*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-07-03
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 76843
  • จำนวนผู้โหวต : 54
  • ส่ง msg :
  • โหวต 54 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน 2560
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 2042 , 15:23:13 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ณัฐรดา , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เรื่องเหล่านี้เรามักลืมกันไป และไม่ให้ความสำคัญ ขอยกตัวอย่างเช่น การประเมินความสามารถของระบบหลอดเลือดและหัวใจ รวมทั้งระบบการหายใจ

ร่างกายที่ผ่านระยะเวลามานาน การมีวิถีชีวิตที่บั่นทอนสุขภาพ 
โดยเฉพาะหลอดเลือด การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การตีบตัวของหลอดเลือดแดง

เมื่อมีการตีบตัว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปสู่กล้ามเนื้อทำได้ไม่ดี ผลคือความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่อยากทำอะไรที่ต้องเหนื่อยลำบาก

นั่นคือการเลี่ยงกิจกรรมเหล่านั้น แล้วคิดว่าตนเองไม่เป็นไร


หลอดเลือดของเราตีบ เหลือแค่ 30% เรายังรู้สึกปกติ เพราะเราแค่นั่งๆ นอนๆ จอดรถใกล้ๆ ขึ้นลิฟท์แทนบันได ตีกอล์ฟก็ใช้รถแทนการเดิน การแบกถุงเอง

มันจะไปรู้สึกอะไรได้ ก็เพราะเราต้องการใช้ออกซิเจนแค่นั้น
หลอดเลือดที่ตีบๆ แต่เลือดยังผ่านได้ เราจึงคิดว่า เรายังแข็งแรง ตรวจเลือดก็โอเค ไขมันก็ดี เกินบ้างนิดหน่อย ทานยาเอา

 เราไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเราไม่ปกติ ถ้าไม่มีการประเมินสภาพความฟิตของร่างกาย

นี่เป็นเพียงในเรื่องแค่หลอดเลือดเท่านั้น

เพราะคนไทยเสียชีวิตหรือพิการจากเรื่องนี้ไม่ใช่น้อย

ทุกคนนิ่งนอนใจ เพราะชีวิตปกติ มันอยู่ของมันได้ ทำแบบนี้เหนื่อย ก็เลี่ยงไม่ทำ แทนที่จะตั้งคำถามกับตนเองว่า

ทำไมทำไม่ได้ เพราะอะไร แล้วหาเหตุ หาทางแก้ไข ฟื้นฟูขึ้นมา

วันหนึ่ง ยามที่มันตีบสนิท เมื่อนั้นคือหายนะมาเยือน
ขึ้นอยู่กับว่ามันจะไปตีบที่ไหน

 

การหนาตัวของหลอดเลือดเป็นไปตามอายุและยิ่งมีพฤติกรรมเสี่ยง ยิ่งเร่งการหนาตัวของหลอดเลือด  หลอดเลือดหนาตัวมาจากขบวนการอักเสบในตัวหลอดเลือด ซึ่งมีปัจจัยหลายประการ ทั้งปริมาณคลอเรสเตอรอล ทั้งชนิด แอลดีแอล และเอชดีแอลไม่สมดุล 

 

หลอดเลือดที่ตีบตัวแคบลง ทำให้การขนถ่ายเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆไม่ทั่วถึง  จึงเป็นเหตุให้เราเหนื่อยล้าได้ง่าย  ก็ยิ่งทำให้เราเนือยนิ่งมากขึ้น แล้วทำให้เราคิดว่าเราเป็นปกติ  ปรากฏการณ์ที่แผ่นคราบหรือลิ่มที่หลุดจากหลอดเลือดอาจเกิดอยู่เนืองๆ แต่ร่างกายเราสามารถกำจัดได้ จุดที่คราบหลุดออกไปแต่ละครั้ง จึงกลายเป็นแผลเป็น และก็หนาตัวเรื่อยๆ

แผ่นคราบที่หลุดที่เป็นอันตราย คือแผ่นคราบที่หลุดออกมาแล้ว ร่างกายมีกลไกป้องกันด้วยการห่อหุ้มแผ่นคราบนั้น  ทำให้กลายเป็นลิ่มล่องลอยหรืออุดตันบริเวณนั้นทันที  ที่ล่อยลองไปก็สุดแต่จะไปอุดตันที่ตรงตำแหน่งไหน  เช่นเส้นเลือดสมองเป็นต้น

ด้วยเหตุนี้  การประเมินสภาพความฟิตของร่างกาย จึงเป็นเรื่องสำคัญ  ที่เราไม่ควรมองข้าม

ความสำคัญของการประเมิน ความสามารถของร่างกาย ในแง่หลอดเลือดว่า บางคนหลอดเลือดตีบเหลือแค่ 30 %ยังรู้สึกว่าปกติ เพราะว่าเขาไม่ต้องออกแรงอะไรมากมาย 


การทดสอบความฟิตของร่างกายแบบหนึ่ง คือการทดสอบการเดิน 1.6 กิโลเมตร ว่าเราจะใช้เวลาในการเดินเท่าไหร่ ห้ามวิ่ง ให้เดินเร็วที่สุดเท่าที่ร่างกายรับได้ ดูระดับความเหนื่อยที่ตนเองจะรับไหว 

ช่วงก่อนจะถึงระยะที่กำหนด  ให้การจับชีพจรช่วงนี้ ให้จับเพียงแค่ 10วินาที แล้วเอามาคูณด้วย6

จากนั้นนำมาเข้าสูตร เพื่อหาค่า ความสามารถในการใช้ออกซิเจนว่าเรา นำออกซิเจนที่หายใจเข้าไป แล้ว ใช้ได้แค่ไหน

คนที่ร่างกายแข็งแรงมากๆ ระบบหัวใจและปอดดี ค่าการใช้ออกซิเจนก็จะสูง

คนที่ร่างกายไม่แข็งแรง หายใจเอาออกซิเจนเข้าไป ก็เอาไปใช้ไม่ได้ ก็ต้องหายใจทิ้งออกมา พวกนี้ค่าการใช้ออกซิเจนก็จะต่ำ

 

เวลาเป็นนาที  ต้องคำนวณให้ดี  เช่นเดินใช้เวลา  10นาที  40วินาที  เราต้องแปลง 40วินาทีมาเป็นนาทีก่อน  โดยเอา 60ไปหาร 40 ก็จะได้ค่า0.67 นาที    ดังนั้นเวลาคือ  10.67 นาที  ดังนี้

 การใช้เวลามากน้อยแค่ไหนในการเดิน สามารถเอามาเทียบเคียงจากตารางซึ่งเป็นมาตราฐานของอเมริกา ส่วนของไทยเราอาจลดหย่อนได้บ้าง เนื่องจากสรีระ ขาเราสั้นกว่าเขา

การเดินโดยใช้เวลาเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ และการยืดหยุ่นตัวของหลอดเลือด 
คนที่มีหัวใจที่แข็งแรง มีการใช้ออกซิเจนได้ดี จะทำเวลาได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับระบบข้อต่อ และกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหวด้วย ประกอบกัน

 

การทดสอบนี้ ให้หาระยะทางที่เราจะเดิน ด้วยระยะ 1.6 กิโล อาจในหมู่บ้าน หรือใช้ลู่วิ่งในยิมก็ได้ หรือเอาเกณฑ์วัด สี่รอบ สนามฟุตบอล

ใครที่ไม่สามารถเดินไปได้ถึง คงไม่ต้องพูดถึงสภาพร่างกาย

ใครที่ได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ระบุ ก็ต้องปรับปรุงตัวเอง เพราะนั่นคือสัญญานที่ร่างกายเราเตือนแล้ว ว่าความฟิตของเรายังไม่ได้

การรู้ตนเอง คือสิ่งจำเป็น ดังนั้น การวางโปรแกรมการฝึก จึงต้องมาจากทั้งระบบข้อต่อ ระบบกล้ามเนื้อ ระบบการใช้พลังงาน และระบบหัวใจและหลอดเลือด

ซึ่งจะต้องค่อยๆพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของครูฝึกส่วนบุคคลที่จะวางโปรแกรมให้เรา รวมทั้งการประเมินเป็นระยะ

  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 05/11/2017 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1. คงไม่อยู่ในกลุ่ม poor กระมัง ถ้างั้นละแย่แน่
เพราะส่วนมากทีทดสอบ คนทำงานทั่วไป อายุ40 อัพ ก็อยู่ในระดับ fair เป็นส่วนมาก
คงต้องหาทางดูแลตนเองให้ดีกว่านี้แล้วครับ ควรจะเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรที่เราต้องทำทุกวัน ไม่งั้น มีแต่เสื่อมไปเรื่อยๆ
อย่าลืมประโยคเหล่านี้นะครับ
คนปกติ เขาเรียก ออกกำลังกาย
คนป่วย เขาเรียก กายภาพบำบัด

อย่าให้ต้องเป็นอย่างหลัง

ความคิดเห็นที่ 1 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 04/11/2017 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ระยะทางยังพอไหว แต่รู้สึกว่าจะเริ่มไม่ฟิตแล้วครับ พี่หมอฯ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน