• อิสรทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : webmaster@falconbbs.com
  • วันที่สร้าง : 2012-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 70
  • จำนวนผู้ชม : 207440
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
Poetry Park
เสนอบทกวีที่โดนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/poetry-park
วันเสาร์ ที่ 29 มิถุนายน 2562
Posted by อิสรทัศน์ , ผู้อ่าน : 240 , 00:22:20 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พอดีผมเห็นว่ายังมีบทกวีอีก 2 ชิ้นที่น่าจะเอามารวมไว้ด้วย คือเพลง The Rose ที่ผมแปลออกมาเป็นกลอน 8 (ผมแปลเพลงภาษาอังกฤษทั้งหมดแค่ 6 เพลง แต่แปลออกมาเป็นบทกวีทั้ง 6 เพลง ซึ่งในเอนทรี่นี้จะมีทั้งหมด) และ กาพย์ห่อโคลง ที่เป็น Yesterday's Glory ครับ วันนี้ก็เลยมีบทกวีให้อ่านกันถึง 22 ชิ้น เริ่มจากเพลงภาษาอังกฤษทั้ง 6 เพลงครับ

19. T o d a y

Today while the blossoms still cling to the vine - วันนี้เมื่อดอกไม้ยังใสสด ฉันจะลองลิ้มรสอันสดใส
I'll taste your strawberries, I'll drink your sweet wine - ของสตรอว์เบอรี่สีอำไพ และเหล้าไวน์รสหวานที่บ้านเธอ
A million tomorrows shall all pass away - วันพรุ่งนี้ล้านวันจะผันผ่าน อดีตกาลนานไกลจะไผลเผลอ
And I'll forget all the joy that is mine today - ฉันจะลืมความสุขสันต์อันเลิศเลอ ที่ได้เจอวันนี้...มิได้จำ

I'll be a dandy and I'll be a rover - ฉันจะสำรวยเหลือเรื่องเสื้อผ้า จะบุกป่าฝ่าดงหลงถลำ
You know who I am by the song that I sing - เธอจะรู้ฉันเป็นใครได้จากคำ- ร้องที่นำมาร้องเสียงก้องไป
I'll feast at your table, I'll sleep in your clover - ฉันจะกินอาหารที่บ้านเธอ หลับละเมอในผ้าห่มเธอห่มให้
Who cares what tomorrow shall bring - พรุ่งนี้โลกจะเป็นไปเช่นไร ไม่มีใครสนแน่..ช่างแม่มัน

I can't be contented with yesterday's glory - ฉันไม่อาจพอใจในเกียรติก้อง ซึ่งเป็นของอดีตกาลที่ผ่านผัน
I can't live on promises winter to spring - ฉันไม่สามารถที่ครองชีวัน ด้วยคำสัญญาที่ใครมอบให้มา
Today is my moment and now is my story - วันนี้คือช่วงวันที่ฉันเฟื่อง นี่คือเรื่องของฉันนั่นแหละหนา
I'll laugh and I'll cry and I'll sing... - ฉันจะหัวเราะร่ำรินน้ำตา ร้องเพลงพาเธอฝันในวันนี้
-----------------------------------------------------------------------------------------

20. In The Morning

In the morning when the moon is at it's rest
You will find me at the time I love the best
Watching rainbows play on sunlight
Pools of water iced from cold night
In the morning
It is the morning of my life
In the daytime, I will meet you as before
You will find me waiting by the ocean floor
Building castles in the shifting sands
In a world that no one understands
In the morning
It is the morning of my life
It is the morning of my life
In the morning of my life
The minutes take so long to drift away
Please be patient with your life
It's only morning and you're still to live your day
In the evening, I will fly you to the moon
To the top right hand corner of the ceiling in my room
Where we'll stay until the sun shines
Another day to swing on clothes lines, may I be yawning
It is the morning of my life
It is the morning of my life
In the morning
In the morning
In the morning

เมื่อตะวันสาดแสงทองทาบท้องฟ้า
ฉันจะมานั่งลงตรงที่เก่า
ที่เคยเป็นความหลังระหว่างเรา
สายตาเศร้าจะเหม่อมองดูท้องฟ้า
รุ้งเจ็ดสีคลี่สายพาดปลายสรวง
เหมือนทักท้วงทวงให้อาลัยหา
แว่วเพลงรักที่ร่ำรินอำลา
ชุ่มน้ำตาอึ้งอ้ำแอบสำออย
จากที่นั่น ณ จุดสุดขอบฟ้า
เธออาจมาเพื่อบรรเทาความเหงาหงอย
มามองสายตาเศร้าที่เฝ้าคอย
มาย้อนรอยรักร้าวที่ก้าวไป
ดูสิปราสาททรายริมชายหาด
ฉันทนวาดด้วยความหวังเพื่อพังไหว
อาภัพคนที่เขาคิดเข้าใจ
เหมือนอยู่ในความมืดอันยืดยาว
ถ้าเธอกลับมาใหม่เมื่อใกล้ค่ำ
ฉันจะนำเธอเหินเพลินชมหาว
สั่งกระซิบจากทรวงริมรวงดาว
ลบรอยร้าวลำเค็ญความเป็นไป
เมื่อตะวันสาดแสงทองทาบท้องฟ้า
ฉันจะมานั่งที่เก่าของเราใหม่
มาหลั่งรินน้ำตาความอาลัย
และรอใครคนหนึ่ง..ซึ่งอาจมา/
-------------------------

21. Blowing In The Wind

How many roads must a man walk down - เขาต้องเดินด้วยเท้าไกลเท่าไหร่
Before you call him a man? - ก่อนใครใครจะเห็นเขาเป็นเขา
Yes, 'n' how many seas must a white dove sail - นกเริงร่อนเลียบลานม่านฟ้าเทา
Before she sleeps in the sand? - ได้นานเนาเพียงไรอยากใคร่รู้
Yes, 'n' how many times must the cannon balls fly - ปืนจะปล่อยกระสุนปีละกี่ลูก
Before they're forever banned? - ก่อนมันถูกทำลายลงไม่คงอยู่
The answer, my friend, is blowin' in the wind, - คำตอบที่หม่นหมองเมื่อมองดู
The answer is blowin' in the wind - คืออณูของดอกไม้ในเวลา

How many years can a mountain exist - ภูเขาจะตระหง่านนานเพียงไหน
Before it's washed to the sea? - ก่อนแหลกไปเป็นเศษสิ้นเขตผา
Yes, 'n' how many years can some people exist - คนจะอยู่กี่ปีมีชีวา
Before they're allowed to be free? - ก่อนจะพากันมีเสรีจริง
Yes, 'n' how many times can a man turn his head, - เขาจะหันหัวกลับอย่างสับสน
Pretending he just doesn't see? - ได้กี่หนแสร้งไม่เห็นทำเป็นนิ่ง
The answer, my friend, is blowin' in the wind, - คำตอบที่เป็นหลักให้พักพิง
The answer is blowin' in the wind. - ซ่อนแอบอิงในละอองของน้ำค้าง

How many times must a man look up - เขาต้องเงยแหงนหน้ากี่คราแน่
Before he can see the sky? - ก่อนจะแลเห็นฟ้าจ้ากระจ่าง
Yes, 'n' how many ears must one man have - ประสาทหูต้องมีกี่ระยาง
Before he can hear people cry? - ก่อนเสียงครางร้องไห้ได้ถูกยิน
Yes, 'n' how many deaths will it take till he knows - ความตายต้องหลอนเร้าเขาเพียงไหน
That too many people have died? - ก่อนคิดได้ว่าชีพนี้มีวันสิ้น
The answer, my friend, is blowin' in the wind, - คำตอบถูกขุดได้จากใต้ดิน
The answer is blowin' in the wind. - แล้วโรยรินเลือนสลายในสายลม
---------------------------------------------------------------

22. Amazing Grace

"Amazing Grace"

Amazing Grace, how sweet the sound,
That saved a wretch like me.
I once was lost but now am found,
Was blind, but now I see.
T'was Grace that taught my heart to fear.
And Grace, my fears relieved.
How precious did that Grace appear
The hour I first believed.
Through many dangers, toils and snares
I have already come;
'Tis Grace that brought me safe thus far
and Grace will lead me home.
The Lord has promised good to me.
His word my hope secures.
He will my shield and portion be,
As long as life endures.
Yea, when this flesh and heart shall fail,
And mortal life shall cease,
I shall possess within the veil,
A life of joy and peace.
When we've been here ten thousand years
Bright shining as the sun.
We've no less days to sing God's praise
Than when we've first begun.
Amazing Grace, how sweet the sound,
That saved a wretch like me.
I once was lost but now am found,
Was blind, but now I see.

"ความสง่าอันน่าทึ่ง"

ความสง่าอันน่าทึ่ง แห่งเสียงซึ่งหวานซึ้งทรวง
ช่วยชีพอันกรอบกลวง ของข้าไว้ในระวาง
เคยหลงพงที่แผ้ว ก็พบแล้วทุกแนวทาง
ดวงตาเคยฝ้าฟาง ก็สว่างกระจ่างใส
ความสง่าสอนข้าหวั่น แล้วล้างมันให้หมดไป
ชั่วโมงที่เชื่อใน ความสง่าอันค่าควร
ผ่านภัยพ้นหลุมพราง ทุกเส้นทางข้าทบทวน
อยู่รอดปลอดภัยมวล เพราะพระองค์ทรงนำมา
พระองค์ให้คำมั่น สิ่งดีอันทรงสัญญา
ความหวังของชีวา โดยวัจนะแห่งพระองค์
พระองค์คือเกราะอัน ป้องชีวันให้มั่นคง
ศรัทธาข้าดำรง อยู่ยืนยาวเท่าชีวัน
เมื่อร่างและใจล้ม และหมดลมหายใจพลัน
ข้าจะประสบสัน- ติสุขทั่วทั้งหัวใจ
ใสสว่างดั่งสุรีย์ หนึ่งหมื่นปีจากนี้ไป
เราร้องสรรเสริญใน พระเมตตาประชาปวง
ความสง่าอันน่าทึ่ง แห่งเสียงซึ่งหวานซึ้งทรวง
ช่วยชีพอันกรอบกลวง ของข้าไว้ในระวาง
เคยหลงพงที่แผ้ว ก็พบแล้วทุกแนวทาง
ดวงตาเคยฝ้าฟาง ก็สว่างกระจ่างใส...
----------------------------------

23. When A Child Is Born

A ray of hope flickers in the sky - แสงแห่งหวังรังรองในท้องฟ้า
A tiny star lights up way up high - จุลดารารองเรืองในเบื้องหลัง
All across the land, dawns a brand new morn - ทั่วแดนแสงแห่งอรุณกรุ่นพลัง
This comes to pass when a child is born - ผ่านภวังค์เมื่อเด็กใหม่ได้เกิดมา

A silent wish sails the seven seas - ความฝันเงียบเลียบล่องเจ็ดท้องสมุทร
The winds of change whisper in the trees - สายลมรุดกระซิบใส่ไพรพฤกษา
And the walls of doubt crumble, tossed and torn - กำแพงกางขวางกั้น..พังทันตา
This comes to pass when a child is born - หลังเวลาเด็กเกิดกำเนิดกาย

A rosy hue settles all around - สีแดงเรื่อเอื้อครอบคลุมขอบเขต
You've got the feel you're on solid ground - เธอสังเกตพื้นแกร่งว่าแข็งหลาย
For a spell or two, no one seems forlorn - ราวต้องมนต์ทุกคนสุขความทุกข์คลาย
This comes to pass when a child is born - ผ่านไปภายใต้อภิสูติกรรม

It's all a dream, an illusion now - คือความฝันอันลวงตาเวลานี้
It must come true, sometime soon somehow - มันต้องมีเป็นจริงได้ให้ดื่มด่ำ
All across the land, dawns a brand new morn - ทั่วแดนแสงแห่งอรุณเริ่มหนุนนำ
This comes to pass when a child is born... - ผ่านความสำราญเลิศ เด็กเกิดมา...
----------------------------------------------------------------------

24. The Rose

Some say love, it is a river - บางคนว่าความรักคล้ายกับสายน้ำ
That drowns the tender reed - ซึ่งท่วมล้ำทำลายลำไม้อ่อน
Some say love, it is a razor - บ้างว่ารักเหมือนมีดบาดใจขาดรอน
That leaves your soul to bleed - เหลือเลือดร้อนไหลรินรดวิญญาณ
Some say love, it is a hunger - บ้างว่าความรักคล้ายกระหายหิว
An endless, aching need - พาโลดลิ่วปวดแปลบใจแสบซ่าน
I say love, it is a flower - ฉันว่ารักคือดอกไม้มาลัยมาน
And you it's only seed - เธอมองผ่านว่าเป็นเกล็ดเมล็ดพันธุ์

It's the heart afraid of breaking - มันคือหัวใจที่รัว... กลัวสลาย
That never learns to dance - มิรู้ร่ายเริงตามติดความฝัน
It's the dream afraid of waking - คือฝันดีที่กลัวตื่นฟื้นโดยพลัน
That never takes the chance - ไม่มีวันฉวยโอกาสที่อาจมี
It's the one who won't be taken, - มันคือคนผู้ไม่พร้อมจะยอมก้ม
Who cannot seem to give - ไม่นิยมที่จะให้โดยใช่ที่
And the soul afraid of dying - คือวิญญาณกลัวสลายคลายธุลี
That never learns to live - มิได้ใช้ชีวีที่มีมา

And the night has been too lonely - และยามค่ำคืนเล่า... ก็เปล่าเปลี่ยว
And the road has been too long - ทางลดเลี้ยวก็ไกลเกินไปกว่า
And you think that love is only - และเธอคิดว่ารักนั้นเป็นบรรณา
For the lucky and the strong - ของบรรดาผู้โชคดีที่แข็งแรง
Just remember in the winter - จำไว้ว่าฤดูหนาวจะคราวไหน
Far beneath the bitter snow - ลึกลงใต้หิมะพร่างน้ำค้างแข็ง
Lies the seed that with the sun's love, - มีเมล็ดพันธุ์ซึ่งรังสีสุรีย์แยง
In the spring, becomes a rose. - จนยอดแทง เผยภาพ กุหลาบงาม
--------------------------------------------------------------

25. นั ก เ ดิ น ท า ง

ผู้ดุ่มเดินเผชิญโชคบนโลกกว้าง
ยังหยัดร่างกลางแดดที่แผดเผา
แหวกสุมทุมสุ่มทางกลางลำเนา
ทาบรอยเท้าทุกทางที่ย่างไป
บนดินดอน,คอนกรีตซึ่งซีดสี
หรือทางที่ทอดขนานลำธารใส
ในโคลนตมหล่มทางที่ห่างไกล
สาสมใจชายหนุ่มผู้ดุ่มเดิน
สวนดอกไม้สายหมอกระลอกร่ำ
ยามเท้าย่ำลำเนาภูเขาเขิน
ไม่เคยมีที่ใดจะไกลเกิน
ความเพลิดเพลินยังเร้นริมเส้นทาง
ผู้ดุ่มเดินเผชิญโลก,ผู้โชคร้าย
คงท้าทายทุกข์สุขและทุกอย่าง
ยังย่ำเท้าก้าวเดินโดยเพลินพลาง
ในท่ามกลางกลีบผกา,กลิ่นมาลี
แม้หัวใจใฝ่ถวิลถึงกลิ่นหอม
อยากดมดอมดอกไม้ในวิถี
ผู้ดุ่มเดินเผชิญโลกผู้โชคดี
ยังเสรีไร้พันธะอันใด
ผู้ดิ้นรนผจญโชคในโลกฝัน
ยังไร้วันจะหักห้ามรักไหว
จึงซอกซอนซ่อนตัวซุกหัวใจ
แอบร้องไห้และหัวเราะตัวเอง/
---------------------------

26. ธิ ด า ด า ว

คิดถึงแก้วแววดาวที่ วาววับ
แก้วประดับดาวดวงบน สรวงใส
คิดถึงนักรักแล้วแม้ แก้วไกล
ก็จะไปหาแก้วผู้ แวววาว
สงสารใจไห้โหยที่ โดยดิ้น
มันมิสิ้นโศกซึ้งคะ นึงหนาว
คะนึงแก้วแววตาธิ ดาดาว
ผู้เพริศพราวพักตร์พริ้มยิ้ม นิ่มนวล
พอสำนึกลึกแล้วกลัว แก้วโกรธ
ขอแก้วโปรดเห็นใจผู้ ไห้หวน
เพราะหัวใจไร้เล่ห์มิ เรรวน
โปรดใคร่ครวญความหลังอีก ครั้งครา
แก้วจำคำพร่ำวากย์ได้ มากไหม
รู้ไหมใครคร่ำครวญคอย หวนหา
เมื่อแก้วเมินเหินห่างร่าง ร้างรา
ใครน้ำตารินหลั่งลง พรั่งพราย
ในโลกเศร้าเปล่าว่างใคร คว้างขวัญ
เมื่อความฝันบรรเจิดระ เหิดหาย
เมื่อเทวีสีชมพูนิ่ง ดูดาย
หลังทำลายความหวังจน พังภิณฑ์
ยังโศกซึ้งถึงแก้วที่ แวววาบ
เกินลบคราบความอาดูรให้ สูญสิ้น
เพราะหัวใจไห้โหยได้ โบยบิน
จากแดนดินดิ้นหาธิ ดาดาว/
----------------------------

27. เ ธ อ ห รื อ ก็ คื อ เ ธ อ (You Are What You Are)

เธอคือผู้เพียบพร้อมต้องยอมรับ
ถ้าจะนับความแรงแห่งแสงสี
ถนอมมาในหมู่ของผู้ดี
เป็นสตรีบริสุทธิ์ดุจตะวัน
ด้วยสรีระร่างราวนางฟ้า
ประดับอาภรณ์ล้วนแต่ชวนฝัน
ละลานตาหลากล้ำไม่ซ้ำกัน
ช่างเฉิดฉันรูปโฉมประโลมตา
เธอคือผู้อยู่ดีมีศรีศักดิ์
ซึ่งประจักษ์แจ้งใจไม่กังขา
นับว่าเธอโชคดีที่เกิดมา
พร้อมบรรดาสิ่งสำหรับประดับตน
ถ้าจะขึ้นหอคอยอันลอยลิบ
ไปเอื้อมหยิบดาวดวงบนห้วงหน
ก็คงไม่ยุ่งยากลำบากลำบน
เมื่อมีคนคอยป้องประคองไป
อยากให้เธอมองให้ไกลมองให้กว้าง
มองให้ทั่วทุกทางที่กว้างใหญ่
อย่าคับแคบคิดแค่เอาแต่ใจ
เธอจะแก่เกินวัยในไม่ช้า
มันไม่ใช่เรื่องฐานันดร์ในวันนี้
ใช่เรื่องศรีศักดิ์,ศาสน์,ชาติ,ภาษา
เธอคือเธอคนที่มีวิญญา
จำไว้ว่าเธอหรือ ก็คือเธอ/
-----------------------------

28. เ จ้ า พ ร ะ ย า

เจ้าพระยาธาราใสพรายแดดส่อง
รินไหลล่องรายเรื่อยราวเหนื่อยอ่อน
โดมยืนยงคงขวัญนิรันดร
อาจผุกร่อนเพราะกาลที่ผ่านมา
โพธิ์ยังพัดระบัดใบในความเหงา
กำแพงเก่ากล้าแกร่งยังแข็งกล้า
ต้นจำปีที่ริมเขื่อนคอยเตือนตา
กลีบโรยราร่วงลู่ลงสู่ดิน
หางนกยูงเหลืองแดงในแสงแดด
โปรยกลีบแสดแวดวางหว่างถวิล
ทวงวันคืนหื่นโหยที่โบยบิน
ไปกับจินตนาการอันบานปลาย
คิดถึงวันฝันดีของปีก่อน
เมื่อแดดอ่อนรินอาบลงทาบสาย
เคยหลงเล่ห์เสน่หาจนตาลาย
สะอื้นอายอ่อนแอพ่ายแพ้ยับ
คิดถึงอนาคตแล้วหดหู่
เมื่อยังอยู่อย่างคนที่จนอับ
คิดถึงปีทั้งปวงที่ล่วงลับ
แล้วแอบซับน้ำตาอย่างสาใจ
เจ้าพระยาธาราใสพรายแดดส่อง
รินไหลล่องรายเรื่อยหาเหนื่อยไม่
เราสิเหนื่อยเฉื่อยชาหมดอาลัย
สำนึกในความผิดซึ่งติดตัว
-----------------------------

29. บั ณ ฑิ ต

ในที่สุดจุด"จบ"ก็พบแล้ว
พร้อมกับแนวทางใหม่ที่ได้เห็น
สำหรับวันอันลำบากและยากเย็น
ก็จะเป็นอดีตกาลที่ผ่านเลือน
แผ่นกระดาษหนึ่งใบที่ได้รับ
ค่าเปรียบกับสิ่งใดจะให้เหมือน
ไม่อาจจะละเลยทำเฉยเชือน
แม้เคยเบือนเคยเบื่อมันเหลือเกิน
ในที่สุดจุดจบได้พบว่า
มันมีค่าในสังคมข่มความเขิน
ทอดบรรไดที่บัณฑิตมีสิทธิ์เดิน
ไม่อาจเมินไม่อาจจะขาดมัน
สำนึกในวิญญาอย่างสาหัส
จึงสัมผัสความจริงทิ้งความฝัน
ทุ่มพลังตั้งหน้าคิดฝ่าฟัน
สำหรับวันเช่นนี้..น่าดีใจ
วันเช่นนี้ที่เราลืมเศร้าโศก
มองเห็นโลกอนาคตสวยสดใส
วันพรุ่งนี้ในโลกพบโชคชัย
แม้สายไปสองปีอย่างที่เป็น
ในที่สุดจุด"จบ"ก็พบแล้ว
พร้อมกับแนวทางใหม่ที่ได้เห็น
หลังจากวันอันลำบากและยากเย็น
ความลำเค็ญทั้งหมดถูกปลดไป/
----------------------------

30. FOR JENN!

It's like a dream comes true
When I came to know you;
In the digital electronic scene
Via comm program and BBS machine.

You're a young and playful gal
I'm happy every time you call;
Getting to know you more and more
Now I know what I'm looking for.

You light up my life and my world
And God!, you're a wonderful girl;
You give me hope, but shatter my soul
I'm afraid I'm just too old.

But I can't help this feeling of mine
Though I foresee pain there down the line;
You might not think the way I think you do
And now it's clear that this is true!

I'm finding myself, again
In bitter agony and fatal pain;
I can't help but let it be
My pleade to God: "Why me?"

It's like the heaven's tumbling down
Knocking my head onto the ground;
My sweet dream has come to an end
Running out of my mind, crying for Jenn!

FOR JENN!
23 Dec'89
-----------------------------------------

31. FOR JENN II
(Written using one Thai poem format named "Karp-Yani 11")

I know I love you It is true and you know
All my actions show And it's out from my eyes

As long as world turns, As fire burns and sun shines
You are on my mind And my heart's part of you

Wherever you are, Everything you do
I admire them thru My sixth sense, again here

With love and my life I will fight for my dear
So that you are near.. But what should I do now?

Love me if you can, If you can't.., turn me down
I'm already grounded Will accept what you'd say

Angel of my night And sunshine of my day
I wish you'd stay Beside me.. till the end!

FOR JENN II
1 January'90
----------------------------------------------------

32. M Y  D R E A M

I dream of a happy hut
By the stream down the hill;
Where I, my love, we both
Bring up our Jack and Jill.

I dream of simple life
We live together there;
Right under the sunshine
Entwined by fresh, clean air.

I dream of waterfalls
Which form into our walls;
Dividing us from man
Doing the best we can.

I dream of a pretty girl
Who means to me all the world;
I'm happy when she's around
True happiness I've found.

I wake up to reality
My dream is still with me;
To make my dream come true
I need some help from you!
---------------------------------------------

33. THERE GOES MY HEART

Poor red rose of love
Your time has just begun;
To bloom in name of love
But now you're nearly done.

My babe's going away
Leaving me deep in pain;
What more can I say?
When all will be in vain.

I can't wait forever
I can't wait so long;
I can't live, either
With sorrows so strong.

But baby, free you are,
Do what you wanna do;
I'll realize how far
Away I am... from you.

Good old times together
How I'm longing for!
I'll miss you forever
I'll still love you more.

Bye bye, baby, we part
Wish you a happy world;
There to the U.S. my heart
Goes with my sweetest girl!.
-------------------------------------

34. MY OWN

When I was two and twenty
I thought another way;
I thought my time was plenty
So I wasted it each day.
I had lot of girlfriends
And some of them loved me;
I was so young that then
I just wanted to be free.

When I was three and twenty
In love again was I;
But then, I wanted to be
With me, myself and I.
I turned away my girl
Ended all love affairs;
I lived in my own world
Wanted no burden to bear.

Now I am three and thirty
I've already changed my mind;
Time has changed me really
I shouldn't have been so blind.
I should have already wedded
It's lonely all alone;
But I should not regret
'Cause I chose it my own!
---------------------------------------

35. Yesterday's Glory (เกียรติยศแห่งวันวาน)
คือการได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดกาพย์ห่อโคลง หัวข้อ สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชชนนี ในวันชมรมนักกลอนปีที่ 13 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2515 โดยได้ถ้วยประทานจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงสุทธสิริโสภา ถ้วยรางวัลยังคงอยู่ เช่นเดียวกับความทรงจำในบทกวีชิ้นนี้ จำได้หมดทุกตัวอักษร:

ศรีนครินทร์บรมราชเจ้า จอมใจ
ทรงพระเดชพระคุณไกร เกริกหล้า
เปรียบเพชรรัตน์จรัสวิไล ลบโลก สามแฮ
ฝนสู่ดินจากฟ้า เปรียบน้ำพระทัย

ศรีสังวาลย์สังวาลย์สวรรค์ ศรีทรงธรรม์นิรันดร์สมัย
ทุกเขตพระเสด็จไป หัวใจราษฏร์ปราศไฟลาม
เพียงพัชรรัตนินทร์ นครินทร์ปิ่นสยาม
อัญมณีศรีเขตคาม สามโลกลุสดุดี
ล้นล้ำน้ำพระทัย ราษฎร์ร่มในพระปรานี
ร่มรัฐร่มปัถพี ศรีแห่งภพลบอาดูร
ทรงนำความก้าวหน้า ทรงประชานุเคราะห์กูล
พระเมตตาพร่าพรมพูน เพียงฝนพรากฟากฟ้าพราย
ขอองค์พระทรงยศ ยิ่งปรากฏเกียรติกำจาย
เพื่อรอนทุกข์ร้อนคลาย ละลายเศร้าเหล่าประชา
ขอทรงพระเกษมสุข เพื่อทำนุกนครา
สมพระปรมา- ภิไธยะในพระองค์
ขอพระพละเพิ่ม เพื่อสร้างเสริมราชประสงค์
เพื่อเสด็จเขตแดนดง คงหลักร่วมรวมจิตใจ
ขอทรงพระชนม์ชีพ ชั่วประทีปประเทศไทย
ขอพระเกียรติพระเกริกไกร ในอนันต์นิรันดร์เทอญ
----------------------------------

36. รำ ลึ ก อ ดี ต (พนักงาน ธ.ก.ส.)

กลางท้องนาป่าเนินเคยเหินเหาะ
ไปบนเบาะมอเตอร์ไซค์กระจายฝุ่น
ฝ่าเปลวแดดแผดกล้าร้อนทารุณ
แต่ละมุนละไมในวัยวัน
ด้วยศรัทธาที่ถือในมือมุ่ง
เห็นท้องทุ่งทุกข์ยากมากมหันต์
ทุกข์นั้นมากยากล้ำเกินรำพัน
เราตื้นตันแสนสลดหดหู่ใจ
ยานสองล้อห้อตะบึงไปถึงบ้าน
ทุกหย่อมย่านเซาซบสลบไสล
มีแต่ความยากจนทุกคนไป
ทนยากไร้หยัดร่างอยู่กลางนา
วัฎจักรความจนยังวนวก
มรดกความดักดานนานหนักหนา
หมดโอกาสก้าวไปไกลบิดา
การศึกษาสุดสอยเหมือนลอยลม
การเกษตรบรรพกาลที่พานพบ
จุดบรรจบความล้าหลังซึ่งสั่งสม
นั่งอ้อนวอนฝนฟ้ามาพร่างพรม
รอวันล้มละลายอยู่ปลายนา
เกือบสี่ปีที่เห็นความเข็ญขุก
และบั่นบุกเบิกทางไปข้างหน้า
ยังมากล้นผู้ยากไร้ที่ไกลตา
ขอฝากภารกิจไว้..ให้พวกเรา

4 มีนาคม 2527
------------------------------------

37. บั ต ร เ ชิ ญ (ร่วมงานกีฬา ธ.ก.ส.)

หนุ่มสาว ธ.ก.ส. จากสาขาทั่วเขตคาม
มุ่งหน้ามาในนาม นักกีฬาผู้ร่าเริง
มุ่งเข้ามาแข่งขัน เพื่อประชันซึ่งชั้นเชิง
ทุกท่านต่างบันเทิง ร่วมสังสันทน์กันแซ่ดแซว
ฝีมือหากฉมัง ก็คาดหวังว่ามีแวว
ได้ถ้วยไปเป็นแถว เพิ่มอีกตู้ก็ยังเต็ม
หนุ่มอ่อนเห็นสาวเอ๊าะ ย่อมลัดเลาะเข้าลองเล็ม
คืนค่ำแดนน้ำเค็ม คงเสน่ห์อันเนิ่นนาน
ชลบุรีมีความหลัง ซึ่งจักยังย้ำวิญญาณ
เหมือนว่าเมื่อวันวาน เพิ่งผ่านไปใช่เป็นปี
กลับมาอย่างมาดมั่น และสันทัดในท่วงที
ด้วยพลังแรงและลี- ลาประจุมาเต็มใจ
ผู้ใดที่โดดเด่น เป็นหนึ่งทั่วทั้งเมืองไทย
จะรู้ได้อย่างไร หากมิลองเข้าโรมรัน
เพื่อนเพื่อนมากับเพื่อน มาช่วยกินและเชียร์กัน
ให้ครึกครื้นครบครัน อย่าให้ขาดไปแม้คน
เสียงถ้อยเสียงเถิดเทิง คงเปิดเปิงอยู่แปดปน
คงอึงมี่และอล- หม่านเหมือนที่เคยมา
เชิญท่านเข้ามาถอง เอ๊ย...มาลองชมกีฬา
อย่าเฉยทำเฉื่อยชา อย่าชักช้าข้าฯ ขอเชิญ!

25 สิงหาคม 2527
-------------------------------------

38. 21 ปี ธ. ก. ส.

ยี่สิบเอ็ดปีที่ผ่าน
รวงข้าวเบิกบานทันเห็น
ธ.ก.ส.ได้กลายเป็น
เลือดเส้นสำคัญทันใด
หล่อเลี้ยงราวน้ำอมฤต
ทุกทิศบกเรือเหนือใต้
ชาวชนไว้เนื้อเชื่อใน
น้ำใจบริสุทธิ์ยุติธรรม์
ไม่มีน้ำร้อนน้ำชา
ไม่มีเงินตรามากั้น
บริการถึงที่ดีครัน
และนั่นคือเราเก่ามา
ยี่สิบเอ็ดปีที่ผ่าน
บริการของเราก้าวหน้า
เห็นสีเขียวเข้มเต็มตา
ในนาไร่สวนชวนเพลิน
จะทุ่งหรือเขาราวป่า
ใช่ว่าแรมร้างห่างเหิน
ไม่มีที่ใดไกลเกิน
มอบเงินวัสดุจุใจ
เรายังเยาว์และเราคือสายเลือด
ซึ่งจะเหือดแห้งหายไปได้ไม่
เราอยู่เพื่อเพื่อนพ้องพี่น้องไทย
เรารับใช้ประเทศชาติอย่างอาจอง

16 กันยายน 2530
-------------------------------------

39. ค ว า ม ห ลั ง ซึ่ ง ร้ า ง โ ร ย

บทกวีในแววตาแก้วไหว
ละห้อยไห้แกมหวงแกมห่วงหา
เจ็บใจตนเจียนตาโอ้สายตา
รับรู้แล้วแก้วลาอย่างอาลัย
เพราะแก้วลืมความหลังเมื่อครั้งรัก
ลืมทุกวรรคแห่งกวีที่แว่วไหว
ความรักจึงจืดจางจากกลางใจ
แก้วจากไกลให้กล้ำระกำกลืน
โอ้รักเอ๋ยอวลไออยู่ในอก
หวาดวิตกทั้งหลับตาและคราตื่น
เมื่อแก้วเคว้งคว้างขวัญทุกวันคืน
ไอรักชื่นคงชืดชาเพราะว่าช้ำ
ความหนาวเหน็บหนักหน่วงในทรวงนี้
เป็นเหมือนหนี้ซึ่งเหน็บให้เจ็บหนำ
แต่เนิ่นนานแน่แน่วแผ่วลำนำ
และเรียกน้ำตานี้ให้ปรี่นอง
และทั้งทั้งทุกข์ทนเสียจนท้อ
แก้วก็ล่อใจเริงเหลิงลอยล่อง
เพิ่มไฟรักรำไรให้เรืองรอง
เพื่อมอดกองเมื่อแก้วมาแคล้วกัน
บทกวีในแววตาแก้วหวาม
ยังทวงถามความอาทรอ้อนอาถรรพณ์
แอบว้าเหว่อ้างว้างมิว่างวัน
หัวใจนั้นถูกน้าวให้หนาวนาน/
---------------------------------

40. ถอดบทกวีภาษาอังกฤษอันมีชื่อเสียง

"Here with a Loaf of Bread beneath the bough
A Flask of Wine, a Book of Verse and Thou;
Singing beside me in the wilderness
And the wilderness is paradise now."

ที่นี่มีอาหาร บทกลอนหวานและเหล้าไวน์
จี๋จู๋กับคู่ใจ ใต้ร่มใบกิ่งไม้บัง
เธอร้องเพลงเคียงใกล้ กลางพงไพรตามลำพัง
พงไพรกลายเป็นวัง- เวียงสวรรค์ไปทันที
--

"Man can live only eighty years;
His feet walk down a path of tears;
Use your life well for death comes soon
From north or south, at night or noon."

อายุคนไม่ยาวนานเท่าไหร่
ก้าวเดินไปในท่ามกลางความเศร้า
ใช้ชีวิตให้ดีก่อนที่เจ้า
กลับบ้านเก่าโดยสูไม่รู้ตัว
--

"The night has a thousand eyes
And the day but one,
Yet the light of the bright world die
With the dying sun.
The mind has a thousand eyes
And the heart but one,
Yet the light of the whole life die
When love is done."

ราตรีมีพันตา แต่ทิวามีตาเดียว
แสงส่องโลกยังเซียว พร้อมตะวันอันใกล้ตาย
ความคิดมีล้นพ้น แต่กมลมีหนึ่งหมาย
แสงส่องชีพยังวาย เมื่อรักแหลกสลายลง
-------------------------------------------------

บ ท ส่ ง ท้ า ย

ผมศึกษาและพยายามเขียนกลอน โดยยึดถือแบบอย่างของท่านสุนทรภู่ในเรื่องของคำสัมผัส และเสียงวรรณยุกต์ของคำสัมผัส ตลอดจนการใช้สัมผัสอักษร จะขอยกตัวอย่างบทกลอนของท่าน 2 ชิ้น เพื่อประกอบคำอธิบาย:

"จะหักอื่นขืนหักพอจักได้
หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก
สารพัดตัดขาดประหลาดนัก
แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ"

"ขอเดชะพระอุมารักษาสวาท
ให้ผุดผาดเพียงพักตร์พระลักษมี
วิมานแก้วแววฟ้าฝูงนารี
คอยพัดวีแวดล้อมอยู่่พร้อมเพรียง
ขอเดชะพระอินทร์ดีดพิณแก้ว
ให้เจื้อยแจ้วจับใจแจ่มใสเสียง
สาวสุรางค์นางรำระบำเรียง
คอยขับกล่อมพร้อมเพรียงเคียงประคอง"

จะสังเกตได้ว่า:
1. ท่านค่อนข้างเคร่งครัดกับสัมผัสใน คือสัมผัสสระ ระหว่างพยางค์ที่ 3 และ 4 ของกลอนบาทที่ 1 และบาทที่ 3 (อื่น-ขืน และ พัด-ตัด) บทกลอนของท่านแทบจะไม่ขาดสัมผัสตรงจุดนี้เลย

2. ส่วนสัมผัสในอีกที่หนึ่ง คือสัมผัสสระ ระหว่างพยางค์ที่ 5 กับ 6 (สัมผัสเรียง) หรือ 5 กับ 7 (สัมผัสกระโดด) ของทุกบาท ท่านนิยมใช้สัมผัส 5 กับ 7 หรือสัมผัสกระโดดมากกว่า เพราะมันไพเราะกว่าสัมผัสเรียง จากบทกลอนของท่านข้างต้น 3 บท หรือ 12 บาท ท่านใช้สัมผัส 5 กับ 7 ถึง 10 บาท ใช้สัมผัส 5 กับ 6 เพียง 2 บาทเท่านั้น

3. คำที่สัมผัสกัน ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสภายในบาทหรือระหว่างบาท ถ้าเป็นเสียงวรรณยุกต์เดียวกัน ก็จะดีมาก มันทำให้กลอนลื่นไหลขึ้น อย่างกลอนชิ้นแรกของท่าน คำสัมผัสมีเสียงวรรณยุกต์เดียวกันทั้ง 4 บาท (หัก-จัก / หลุด-สุด / ขาด-หลาด และขาด-หลาด) ส่วนกลอนชิ้นที่ 2 ก็เช่นกัน อันนี้เป็นสัมผัสระหว่างบาท คือ สวาท-ผาด และ แก้ว-แจ้ว ซึ่งทำให้กลอนลื่นไหลไพเราะขึ้น

4. ท่านใช้สัมผัสอักษรแพรวพราวภายในกลอนแต่ละบาท เช่น อาลัย-หลุด / ผาด-เพียง / พัดวี-แวด / แจ้ว-จับ / รางค์-รำ-เรียง

5. ท่านชอบใช้สัมผัสอักษรติดๆ กันหลายพยางค์ ตั้งแต่ 4-5 พยางค์ขึ้นไป เพราะกลอนจะไพเราะมาก (ผุดผาดเพียงพักตร์พระ / เจื้อยแจ้วจับใจแจ่ม) ซึ่งผมก็พยายามทำตามแบบอย่างอันดีงามของท่าน:
ช่างสวยสดงดงามด้วยความหมาย
พริ้งแพรวพรายผ่องผุดพิสุทฺธื์ศิลป์
--
ถึงดวงดาววาววับจะดับดิ้น
สูรย์เสื่อมสิ้นแสงสรวงอันช่วงฉาน
--
เราไม่อาจคาดหวังว่่าบังเอิญ
คงด้นเดินโดดเดี่ยวโดยเดียวดาย
--
เจ้าพระยาธาราใสพรายแดดส่อง
รินไหลล่องรายเรื่อยราวเหนื่อยอ่อน

6. ท่านยังใช้สัมผัสอักษรระหว่างพยางค์ที่ 3-5-8 ซึ่งบางทีก็เรียกว่ากลบท 3-5-8 อย่างเช่นบาทนี้ครับ สาวสุรางค์นางรำระบำเรียง ซึ่งฟังไพเราะมาก

การเขียนกลอนของผมแต่ละบาทแต่ละบท ก็ยึดถือแนวทางการเขียนของท่านสุนทรภู่ตามข้อ 1-5 โดยเคร่งครัดเท่าที่จะทำได้ จะเรียกว่าถอดแบบของท่านมาเลยก็ได้ และนี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจากท่าน แล้วอยากจะบอกต่อครับ 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน