรรพชิต จึงควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง จักทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายทุจริตวจีทุจริต มโนทุจริต มีอยู่แก่สัตว์ทั้งหลาย เมื่อเขาพิจารณาฐานะนั้นอยู่เนืองๆ ย่อมละทุจริตได้โดยสิ้นเชิง หรือทำให้เบาบางลงได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์นี้แล สตรี บุรุษ คฤหัสถ์ หรือบรรพชิต จึงควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง จักทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจัก เป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ฯ
พุทธองค์ทรงเมตตา

พี่ สรร - พุทธพาณิชย์ คือ ทุนสามานย์ + ความเชื่อ พุทธองค์ทรงเมตตา

พี่ เจ้านกกระจิบ - ทำดีดีอยู่ในตัว ทำชั่วชั่วอยู่ในใจ พุทธองค์ทรงเมตตา

ขอบคุณบล็อคเกอร์ ทุกท่านที่เข้ามาแวะเวียนอ่านงานเขียนกันครับ ขออนุโมทนาด้วยคนครับ

หลังม่านสีฟ้า
ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 9

OKNATION...คือพื้นที่ให้เราพัก ที่พำนักยามจิตว่าง หลากผู้คนบนเส้นทาง ร่วมสรรสร้างสังคมงาม ที่ถ่ายทอดความรู้สึก ที่คิดนึกการไต่ถาม ที่ชี้แนะความดีงาม ที่ร่วมน้ำใจไมตรี…

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เจ้านกกระจิบ วันที่ : 27/07/2009 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PaiNam

คงไม่ต้องออกมาตัดสินอะไร เพราะสิ่งที่ก้อบ่งบอกความหมายของมันอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก้อตาม สุดท้ายแล้ว สิ่งต่างๆ ที่ทำไปมนุษย์ก้อรู้ดีอยู่แก่ใจ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สรร วันที่ : 26/07/2009 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawetsan
  คิดอย่างบ้าน  ๆ   สร้างสรรค์สังคม อุดมปัญญา

พ่อที่บ้าน ไม่มีงาน วันเกิดให้
พ่อดูไบ มีงาน วิ่งกันทั่ว
จะแดดฝน อย่างไร ไม่มีกลัว
จะดีชั่ว มาแก้กรรม ทำเพื่อเงิน
http://www.oknation.net/blog/chawetView

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณดาว วันที่ : 26/07/2009 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/petpetpe

ขอบคุณคะ...

สิ่งหนึ่งที่เชื่อ...คือ กรรมของใครของมัน กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนองคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Thaihippy วันที่ : 26/07/2009 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้นี้..

นายเม็ดฝุ่น เองครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรัชญาชนบท วันที่ : 26/07/2009 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/j-direk

ตัดให้หมดนะ

ธรรมะสวัสดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 26/07/2009 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน