• poksorn
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-10-22
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 53573
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
TrongPoksorn
a girl -- a bhuddhist -- a student @ KMITL --a member of Mango Mojo on Campus #1
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/poksorn
วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม 2554
Posted by poksorn , ผู้อ่าน : 1456 , 20:54:25 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่คนไทยทั้งประเทศกำลังตื่นตระหนกกับน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ ทำให้ฉันและพี่น้องกังวลว่าบ้านเราจะท่วมเหมือนในข่าว คุณแม่เลยถือโอกาสเล่าเรื่องมิตรภาพของสายน้ำผ่านวันวานเมื่อยังเด็กให้ฉันและพี่น้องฟัง

ฉันไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดสายน้ำตั้งแต่เล็กอย่างคุณแม่หรอก ( ฉันจึงต้องเสียสตางค์หัดว่ายน้ำในบ่อคลอรีนสีฟ้าแทนการเกาะลูกมะพร้าวหรือตีโป่งในลำคลอง ) เพราะคุณแม่ตั้งใจซื้อบ้านในกรุงเทพฯ เพราะไม่อยากให้ลูกของตัวเองต้องเดินลุยน้ำไปโรงเรียนเหมือนที่คุณแม่เคยทำตอนเด็กๆ จะว่าไปบ้านของฉันก็ไม่ได้อยู่เขตกรุงเทพฯซะทีเดียว แต่อยู่ระหว่างรอยต่อของกรุงเทพฯและสมุทรปราการ ข้ามถนนไปฝั่งซ้ายของซอยก็เป็นเขตกรุงเทพฯ พอเดินข้ามถนนมาฝั่งขวาก็จะอยู่เขตสมุทรปราการ ถือว่าทำเลบ้านของฉันเก๋อยู่ไม่น้อยทีเดียว คุณว่ามั้ย :-P

คุณแม่เล่าว่า บ้านคุณยายอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถวพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จะมีน้ำท่วมทุกปี ปีละครั้งบ้าง สองครั้งบ้าง ทำให้ต้องเดินลุยน้ำประจำตั้งแต่เด็ก จนแต่งงานและย้ายมาอยู่ที่ปากคลองสำโรง ช่วงที่ย้ายมาอยู่ใหม่ๆ คุณแม่นอนไม่ค่อยหลับเพราะไร้เสียงเรือยนต์ที่แล่นไปมาบนพื้นน้ำขับกล่อมเหมือนทุกคืน ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่พักใหญ่ถึงคุ้นชินกับการไม่มีอยู่ของเสียงเรือยนต์

กิจกรรมหลักยามน้ำท่วมของทุกปีคือการเก็บของหนีน้ำตามระดับน้ำที่สูงขึ้น ยกเสร็จแล้วใช่ว่าจะไม่มีรอบสองเพราะแต่ละปีระดับน้ำจะสูงไม่เท่ากัน ปีไหนน้ำขึ้นหลายระดับก็ได้สนุกสนานและสามัคคีกับหมู่พี่น้องมากกว่าเดิมหน่อย คุณแม่บอกอีกว่าอยู่บ้านริมน้ำแบบนี้ ทำให้เรารู้จักช่วยเหลือตนเองและปรับสภาพการดำรงชีวิตให้เข้ากับธรรมชาติได้ดี เห็นได้จากการที่คุณยายชอบนุ่งผ้าถุงกระโดดลงน้ำแล้วตีโป่งไปเก็บไม้ที่ลอยมาตามน้ำ เอามาทำเป็นชั้นวางของหนีน้ำแถมยังเก็บเอาไว้ซ่อมบ้านได้อีก

ถ้าช่วงไหนน้ำแรงมากคุณแม่ก็จะอดเล่นน้ำ ถึงแม้ว่าสายน้ำจะทำให้เด็กๆในวันวานของคุณแม่สนุกสนานและมีความสุขได้เท่าใด แต่ก็ยังคงมีสิ่งที่มากับน้ำแล้วทำให้หวาดกลัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นบรรดางูใหญ่งูน้อย ,ตัวเงินตัวทอง และที่ร้ายสุดคือ ตะขาบ ตามธรรมชาติของตะขาบเมื่อขึ้นมาบนพื้น จะรีบวิ่งหาที่เกาะและซุกตัว แน่นอนว่าต้องเป็นขาของเด็กๆที่วิ่งหนีไม่ทันอย่างคุณแม่และพี่ๆแน่นอน เห็นอย่างนั้นผู้ใหญ่ก็จะเอาไม้ไล่ตี กว่าจะตีโดนเด็กๆก็ขาเขียวด้วยพิษและมีรอยเขี้ยวของตะขาบฝากไว้ให้ดูต่างหน้าเสียแล้ว น้ำมันหมูจึงเป็นของที่จำเป็นต้องมีติดบ้านเพราะใช้ทาแก้พิษตะขาบได้


บ้านอยู่ติดริมน้ำแบบนี้ เรื่องอาหารการกินเด็กๆก็จะได้มีส่วนร่วมในการหาอาหารด้วย กิจกรรมสุดโปรดของคุณแม่คือ การใช้มือนึงถือกระป๋อง และอีกมือนึงไล่จับปูแป้นและปูแปะ ได้เล่นสนุก,ออกกำลังกายแถมยังได้อาหารอีกมื้อด้วย วันไหนโชคดีก็จะมีปลาเทโพตัวใหญ่หลงน้ำมาก็จะถูกพวกผู้ใหญ่จับและกลายเป็นอาหารอันโอชะในมื้อถัดไป นอกเหนือจากปลาเค็มและน้ำพริกที่เตรียมไว้เป็นเสบียงประจำบ้าน


คุณแม่บอกว่าเรื่องดีๆที่มากับน้ำที่สำคัญที่สุดที่ได้รับเมื่อตอนเป็นเด็กคือการได้เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของภัยธรรมชาติ รวมไปถึงการปรับตัวและรูปแบบการใช้ชีวิตให้อยู่ได้ดีมีสุขตามวิถีธรรมชาติ เพราะสภาพอากาศของประเทศไทยมีหลายแบบ ทั้งแดดจ้า,ลมแรง,ลมอ่อน อีกทั้งสายฝนทั้งในฤดูและนอกฤดู ไม่ว่าจะต้องเจอกับสภาพอากาศแบบไหน การปรับตัวของมนุษย์เองถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต เราฝืนธรรมชาติไม่ได้แต่เราสามารถปรับตัวเราให้เข้ากับธรรมชาติได้ ธรรมชาติเป็นมิตรกับเรา เราก็ควรรักษามิตรภาพนี้เอาไว้

ในวิกฤติครั้งนี้ แม่บอกให้ฉันและพี่น้องไม่ให้กังวล ถึงแม้จะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสายน้ำจริงๆ ก็ถือว่าได้แบ่งปันทุกข์สุขกับคนอื่นๆที่บ้านเค้าท่วมก่อนเรามาตั้งนานและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พื้นดินหน้าบ้านของพวกเขาถึงจะแห้งสนิทดังเดิม บ้านเราอยู่ใกล้ทางออกทะเลมากแล้ว ถึงน้ำมาจริงก็จะขึ้นลงตามน้ำทะเลนั่นแหละ อย่างเก่งก็สูงสัก2-3ชั่วโมง อีกเดี๋ยวก็ลดไป และไม่ว่าน้ำจะท่วมขังไหม จะต้องแช่น้ำลุยน้ำหรือไม่ ถ้าน้ำท่วมบ้านเราจริง ขอแค่ลูกรู้จักพึ่งพาตนเองและรู้จักปรับตัว คุณแม่ก็เชื่อว่าลูกๆทุกคนจะปลอดภัยและฟันฝ่าช่วงเวลาที่ลำบากนั้นได้


แต่มีอยู่เรื่องนึงที่คุณแม่แอบเสียใจอยู่เล็กๆ ไม่ใช่เพราะมิตรภาพระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติหล่นหายไปบ้างในยุคปัจจุบัน แต่เป็นเพราะลูกของคุณแม่ไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับสายน้ำยามเด็กเช่นเดียวกับคุณแม่ และเห็นคุณแม่เปรยๆว่าจะพาไปอยู่บ้านคุณยายตลอดหน้าน้ำนี้ ไม่รู้ควรจะดีใจดีมั้ยน้อ.. แต่ที่แน่ๆคือเห็นใจคนไทยผู้ประสบภัยและผู้ได้รับผลกระทบทุกคนจากอุทกภัยในครั้งนี้ และฉันขอเป็นหนึ่งในกำลังใจที่จะเป็นพลังให้คนไทยผ่านพ้นภัยธรรมชาติในครั้งนี้ไปด้วยกัน

ฉันเชื่ออย่างสนิทใจว่า น้ำใจคนไทยหลั่งไหลเยอะ ,แรง และเร็วกว่าน้ำเหนือที่มุ่งหน้ามาทางกรุงเทพฯเพื่อลงทะเลแน่นอน

credit : ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
rosawan วันที่ : 26/10/2011 เวลา : 00.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rosawan
AT  THE  END  OF  THE  STORM  THERE'S  A  GOLDEN  SKY.

โชคดีจังที่มีคุณแม่เล่าเรื่องราวเก่าก่อนให้ฟัง
สายน้ำในชีวิตพี่มีอยู่ครั้งเดียว
คือตอนเด็กไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่พระประแดงแล้วแอบไปลงเล่นกันในสระบัว
บางจุดหยั่งไม่ถึงด้วยซ้ำทั้งที่เป็นเด็กว่ายน้ำไม่เป็น
รอดช่วงนั้นมาได้ แต่แข้งขาลายเถือกเลยค่ะเพราะหนามบัว
จำได้ดีและประทับใจมาก


ไปคุยที่เอนทรี่ก่อนมาด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 25/10/2011 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สมัยเด็กๆ ผมก็อยู่สำโรง
เดินลุยน้ำไปโรงเรียนบ่อย ๆ ตอนน้ำทะเลหนุน
รู้สึกมีความผูกพันกับสายน้ำมากๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 25/10/2011 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

มาชวนไปดูเอ็นทรี่นี้ครับ
http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook2/2011/10/25/entry-3

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Ae^ วันที่ : 25/10/2011 เวลา : 14.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 25/10/2011 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ยายกับแม่เคยเล่าเรื่องน่ารักอย่างนี้ให้ฟังเหมือนกันค่ะ เพราะบ้านยายเคยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านฝั่งธนบุรี
น่าเสียดายที่พวกเราส่วนใหญ่ (รวมทั้งแม่มดด้วย) ลืมวิธีอยู่ร่วมกับสายน้ำอย่างสันติไปเสียแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 24/10/2011 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

"ธรรมชาติเป็นมิตรกับเรา เราก็ควรรักษามิตรภาพนี้เอาไว้"

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน