*/
ดร.สนอง กับ ทไวไลท์โชว์ (ITV ๘ มกราคม ๒๕๕๐)

ธรรมบรรยาย

View All
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


เพื่อสร้างกำลังใจให้สู้ต่อ คุณนึกถึงใครคนแรก เมื่อล้มละลายในชีวิต
พระพุทธเจ้า
10 คน
พระเจ้าอยู่หัว
0 คน
พระอรหันต์ในบ้าน
6 คน
คู่ชีวิตคุณเอง
1 คน
หรือ คุณอายะ
0 คน

  โหวต 17 คน
วันศุกร์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2553
Posted by ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า , ผู้อ่าน : 3333 , 12:55:08 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า โหวตเรื่องนี้

อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ...ตัสมา สีลัง วิโสธะเย

สิ้นเสียงสาธุการของเหล่าฆราวาสท้ายศีล 5 การอาราธนาและสมาทานศีล ก็จบลงโดยปริยาย

ภายใต้พิธีกรรมที่เกิดขึ้น เพราะอาศัยการกระทำตาม ๆ กันมา หาใช่ทางเลือกเพียงทางเดียวที่ฆราวาสในฐานะอุบาสก อุบาสิกาจะรับศีลทั้ง 5 มารักษาได้

เพราะเหตุว่า ทางเลือกอื่นซึ่ง ลัด สั้น เร็วและง่ายกว่าก็มีอยู่ แล้วทำไมเราจะไม่เลือก

โดยพุทธวจนะแล้ว ศีล เป็นเรื่องของการกระทำซึ่งกรรมด้วยกายและวาจาที่ถูกต้อง และการกระทำทั้งหมดก็เกิดขึ้นจาก เจตนา เป็นเหตุปัจจัย ดังที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าวซึ่งเจตนาว่า เป็นกรรม
เพราะว่าบุคคลเจตนาแล้ว ย่อมกระทำซึ่งกรรมด้วย...
กาย

วาจา
ใจ

ฉกฺก. อํ. ๒๒/๔๕๘,๔๖๓ - ๔๖๔/๓๓๔

กล่าวคือ ไม่มีกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม โดยไม่มี / ปราศจาก เจตนา

สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

...เราตั้งจิตไว้เพื่อประโยชน์แก่ธรรมใด
ประโยชน์นั้นสำเร็จแล้วแก่เรา

เอาละ บัดนี้เราจะนำจิตเฉพาะต่ออารมณ์นั้น
…

อัมพปาลิวรรค มหาวาร.สํ. ๑๙/๒๐๗/๗๑๖

กล่าวอย่างสั้นที่สุด ศีลสำเร็จที่เจตนา ทว่า ขาด ทะลุ ด่างและพร้อยลงที่กายและวาจา

นั่นหมายความว่า ผู้กระทำซึ่งกรรมด้วยใจ ก็หาผิดศีลแต่อย่างใด มิอาจปรับความผิดได้

เพียงแต่มีอกุศลวิตก คือ กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เกิดขึ้นภายในความรับรู้ของจิตแล้ว

โดยหน้าที่ สิ่งที่ควรทำต่อไปก็ คือ
ไม่รับเอาความครุ่นคิดเช่นนั้น ๆ ไว้
ละทิ้งเสีย
ถ่ายถอนออกเสีย
ทำให้สิ้นสุดเสียถึงความไม่มีอะไรเหลืออยู่
ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เมื่อภิกษุ...
เดิน
ยืน
นั่ง
นอนตื่น
อยู่ก็ตาม

ถ้าเธอเกิดครุ่นคิดอยู่ด้วยความครุ่นคิดในทาง...
กาม
เดือดแค้น
ทำให้ผู้อื่นให้ลำบาก
ก็ดี ขึ้น

ภิกษุนั้น
ไม่รับเอาความครุ่นคิดเช่นนั้น ๆ ไว้
ละทิ้งเสีย
ถ่ายถอนออกเสีย
ทำให้สิ้นสุดเสียถึงความไม่มีอะไรเหลืออยู่


ภิกษุผู้เป็นเช่นนี้ แม้...
เดิน
ยืน
นั่ง
นอนตื่น
อยู่ก็ตาม

เราเรียกว่า
ผู้ทำความเพียรเผากิเลส
ผู้กลัวต่อความเป็นทาสของกิเลส
เป็นผู้ปรารภความเพียร ติดต่อสม่ำเสมอ
และ
เป็นผู้มีตนส่งไปแล้วในการกระทำเช่นนั้น

พระพุทธภาษิต จตุกฺก. อํ. ๒๑/๑๗/๑๑

ในทางกลับกัน หากเราไม่พยายามละอกุศลวิตกที่เกิดขึ้นภายในจิตด้วยมรรควิธีข้างต้นแล้ว โอกาสที่เราจะเป็นคนทุศีล ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินวิสัย

กล่าวถึงศีล 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ โดยนิยามศัพท์ คนในสังคมยังเข้าใจผิดไปจากที่พระศาสดาตรัสไว้

บ้างก็นิยามความหมายแคบเกินไป ทว่าก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย ที่ตีความศีล 5 กว้างไปไกลเกินกว่านิยามศัพท์ตามภาษาบาลี

ซึ่งโดยหลักพระพุทธวจนะแล้ว พระศาสดาตรัสถึงศีล 5 ไว้ว่า

ศีลข้อที่ 1
(ปาณาติปาตา เวรมณี...)
เธอนั้น
ละปาณาติบาต

เว้นขาดจากปาณาติบาต (ฆ่าสัตว์)

วางท่อนไม้และศัสตราเสียแล้ว
มีความละอาย
ถึงความเอ็นดูกรุณา
หวังประโยชน์เกื้อกูลในบรรดาสัตว์ทั้งหลายอยู่

สี. ที. /๘๓/๑๐๓

สอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงความสะอาดทางกายไว้แก่จุนทะ

จุนทะ !
ความสะอาดทางกายมี ๓ อย่าง

จุนทะ !
ความสะอาดทางกาย มี ๓ อย่าง
นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?

() บุคคลบางคนในกรณีนี้
ละการทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วง
เว้นขาดจากปาณาติบาต

วางท่อนไม้
วางศัสตรา

มีความละอาย
ถึงความเอ็นดูกรุณาเกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งหลายอยู่

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๓ – ๒๘๙/๑๖๕

ศีลข้อที่ 2
(อทินนาทานา เวรมณี...)
เธอนั้น
ละอทินนาทาน
เว้นขาดจากอทินนาทาน
(ลักทรัพย์)

ถือเอาแต่ของที่เขาให้แล้ว

หวังอยู่แต่ของที่เขาให้
ไม่เป็นขโมย
มีตนเป็นคนสะอาดเป็นอยู่

สี. ที. /๘๓/๑๐๓

สอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงความสะอาดทางกายไว้แก่จุนทะ

จุนทะ !
ความสะอาดทางกายมี ๓ อย่าง

จุนทะ !
ความสะอาดทางกาย มี ๓ อย่าง
นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?

() บุคคลบางคนในกรณีนี้
ละการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้

เว้นขาดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้

ไม่ถือเอาทรัพย์และอุปกรณ์แห่งทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้
ใน...
บ้านก็ดี
ป่าก็ดี ด้วยอาการแห่งขโมย

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๓ – ๒๘๙/๑๖๕

ศีลข้อที่ 3
(กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี...)
เธอนั้น
ละกาเมสุมิจฉาจาร
เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร
(เว้นขาดจากการประพฤติผิด)

ในหญิงซึ่ง...
มารดา
บิดา
พี่น้องชาย

พี่น้องหญิง หรือ
ญาติรักษา อันธรรมรักษา


เป็น…
หญิงมีสามี
หญิงอยู่ในสินไหม

โดยที่สุดแม้หญิงอันเขาหมั้นไว้ (ด้วยการคล้องพวงมาลัย)
ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจารีตในรูปแบบเหล่านั้น

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๗ - ๒๘๘/๑๖๕

สอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงความสะอาดทางกายไว้แก่จุนทะ

จุนทะ !
ความสะอาดทางกายมี ๓ อย่าง

จุนทะ !
ความสะอาดทางกาย มี ๓ อย่าง
นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?

() บุคคลบางคนในกรณีนี้
ละการประพฤติผิดในกาม

เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม (เว้นจาการประพฤติผิด)

ในหญิงซึ่ง...
มารดา
บิดา
พี่น้องชาย
พี่น้องหญิง หรือ
ญาติรักษา อันธรรมรักษา

เป็น...
หญิงมีสามี

หญิงอยู่ในสินไหม

โดยที่สุดแม้หญิงอันเขาหมั้นไว้ (ด้วยการคล้องมาลัย)
ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจารีตในรูปแบบเหล่านั้น

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๓ – ๒๘๙/๑๖๕

ศีลข้อที่ 4
(มุสาวาทา เวรมณี...)
เธอนั้น
ละมุสาวาท
เว้นขาดจากมุสาวาท

พูดแต่ความจริง
รักษาความสัตย์
มั่งคงในคำพูด
มีคำพูดควรเชื่อถือได้
ไม่แกล้งกล่าวให้ผิดต่อโลก

สี. ที. /๘๓/๑๐๓

สอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงความสะอาดทางวาจาไว้แก่จุนทะ

จุนทะ !
ความสะอาดทางวาจามี ๔ อย่าง

จุนทะ !
ความสะอาดทางวาจา มี ๔ อย่าง
นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?

() บุคคลบางคนในกรณีนี้
ละมุสาวาท
เว้นขาดจากมุสาวาท

ไปสู่...
สภา ก็ดี

บริษัท ก็ดี
ท่ามกลางหมู่ญาติ ก็ดี
ท่ามกลางศาลาประชาคม ก็ดี
ท่ามกลางราชสกุล ก็ดี

อันเขานำไปเป็นพยานถามว่า

บุรุษผู้เจริญ !
ท่านรู้อย่างไร ท่านจงกล่าวไปอย่างนั้น ดังนี้

บุรุษนั้น
เมื่อไม่รู้ ก็กล่าวว่า ไม่รู้
เมื่อรู้ ก็กล่าวว่า รู้
เมื่อไม่เห็น ก็กล่าวว่า ไม่เห็น
เมื่อเห็น ก็กล่าวว่า เห็น

เพราะเหตุตนเอง
เพราะเหตุผู้อื่น หรือ
เพราะเหตุเห็นแก่อามิสไร ๆ

ก็ไม่เป็นผู้กล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่

ทสก. อํ. ๒๔/๒๘๓ – ๒๘๙/๑๖๕

และสอดคล้องกับพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงการกล่าวมุสาไว้แก่ราหุล

ราหุล !
เรากล่าวว่า

กรรมอันเป็นบาปหน่อยหนึ่ง ซึ่งนักบวชที่ไม่มีความละอาย
ในการแกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จ จะทำไม่ได้หามีไม่

เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ เธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ว่า

เราทั้งหลายจักไม่กล่าวมุสา แม้แต่เพื่อหัวเราะกันเล่น ดังนี้

ราหุล !
เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้

.. ๑๓/๑๒๓/๑๒๖

ศีลข้อที่ 5
(สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐานา เวรมณี
...)

เธอนั้น
ละ
สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐาน
เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งของความประมาท

สี. ที. /๘๓/๑๐๓

หากพิจารณาถึงศีล 5 โดยบท พยัญชนะ ที่เป็นภาษาบาลีแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า การรักษาศีล 5 ในศีลข้อที่ 4 นั้น มิได้หมายรวมถึงการ

ละปิสุณวาท คือ ละคำยุยงให้แตกกัน
ละผรุสวาท คือ ละคำหยาบ
ละสัมผัปปลาวาท คือ ละคำเพ้อเจ้อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัมมาวาจาในอริยมรรคมีองค์ 8

และในศีลข้อ 5 ก็มิได้หมายรวมถึง การละสิ่งเสพย์ติดอย่างอื่น (ที่มิใช่สุราและเมรัย) แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้จับฉวยได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย ก็ควรค่าแก่การสรรเสริญมากกว่าการติเตียน อยู่แล้ว

เพียงแต่ หากเราเข้าใจนิยามศัพท์ได้อย่างถูกต้อง การจำแนกสิ่งแปลกปลอมออกจากสิ่งนั้น ๆ ก็จะเป็นอะไรที่ง่ายขึ้น

และด้วยความที่ศีลเป็นเรื่องของกรรมโดยตรง จึงเป็นไปไม่ได้ที่การมีศีลและการทุศีลของคนคนหนึ่ง จะไม่มีวิบากกรรมใด ๆ เกิดขึ้นกับคนคนนั้น

และวิบากกรรมดังกล่าว ก็อยู่ภายใต้ กฎแห่งเจตนา หรือ กฎแห่งกรรม อย่างที่เรารู้จักกัน ดังที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
สัตว์ทั้งหลาย

เป็นผู้มีกรรมเป็นของตน
เป็นทายาทแห่งกรรม

มีกรรมเป็นกำเนิด
มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

กระทำกรรมใดไว้ ดีก็ตามชั่วก็ตาม
จักเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น

ทสก. อํ. ๒๔/๓๑๑/๑๙๓

หากจำแนกตามวิบากแห่งกรรม พระศาสดาตรัสถึงผลของการมีศีลและทุศีลไว้ ดังต่อไปนี้

ประการแรก ผลของการมีศีลในแต่ละข้อ

การรักษาศีลข้อที่ 1 เป็นไปเพื่อสุคติ โลก สวรรค์ หรือ การมีอายุยืน ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่มาณพ

มาณพ !
บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็น...
สตรี
บุรุษ ก็ตาม

ละปาณาติบาตแล้ว
เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต

วางอาชญา
วางศัสตราได้
มีความละอาย
ถึงความเอ็นดู
อนุเคราะห์ด้วยความเกื้อกูลในสรรพสัตว์และภูตอยู่

เขาตายไป จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้

หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด ณ ที่ใด ๆ ในภายหลังจะเป็นคนมีอายุยืน

อุปริ. . ๑๔/ ๓๗๖ /๕๗๙

การรักษาศีลข้อที่ 1-4 ก็เป็นไปเพื่อสุคติ เช่นเดียวกัน ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
บุคคลบางคนในกรณีนี้

ละปาณาติบาต
เว้นขาดจากปาณาติบาต…

ละอทินนาทาน
เว้นขาดจากอทินนาทาน…

ละกาเมสุมิจฉาจาร
เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร…

ละมุสาวาท
เว้นขาดจากมุสาวาท...

เขาไม่กระเสือกกระสนด้วย
(กรรมทาง) กาย
(กรรมทาง) วาจา
(กรรมทาง) ใจ

กายกรรมของเขาตรง

วจีกรรมของเขาตรง
มโนกรรมของเขาตรง

คติของเขาตรง
อุปบัติของเขาตรง

ภิกษุทั้งหลาย !
สำหรับผู้มี...
คติตรง

อุปบัติตรง นั้น

เรากล่าวคติอย่างใดอย่างหนึ่งในบรรดาคติสองอย่างแก่เขา คือ

เหล่าสัตว์ผู้มีสุขโดยส่วนเดียว
หรือว่า
ตระกูลอันสูง
ตระกูลขัตติยมหาศาล
ตระกูลพราหมณ์มหาศาล
ตระกูลคหบดีมหาศาลอันมั่งคั่ง

มีทรัพย์มาก
มีโภคะมาก
มีทองและเงินมาก
มีอุปกรณ์แห่งทรัพย์มาก

ภิกษุทั้งหลาย !
ภูตสัตว์ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้ คือ
อุปบัติ (การเข้าถึงภพ) ย่อมมีแก่ภูตสัตว์

เขาทำกรรมใดไว้
เขาย่อมอุปบัติด้วยกรรมนั้น

ผัสสะทั้งหลายย่อมถูกต้องภูตสัตว์นั้นผู้อุปบัติแล้ว

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าวว่า

สัตว์ทั้งหลาย เป็นทายาทแห่งกรรม ด้วยอาการอย่างนี้ ดังนี้

ทสก. อํ. ๒๔/๓๑๑/๑๙๓

และการรักษาศีลข้อที่ 5 เป็นไปเพื่อทางเจริญแห่งโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบ ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่พ๎ยัคฆปัชชะ

พ๎ยัคฆปัชชะ !
โภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบย่อมมีทางเจริญ ๔ ประการ คือ

…
() ไม่เป็นนักเลงสุรา
…

พ๎ยัคฆปัชชะ !
เปรียบเหมือน
ทางน้ำเข้า ๔ ทาง
ทางน้ำออก ๔ ทาง ของบึงใหญ่

บุรุษ...
เปิดทางนํ้าเข้าเหล่านั้นด้วย และ
ปิดทางน้ำออกเหล่านั้นเสีย

ทั้งฝนก็ตกลงมาตามที่ควรด้วย

พ๎ยัคฆปัชชะ !
เมื่อเป็นอย่างนั้น
ความเต็มเปี่ยมเท่านั้นที่หวังได้สำหรับบึงใหญ่นั้น
ความเหือดแห้งเป็นอันไม่ต้องหวัง
นี้ฉันใด

พ๎ยัคฆปัชชะ !
ผลที่จะเกิดขึ้นก็ฉันนั้น สำหรับโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบอย่างนี้แล้ว
ย่อมมีทางเจริญ ๔ ประการ

...
() ไม่เป็นนักเลงสุรา
...

อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๒๘๙ - ๒๙๓/๑๔๔

ประการที่สอง ผลของการทุศีลในแต่ละข้อ

การไม่รักษาศีลข้อที่ 1 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ การมีอายุสั้น ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
ปาณาติบาต ที่...
เสพทั่วแล้ว

เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก

กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งปาณาติบาตของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
มีอายุสั้น

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

การไม่รักษาศีลข้อที่ 2 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ ความเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
อทินนาทาน ที่...
เสพทั่วแล้ว

เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งอทินนาทานของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
ความเสื่อมแห่งโภคทรัพย์

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

การไม่รักษาศีลข้อที่ 3 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ การก่อเวรด้วยศัตรู ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
กาเมสุมิจฉาจาร ที่...
เสพทั่วแล้ว
เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งกาเมสุมิจฉาจารของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
ก่อเวรด้วยศัตรู

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

การไม่รักษาศีลข้อที่ 4 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ การถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
มุสาวาท ที่…
เสพทั่วแล้ว
เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน

เปรตวิสัย

วิบากแห่งมุสาวาทของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
การถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

และการไม่รักษาศีลข้อที่ 1-4 ก็เป็นไปเพื่อทุคติ เช่นเดียวกัน ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
คนบางคนในกรณีนี้
เป็นผู้มีปกติทำปาณาติบาต...
เป็นผู้มีปกติทำอทินนาทาน
...
เป็นผู้มีปกติทำกาเมสุมิจฉาจาร
...
เป็นผู้มีปกติทำมุสาวาท
...

เขากระเสือกกระสนด้วย
(กรรมทาง) กาย
(กรรมทาง) วาจา
(กรรมทาง) ใจ

กายกรรมของเขาคด
วจีกรรมของเขาคด
มโนกรรมของเขาคด

คติของเขาคด
อุปบัติ
(การเข้าถึงภพ) ของเขาคด

ภิกษุทั้งหลาย !
สำหรับผู้มี...
คติคด

อุปบัติคด นั้น

เรากล่าวคติอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาคติสองอย่างแก่เขา คือ

เหล่าสัตว์นรก ผู้มีทุกข์โดยส่วนเดียว
หรือว่า
สัตว์เดรัจฉานผู้มีกำเนิดกระเสือกกระสน ได้แก่
งู แมลง ป่อง ตะขาบ พังพอน แมว หนู นกเค้า หรือ
สัตว์เดรัจฉานเหล่าอื่นที่เห็นมนุษย์แล้วกระเสือกกระสน

ภิกษุทั้งหลาย !
ภูตสัตว์ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้ คือ
อุปบัติย่อมมีแก่ภูตสัตว์

เขาทำกรรมใดไว้

เขาย่อมอุปบัติด้วยกรรมนั้น

ผัสสะทั้งหลายย่อมถูกต้องภูตสัตว์นั้น ผู้อุปบัติแล้ว

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าวว่า

สัตว์ทั้งหลายเป็นทายาทแห่งกรรม ด้วยอาการอย่างนี้ดังนี้

ทสก.อํ. ๒๔/๓๐๙/๑๙๓

และการไม่รักษาศีลข้อที่ 5 เป็นไปเพื่อทุคติ หรือ ความเป็นบ้า ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐาน ที่...
เสพทั่วแล้ว

เจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว

ย่อมเป็นไปเพื่อ...
นรก
กำเนิดเดรัจฉาน
เปรตวิสัย

วิบากแห่งการดื่มน้ำเมาของผู้เป็นมนุษย์ที่เบากว่าวิบากทั้งปวง คือ
วิบากที่เป็นไปเพื่อ
ความเป็นบ้า (อุมฺมตฺตก)

อฏฐก.อํ. ๒๓/๒๕๑/๑๓๐

และเป็นไปเพื่อทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบ ปรากฏดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่พ๎ยัคฆปัชชะ

พ๎ยัคฆปัชชะ !
โภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบย่อมมีทางเสื่อม ๔ ประการ คือ

…
() ความเป็นนักเลงสุรา
…

พ๎ยัคฆปัชชะ !
เปรียบเหมือน
ทางน้ำเข้า ๔ ทาง
ทางน้ำออก ๔ ทาง ของบึงใหญ่มีอยู่

บุรุษ...
ปิดทางน้ำเข้าเหล่านั้นเสีย และ
เปิดทางน้ำออกเหล่านั้นด้วย

ทั้งฝนก็ไม่ตกลงมาตามที่ควร

พ๎ยัคฆปัชชะ !
เมื่อเป็นอย่างนั้น
ความเหือดแห้งเท่านั้นที่หวังได้สำหรับบึงใหญ่นั้น
ความเต็มเปี่ยมไม่มีทางที่จะหวังได้
นี้ฉันใด

พ๎ยัคฆปัชชะ !
ผลที่จะเกิดขึ้นก็ฉันนั้น สำหรับโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยชอบอย่างนี้แล้ว
ย่อมมีทางเสื่อม๔ ประการ คือ

...
() ความเป็นนักเลงสุรา
...

อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๒๘๙ - ๒๙๓/๑๔๔

สอดคล้องกับอีกพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสถึงโทษของการไม่รักษาศีลข้อที่ 5 ไว้แก่คหบดีบุตร

คหบดีบุตร !
อริยสาวก ไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ ๖ ทาง (อบายมุข ๖)
คือ

(๑) การประกอบเนืองๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมา คือ
สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์

...
คหบดีบุตร
!
โทษในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมา คือ
สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท มี ๖ ประการ คือ

() ความเสื่อมทรัพย์อันผู้ดื่มพึงเห็นเอง
() ก่อการทะเลาะวิวาท
() เป็นบ่อเกิดแห่งโรค
() เป็นเหตุเสียชื่อเสียง
() เป็นเหตุไม่รู้จักละอาย
() เป็นเหตุทอนกำลังปัญญา

คหบดีบุตร !
เหล่านี้แล คือ โทษ ๖ ประการในการประกอบเนือง ๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมา คือ
สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

นอกจากจำแนกตามวิบากแห่งกรรมแล้ว พระศาสดาตรัสถึงอานิสงส์แห่งศีลสัมปทาของผู้มีศีลไว้แก่คฤหบดีทั้งหลายว่า

ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย !
อานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นอย่างไรเล่า
?
๕ ประการ คือ

บุคคลผู้มีศีลผู้ถึงพร้อมด้วยศีลในโลกนี้
ย่อมได้กองแห่งโภคะใหญ่ เพราะความไม่ประมาทเป็นเหตุ

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๑

อีกประการหนึ่ง
กิตติศัพท์อันงามของบุคคลผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีลย่อมขจรไป

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๒

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยศีล เข้าไปหาบริษัทใด คือ
ขัตติยบริษัท ก็ดี
พราหมณบริษัท ก็ดี
คหบดีบริษัท ก็ดี
สมณบริษัท ก็ดี

ย่อมเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่เก้อเขินเข้าไปหาบริษัทนั้น

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๓

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเป็นผู้ไม่หลงใหลกระทำกาละ

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๔

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

นี้เป็นอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีลประการที่ ๕

ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย !
อานิสงส์แห่งศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล ๕ ประการนี้แล

ปาฏลิคามิยสูตร ๒๕/๑๘๒-๑๘๓/๑๗๐

และตรัสถึงโทษแห่งศีลวิบัติของผู้ทุศีลไว้แก่คฤหบดีทั้งหลายโดยนัยยะตรงข้ามว่า

ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย !
โทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล ๕ ประการนี้
๕ ประการเป็นอย่างไรเล่า
?

๕ ประการ คือ

บุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติในโลกนี้
ย่อมเข้าถึงความเสื่อมแห่งโภคะใหญ่ เพราะความประมาทเป็นเหตุ

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๑

อีกประการหนึ่ง
กิตติศัพท์อันลามกของบุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติ ขจรไปแล้ว

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๒

บุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติ เข้าไปหาบริษัทใด คือ
ขัตติยบริษัท ก็ดี
พราหมณบริษัท ก็ดี
คหบดีบริษัท ก็ดี
สมณบริษัท ก็ดี

ย่อมไม่แกล้วกล้า เก้อเขินเข้าไปหา

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๓

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติ ย่อมเป็นผู้หลงใหลกระทำกาละ

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๔

อีกประการหนึ่ง
บุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบายทุคติ วินิบาต นรก

นี้เป็นโทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๕

ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย !
โทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล ๕ ประการนี้แล

ปาฏลิคามิยสูตร ๒๕/๑๘๒-๑๘๓/๑๗๐

ซึ่งผลของการมีศีล ผลของการทุศีล อานิสงส์แห่งศีลสัมปทาและโทษแห่งศีลวิบัติก็อยู่ภายใต้ วิบากแห่งกรรม ดังพุทธวจนะที่พระศาสดาตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลาย !
เรากล่าววิบาก (ผลแห่งการกระทำ) แห่งกรรมทั้งหลายว่ามีอยู่ ๓ อย่าง คือ

วิบากในทิฏฐธรรม
(ทันควัน) หรือว่า
วิบากในอุปะปัชชะ (ในเวลาต่อมา) หรือว่า
วิบากในอปรปริยายะ (ในเวลาต่อมาอีก)

ฉกฺก. อํ. ๒๒/๔๕๘,๔๖๓ - ๔๖๔/๓๓๔

เพียงแต่เราไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่า เวลาต่อมาและเวลาต่อมาอีกนั้น กินระยะห่างจากเวลาทันควันนานแค่ไหน

จะเป็นปี เดือน สัปดาห์ วัน ชั่วโมง นาที หรืออีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า นี้ก็ได้ !

จะยังคงทุศีลเสมอต้นเสมอปลาย หรือ สำรวมอินทรีย์เพื่อรักษาศีล 5 ไปจนวันตาย

นั่นก็ขึ้นอยู่กับ เจตนา ของเราเอง

มานับถอยหลังความตายให้กับชีวิตกันเถอะ

10-9-8-7-6-5-4-3-2-1... ขณะนี้ ที่นี่ เดี๋ยวนี้

รวบรวมและเรียบเรียง
หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า

ขึ้น 1-6 ค่ำ เดือน 12



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Man-of-Tomorrow วันที่ : 21/11/2010 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/theManOfTomorrow
บนเส้นทางสายสมมุติ  เธอกลายเป็นทุกอย่าง เว้น เป็นจริง

"สัตว์ทั้งหลาย

เป็นผู้มีกรรมเป็นของตน
เป็นทายาทแห่งกรรม

มีกรรมเป็นกำเนิด
มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
กระทำกรรมใดไว้ ดีก็ตามชั่วก็ตาม
จักเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น"

ผมชอบบาลีสูตรนี้มาก
แต่ผมจำบาลีไม่ได้ คล้ายๆ
กรรมพันธุ กรรมสกะ กรรมทายาโท ...

สิ่งนี้ทำให้พุทธเป็นอเทวนิยม แตกต่างจากเทวนิยม
ที่เพี้ยนๆนับถือกันอยู่ปัจจุบันนี้ แม้แต่คนที่เรียกตนว่า "พระ"
ยังสร้างพิธีตัดกรรม อุทิศบุญ
ให้ญาติโยมได้หลง งมงาน มีแต่ศรัทธาที่ปราศจากปัญญา

หากละว่าพิธีกรรมประยุกต์ไว้ในประเด็นสังคมศาสตร์
แต่ก็อดนึกเศร้าใจไม่ได้ว่า ทำไม ภิกษุเหล่านั้นไม่สอดแทรก
คำสอนที่ลึกซึ้งเพื่อความลดกิเลสให้กับญาติโยมบ้าง
เกินกว่า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 13/11/2010 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

พี่ อาโป - สวัสดีคับ จากทานไปสู่ศีลและจากศีลไปสู่ภาวนา นี่เป็นทางมาแห่งบุญครับ และความสะอาดของจิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ

โดยตรรกะแล้ว การกระทำซึ่งกรรมด้วยอะไรเข้าใกล้ ที่สุดแห่งทุกข์น้อยไปมาก การกระทำนั้นก็มีอานิสงส์น้อยไปมาก ไล่เรียงกันไปครับ

หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า
ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 12

OKNATION...คือพื้นที่ให้เราพัก ที่พำนักยามจิตว่าง หลากผู้คนบนเส้นทาง ร่วมสรรสร้างสังคมงาม ที่ถ่ายทอดความรู้สึก ที่คิดนึกการไต่ถาม ที่ชี้แนะความดีงาม ที่ร่วมน้ำใจไมตรี

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อาโป วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile



เดินตามรอย.....จนสุดรอย


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

พี่ Hiriotappa - ปุจฉา ฟังเพลง โทรจิกอยู่นั่นแหละ หรือ มีเวลาโทรมาด้วยเหรอ นี่ถือว่าขาดศีลไหมครับ

วิสัชนา - โดยศีล 5 ดังที่พระศาสดาตรัสไว้ไม่มีข้อห้ามอันใดเลยนะครับ

สิ่งที่พี่ Hiriotappa ถามจึงน่าจะเป็นเรื่อง อุโบสถศีล ในส่วนนี้พระศาสดาตรัสว่า

(นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา เวรมณี)
เธอนั้นเป็นผู้เว้นขาดจาก...
การฟ้อนรำ
การขับร้อง
การประโคม และ
การดูการเล่นชนิดเป็นข้าศึกแก่กุศล

ติก. อํ ๒๑/๒๗๑/๕๑๐

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า การฟังเพลง เป็นการดูการเล่นชนิดเป็นข้าศึกแก่กุศล หรือไม่ ?

ในส่วนนี้ มีพระสูตรที่เทียบเคียงได้ซึ่งพระศาสดาตรัสแก่มหาราชะว่า

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อสมณะหรือพราหมณ์บางพวก ฉันโภชนะที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้ว

ท่านเหล่านั้นยังเป็นผู้ดูการเล่นอยู่เนือง ๆ
คืออะไรบ้าง ?
คือ

ดูฟ้อน
ฟังขับ
ฟังประโคม
ดูไม้ลอย
ฟังนิยาย
ฟังเพลงปรบมือ
ฟังตีฆ้อง
ฟังตีระนาด
ดูหุ่นยนต์
ฟังเพลงขอทาน
ฟังแคน
ดูเล่นหน้าศพ
ดูชนช้าง แข่งม้า ชนกระบือ ชนโค ชนแพะ ชนแกะ ชนไก่ ชนนกกระทา
ดูรำไม้ รำมือ ชกมวย
ดูเขารบกัน
ดูเขาตรวจพล
ดูเขาตั้งกระบวนทัพ
ดูกองทัพที่จัดไว้

ส่วนภิกษุในธรรมวินัยนี้
เธอเว้นขาดจากการดูการเล่นเห็นปานนั้นเสียแล้ว

แม้นี้ ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง

ก็ลองกลับไปเทียบเคียงดูนะครับว่า โดยรูปแบบและเนื้อหาของเพลงมันเป็นข้าศึกต่อกุศลหรือไม่

อีกพระสูตรหนึ่งที่น่าสนใจคือ พระศาสดาตรัสว่า

ภิกษุทั้งหลาย !
ธรรมทั้งหลายอันเป็นกุศลเหล่าใด ซึ่ง...
เป็นอริยะ
เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์
เป็นเครื่องยังสัตว์ให้ลุถึงความตรัสรู้พร้อม มีอยู่

ภิกษุทั้งหลาย !
ถ้าหากว่าบุคคลผู้ชอบถาม จะพึงถามพวกเธออย่างนี้ว่า

วิธีการเพื่อให้ได้รับประโยชน์ถึงที่สุด (อุปนิสา)ในการฟังซึ่งธรรมอันเป็นกุศล ซึ่ง...
เป็นอริยะ
เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์
เป็นเครื่องยังสัตว์ให้ลุถึงความตรัสรู้พร้อม เหล่านั้น มีอยู่อย่างไรเล่า ? ดังนี้ไซร์

พึงตอบแก่เขาอย่างนี้ว่า

วิธีการนั้นก็คือ (การฟัง) เพื่อให้รู้ตามเป็นจริงซึ่งธรรมเหล่านั้น อันจะพึงแบ่งออกได้เพียงสองหมวด

สองหมวดอย่างไรกันเล่า ?
สองหมวด คือ

การแยกฟังให้รู้ว่า
นี้คือทุกข์
นี้คือทุกขสมุทัย ดังนี้ นี้เป็นอนุปัสสนา (การตามเห็น) หมวดที่หนึ่ง

และ
นี้คือทุกขนิโรธ
นี้คือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ดังนี้ นี้เป็นอนุปัสสนาหมวดที่สอง

ภิกษุทั้งหลาย !
เมื่อภิกษุตามเห็นอยู่ซึ่งธรรม อันจะพึงแบ่งออกได้เป็นสองหมวดโดยชอบ อย่างนี้

เป็นผู้...
ไม่ประมาท
มีความเพียรเผากิเลส
มีตนส่งไปแล้วในธรรม อยู่

ผลที่เธอพึงหวังได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาผสองอย่าง
คือ

การบรรลุอรหัตตผลในทิฏฐธรรม นั่นเทียว หรือว่า
ถ้าอุปาทิ (เชื้อ) ยังเหลืออยู่ ก็ย่อม เป็นอนาคามี

สุตฺต. ขุ. ๒๕/๔๗๓/๓๙๐

ปล.เข้ามาถามกันได้เสมอ ๆ ครับ

หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า
ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

เพราะความเยิ่นเย้อและไม่ลงตัวของเนื้องาน
จึงตัดทอนวิธีการสร้างเหตุปัจจัยให้เกิดศีลขึ้น

เพราะเหตุนั้นในกรณีนี้ งานเขียนฉบับต่อไป อาจจะลงมรรควิธีสร้างศีลให้เกิดขึ้นในตัวเรา

ย้ำว่า มรรควิธีที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่พระศาสดาตรัสไว้ หาใช่คำกล่าว/คำสอนของสาวกไม่

เตรียมพบกับวิธีเพาะเมล็ดพันธ์แห่งศีลได้ที่นี่ เร็ว ๆ นี้
(แต่ไม่รู้อีกนานเท่าไรครับ)

หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า
ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hiriotappa วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


ฟังเพลง โทรจิกอยู่นั่นแหละ หรือ มีเวลาโทรมาด้วยเหรอ นี่ถือว่าขาดศีลไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

พี่ ลานเทวา - กราบนมัสการพระอาจารย์ครับ

พระศาสดาตรัสว่า ผู้ควรเข้าใกล้ คือ ผู้มีศีลครับ

ภิกษุทั้งหลาย !
ก็บุคคลเช่นไรเล่า ที่ต้องสักการะเคารพเสียก่อน แล้วจึง
คบหาสมาคม เข้าใกล้ ?

ภิกษุทั้งหลาย !
บุคคลบางคนในกรณีนี้ เป็นผู้มี...
ศีล
สมาธิ และ
ปัญญายิ่งกว่าเรา

บุคคลดังกล่าวนี้ เป็นผู้ที่ต้องสักการะเคารพเสียก่อน แล้วจึงคบหา สมาคม เข้าใกล้

ข้อนั้นเพราะอะไร ?
เพราะเราจักได้ทำ...
กองศีล
กองสมาธิ และ
กองปัญญา

ของเราที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์บ้าง

เราจักได้ประคับประคอง...
กองศีล
กองสมาธิ และ
กองปัญญา

ที่บริบูรณ์แล้วไว้ได้ด้วยปัญญาในธรรมนั้น ๆ บ้าง

เพราะฉะนั้น บุคคลเช่นนี้
จึงเป็นผู้ที่ต้องสักการะเคารพเสียก่อน
แล้วจึงคบหาสมาคมเข้าใกล้ แล

พระพุทธภาษิต ติก. อํ. ๒๐/๑๕๗/๔๖๕

หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า
ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลานเทวา วันที่ : 12/11/2010 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

จงเข้าถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริง ในการประพฤติ ปฏิบัติ

ใจดี ใจสบาย



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน