• ThongThai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-04-08
  • จำนวนเรื่อง : 104
  • จำนวนผู้ชม : 503431
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
ThongThai
บล็อกนี้เป็นบล็อกที่มุ่งเน้นให้ความรู้ทางรัฐศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม และความรู้ทั่วไป โดยไม่อิงแอบกับกลุ่มการเมืองใด การแสดงความคิดเห็นใดๆไม่เกี่ยวข้องกับผู้เขียนบล็อกทั้งสิ้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pohthai
วันพุธ ที่ 25 เมษายน 2555
Posted by ThongThai , ผู้อ่าน : 3376 , 17:00:13 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



7.เรื่องราวให้กระชับ


การพูดจะน่าสนใจหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เนื้อเรื่อง

หรือการเรียบเรียง ก็เป็นอีกประเด็น เรื่องที่จะพูดต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

หรือกำลังอยู่ในความสนใจของสังคม

หรือถ้าถูกกำหนดหัวข้อมาให้ก็ควรหามุกสอดแทรกเข้าไปเป็นจังหวะๆ

เรื่องที่พูดต้องไม่ยาวเยิ่นเย้อ น่าเบื่อ หรือไม่สั้นเกินไปจนไม่ได้ใจความ

แต่ควรเป็นเรื่องที่มีเนื้อหาสาระครบถ้วนและมีมุกตลกขบขันแทรก

และสรุปจบให้ลงตัวและสมบูรณ์ที่สุด


8 .ตาให้จับที่ผู้ฟัง


การพูดโดยทั่วไป ผู้พูดจะอยู่บนเวทีที่มีความสูงกว่าผู้ฟังอยู่เสมอ

ผู้พูดที่ดีต้องใช้สายตากวาดไปให้ทั่ว ซ้ายที ขวาที

แล้วหยุดอยู่ตรงกลาง แล้วกวาดสายตาอีกรอบทำเช่นนี้ไปเรื่อย

ให้เป็นธรรมชาติ ระวังการ

กวาดสายตา ต้องให้หน้าไปด้วย อย่าสอดสายตาไปอย่างเดียวหน้าไม่ไป

มันจะทำให้ เสียบุคคลิกทำให้สายตาดู รอกแร็ก ขาดความน่าเชื่อถือ

และอย่าจ้องตาผู้ฟังหรือหยุดสายตาไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งนานๆ

ผู้พูดควรมองผู้ฟังบริเวณหน้าผาก เพราะเป็นระดับสายตาที่ผู้ฟังจะมองขึ้นมา

เห็นเรามองเขาได้ระดับพอดีกัน


9.  เสียงดังแต่พอดี


น้ำเสียงเป็นหัวใจสำคัญของการพูด

นักพูดที่ดีต้องรู้จักศิลปะ การใช้เสียง

เสียงพูด ต้องไม่เบาเกินไป ต้องไม่ดังเกินไป

และต้องไม่ตระโกน ใส่ผู้ฟัง

แต่เราควรใช้เสียงเพื่อสื่อเนื้อเรื่องที่เราพูดนั้นออกมาให้เห็นภาพ

เช่น เล็ก ใหญ่ น่ากลัว น่าเกลียด

เหล่านี้คืออารมณ์ที่เราต้องใส่เข้าไปในน้ำเสียงเพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพพจน์

น้ำเสียงต้องมีสูง มีต่ำ ตามอารมณ์ของเรื่องที่พูด เป็นจังหวะจะโคน

เหมือนเสียงดนตรี ถ้ามีระดับเสียงเดียว ก็ไม่น่ารับฟัง  เสียงพูดก็เช่นกัน

ต้องมีผ่อนสั้นผ่อนยาว ลากเลื้อยไปตามอารมณ์ของเนื้อหาที่พูด

น้ำเสียงต้องไม่ราบเรียบเป็นโทนเดียว


10. อย่าให้มีเอ้ออ้า



ในทางการพูดจะมีคำขยะอยู่หลายคำซึ่งวงการเราเลี่ยงที่จะใช้

หนึ่งในนั้นคือ

คำว่า เอ้อ อ้า เพราะมันแสดงออกให้ผู้ฟังรู้สึกได้ว่า

ผู้พูดไม่มีความรู้ในเรื่องที่พูด ไม่มีความจัดเจน ไม่เข้าใจ

ไม่พรั่งพรูในการพูด พูดไปแล้วก็หยุด เอ้อ อ้าตลอดเส้นทางมันสะดุดตลอด

ทำให้การพูดนั้นล้มเหลว ตกม้าตายขาดความน่าเชื่อถือ

ผู้พูดที่ดีต้องหลีกเลี่ยง คำพวกนี้ ด้วยการเตรียมตัวและซ้อมให้ดี



11. ดูเวลา ให้พอครบ


ในการพูดแต่ละครั้งจะถูกกำหนดไว้ด้วยหัวข้อ และเวลา

เวลาคือความรับผิดชอบของผู้พูดต้องรับผิดชอบบนเวที

ผู้พูดต้องเตรียมเรื่องมาให้พอดีกับเวลา

และพูดให้มีข้อสรุปจบลงให้ได้ในเวลา

ที่ได้มา เพราะถ้าเราพูดไม่มีที่ลงก็เหมือนเครื่องบินที่หาสนามลงไม่ได้

ในขณะที่พิธีกรบนเวทีกำลังรอไมค์อยู่ ในขณะผู้ฟังรอคำสรุปอยู่

ในที่สุดก็จะกดดันตัวเองทำให้หาที่ลงไม่ได้

และเกินเวลา วิทยากรคนอื่นไป

ทำให้ผู้พูดเสียภาพลักษณ์ และเสียหาย


12. สรุปจบให้จับใจ


การสรุปจบ คือสิ่งที่ผู้พูดต้องพึงระวังให้ดี

ถึงแม้เราจะเริ่มต้นมาดีตลอด

แต่ถ้าสรุปจบด้วยคำว่า แค่นี้ครับ แค่นี้ค่ะ

วงการพูดเราถือว่าผู้พูดนั้นตกม้าตายตอนจบ

การสรุปจบก็เช่นเดียวกับการเริ่มต้นพูดคือดึงดูดใจผู้พูดให้มาหาเราก่อน

เมื่อดึงคนฟังมาได้ ฉากสุดท้ายต้องสรุปเนื้อหาลงให้ประทับใจผู้ฟัง

โดยสำนวนหรือคำคมดีๆ ที่มีเนื้อหาเข้ากับเรื่องที่เราพูดมา

หรือเราคิดขึ้นมาเองก็ได้แต่ต้องสอดคล้องกันกับเนื้อหา

ที่พูดมาทั้งหมดด้วย


13. จากไปให้คิดถึง


ป็นขั้นตอนสุดท้ายทั้งหมดที่เราเริ่มพูดมา

ว่าคนฟังจะจดจำเราในฐานะวิทยากรผู้พูดได้หรือไม่

หรือจะล้มเหลว

ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการที่เราพูดมาตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ

ถ้าผู้ฟังประทับใจเรา

นั้นบ่งบอกว่าชื่อเสียงของผู้พูดจะถูกบรรจุเข้าไว้ในกล่องความจำของผู้ฟัง

เรียบร้อย การพูดครั้งต่อๆไป จึงเป็นเครดิตของผู้พูดเองที่สร้างไว้ในการพูด

แต่ละครั้ง จงนำหัวใจผู้ฟังกลับไปให้ได้ทุกครั้งที่ลงจากเวที


........................................................................................................................................................


หมายเหตุ ..


ข้อพึงปฏิบัติ และพึงระวังทุกครั้งที่ขึ้นพูด 


1. ไม่ควรดื่มน้ำอัดลมก่อนขึ้นพูด เพราะจะทำให้เลอขณะพูด


2. ก่อนพูดเมื่อขึ้นถึงเวทีแล้ว ให้เช็คไมค์ด้วยการใช้นิ้วเคาะไมค์เบาๆ

ว่าไมค์ไม่มีปัญหา


3. ปรับเสาไมค์ให้มีความเหมาะสมกับปากเราขณะพูด อย่าให้ไมค์บังหน้า

ไมค์ควรอยู่ห่างจากปากประมาณ 1 คืบ  ถ้าเป็นคอนเดนเซอร์ไมค์

และ 7-10 เซ็นติเมตรถ้าเป็นไดนามิคไมค์


4. ก่อนพูดอย่างอื่น ต้องแสดงสีหน้ายิ้มแย้มก่อนทุกครั้งเป็นการเปิดเวที

เปิดทาง เปิดใจผู้ฟัง


5. ทุกครั้งที่นำคำพูดหรือคำคมใครมากล่าวในการพูด ต้องระบุชื่อ

หรืออ้างชื่อผู้ที่เป็นเจ้าของคำพูดหรือคำคมนั้นเสมอ เป็นมายาท

เป็นการให้เกียรติ และเป็นการขออนุญาตเจ้าของงานลิขสิทธิ์นั้น  เช่น


เติ้งเสี่ยวผิงกล่าวว่า

อย่าไปสนใจว่าแมวมันจะมีสีอะไรขอให้มันจับหนูได้ก็พอ


หรือ พล.อ. ชาติชาย ชุณหวัณ กล่าวว่า

ก่อนพูด เราเป็นนายคำพูด แต่หลังพูดคำพูดเป็นนายเรา เป็นต้น


6. มือควรวางไว้ลำตัวขณะพูด

ควรใช้มือประกอบการพูดเพื่อให้เห็นภาพ

หรืออธิบายคำพูดเป็นบางครั้งเท่านั้นอย่าใช้มือพร่ำเพรื่อ

แต่สื่อความหมายไม่ได้ และอย่าใช้มือชี้หน้าผู้ฟัง เป็นอันขาด

เพราะเป็นการผิดมารยาทการพูดอย่างรุนแรง



......................................................................................................................................................


คำอธิบายทั้งหมด ไม่ได้คัดลอกมาจากหนังสือหรือข้อเขียนจากที่ใด

แต่ผู้เขียนเขียนขึ้นจากประสบการณ์และความรู้ที่ครูบาอาจารย์ได้ถ่ายทอดมา

ส่วนหัวใจนักพูดเป็นลิขสิทธิ์ของ พล.ต.ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

ต้องกราบอนุญาตท่านที่จะนำมาเผยแพร่และอธิบายความ

เพื่อเป็นวิทยาทานแด่นักพูดรุ่นน้องต่อไป


  กังวาล  ทองเนตร


ผู้ที่สนใจจะเข้ารับการฝึกอบรมทางการพูด ติดต่อได้ที่

 สมาคม ฝึกการพูดแห่งประเทศไทย อาคารสยามคอนโดมิเนียมชั้นบนสุด

สี่แยก อ.ส.ม.ท. ถนนพระราม 9 กรุงเทพ ได้ทุกวัน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ThongThai วันที่ : 25/04/2012 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pohthai

เชิญครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็นน้อยครับ และถ้าพอมีเวลามีโอกาสก็อย่าลืมแวะเข้าสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทยได้ครับที่อาคารสยามคอนโดมิเนียมสี่แยก อ.ส.ม.ท.พระราม 9ครับชั้นดาดฟ้าสุดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 25/04/2012 เวลา : 17.39 น.

ขอบคุณอีกครั้งครับ
อ่านง่าย ได้ใจความ ขอนำฝึกฝนเผื่อมีโอกาสได้ใช้บ้างครับ.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]