• ThongThai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-04-08
  • จำนวนเรื่อง : 104
  • จำนวนผู้ชม : 503072
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
ThongThai
บล็อกนี้เป็นบล็อกที่มุ่งเน้นให้ความรู้ทางรัฐศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม และความรู้ทั่วไป โดยไม่อิงแอบกับกลุ่มการเมืองใด การแสดงความคิดเห็นใดๆไม่เกี่ยวข้องกับผู้เขียนบล็อกทั้งสิ้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/pohthai
วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม 2555
Posted by ThongThai , ผู้อ่าน : 4719 , 15:22:59 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน




รัฐธรรมนูญไทยในหมวดการแก้ไขเพิ่มเติม


รัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 หรือฉบับบ พ.ศ.2534

ได้ระบุหมวดแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา 211 ดังนี้


มาตรา 211 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะกระทำได้ก็แต่โดยหลักเกณฑ์

และวิธีการดังต่อไปนี้


( 1 ) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี

หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม

ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่านที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

หรือจากสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนไม่น้อยกว่า

หนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอหรือร่วมเสนอญัตติดังกล่าว

ได้เมื่อพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นสังกัดมีมติให้เสนอได้


( 2 ) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม

และให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ


( 3 ) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการให้ใช้วิธีเรียกชื่อ

และลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วย

ในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา


( 4 ) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงตามมาตรา

ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ


( 5 ) เมื่อการพิจารณาวาระสองเสร็จสิ้นแล้วให้รอไว้สิบห้าวันเมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว

ให้รัฐสภาพิจารณาในวาระสามต่อไป


( 6 ) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้ายให้ใช้วิธีเรียกชื่อ

และลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วย

ในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา


( 7 ) เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวแล้วให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม

ขึ้นทูลเกล้าฯถวายและให้นำบทบัญญัติมาตรา 88 และมาตรา 89 มาใช้บังคับ

โดยอนุโลม


  • นี่คือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 พ.ศ.2534 
  • และมีการแก้ไขเพื่อตั้ง สสร. ในสมัยนาย บรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายก
  •  เพื่อนำมาซึ่งการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 2540 หรือฉบับที่ 16
  • ส่วนหมวดแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในฉบับบที่ 16 หรือฉบับ พ.ศ. 2540  
  •  ได้วางไว้ ในหมวดที่ 12 มาตรา 313 มี 7 วงเล็บเท่ากัน   
  • กับ ฉบับที่ 15 /2534 และเป็นการล้อมาจากฉบับที่ 15 ทั้งมาตรา
  • มีข้อแตกต่างในวงเล็บที่ 7 ในส่วนที่เป็นลิงค์มาตราเท่านั้นคือ ในปี 2540
  • ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 93 และมาตรา 94 มาใช้บังคับโยอนุโลม 
  • และเพิ่มคำว่า ทูลกระหม่อมเข้ามา นอกนั้นเหมือนกันทั้งหมด
  • เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 พ.ศ. 2550   
  • ได้วางหมวดแก้ไขไว้ในรัฐธรรมนูญหมวดที่ 15 มาตรา 291
  • ซึ่งก็ได้ล้อมาจาก ฉบับที่ 15 -16 เหมือนกันทุกตัวอักษร มี 7 วงเล็บเช่นกัน   
  • แตกต่างในวงเล็บที่ 7 คือลิงค์มาตราเป็น 150 และมาตรา 151 มาใช้บังคับโดยอนุโลม





ในส่วนศาลรัฐธรรมนูญ



  • นรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับที่ 15 /2534     
  • ไล่ถอยหลังกลับไปไม่มีคำว่าศาลรัฐธรรมนูญ แต่ใช้คำว่า 


ตุลาการรัฐธรรมนูญ 

โดยฉบับที่ 15 /2534 วางบทบัญญัติดังกล่าวไว้ในมาตรา 200 ดังนี้

  • มาตรา 200   คณะตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบด้วย ประธานรัฐสภา
  •  (ประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา)

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธาน ศาลฎีกา อัยการสูงสุด

และผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์หรือสาขารัฐศาสตร์อีกหกคนซึ่งวุฒิสภา

และสภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งสภาละ สามคน

 ( ก็คือ 4 +6 =10 คน ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ )     

โดยให้ประธานรัฐสภาเป็นประธาน ตุลาการรัฐธรรมนูญ


  • หมายเหตุ รัฐธรรมนูญไทย ตั้งแต่ ฉบับที่ 15/2534 ไล่ย้อนไป
  • ประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา
  • ส่วนประธานสภาผู้แทนฯเป็นรองประธานรัฐสภา
  •  โดยบทบัญญัติดังกล่าวใน รัฐธรรมนูญฉบับที่ 15/2534 วางไว้ในมาตรา 86
  • ก่อนมีการเรียกร้องในเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา มาจนถึงปัจจุบัน


ส่วนบทบัญญัติ เช่นเดียวกับมาตรา 68 ในรัฐธรรมนูญ ปี 2550 


บทบัญญัตินี้ในรัฐธรรมนูญฉบับอื่นไม่มี แต่เริ่มมีในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 16

หรือฉบับ 2540 นั่นเอง

โดยวางไว้ในมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ดังนี้


มาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 

บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้

หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง

ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้


วรรคสอง

ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง  ผู้รู้ 

เห็นการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง

และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว

แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว


วรรคสาม


ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการ

ตามวรรคสองศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองใดก็ได้

เหมือนหรือแตกต่างกันกับมาตรา 68 ของฉบับปี 2550 อย่างไร 


ความในมาตรา 63/2540 กับ มาตรา 68/2550 เหมือนกันทุกตัวอักษร

ต่างกันตรงที่ ฉบับ 2540 ใช้คำว่า

  •     ผู้รู้   ในวรรคสอง ส่วน 68/2550 ใช้คำว่า       ผู้ทราบ  เท่านั้น

รัฐธรรมนูญฉบับที่บัญญัติให้มีตุลาการรัฐธรรมนูญมีดังนี้


- ฉบับ ที่ 3 ( พ.ศ.2489 ) ในมาตรา 89

ไม่กำหนดตัวผู้ที่จะเป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญเอาไว้แต่ให้เลือกกันเอง

และให้มีวาระตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวคือเมื่อสภาถูกยุบหรือหมดวาระ

ตุลาการรัฐธรรมนูญก็จะสิ้นสภาพไปด้วย


- ฉบับที่ 5 ( 2492 ) ในมาตรา 168 กำหนดให้ประธานรัฐสภา (ประธานวุฒิสภา )

เป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ


- ฉบับ พ.ศ.2495 ในมาตรา 106

กำหนดให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ


- ฉบับ พ.ศ. 2511 ในมาตรา 164

ให้ประธานรัฐสภาเป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ


- ฉบับ พ.ศ.2517 ในมาตรา 218 ไม่ได้กำหนดตัวประธานไว้ให้สมาชิกเลือกกันเอง


และได้ห้ามมิให้ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ข้าราชการที่มีตำแหน่งเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ

หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

เป็น ตุลาการรัฐธรรมนูญโดยกำหนดข้อห้ามไว้ในมาตรา 219

ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517 นี้และกำหนดที่มาของตุลาการรัฐธรรมนูญไว้

โดยให้มีจำนวน 9 คน โดยให้ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี

และคณะกรรมการตุลาการตามมาตรา 210 เลือกมาฝ่ายละ 3 คนเท่ากัน

รวมเป็น 9 คน ทำหน้าที่เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ


- ฉบับ พ.ศ.2521 ในมาตรา 184 ให้ประธานรัฐสภา( ประธานวุฒิ )

เป็นประธานตุลาการฯตามเดิม แต่มีข้อห้าม

เช่นเดียวกับมาตรา 219ของฉบับ พ.ศ.2517


- ฉบับ พ.ศ. 2534 ที่ประกาศใช้ในวันที่ 9 ธันวาคม 2534

และลงนามโดย ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน บัญญัติในมาตรา 200

ให้ประธานรัฐสภาเป็นประธานตุลาการ


- ฉบับ 2534 แก้ไขครั้งที่ 5

ที่ลงนามโดยนายชวน หลีภัย นายกฯขณะนั้น

ประกาศใช้ในวันที่ 10กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538


หมายเหตุ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2534 ครั้งแรกประกาศใช้โดยคณะ รสช.

เมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2534ในมาตรา 6 รัฐธรรมนูญฉบับนี้

ได้ให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ

และนำมาซึ่งฉบับที่ นายอุกฤษ มงคลนาวิน ลงนาม

และมีการแก้ไข 6 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 6 แก้มาตรา 211

เพื่อให้มี สสร.ร่างรัฐธรรมนูญนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 16 ปี 2540


- ฉบับ พ.ศ.2540 ในมาตรา 255 และเรียกชื่อเป็น ศาลรัฐธรรมนูญ

เรื่อยมาจนฉบับปัจจุบัน 2550


- ฉบับ พ.ศ. 2550 ในมาตรา 204



รัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่มีการบัญญัติให้มีตุลาการรัฐธรรมนูญมีดังนี้


  1. ฉบับ ที่ 1( 2475 ) โดยคณะราษฎร 
  2. ฉบับที่ 2 ( 2475 ) 

  3. ฉบับที่ 4 ( 2490 ใต้ตุ่ม ) 
  4. ฉบับ พ.ศ. 2515 
  5. ฉบับ พ.ศ.2519 
  6. ฉบับ พ.ศ.2520 
  7. ฉบับ พ.ศ.2534 โดย รสช. 
  8. ฉบับ พ.ศ.2549 โดย คมช. 
  • ผมเคยพูดหลายที่แล้วว่า เรื่องยุบพรรคการเมืองมันมีมาตั้งแต่
  • รัฐธรรมนูญ ฉบับ ปี 2540 และองค์กรอิสระ 9 องค์กรก็เกิดมาจาก
  • รัฐธรรมนูญ ปี 2540 รวมถึงการกีดกันให้ผู้สมัครรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องจบปริญญาตรี ก็มาจากปี 2540 และการบัคับคนให้ออกไปเลือกตั้งก็เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2540เช่นกัน ทุกฉบับก่อนหน้านี้การเลือกตั้งเป็นสิทธิของประชาชน แต่ ปี 2540ให้เป็นหน้าที่ต้องกระทำ ถ้าไม่ทำเสียสิทธิ 8 ประการดังที่รู้
  • ดังนั้นที่หลายคนเรียกร้องหารัฐธรรมนูญปี 2540ก็ควรเก็บไปคิดดูให้ดีครับ
  • โดยส่วนตัวผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่ยาวิเศษที่จะรักษาได้ทุกโรคครับ
  • รัฐธรรมนูญเป็นเพียงกรอบแบบแผนกว้างๆที่วางแนวปฏิบัติเอาไว้เท่านั้น
  • สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตัวคนนี่ต่างหากครับ
  • ถ้าคนมันไม่เคารพกฎกติกามันก็ฉีกทำลายทิ้งได้ตลอดเวลาถ้าไม่ถูกใจ
  •  ดังนั้นกรอบหรือขอบเขตรัฐธรรมนูญจึงควรเขียนขึ้นจากความต้องการ
  • ของคนส่วนใหญ่สภาพสังคมที่แท้จริง ไม่ควรนำ ปมด้อย อคติ ความเกลียดชัง
  • ความต้องการส่วนตัว ไปบัญญัติไว้
  • อย่านำความคิดตนเองไปครอบหัวคนทั้งประเทศ โดยที่สมาชิกของสังคมนั้น
  • ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย

ขออภัยผู้อ่านทุกท่านเนื่องจากหน้าที่เขียนบทความมันแคบมากไม่ได้มาตรฐาน

ผมย่ออักษรจนเล็กจิ๋วแล้วก้ยังล้นหน้าอยู่เมื่อตัดทอนให้ลงแถวใหม่

ก็กลายเป็นว่าเนื้อหาไม่ต่อเนื่องกัน ขอให้ทางเนชั่นแก้ไขด้วยครับ

รวมถึงรูปถ่ายที่จะนำมาลงควรมีขนาดใหญ่กว่าข้อจำกัดปัจจุบันด้วยครับ

ไปดูบล็อกอื่นเปรียบเทียบด้วยครับ มันเสียความรู้สึก

สำหรับคนเขียนและคนอ่านครับ



ค้นคว้าและเรียบเรียงโดย


กังวาล ทองเนตร รัฐศาสตร์ภาควิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง







 (ภาพทั้งหมดเป็นเพียงการใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น )




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ThongThai วันที่ : 22/07/2012 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pohthai

ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพียงองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ แม้จะใช้คำว่าศาลเข้ามาใส่ในชื่อแต่ก็ไม่ใช่ศาล ไม่ใช่ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยแต่อย่างใด เนื่องจากที่มาก็ต่างจากศาลยุติธรรม การตัดสินก็ไม่ได้ตัดสินในพระปรมาภิไธ นั่นเป็นเพราะจุดประสงค์คือเขาต้องการให้มาทำหน้าที่แค่พิจารณาการขัดกันระหว่างกฎหมายและรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งแต่เดิมให้ประธานรัฐสภาเป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ นอกจากไม่ใช่ศาลแล้วจะทำให้คนไม่รู้คิดว่านี่เป็นการกระทำของศาลยุติธรรมจะทำให้ศาลเสียหายไปด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]