• อิสรทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : webmaster@falconbbs.com
  • วันที่สร้าง : 2012-12-07
  • จำนวนเรื่อง : 70
  • จำนวนผู้ชม : 207615
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
Poetry Park
เสนอบทกวีที่โดนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/poetry-park
วันอาทิตย์ ที่ 30 มิถุนายน 2562
Posted by อิสรทัศน์ , ผู้อ่าน : 544 , 00:14:21 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

หลังจากที่ผมได้เสนอเพลงภาษาอังกฤษแปลเป็นกาพย์-กลอนไทย ไปแล้วทั้ง 6 เพลงในเอนทรี่รวมบทกวีฯ ก่อนหน้านี้ วันนี้ผมคิดว่าน่าจะรวมเพลงไทยที่ผมแปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ทั้งหมด 21 เพลง แล้วทำเป็นเอนทรี่ใหม่ จะได้ง่ายในการค้นหา เพราะถึงแม้ว่าเพจ Music Without Boundary ของผมบนเว็บ SoundCloud.com จะมีเพลงไทยที่ผมแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วถึง 19 เพลง แต่มันก็ยังขาด 2 เพลง คือ เมดอินไทยแลนด์ และ วณิพก อีกทั้งแต่ละเพลงก็จะอยู่แต่ละเพจ แต่เอนทรี่นี้ เพจนี้ จะมี ทุ ก เ พ ล ง เป็นการสรุปผลงานการแปลเพลงไทยที่ผ่านมาทั้งหมดของผม โดยผมจะเรียงลำดับตามการโพสต์ใน Blog นี้ครับ ก่อนอื่นขอเสนอรายชื่อเพลงทั้งหมดครับ:

1. ทานตะวัน
2. ใบไม้ร่วง **
3. กุหลาบเวียงพิงค์
4. แคนลำโขง **
5. อย่าขอหมอลำ **
6. กระท่อมกัญชา **
7. เมดอินไทยแลนด์ **
8. วณิพก **
9. หนึ่งในร้อย **
10. ฟ้ามิอาจกั้น **
11. บุพเพสันนิวาส **
12. คนจะรักกัน **
13. ทรายกับทะเล **
14. ตลอดเวลา **
15. สาวฝั่งโขง **
16. 18 ฝน **
17. ปรารถนา
18. กำลังใจ (โฮป) **
19. แต่ปางก่อน **
20. วันนี้ที่รอคอย **
21. บ่เป็นหยังดอก **

** แปลโดยสามารถรักษาคำสัมผัสของเพลงไทยต้นฉบับ เอาไว้ได้ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด โดยผมทำได้ 18 เพลง ใน 21 เพลง ซึ่งเท่ากับ 85.7%
------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. ท า น ต ะ วั น

ตะวันส่องใส แดดฉายลงมา ทาบทาทิวทุ่ง
แผ่วลมผ่านโรย เหมือนโปรยกลิ่นปรุง ดอกฟางหอมลอย
ดอกหญ้าดาว วับวาวทางเกลื่อน เหมือนดังหยาดพลอย
แตะนิดต้องน้อย ราวมณีร่วงพรู พลัดพรายลงดิน

จะอยู่แดนไหน สุดฟ้าแสนไกล คะนึงถึงถิ่น
ด้าวแดนแผ่นดิน ที่เราจากมา เนิ่นนานแสนนาน
ดอกหญ้างาม งดงามดังก่อน หรือรอนร่วงราน
แดดร้อนดินแล้ง ลมระงมแผ้วพาน บ้านนาป่าเขา

ทุ่มกายทุ่มใจ เข้าโหมแรงไฟ หัวใจแรงเร่า
ยิ่งสร้างยิ่งทำ ระกำหนักเบา ดิ้นรนหนทาง
เจ้ามิ่งขวัญ ยิ่งวันยิ่งเดือน ยิ่งเลือนยิ่งราง
ทอดทิ้งทุ่งร้าง วันและวันผ่านเลือน เหมือนเดินทางไกล

ตะวันส่องแสง สาดแสงลงมา ทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจ ก้าวไปก้าวไป ฝ่าภัยร้อยพัน
มิ่งขวัญเอ๋ย หัวใจเรามั่น เหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝัน กลางรวีตะวัน สีทองส่องใส

T a r n T a w a n (Sunflower)

The Sun shines bright, sunlight shines down, around the field
The wind softly blows, dispersing fragrance of flowers aloft
Star-grass flowers glistening the route like droplets of gem
By a little touch, drop off like precious stones, on to the ground

Wherever you are, horizon afar, you think of your land
The piece of Earth that you have left behind long time ago
Are beautiful flowers still as beautiful as before, or have them all vanished?
Hot sun, dry land, the wind keeps blowing through forest farm house

Body and mind, full force as fire, as mind heats up
The more we make, heavy or light we take, struggling on the way
My Darling, more days more months, more fading more dimming
Deserting the field, day by day it fades, as if a long journey

The Sun shines light, throws ray down right, on to new way
Mind bound together, we walk further, fighting all perils
My Darling, our hearts are secure just like sunflowers
Radiating the force of dream, amidst the gleam, of golden sunlight
----------------------------------------------------------------------------------

2. ใ บ ไ ม้ ร่ ว ง - Falling Leafs

แผ่วลมพัดพลิ้ว - Softly wind blows
ใบไม้ปลิวเคลียคลอ - Leafs throws nearby
ไผ่เสียดสีซอ - Bamboo crush and cry
คลอเสียงพิณเรไร - With sound cicada
หยาดเย็นน้ำค้าง - Cool drops of dew
กลางพนาพงไพร - Chilled amid pana (forest)
ผ่านไกลแสนไกล - Pass far, so far
ใบไม้ปลิวลิ่วลา - Leafs are blown away

เกิดมาแล้วลับไปแล้ว - Born already, passed already
เหมือนแววชีวา - Same as life's ray
ผ่านเพียงพริบตา - Split-second stay
ลอยลับลาเลยไป - Blown away in a while
ปล่อยลอยเคว้งคว้าง - Left to float and drift
กลางสายลมเรืองไร - Amid wind blowing wild
แผ่วลมหายใจ - Faint breath comes by
ใบไม้ปลิวลิ่วลม - While leafs are wind blown.

เกิดมาแล้วลับไปแล้ว - Born already, passed already
เหมือนแววชีวา - Same as life's ray
ผ่านเพียงพริบตา - Split-second stay
ลอยลับลาเลยไป - Blown away in a while
ปล่อยลอยเคว้งคว้าง - Left to float and drift
กลางสายลมเรืองไร - Amid wind blowing wild
แผ่วลมหายใจ - Faint breath comes by
ใบไม้ปลิวลิ่วลม - While leafs are wind blown.
แผ่วลมหายใจ - Faint breath comes by
ใบไม้ปลิวลิ่วลม - While leafs are wind blown.
-----------------------------------------------------------

3. กุ ห ล า บ เ วี ย ง พิ ง ค์ - Roses of Ping City

กุหลาบเวียงพิงค์ ดอกนี้บ่มีเจ้าของ - This rose of Vieng Ping has no owner
เพิ่งแรกแย้มบ่มีไผจอง เป็นเจ้าของครองใจเด็ดดม - It has just started to bloom without anyone's eyeing to take hold
ส่งกลิ่นอบอวลยั่วยวนหัวใจไปตามสายลม - Dispersing mind-blowing fragrance along with the wind
เปิ้นทั่วแคว้นแดนไทยหมายชม สมเป็นกุหลาบเวียงเหนือ - Men across Thailand crave for the rose of the Northern City

กุหลาบเมืองไหน ทั่วดินแคว้นในแดนสยาม - The rose of any City across the land of Siam
ยังบ่เทียมเทียบเท่าความงาม เปรียบดังสาวชาวพิงค์งามเหลือ - Just does not match the beauty, same as Ping girls so beautiful
บ่ได้แต่งเติมเสริมส่งไว้ลวงให้ใครหลงเชื่อ - No modification or touching-up to deceive anyone
ปากบ่แดง แป้งบ่ได้เจือ คิ้วบ่ได้เทื่อดินสอ - Lips are not red, powder is not used, eyebrows not touched by pencils

กุหลาบเวียงพิงค์ ดอกนี้สวยจริงเจ้าเอ๋ย - This rose of Vieng Ping is really beautiful
ยังบ่มีผู้ใดไหนเลย มาโลมเล้าเอาไปพะนอ - There has been no one fondling and taking hold of
ด้วยสาวชาวพิงค์กลัวบ่ฮักจริงของชายรูปหล่อ - Because Ping girls are afraid of false love of handsome guys
กลัวเสียนักกลัวคำป้อยอ กลัวน้ำตาหล่อรินทรวง - Very afraid of praises, fear that tears will fill the mind

หมู่เฮาชาวเหนือ อย่าไปเชื่อเชียวหนอคำชาย - We Northern girls should not believe the words of guys
เดี๋ยวจะต้องเจ็บช้ำใจตาย เปิ้นเมืองใต้พูดจาหลอกลวง - Otherwise will die of heartache, Southern men are deceitful
หากเปิ้นได้เฮา เปิ้นคงทิ้งเราน้ำตาไหลร่วง - If they got us, they will leave us standing tearful
หากหลงลมคงโดนหลอกลวง ช้ำทรวงเหมือนดั่งบัวบาน - If we believe them, we will be fooled and suffered like Buaban**
--

** 1. According to the legend, Buaban was a Northern girl who got pregnant with a guy from Bangkok; he did't take responsibility and, to avoid shame, she jumped off the cliff of Wang Buaban and died.
2. Vieng Ping or Ping was the old name of Chiengmai
----------------------------------------------------------------------------------------------------------

4. แ ค น ลำ โ ข ง - Reed Organ of Khong River

แล่นแตร แล่นแตร - (Laen Trae Laen Trae)
แต้ตูแล ตูแล่นแตร - (Tae Tu Lae Tu Laen Trae)
ฟังฟังแน่ เพลงแคนลำโขง - Listen to the tunes of Lam Khong's Kan
ต้งโตดต่ง - (Tong Toad Toang)
เสียงพิณเคล้าแคน - Sound of Pin mixed with Kan
ตะแล ลิแล่นแตร - (Ta Lae Li Laen Trae)

โอ้ลำโขงเอย - Oh, my Khong River
ก่อนนี้เคย มาพลอดกัน - Formerly we used to court here
โขงงาม ยามสายัณห์ - Khong is nice when evening is near
เบิ่งทุกวัน บ่มีเบื่อตา - Look everyday, never get tired
เบิ่งขอบฟ้า บ่มีจืดจาง - Look edge of sky, never get bored

เพลงแคนอ้ายเว้า - Kan tunes that "Aye" played
กล่อมฮักเฮา จนรุ่งสาง - Soothing our love until dawn
เสียงแคน ม่วนบ่วาง - Joyful tunes of Kan went on and on
กล่อมเรียกนางมาริมฝั่งโขง - Call upon girls to come to Khong's rim
เชื่อมฮักโยง ให้มีเยื่อใย - Link love link, to linger on

มาตะละบัดนี้หนอ - But then here right now
ข้อยนี้รอ อ้ายอยู่ไส - I'm waiting, where has "Aye" gone?
เสียงแคน อ้ายจากไป - Aye's Kan tunes all gone
ปวดหัวใจ ตะละนางเฝ้ารอ - Pain upon, the heart of each waiting girl
บ่ได้พ้อหน้าอ้ายอีกเลย - Will never see Aye's face again

แคนลำโขงนอ - Kan Lam Khong, oh!
ข้าน้อยรอ คอยชื่นเชย - I'm waiting to entertain
โอ้แคนลำโขงเอย - Oh Kan Lam Khong then
จากลับเลย บ่หันกลับมา - Away it went, never return
ดอกเอื้องฟ้า กำลังร่วงโรย - The orchids turn to wither in time

แล่นแตร แล่นแตร - (Laen Trae Laen Trae)
แต้ตูแล ตูแล่นแตร - (Tae Tu Lae Tu Laen Trae)
ฟังฟังแน่ เพลงแคนลำโขง - Listen to the tunes of Lam Khong's Kan
ต้งโตดต่ง - (Tong Toad Toang)
เสียงพิณเคล้าแคน - Sound of Pin mixed with Kan
ตะแล ลิแล่นแตร - (Ta Lae Li Laen Trae)
--

"Pin" = A Vina; "Kan" = A Reed Organ played by the people of the Northeast of Thailand and Lao; "Aye" = Older Brother
--------------------------------------------------------------------------------------------

5. อ ย่ า ข อ ห ม อ ลำ - Don't Request "Mhor Lam"

บอกว่าอย่าขอหมอลำ บอกว่าอย่าขอหมอลำ - I say don't request Mhor Lam, I say don't request Mhor Lam
ไม่รู้หมอลำเค้าลำแบบไหน - Don't know how Mhor Lam Lam in this land
ผมเองยังไม่เข้าใจ ผมเองยังไม่เข้าใจ - I myself don't understand, I myself don't understand
เค้าลำแบบไหนไม่รู้เรื่องเลย เกิดมาไม่เคยได้ร้องหมอลำ - How to Lam I can't, I don't know, have never sung Mhor Lam

เคยร้องแต่ร๊อคแอนด์โรล์ (ว๊าวว) ก็เล่นแต่ร๊อคแอนด์โรล์ - I sang only Rock 'n' Ro (Wow!), played only Rock 'n' Ro
เทคนง เทคโน เอ้าโยกมันแท้หนอ - Tech nong Tech no, fun swaying on the floor
หรือเอาแบบพวกฮาร์ดคอร์ หรือเอาแบบพวกฮาร์ดคอร์ - Or take type of hardcore, or take type of hardcore
ฮาร์ดร๊อคนั่นหนอ ถนัดเหลือเกิน ฟังแล้วเพลิดเพลินกระตุ้นอารมณ์ - Hard rock that's for, I am skillful, it's such arousing sound

ฮิพฮอพ พ๊อพ อาร์แอนด์บี (โย่วๆ) - Hip Hop, Pop, R and B (Yow Yow)
ฮิพฮอพ พ๊อพ อาร์แอนด์บี (โย่วๆ) ก็ฟังดูดีทำไมไม่ขอ - Hip Hop, Pop, R and B (Yow Yow), they sound pretty why don't request?
น้องนางก็งามละออ น้องนางก็งามละออ - My sister you look the best, my sister you look the best
ทำไมกันหนอมาขอฟังลำ แล้วผมจะทำยังไงกันดี - Why you request for hearing Lam?, it's troublesome, what should I do?

ก่ะจังมาพ๊อซำนี้เน๊าะ ซำนี้พอไว้ซาก่อน - Just happened to meet this type, this type just cannot be
ลำบ่เป็นมันซิเดือดร้อน เดือนร้อน ซิ เดือดร้อนๆ - Can't Lam it's trouble for me, trouble trouble for me
ย่านน้องฮากทั่งออกมา วอนแม่กานดาอย่าขอหมอลำ - Fear sister would come ahead, oh my dearest don't request Mhor Lam
พ่อคมขำขอจงอภัย โปรดได้เข้าใจขาร๊อคบ้าง.. ขาร๊อคบ้าง - Mister handsome, please forgive me, please understand rocker.. a rocker

** ไว้วันหน้า หากมาอีกครั้ง - The next time, if I come again
รับรองได้ฟัง กลอนลำเสนาะหู - Rest assured that then, you'll hear fine Lam too
ผมจะไปฝึกหัดร้องกับคุณครู - I'll go to get trained with guru,
จะมาเต้นมาฟ้อนให้ได้ดู - Will come to beat and dance for you
แต่ตอนนี้ไม่รู้ ไม่รู้เลย หมอลำ - But right now I do... I do not know Mhor Lam

ก่ะจังมาพ๊อซำนี้เน๊าะ ซำนี้พอไว้ซาก่อน - Just happened to meet this type, this type just cannot be
ลำบ่เป็นมันซิเดือดร้อน เดือนร้อน ซิ เดือดร้อนๆ - Can't Lam it's trouble for me, trouble trouble for me
ย่านน้องฮากทั่งออกมา วอนแม่กานดาอย่าขอหมอลำ - Fear sister would come ahead, oh my dearest don't request Mhor Lam
พ่อคมขำขอจงอภัย โปรดได้เข้าใจขาร๊อคบ้าง.. ขาร๊อคบ้าง - Mister handsome, please forgive me, please understand rocker.. a rocker

เป็นหยังจั่งมาขอหมอล๊ำ (โย่วๆ) - Why the heck request Mhor Lam? (Yow Yow)
หมอล๊าหน๊ะเค้าล๊ำจั่งได๋ (โย่วๆ) - How do Mhor Lam Lam in this land? (Yow Yow)
เคยฟั่งข้อยก่ะยั้งบ่เข้าใจ (แม่นแล้ว) - I used to listen but didn't understand (that's right)
แล้วข้อยสิลำได้บ่ฮิเนี๊ยะ (ลำบ่ได้ๆ) (โย่วๆ) - Don't know whether I can Lam or not (Can't Lam) (Yow Yow)
ฮิพฮอพเพลงป๊อปก็ดี (โย่วๆ) - There are Hiphop and Pop songs (Yow Yow)
เพลงร๊อค เพลงแรพ ก๊ามี๊ (โย่วๆ) - There are Rock and Rap songs (Yow Yow)
จั่งซี้เป็นหยังบ่ขอ (แม่นหยังละเนี๊ยะๆ) - Like this why don't you request? (Is that right, is that right?)
หน้าตาก็ผู้งามละออ (แม่นหยังละเนี๊ยะ) - You have such beautiful face (Is that right, is that right?)
เป็นหยังมาขอหมอลำกันด้วย .. วู๊!! (โอ๊ะโอ) - Why do you request Mhor Lam?... Woo!! (Ohh Oh!)

Repeat **

ก่ะจังมาพอซำนี้เน๊าะ ซำนี้พอไว้ซาก่อน - Just happened to meet this type, this type just cannot be
ลำบ่เป็นมันซิเดือดร้อน เดือนร้อน ซิ เดือดร้อนๆ - Can't Lam it's trouble for me, trouble trouble for me
ย่านน้องฮากทั่งออกมา วอนแม่กานดาอย่าขอหมอลำ - Fear sister would come ahead, oh my dearest don't request Mhor Lam
พ่อคมขำขอจงอภัย ขืนร้องออกไปซิตายแนบแล้ว - Mister handsome, forgive me dear, if sing now here, I'd surely die
จึงขอลาแจวไปก่อนเด้อ ขอลาจรไปก่อนเด้อออ - So I say bye, for this moment, see you again I then say bye.
--

"Mhor Lam" means traditional musicians who sing and dance for audience in Lao and North-Eastern Thailand.
---------------------------------------------------------------------------------------------------------

6. ก ร ะ ท่ อ ม กั ญ ช า - Marijuana Hut

(เสียงคนบ่น - A man mumbling)

สมัยนี้เงินทองมันช่างหายาก - These days money is so hard to find
อัตคัดเสียจริงๆ - Poverty is so real
ไอคนที่รวยก็รวยกันเหลือล้น - Those who are rich own too much wealth
ไอคนที่จนก็จนกันเหลือหลาย - Those who are poor are so very poor
แต่อย่างผม บอกตรงๆนาย - But for me, telling you the truth,
ไม่เคยเดือดร้อน ขออย่างเดียว - I don't bother, only want one thing
ขอเพียงมีกัญชาดูด ผมเป็นพอใจ - Just have Gancha to smoke, then I'm satisfied
เขาว่านะ... - They said...
บ้องที่หนึ่ง เห็นนงนุช - First bong, envision a lady
บ้องที่สอง พุทธวาจา - Second bong, Buddha's Teachings
บ้องที่สาม ไม่ไหวนาย - Third bong, almost too much
เห็นแมวเป็นหมานี้สิ - See a cat as a dog
นี้เขาจ้างผมมาร้องส่ง - Here they hired me to sing
แต่ก่อนจะร้องส่ง - but before I sing
ขอผมล่อสักบ้องเหอะ - Let me take one bong first
เอาก่อนหละผม - Here I take first.. (smoking sound)
แหม..ช่างชื้นใจเสียเหลือเกิน - Wow...it's so soothing to the mind
แม่คุณเห็นสวรรค์ไรๆแหนะ... - Lady, I see heaven approaching now...
--

แดน นี้มี ต้นกัญชา - This land has "Toan Gancha"
ปกคลุมแน่นหนา - Covering thick and far
ใบกัญชา ป่านี้สะพรั่ง - Leafs of Gancha this forest abound
เวียงวังทอง ก็รองกระท่อมพังๆ - Golden palace is second to rotten hut around
ดีกว่าเวียงราชวัง - Better than royal palace or town
ไม่หวังจะแรมไกล - Never wish to be away

ฟัง เสียงไฟ ไหม้บ้องกัญชา - Listen to sound of fire burning "Bong" Gancha
ช่างชวนสุขา - Happy we are
เป็นเพลงพากล่อมขวัญเราให้ - Like a song soothing our spirit and mind
ฟังเพลินดี ดังปี่พระอภัย - Good to hear, like flute of "Phra Apai"
มือป้องจับบ้องคู่ใจ - Hand guarding on Bong then I
จะเป็นหรือตายไม่ห่วงกังวล - Don't care whether to live or die

เวียง วังทอง หรือจะมาสู้ - Golden palace just does not match
กระท่อมฉันอยู่ - My hut of thatch
พธูไม่หวังสักคน - I need no girlfriend nearby
มีกัญชา สุขกว่ามีคู่กมล - Have Gancha better than lover, while
ถึงหากฉันจน - I'm poor I'm fine
ก็ยังสุขล้นไม่หวังใครปอง - Fully happy, I need no one

มอง เห็นไฟ ไหม้บ้องเป็นควัน - See the fire burning Bong to fume
ดังหนึ่งเมฆสวรรค์ - Heavenly clouds I assume
มีตะเกียงนั่นเหมือนจันทร์ส่อง - Have that lamp as Moonlight's shine
ยามจะนอน ก่ายกอดประคอง - When go to bed, caress close by
มีคู่สุดรักคือบ้อง - Bong is dearest love of mine
ชวนให้ฉันปอง คือบ้องกัญชา - I am inspired, by Bong Gancha

"Toan Gancha" = Marijuana Trees;
"Bong" = Bamboo pipe used for smoking;
"Phra Apai" = A Thai Classical Literature's Hero who had a flute as weapon. He could spell to sleep those who listen to his tunes.
--------------------------------------------------------------------------------------------

7. เ ม ด อิ น ไ ท ย แ ล น ด์ - Made in Thailand

เมดอินไทยแลนด์ แดนดินไทยเรา - Made in Thailand, land of Thai "Rao"
เก็บกันจนเก่า เรามีแต่ของดีดี - Goods, old are ours, we have all the goodies
มาตั้งแต่ก่อนสุโขทัย มาลพบุรี อยุธยา ธนบุรี - From before Sukhothai, to Lopburi, Ayuthaya, Thonburi
ยุคสมัยนี้ เป็น กทม. - To this era, it's "Gor Tor Mor"
เมืองที่คนตกท่อ (ไม่เอาอย่าไปว่าเขาน่า) - City where man falls into sewage hole (No, no, don't blame them)

เมดอินไทยแลนด์ แดนไทยทําเอง - Made in Thailand, Thailand make things
จะร้องรําทําเพลง ก็ลํ้าลึกลีลา - Whether to dance or sing, all profoundly graceful
ฝรั่งแอบชอบใจ แต่คนไทยไม่เห็นค่า - Foreigners admire, but Thais see no cool
กลัวน้อยหน้า ว่าคุณค่านิยมไม่ทันสมัย - Lose face fearful, that their taste's out of time
เมดอินเมืองไทย แล้วใครจะรับประกันฮะ Made in Thailand and who will guarantee?
(ฉันว่ามันน่าจะมีคนรับผิดชอบบ้าง) (I think there must be someone responsible)

เมดอินไทยแลนด์ แฟนแฟนเข้าใจ - Made in Thailand, fan fan you see
ผลิตผลคนไทย ใช้เองทําเอง - Thai products we, use them make them
ตัดเย็บเสื้อผ้ากางโกงกางเกง - Sew apparels, pants, slacks item
กางเกงยีนส์ (ชะหนอยแน่) - Jeans (Cha Hnoi Nae)
แล้วขึ้นเครื่องบินไปส่งเข้ามา - Then air-shipped them out to import in
คนไทยได้หน้า (ฝรั่งมังค่าได้เงิน) - Thais get face-skin (Foreigners get cash in hand)

เมดอินไทยแลนด์ พอแขวนตามร้านค้า - Made in Thailand, when hanged on stores
มาติดป้ายติดตรา ว่าเมดอินเจแปน - With label wrote for, that it's Made in Japan
ก็ขายดิบขายดีมีราคา - It sells good, sells well, at good price
คุยกันได้ว่ามันมาต่างแดน - Boast you might, that it came from foreign land
ทั้งทันสมัย มาจากแม็กกาซีน - That it's "In", came from the magazine
เขาไม่ได้หลอกเรากิน - They did not deceive us or our kin
หลอกเรานั่นหลอกตัวเอง...เอย - It's us who deceive ourselves...
--

"Rao" = "We"; "Gor Tor Mor" = Abbrev. of GrungThep Mahanakorn (Bangkok Mega City)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------

8. ว ณิ พ ก - W a n i p o k

เมื่อดวงตาของฉันมันมืดมิด - When my eyes were blind
แต่ชีวิตฉันยังไม่มืดลง - But my life still is not (blind)
แม้ความรักยังเคยมีมั่นคง - Though there was love that I've got
จะร้างไกลไม่หวนกลับคืนมา - I won't return when I'm away

ออกยํ่าไปบนทางที่หิวโซ - Walk on the road of hunger
มิรู้คืนรู้วันเวลา - Don't know the time and the day
ขอเศษเงินเศษทานผู้ผ่านมา - Asking for changes from those on thier way
เพียงเมตตาฉันบ้าง...เป็นครั้งคราว - Just be kind to me from time to time

อยู่ในโลกความมืดอันลึกลับ - Live in dark and mysterious world
คงสดับรับได้แต่สําเนียง - Could only hear some sounds
จะมองหามองเห็นก็เป็นเพียง - To look for or see was how
ในความฝันยามฉันล้มตัวนอน - It happened in dream when I laid down

พอตื่นมาพานพบกับความหมาย..... - When woke up and met the meanings
ยังหายใจเนื้อตัวยังผ่าวร้อน - Still breathing and body heat abound
ยังมีหวังเห็นดวงตะวันรอน - Still have chance to see the sun setting down
จะมัวนอนนิ่งเฉย...อยู่ทําไม - Why lay around doing nothing?

จึงมาเป็น.....วณิพกพเนจร - So I've become a wandering musician
เที่ยวเร่ร่อน.....ร้องเพลงแลกเศษเงิน - Traveling around, singing for changes
ที่เหลือกินเหลือเก็บเป็นส่วนเกิน - Any money left from living costs, excess amount
จะนําเงินสะสม..รักษาดวงตา - Will be saved up so as to cure my eyes

จึงมาเป็น.....วณิพกพเนจร - So I've become a wandering musician
เที่ยวเร่ร่อน.....ร้องเพลงแลกเศษเงิน - Traveling around, singing for changes
ที่เหลือกินเหลือเก็บเป็นส่วนเกิน - Any money left from living costs, excess amount
จะนําเงินสะสม..รักษาดวงตา - Will be saved up so as to cure my eyes

หากฉันเป็นตัวแทนความมืดมิด - If I'm an agent of darkness
ขอชดใช้ชีวิตที่เกิดมา - I'd rather pay up for life that I've been born
เพื่อทดแทนทุกท่านที่เมตตา - To repay everyone who's kind to me
ด้วยนําพาเสียงเพลงสู่ผู้ฟัง - By bringing the sounds of music to listeners

เป็นบทเพลงโลกมืดและความหมาย - It's a song of dark world and meanings
จะกู่ก้องร้องไปไม่หยุดยั้ง - Will keep shouting, singing without an end
ใครจะว่าร้องเพลงให้ควายฟัง - Some said I sing songs for buffalo then
ฉันว่ายังมีคนที่เข้าใจ - But I think there's still someone who understands

ใครจะว่าร้องเพลงให้ควายฟัง - Some said I sing songs for buffalo then
ฉันว่ายังมีคนที่เข้าใจ - But I think there's still some who understand
ใครจะว่าร้องเพลงให้ควายฟัง - Some said I sing songs for buffalo then
ฉันว่ายังมีคน...ที่เข้าใจ - But I think there's still someone... who understands
--

"Wanipok" means "Street Musicians" who play music on streets or public places and live on donations.
-------------------------------------------------------------------------------------------------

9. ห นึ่ ง ใ น ร้ อ ย - One in a Hundred

พราวแพรว - Glistering
อันดวงแก้วแวววาม - Rays of precious stones shine
สดสีงาม หลายหลากมากนามนิยม - Colorful, diversified, having many names
นิลกาฬมุกดาบุษราคัมคม - Blue sapphire, pearl, topaz, all gems
น่าชมว่างามเหมาะสมดี - All of them are beauty to admire

เพชรน้ำหนึ่ง - First-class diamond
งามซึ้งพึงเป็นยอดมณี - Beauty beyond all gems that shine
ผ่องแผ้วสดสี - Colorful fresh and fine
เพชรดีมีหนึ่งในร้อยดวง - One in a hundred be found

ความดี - Goodness
คนเรานี่ดีใด - How good is man assessed?
ดีน้ำใจ ที่ให้แก่คนทั้งปวง - From kindness he gives to all around
อภัย รู้แต่ให้ไปไม่หวง - Forgive, only give out, no frown
เจ็บทรวง หน่วงใจให้รู้ทน - When hurt and down, know how to withstand

รู้กลืนกล้ำ - Know how to eat it up
เลิศล้ำ ความเป็นยอดคน - Superb charisma of top man
ชื่นชอบตอบผล - Like, repay when can
ร้อยคนมีหนึ่งเท่านั้นเอง One man, only one in a hundred men
-----------------------------------------------------------------------------

10. ฟ้ า มิ อ า จ กั้ น - The Sky Cannot Hinder

ถึงฟ้าจะกั้น ให้ฉันและเธอ ไกลกันสุดตา - Though the sky divides me and you, makes us afar
หรือว่าภูผา ทอดยาวขวางหน้า บังตาแค่ไหน - Or moutainous terra, spreading long and far, barring our eyes
แม้มีทะเล เหลือหยั่งคะเน มากั้นเราไว้ - Though there's a sea, depth unforseen, as barring lines
อย่าได้ตกใจ ถึงห่างแค่ไหน ก็ไม่สำคัญ - No fear in mind, however far cry, it don't deter

อำนาจใดใด ที่ในโลกนี้ ไม่มีความหมาย - Any power, all in this world, has no meanings
แม้แต่ภูผา ก็อาจทลาย มิอาจขวางกั้น - Even mountains, may be breaking, cannot hinder
รักเรามีปีก บินหลีกข้ามฟ้า ไปมาหากัน - Our love have wings, fly across the sky, see each other
ขอให้รักฉัน แน่นอนเท่านั้น ฟ้าดินเกรงกลัว - Just be proper with love for me, earth and sky fear

อำนาจใดใด ที่ในโลกนี้ ไม่มีความหมาย - Any power, all in this world, has no meanings
แม้แต่ภูผา ก็อาจทลาย มิอาจขวางกั้น - Even mountains, may be breaking, cannot hinder
รักเรามีปีก บินหลีกข้ามฟ้า ไปมาหากัน - Our love have wings, fly across the sky, see each other
ขอให้รักฉัน แน่นอนเท่านั้น ฟ้าดินเกรงกลัว - Just be proper with love for me, earth and sky fear
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

11. บุ พ เ พ สั น นิ ว า ส - Bubphe Sannivas

เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด - When considered, this world is wierd
บุพเพสันนิวาสที่ประสาทความรักภิรมย์ - "Bubphe Sannivas" that grants happy love affair
คู่ใครคู่เขารักจะคอยเฝ้าชม - Whose spouse, his spouse, they'll always be there
คอยภิรมย์เรื่อยไป - Anywhere happiness in mind

ขอบน้ำขวางหน้าขอบฟ้าขวางกั้น - Sea spreads ahead, sky spreads ahead, barring
บุพเพยังสรรค์ประสาทให้ได้พบสบรักกันได้ - "Bubphe" still brings lovers to intertwine
ห่างกันแค่ไหนเขาสูงบั้งกั้นไว้ - However far apart, thwarted by mountains high
รักยังได้บูชา - Love still finds its way around

ความรักศักดิ์ศรี - Love and dignity
รักไม่มีพรมแดนรักไม่มีศาสนา - Love has no border, love has no religion ground
แม้ใครบุญญา ได้ครองกันมา - Those with blessings, lived together around
พรหมลิขิตพาชื่นใจ - "PhromLikit" is bound to lead to joy

รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ - Love is like a young bull embolden with rage
ความรักเช่นนั่นให้โทษ - That kind of love causes damage
อย่าไปโกรธความรักไม่ได้ - Don't blame love if all's in void
ไม่ใช่บุพเพสันนิวาสแน่ไซร้ - It's surely not "Bubphe Sannivas"'s ploy
รักจึงได้แรมรา - So love has lost its spell
--

"Bubphe Sannivas" or "Bubphe" means "Once Together in the Same House" (in former life); "PhromLikit" = "Fate"
---------------------------------------------------------------------------------------------

12. ค น จ ะ รั ก กั น - Couple In Love

คนจะรักกัน ผูกพัน หมายมั่นลงไป - For those in love, wanting to get tied
จะบุกน้ำ ลุยไฟ ปล่อยให้เขาไปตามปรารถนา - Wading water or fire, let them try as their mind command
คนเขารักกัน ใครจะกีดกันฉันทา - They love each other, whoever try to reprimand
ต่อ ให้น้ำ ต่อ ให้ฟ้า - Be it sea or sky span
กั้นขวางหน้า อย่าหวังห้ามได้ - Across ahead it can never stop them

คนลงรักกัน กำแพงแข็งกั้นก็พัง - For those in love, strong walls barring will fall
สุดจะฝืน ยืน นั่ง - Can't stand or sit at all
สุดแรงพลัง จะห้ามปรามไหว - All the power cannot stop them
คนเขารักกัน คงมั่นจากขั้วหัวใจ - Couple in love, firmly from heart's stem
บีบบังคับ ดับไม่ไหว ตราบสิ้นไร้ ชี วัน - Cannot force or stop them, until lifetime's end

ความ รักมีพลานุภาพ - Love is very powerful
ดื่มซึ้งซึมซาบ ตราบเท่าชีวิตเรานั่น - Tastes deep down cool, as long as our lives remain
ห้ามน้ำไม่ไหล ห้ามไฟมิให้มีควัน - Stop water from flowing, stop fire from smoking when
ห้ามอาทิตย์ ห้ามดวงจันทร์ - Stop the Sun, stop the Moon again
หยุดแค่นั้น ค่อยห้ามดวงใจ - If they stop then, try stopping the mind

คนจะรักจริง ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยั่วกัน - Those in true love, stopping is like tempting
จะขัดขวาง กางกั้น - Obstructions and barring
ยิ่งเหมือนน้ำมัน ไปราดกองไฟ - Is like pouring fuel into bonfire
ดังฉันรักคุณ คอยครุ่นห้ามปรามหัวใจ - Like I love you, trying to stop my mind
ห้ามความรักหักอาลัย ห้ามไม่ไหว เลยคุณ - Stop loving and missing I, just can't stop at all
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

13. ท ร า ย กั บ ท ะ เล - Sand And Sea

จะเหนื่อยเพียงไหน จะทุกข์เพียงใดโปรดรู้ - However tired, however depressed please know
ตรงนี้ยังมีฉันอยู่ พร้อมจะดูแลหัวใจ - Here am I also, ready to be caring
หากมรสุม จะทำเธอเหน็บหนาวใจ - If the monsoon makes your heart chilling
พายุจะแรงแค่ไหน จะคอยอยู่ข้างเคียงเธอ - However fierce the storm is blowing, I will be beside you

หากมีวันไหน ที่เธอไปไกลจากฉัน - If there is any day that you go away from me
ในหัวใจไม่เคยหวั่น และจะคอยเธอย้อนมา - Frightened I'd never be, and will wait for your return
ก็ใจมันรู้ คลื่นลมจะคอยพัดพา - 'Cause my heart knows, waves and wind will churn
คอยซัดทะเลเข้าหา หาดทรายแห่งนี้ดังเดิม - Throwing the sea to turn, back to this beach of sand

คือผืนทรายที่โอบทะเลไว้ - Like plots of sand surrounding the sea,
จะวันใดมั่นคงเหมือนดังที่เป็น - any day stays put as ever
อยู่เคียงข้างเธอ ใจไม่ไหวเอน - Be beside you, mind-sway never,
และยังคงชัดเจนอย่างนั้น - and stays clear that way

หาดทรายยังสวย รายล้อมทะเลด้วยรัก - Sand beach's still beautiful, surrounding the sea with love
คงไว้ด้วยใจแน่นหนัก ไม่หวั่นยามพายุผ่าน - With firm heart preserve, no fear for stormy days
จะมีเพียงฉัน และเธอตราบนานเท่านาน - There'll be only me and you now and always
มีรักมีใจผสาน ดั่งทรายอยู่คู่ทะเล - Love and heart binding and stay, like the sand and the sea.

คือผืนทรายที่โอบทะเลไว้ - Like plots of sand surrounding the sea,
จะวันใดมั่นคงเหมือนดังที่เป็น - any day stays put as ever
อยู่เคียงข้างเธอ ใจไม่ไหวเอน - Be beside you, mind-sway never,
และยังคงชัดเจนอย่างนั้น - and stays clear that way

หาดทรายยังสวย รายล้อมทะเลด้วยรัก - Sand beach's still beautiful, surrounding the sea with love
คงไว้ด้วยใจแน่นหนัก ไม่หวั่นยามพายุผ่าน - With firm heart preserve, no fear for stormy days
จะมีเพียงฉัน และเธอตราบนานเท่านาน - There'll be only me and you now and always
มีรักมีใจผสาน ดั่งทรายอยู่คู่ทะเล - Love and heart binding and stay, like the sand and the sea.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

14. ต ล อ ด เ ว ล า - All The Time

พักสายตาเถอะนะคนดี หลับลงตรงนี้ - Let your eyes rest my dear, sleep right now here
ที่ๆมีแต่เราสองคน - Where there're only two of us around

ผ่านเรื่องราวผ่านงานผ่านคน สับสนหลายความ - Encountered stories, works and people, confusion abound
บางเวลาต้องการสักคน - Sometimes do need somebody
ไว้คอยปลอบใจ เข้าใจพูดคุย - To console, understand, chat with

ความรักเอย งดงามอย่างนี้ - Oh Love, it's this beautiful!
จนชั่วชีวี โหยหาความรักไม่เคยพอ - Until life's end, crave for Love, never get enough!

อยากให้เธอเคียงข้างอย่างนี้ บอกรักอีกที - Want you beside me like this, say Love again please
อยู่ใกล้กัน ตลอดเวลา - Be side by side all the time

พักกาย พักใจ หลับตาฝันดี - Rest your body, rest your mind, close eyes, sweet dreams
รักเอยรักที่ เข้าใจถึงกัน - Oh Love it seems, to link heart and mind

ความรักเอย งดงามอย่างนี้ - Oh Love, it's this beautiful!
จนชั่วชีวี โหยหาความรักไม่เคยพอ - Until life's end, crave for Love, never get enough!

อยากให้เธอเคียงข้างอย่างนี้ บอกรักอีกที - Want you beside me like this, say Love again please
อยู่ใกล้กัน ตลอดเวลา - Be side by side all the time

พักกาย พักใจ หลับตาฝันดี - Rest your body, rest your mind, close eyes, sweet dreams
รักเอยรักที่ เข้าใจถึงกัน - Oh Love it seems, to link heart and mind
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

15. ส า ว ฝั่ ง โ ข ง - Girls of Khong River's Bank

โอ้ ฝั่งลำน้ำโขง ยามเมื่อแลงค่ำลง - Oh, bank of Khong River, when the day is over
สาวเจ้าคงหลงเล่นตามท่า - Girls probably play on the pier
สาวเจ้าคงซิเพลินหนักหนา - Girls probably have fun no fear
ข้อยหรือมาคอยท่า สาวเจ้าอย่ามัวหลงลอย - I'm waiting here, girls, stop floating by

ขึ้นจากโขงเถิดหนา มาเฝ้าคอยขวัญตา - Come up from Khong now, been waiting around
น้องอย่าช้าเพราะเฮาเฝ้าคอย - Sister come now, been waiting for a while
โขงพาใจข้อยนี้เลื่อนลอย - Khong plays trick with my mind
เกรงฮักเฮาจะพลอย ไหลล่องลอยบ่กลับคืนมา - Fear our love could float by, and would never return

โอ้หนอแม่สาวฝั่งโขง ข้อยหรือหลงคอยเจ้า - Oh, girl of Khong River, I'm lost waiting for you
ฮักสาวเจ้านั้นหนักหนา - I love you, for you I yearn
ขอให้สาวเจ้าโปรดเมตตา - Please give some kindness I earn
เพียงตอบคำฮักมา ขวัญตาเจ้าอย่าเอียงอาย - Just say love in return, my dear, don't you be shy

ข้อยจากสาวฝั่งโขง นอนหลับตาบ่ลง - I'm away from girl of Khong River, can't sleep, thinking over
คิดพะวงสาวเจ้าจะหน่าย - Worrying that the girl would change her mind
แม้นได้สาวเจ้ามาแนบกาย - If I got that girl close to body of mine
ข้อยซิตายบ่ว่า นอนคอยท่าผวาแต่กอดหมอน - I'm ready to die, lay waiting while, caressing the pillow.

ข้อยจากสาวฝั่งโขง นอนหลับตาบ่ลง - I'm away from girl of Khong River, can't sleep, thinking over
คิดพะวงสาวเจ้าจะหน่าย - Worrying that the girl would change her mind
แม้นได้สาวเจ้ามาแนบกาย - If I got that girl close to body of mine
ข้อยซิตายบ่ว่า นอนคอยท่าผวาแต่กอดหมอน - I'm ready to die, lay waiting while, caressing the pillow.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

16. 1 8 ฝ น - 18 Rains

อาจจะมี บางทีฉันดูฉันดูสับสน - There may be some times that I look confused
มีใครบ้างไหมสักคน ยอมทนรับฟังเรื่องราว - Is there anyone who care to hear the story?
บ้านที่มี บางทีก็เหมือนไม่มี - Home that be, some times seems like not be
มันคือนรกดีดี บางทีฉันก็ปวดร้าว - It is hell to me, some times I am in pain
เฝ้าอิจฉา ดูใครเขาพร้อมครอบครัว - Envious of others who all have family
ทำไมฉันมีแต่ตัว หวาดกลัวไม่รู้เรื่องราว - Why I have only me? In fear and not know then

รู้บ้างไหม ในหัวใจ มันร้องหาใครสักคน - Did you know in my heart it cries for someone
คอยปรึกษา คอยเข้าใจ - To console, to understand
ไม่ขอมากไปกว่านี้ - Asking nothing more than this
18 ฝน 18 หนาว มันร้าวในใจสิ้นดี - 18 Rains 18 Winters, it's heart-shattering, Miss,
อย่าลืมฉัน อย่าเดินหนี วันนี้ หัวใจสับสน Don't forget me, don't walk away, today I'm confused

เกิดกำแพง กำแพงที่มองไม่เห็น - There is a wall, an invisible wall
ปิดใจฉันแสนชาเย็น เหมือนมันไม่มีจิตใจ - Covering my cold heart all, as if it has no mind
เกิดปัญหา ปัญญาก็มีเท่านี้ - Problem there be, have only this ability nearby
ผ่านฝนแดด 18 ปี เป็นทางแยกอันตราย - Passed 18 Rains and Summers, it's dangerous cross-way
อาจจะเหมือน อนาคตฉันไม่มี - It may look, like I have no future
ใครใครเขามองไม่ดี แต่ใครจะรู้ข้างใน - In the eyes of all others, but who knows deep down?

** รู้บ้างไหม ในหัวใจ มันร้องหาใครสักคน - Did you know in my heart it cries for someone
คอยปรึกษา คอยเข้าใจ - To console, to understand
ไม่ขอมากไปกว่านี้ - Asking nothing more than this
18 ฝน 18 หนาว มันร้าวในใจสิ้นดี - 18 Rains 18 Winters, it's heart-shattering, Miss,
อย่าลืมฉัน อย่าเดินหนี วันนี้ หัวใจสับสน Don't forget me, don't walk away, today I'm confused

Repeat ** twice
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

17. ป ร า ร ถ น า - Wishes

หากแม้นเลือกเกิดเองได้ - If I can choose how to be born
คนทุกคนเลือกเกิดอย่างไรก็ตามใจเขาปรารถนา - Everyone can choose to be born the way they wish
แต่ตัวฉันนั้นขอตั้งสัจจะวาจา - But for me, I offer a truthful promise
ถึงชาตินี้ชาติหน้าปรารถนาเกิดมาใกล้คุณ - Now or next incarnation I wish to be near you

หากร้อนผิวกายใจระทม - If your skin is hot and your mind suffers
ตัวฉันยอมเลือกเกิดเป็นลม เฝ้าลูบชมเนื้ออ่อนละมุน - I'd rather be born as a wind blowing & touching your soft flesh
หากหนาวนักขอเอารักวางไว้เป็นทุน - If you feel cold I put my heart as deposit
ขอเกิดมาเป็นผ้าอุ่น เกิดเป็นหมอนหนุนสำหรับนาง - And be born as warm cloth or pillow for you

อยากเกิดมาเป็นสีแดงแต้มแต่งสองริมฝีปากคุณ - I'd like to be born as red paint decorating your lips
อยากเกิดเป็นแป้งหอมกรุ่นลูบไล้เนื้ออุ่นสองปราง - I'd like to be born as fragrant powder caressing your cheeks
อยากเกิดเป็นสร้อยห้อยคอไว้อยากเป็นดอกไม้ที่ทัดหู - I'd like to be born as a necklace on your neck and flowers on your ears
อยากอยู่ร่วมหอไม่ห่าง - I'd like to stay in house with you, never be away

จะขอเป็นแหวนสวมก้อย - I'd rather be a ring on your little finger
เป็นกำไลสวมใส่มือน้อยเป็นเป็นรอยรับบาทของนาง - Be a bracelet for your wrist and receptacle for your footprints
อยากแนบเนื้อขอเป็นเสื้อสวมใส่สรรพางค์ - Be a shirt for you so as to touch your body
ขอเกิดเป็นหมอนข้างเมื่อนางนวลน้องได้กอดนอน - And be born as a side-pillow for you to embrace when you sleep
---------------------------------------------------------------------------------------------------------

18. กำ ลั ง ใ จ - Encouragement

ญ - ใน ยาม ที่ ท้อแท้ ขอเพียง แค่ คนหนึ่ง - In time of despair I need just one person
จะ คิดถึง และ คอย ห่วงใย - To think of and always take care of me
ในยามที่ชีวิต หม่นหมองร้องไห้ - In time when life is sad and teary
ขอเพียงมีใครปลอบใจสักคน - I need just one person to console me

ช - ในวันที่โลกร้าง ความหวังให้วาด - On the day the world is void of hope to dream
มันขาดมันหาย ใครจะช่วยเติม - They are missing, who will help fill them?
เพิ่มพลังใจ ให้ฉันได้เริ่ม - Add up encouragement, so that I can start
ต่อสู้อีกครั้งบนหนทางไกล - Fighting once again on the route that's long

* ญ - กำลังใจจากใครหนอ - Encouragement from whoever there?
ขอเป็นทานให้ฝันให้ใฝ่ - Please give it as thing to dream and desire
ช - ให้ชีวิตได้มีแรงใจ - So that life will have the willpower of mind
ให้ดวงใจลุกโชนความหวัง - That the heart will be on fire with hope flame

ญ - กำลังใจจากใครหนอ - Encouragement from whoever there?
ขอเป็นทานให้ฉันได้ไหม - Please give it to me as donation in kind
ช - ดั่งหยาดฝนบนฟากฟ้าไกล - Like the drops of rain on remote sky
ที่หยาดรินสู่ผืน ดินแห้งผาก - That descent down to drought, dry land

* ญ - กำลังใจจากใครหนอ - Encouragement from whoever there?
ขอเป็นทานให้ฝันให้ใฝ่ - Please give it as thing to dream and desire
ช - ให้ชีวิตได้มีแรงใจ - So that life will have the willpower of mind
ให้ดวงใจลุกโชนความหวัง - That the heart will be on fire with hope flame

ญ - กำลังใจจากใครหนอ - Encouragement from whoever there?
ขอเป็นทานให้ฉันได้ไหม - Please give it to me as donation in kind
ช - ดั่งหยาดฝนบนฟากฟ้าไกล - Like the drops of rain on remote sky
ที่หยาดรินสู่ผืน ดินแห้งผาก - That descent down to drought, dry land
-----------------------------------------------------------------------------------------

19. แ ต่ ป า ง ก่ อ น - From Previous Incarnation

รอคอย เธอมาแสนนาน - Long time I've been waiting for you
ทรมานวิญญาณหนักหนา - So cru-el to my soul you see
ระทมอยู่ในอุรา - Deep down sad mind of me
แก้วกานดา ฉันปองเธอผู้เดียว - Oh baby I want only you

เธอเอย แม้เราห่างกันแสนไกล - Oh dear though we are far apart
ชายใด ดวงใจฉันไม่แลเหลียว - My heart is for no one but you
รักเธอ แน่ใจจริงเจียว - Love you I really do
รักเธอ รักเดียวนิรันดร์ - Love you only you to the end

แม้มีอุปสรรคขวากหนาม - Though there are obstacles around
ขอตามมิยอมพลัดพรากจากกัน - I'm bound to just follow you then
จะชาติไหน ไหน ไม่ยอมห่างไกลกัน - Any incarnation we'll meet again
ดวงจิตผูกพัน รักมั่นมีไว้เพียงเธอ - Now and then love is for only you

คงเป็นรอยบุญมาหนุนนำ - Probably old good deeds lead the way
รอยกรรมรอยเกวียนหมุนเปลี่ยนเสมอ - They may change may repeat they do
ให้เราได้มาเจอะเจอ - Let us meet each other too
ฉันและเธอพบกันร่วมสุขสมดังรอคอย - Me and you meet and greet life as we longed for

แม้มีอุปสรรคขวากหนาม - Though there are obstacles around
ขอตามมิยอมพลัดพรากจากกัน - I'm bound to just follow you then
จะชาติไหน ไหน ไม่ยอมห่างไกลกัน - Any incarnation we'll meet again
ดวงจิตผูกพัน รักมั่นมีไว้เพียงเธอ - Now and then love is for only you

คงเป็นรอยบุญมาหนุนนำ - Probably old good deeds lead the way
รอยกรรมรอยเกวียนหมุนเปลี่ยนเสมอ - They may change may repeat they do
ให้เราได้มาเจอะเจอ - Let us meet each other too
ฉันและเธอพบกันร่วมสุขสมดังรอคอย - Me and you meet and greet life as we longed for
-------------------------------------------------------------------------------------------------------

20. วั น นี้ ที่ ร อ ค อ ย - Today I Long For

เกิด มาชาตินี้ ด้วยศักดิ์ศรี อันยิ่งใหญ่ - Born to this life with so high dignity
กลับต้องปราชัย ถูกปองร้าย หักหลัง - But lost was me when I was betrayed
เปลี่ยนทางชีวิต ให้อับจน หมดหนทาง - It changed my life that I couldn't have my way
ต้องจากบัลลังก์ เร่ร่อนมา - Been astray from my throne
อยู่ ถึงแห่งไหน ยังถูกภัยคอยคุกคาม - Wherever I am there's danger around
จนต้องซมซาน ยังไม่มี จุดหมาย - I had to crawl without ending zone
ชาติกำเนิดชีวิต ต้องคอยปิดบังไว้ - Origin of my life I keep to me alone
คอยวันที่เลวร้าย นั้นพ้นผ่าน - Wait for bad prone days be gone

ชีวิต ทั้งชีวิต แทบอับปาง กลางคลื่นลม - All of my life almost sunk among sea
เหมือน พายุ ที่คอยโหม อยู่เรื่อยไป - Like stormy weather keep rolling on
เฝ้า แต่หวัง ใครสักคน คอยให้กำลังใจ - Keep hoping someone will turn me on
ให้สู้ ฝ่าฟัน เรื่อยมา - To fight along the way

จาก ผู้หลบหนี แทบไม่มี ที่ให้อยู่ - From refugee with no home to live in
สู้ มาด้วยมือ และใจ เท่านั้น - Fight I did it with only hands and heart
สร้าง สิ่งที่หวัง ให้กลับจริง ขึ้นทุกวัน - Create what I hope to be real in all parts
จนได้พานพบ วันที่ดี - Until I find a good day
เมื่อ ถึงวันนี้ วันที่คอย มาแสนนาน - Now it's today that I've been waiting for
วันที่เปิดเผย ชีวิตจริง ที่มี - The day I reveal my real life and way
ขอคนหนึ่งเท่านั้น เคียงข้างกันอยู่อย่างนี้ - Just one person I want to be close here to stay
คือ วันนี้ ที่รอคอย - It's today I long for

ชีวิต ทั้งชีวิต แทบอับปาง กลางคลื่นลม - All of my life almost sunk among sea
เหมือน พายุ ที่คอยโหม อยู่เรื่อยไป - Like stormy weather keep rolling on
เฝ้า แต่หวัง ใครสักคน คอยให้กำลังใจ - Keep hoping someone will turn me on
ให้สู้ ฝ่าฟัน เรื่อยมา - To fight along the way

ชีวิต ทั้งชีวิต แทบอับปางกลางคลื่นลม - All of my life almost sunk among sea
เหมือน พายุที่คอยโหม อยู่เรื่อยไป - Like stormy weather keep rolling on
เฝ้า แต่หวัง ใครสักคน คอยให้กำลังใจ - Keep hoping someone will turn me on
จนถึง วันนี้ ที่รอคอย - Until today I long for
--------------------------------------------------------------------------------------------

21. บ่ เ ป็ น ห ยั ง ด อ ก - No, Never Mind

ฮ่วย! - Huay!
บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind
บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind
ฮ่วย! - Huay!
บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind
บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind
บ่มีเนื้อเย็นเฮาบ่เป็นอันหยัง - Without girlfriend we don't worry
ถ้าบ่มีสตางค์ซิมันยิ้มบ่ออก - If no money then we can't smile
อดความรักบ่ตาย - Without love we can live
บ่ร้าย เหมือนดังอดข้าว - Not as bad as without rice
มีข้าวสารมีถ่านมีเตา - Have rice, firewood, stove alright
ใครนินทาด่าว่าหมู่เฮา - Whoever blame us or backbite
เขาบ่สงสารเรา - They don't pity us, no like
ก็บ่เป็นหยังดอก - Then that never mind
บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind

** บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind
บ่มีเก๋งนั่งรถหยังก็บ่มี - No cars to ride, any kind, no, heck!
สองขายังดีก็สิเดินได้ดอก - We have two legs on which to walk by
เดินย่ำต๊อกบ่ตาย - Walking is not fatal
บ่ร้าย เหมือนนอนตากยุง - Not critical as sleeping without mosquito net
มีที่นอนมีหมอนมีมุ้ง - Have mattress, have pillow, mosquito net set
มีผ้าห่มกันลมกันยุง - Have cover from wind from mosquito, a blanket
บ่ได้ควงสาวกรุง - No city girl as gig to get
ก็บ่เป็นหยังดอก - Then that never mind
บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind

*** บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind
บ่ได้พักร้อน - No vacation leaves
บ่ได้นอนบางแสน - No sleeping at "Bang Saen"
บ่มีคนหนุนแขน - Nobody laying on our hands
พูดเย้าพูดหยอก - Tease with words and smile
จนรู้จักเจียมตัว - Poor we are humble
บ่กลัวแค่อากาศร้อน - No trouble with just hot air
บ่ต้องมัวหาตัวอ่อนๆ - No need to look for young girl anywhere
เฮาคนจนบ่เป็นคนขี้ร้อน - We're poor guys, we don't mind hot air
บ่ได้มองขาอ่อน - No looking at young thighs bare
ก็บ่เป็นหยังดอก - Then that never mind
บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind
บ่ บ่เป็นหยังดอก - No no, never mind

Repeat **
Repeat ***
--

PS. 1. "Bang Saen" is a seaside destination in Chonburi Province, Thailand. It's about 30-40 kms from Pattaya, and closer to Bangkok. In the far past Bang Saen was more popular.
2. This Thai country song is about 50-60 years old. It was sung in Thai E-Sarn/Lao language by "Samai Onwong" and "Garn Garoonwong", presumably as two hapless lads who migrated to work and seek fortune in Bangkok. The song is so pleasant to listen to, and it is funny as well!
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 ** ในความคิดเห็นที่ 1 จะมีลิ้งค์ไปยังเพจ Music Without Boundary ของผม ซึ่งมีเพลงไทยที่ผมแปลไว้ 19 เพลง **





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อิสรทัศน์ วันที่ : 30/06/2019 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetry-park

ขอบคุณ นายยั้งคิด มากครับ ที่โหวตให้ผม

อ้อ วันก่อนผมได้อัพเดทเพลย์ลิสต์ "Thai Songs" โดยเพิ่่มเพลงอีก 50 เพลง (รวมเป็น 300 เพลง) เป็นเพลงลูกทุ่ง 30 เพลง และลูกกรุง 20 เพลง ลิ้งค์นี้จะเริ่มที่เพลงลำดับที่ 250 ฟังเพลงลูกทุ่งยาวไปเลย 30 เพลง ตามด้วยลูกกรุงอีก 20 เพลง (ก่อนหน้าเพลงนี้ยังมีอีก 249 เพลง):

https://www.youtube.com/watch?v=GuJsGfgQF-E&list=PLUNb2zPxGTZOMLhkEQDbJ721K3jg2MHd3&index=250

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อิสรทัศน์ วันที่ : 30/06/2019 เวลา : 00.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetry-park

ลิ้งค์ไปยังเพจ Music Without Boundary ของผม
(เพจนี้เว็บนี้ไม่มีโฆษณามากวนใจครับ ฟังกันยาวๆ สบายๆ):
https://soundcloud.com/user-838847625

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน