*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3728
  • จำนวนผู้ชม : 1373748
  • จำนวนผู้โหวต : 435
  • ส่ง msg :
  • โหวต 435 คน
วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 663 , 16:01:01 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         เมื่อปธน.ทรั้มป์และพันธมิตร อังกฤษ ฝรั่งเศส ตัดสินใจถล่มซีเรียไปแล้วนั้น ได้สร้างความไม่พอใจต่อปธน.ปูตินแห่งรัสเซีย

ยิ่งนัก และประกาศว่าจะ 'เอาคืน' หากฝ่ายสหรัฐไม่ยุติการโจมตีครั้งนี้ ประเด็นดังกล่าว ทำให้คนทั้งโลกรวมทั้งคนไทยต้องจับตา

มองเขม็งเลยทีเดียว

         แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ฟังเพลงให้คลายเครียดกันไปนะครับ

 

รายการ เพลงพาเพลิน

 ฟ้าแดง ปองใจรัก แจ๊บ - มีน คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ https://youtu.be/6A2Lt16rrOU

เสียแรงรักใคร่ - สุนทราภรณ์ https://youtu.be/t-cev1gDHO8

เย็นลมว่าว ปาล์ม/ บุ๊ค/ กีต้าร์ คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ เพื่อการอนุรักษ์ https://youtu.be/aUB2bQwp64s

ฟ้าแดง - อโศก (สุนทราภรณ์ , Suntaraporn) https://youtu.be/slE2YgahS3A

...................................................

 

 

Suthichai Live : วิกฤตซีเรีย! | 12/04/2561 https://youtu.be/257tEqi4qs0

 

BBC
 
 
ไทย

บีบีซีไทย นาวิเกชัน

ปฏิบัติการถล่มซีเรีย: ทรัมป์ ประกาศ “ภารกิจสำเร็จลุล่วง”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทวีตข้อความชื่นชมและยินดีต่อปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มซีเรียเพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีกับพลเรือน พร้อมขอบคุณฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรที่เข้าร่วมใน "ปฏิบัติการโจมตีแบบไร้ที่ติ" ครั้งนี้

ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมายสำคัญ 3 จุด คือ ศูนย์วิจัยอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัส และคลังเก็บอาวุธเคมีใกล้เมืองฮอมส์ ด้านรัสเซีย ระบุว่า ขีปนาวุธของชาติตะวันตกยังมุ่งโจมตีไปที่เป้าหมายอื่นด้วย แต่ส่วนใหญ่ถูกสกัดไว้ด้วยระบบต่อต้านอากาศยานของซีเรีย

ทรัมป์

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีซีเรียออกมาตอบโต้ว่าการปฏิบัติการทางอากาศของสามชาติตะวันตกจะยิ่งให้ประเทศซีเรียและประชาชนมีความมุ่งมั่นยิ่งขึ้นที่จะบดขยี้พวกก่อการร้ายในประเทศ

เขากล่าวระหว่างพูดคุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีฮัสซาน รูฮานีของอิหร่าน ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ในทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีแห่งซีเรียว่า "ความมุ่งร้ายนี้ได้ยกระดับความมุ่งมั่นให้กับซีเรียและประชาชนให้เดินหน้าต่อสู้และบดขยี้พวกก่อการร้ายในทุกตารางนิ้วของประเทศ" โดยที่อัสซาดกล่าวโทษว่าประเทศตะวันตกสนับสนุนการก่อการร้ายในซีเรีย

ในทวิตเตอร์นี้ยังระบุอีกว่าระหว่างที่สนทนากันทางโทรศัพท์ ประธานาธิบดีรูฮานีให้คำมั่นว่าอิหร่านจะให้การสนับสนุนแก่ซีเรียทางด้านต่าง ๆ ต่อไป ซึ่งนานาประเทศก็มีความเชื่อมานานแล้วว่าอิหร่านนั้นสนับสนุนด้านกองกำลังและเงินทุนแก่รัฐบาลของอัสซาดเพื่อปราบปรามฝ่ายกบฎที่หนุนหลังโดยประเทศตะวันตก

ขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อะยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนีออกมาประนามว่าการโจมตีซีเรียเป็นอาชญากรรม ประธานาธิบดีสหรัฐฯกับฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษเป็นอาชญากร และยังกล่าวอีกว่าประเทศตะวันตกจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการโจมตีครั้งนี้

นักวิเคราะห์เองก็บอกว่าการโจมตีก็เป็นการส่งสัญญาณถึงอิหร่านด้วยเช่นกันว่าความเป็นพันธมิตรระหว่างรัสเซีย อิหร่าน และซีเรีย อาจลากอิหร่านเข้าสู่สถานการณ์ที่อันตรายมากขึ้น และในประเทศเอง ประชาชนก็แสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลอิหร่านเข้าไปให้ความช่วยเหลือรัฐบาลซีเรียในหลาย ๆ ด้าน

ส่วนจีนซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงก็ออกมาแสดงปฎิกริยาต่อการโจมตี โดยโฆษกของกระทรวงการต่างประเทศจีน หัว ชุนหยิง บอกว่าจีนไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังใด ๆ ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของคณะมนตรีความมั่นคงถือเป็นการละเมิดต่อหลักการและบรรทัดฐานเบื้องตัวของกฎหมายระหว่างประเทศ

ตอนนี้มีประเทศที่ออกมาแสดงการสนับสนุนการโจมตีที่นำโดยสหรัฐฯ แล้วก็คือ เยอรมนี, ตุรกี, ซาอุดิ อาระเบีย, กาตาร์, แคนาดา, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และอิสราเอล ส่วนประเทศที่ออกมาประนามก็คือรัสเซีย อิหร่าน และจีน

ก่อนหน้านี้ เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูแตร์เรส ออกมากล่าวว่าเขาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เป็นสามในห้าของสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ กูแตร์เรสเตือนว่าทั้งสามประเทศมีพันธะ "ที่จะต้องปฎิบัติตามกฎบัตรของสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลัก"

กูแตร์เรสยังได้กล่าวอีกว่า "คณะมนตรีความมั่นคงนั้นมีหน้าที่ที่จะต้องทำนุบำรุงความมั่นคงและสันติภาพของนานาประเทศ ผมขอเรียกร้องให้สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงให้รวมกันเป็นเอกภาพ และมีการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นคณะมนตรีความมั่นคง"

"ผมขอเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกแสดงความอดกลั้นในสถานการณ์อันตรายยิ่งนี้ และหลีกเลี่ยงการกระทำใดที่อาจทำให้สถานการณ์ร้ายแรงขึ้นไป รวมทั้งทำให้ประชาชนชาวซีเรียมีความยากลำบากไปมากกว่าเดิม" กูแตร์เรสระบุ

กูแตร์เรสแสดง "ความผิดหวังอย่างที่สุด" ที่คณะมนตรีความมั่นคงฯ ล้มเหลวที่จะเห็นพ้องกันในการใช้กลไกที่เหมาะสมเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ว่าซีเรียมีอาวุธเคมีไว้ในครอบครอง ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ กับรัสเซียต่างก็ใช้สิทธิ์ยับยั้งข้อเสนอของกันและกันที่จะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนหาความจริง

ทางด้านนายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานสภายุโรปได้ออกมาแสดงความเห็นทางทวีตเตอร์ว่า "การโจมตีโดยสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอังกฤษส่งสารที่ชัดเจนว่ารัฐบาลซีเรีย พร้อมทั้งรัสเซีย และอิหร่านไม่สามารถที่่ทำให้โศกนาฏกรรมต่อมนุษยชาติครั้งนี้ดำเนินต่อไปได้ อย่างน้อยก็ต้องได้รับผลตอบแทนบ้าง"

ชาวกรุงดามัสกัสออกมารวมตัวในท้องถนนแสดงความโกรธแค้นต่อการโจมตีที่นำโดยสหรัฐฯImage copyrightREUTERSคำบรรยายภาพชาวกรุงดามัสกัสออกมารวมตัวในท้องถนนแสดงความโกรธแค้นต่อการโจมตีที่นำโดยสหรัฐฯ

สำนักเอเอฟพีรายงานคำแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซียว่าปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศสได้ยิงขีปนาวุธมากกว่า 100 ลูกเข้าใส่เป้าหมายทางด้านการทหารของซีเรีย และขีปนาวุธไม่น้อยถูกสกัดจากหน่วยต่อต้านอากาศยานของซีเรีย

ในขณะที่ สำนักประธานาธิบดีของซีเรียทวิตภาพวิดีโอสั้น ๆ ของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดกำลังเดินเข้ามาทำงานเมื่อเวลา 09.00 น. ของซีเรีย (หรือราว 13.00 น.ของประเทศไทย) โดยมีคำบรรยายภาพว่า "เช้าแห่งความมั่นคงหนักแน่น" สื่อทั้งหลายตีความว่ารัฐบาลซีเรียกำลังส่งสารว่าประเทศไม่ได้รับความกระทบกระเทือนจากการโจมตีทางอากาศครั้งนี้

ส่วนองค์การห้ามอาวุธเคมี (Organisation for the Prohibition of Chemical Weapons, OPCW) ก็ออกมาทวีตด้วยว่าแผนการที่จะเดินทางเข้าไปที่เมืองดูมาของซีเรีย เพื่อตรวจสอบเรื่องอาวุธเคมีนั้นยังไม่ล้มเลิกไป และจะเริ่มปฏิบัติการตรวจสอบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ข้าม Twitter โพสต์ โดย @OPCW

 
 

In case you missed it: In response to media queries, the Spokesperson for the Organisation for the Prohibition of Chemical Weapons (OPCW) confirms that the Fact-Finding Mission (FFM) team is on its way to and will start its work as of Saturday 14 April 2018.

 

สิ้นสุด Twitter โพสต์ โดย @OPCW

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานคำแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซียว่าปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศสได้ยิงขีปนาวุธมากกว่า 100 ลูกเข้าใส่เป้าหมายทางด้านการทหารและขีปนาวุธไม่น้อยถูกสกัดกั้นจากกองทัพซีเรีย ที่ใช้ระบบต่อต้านอากาศยานของรัสเซีย

ซีเรียยิงจรวดต่อต้านเครื่องบินรบ เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศ
 
Image copyrightREUTERSคำบรรยายภาพซีเรียยิงจรวดต่อต้านเครื่องบินรบ เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศ

ส่วน ซานา สื่อของทางการซีเรียรายงานในช่วงสายวันนี้ว่า การโจมตีที่จังหวัดฮอมส์ไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ทางด้านการทหารแต่อย่างใด แต่ระบุว่ามีพลเรือนได้รับบาดเจ็บสามราย ส่วนสถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียรายงานว่าการโจมตีทำให้เกิดความเสียหายขึ้นว่าสำนักงานสาขาของสถาบันวิจัยและศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ทางด้านเหนือของกุรงดามัสกัส

กองทัพของสหรัฐฯ กล่าวก่อนหน้านี้ว่าเป้าหมายคือคลังอาวุธเคมีที่อยู่ทางตะวันตกของเมืองฮอมส์

นายเยนส์ สโตลเตนแบร์ก เลขาธิการองค์การนาโต ได้ออกมากล่าวสนับสนุนการโจมตีซีเรียโดยสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศสครั้งนี้ เขากล่าวในแถลงการณ์ว่า "การโจมตีจะลดทอนการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลในการโจมตีประชาชนได้"

ข้าม Twitter โพสต์ โดย @jensstoltenberg
Jens Stoltenberg
 
@jensstoltenberg
 
 

I support the actions by the US, UK and France against the regime's chemical weapons facilities and capabilities. considers the use of chemical weapons unacceptable. Those responsible must be held accountable. https://www.nato.int/cps/en/natohq/news_153661.htm 

 weapons...

I support the actions taken by the United States, the United Kingdom and France against the Syrian regime’s chemical weapons facilities and capabilities. This will reduce the regime’s ability to...

นายไรอัม ดาลาติ โปรดิวเซอร์ของบีบีซีที่ประจำอยู่ในภูมิภาค ทวีตว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงดามัสกัส เหมืองหลวงของซีเรียบอกว่าได้ยินเสียงระเบิด และหน้าต่างสั่นสะท้าน มีเสียงไซเรนได้ยินทั่วไปในเมืองหลวง

ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ แถลงต่อประชาชนอเมริกันว่า เขาได้อนุมัติการโจมตีทางทหารตอบโต้การใช้อาวุธเคมีในซีเรียแล้ว โดยเป็นปฏิบัติการร่วมกับอังกฤษ และฝรั่งเศส

"ปฏิบัติการร่วมของกองกำลังจากฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรกำลังจะเริ่มขึ้น" ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวในถ้อยแถลงต่อชาวอเมริกัน ในขณะที่มีรายงานว่าได้เกิดเหตุระเบิดใกล้กับกรุงดามัสกัส นครหลวงของซีเรีย

ด้านนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันการเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ โดยกล่าวว่า "ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการใช้กำลัง" แต่บอกว่า การโจมตีครั้งนี้ ไม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อ "เปลี่ยนระบอบการปกครอง"

กระทรวงกลาโหมอังกฤษแถลงว่า ใช้เครื่องบินรบทอร์นาโดในการโจมตีฐานทัพแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองฮอมส์ ซึ่งเชื่อว่าถูกใช้เป็นที่เก็บสารตั้งต้นในการผลิตอาวุธเคมี

ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงคล้ายกันว่า การโจมตีทางอากาศมุ่ง "กระทำต่อเป้าหมายที่เกี่ยวพันกับขีดความสามารถด้านอาวุธเคมี" ของรัฐบาลซีเรีย เพื่อ "สกัดกั้นต่อกระบวนการผลิต การแพร่กระจาย และการใช้อาวุธเคมี"

ภาพขีปนาวุธเหนือท้องฟ้ากรุงดามัสกัส เมื่อเช้าตรูเวลาท้องถิ่นImage copyrightAFPคำบรรยายภาพภาพขีปนาวุธเหนือท้องฟ้ากรุงดามัสกัส เมื่อเช้าตรูเวลาท้องถิ่น

บทวิเคราะห์: การโจมตีครั้งนี้ต่างจากเดิมหรือไม่?

โดย โจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวด้านกลาโหม

การโจมตีครั้งนี้ถือว่ามีนัยสำคัญกว่าการที่สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพอากาศในซีเรียเมื่อปีก่อน แต่จากการประเมินเบื้องต้น ดูเหมือนจะอยู่ในวงจำกัดกว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัปม์เคยกล่าวเอาไว้ในตอนแรก

เมื่อปีที่แล้วมีการใช้ขีปนาวุธ 59 ลูก ส่วนในปีนี้การโจมตีใช้ขีปนาวุธมากกว่าเดิมประมาณสองเท่า ซึ่งขณะนี้การโจมตียุติลงแล้ว พร้อมกับคำเตือนอย่างชัดเจนว่า หากรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัดซาด ยังใช้อาวุธเคมี ก็อาจมีการโจมตีตามมาอีกในอนาคต

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ระมัดระวังไม่ให้มีชาวซีเรียและ "ต่างชาติ" ซึ่งหมายถึงรัสเซีย ได้รับบาดเจ็บ

แต่คำถามพื้นฐานก็คือ การโจมตีเช่นนี้จะสามารถยับยั้งประธานาธิบดีอัสซาดได้หรือไม่? ในเมื่อปีที่ผ่านมา การโจมตีของสหรัฐฯ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้นำซีเรียได้ แล้วครั้งนี้จะแตกต่างออกไปอย่างไร?

รูปเครื่องบิน คือ ฐานทัพอากาศ ส่วน จัตุรัสเหลืองคือ จุดต้องสงสัย ฐานปฏิบัติการอาวุธเคมี
 
คำบรรยายภาพรูปเครื่องบิน คือ ฐานทัพอากาศ ส่วน จัตุรัสเหลืองคือ จุดต้องสงสัย ฐานปฏิบัติการอาวุธเคมี

ทรัมป์:เป็นอาชญกรรมที่ก่อโดยอสุรกาย

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประณามประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรียว่า "เรื่องนี้ ไม่ใช่การกระทำของมนุษย์ แต่เป็นอาชญากรรมที่ก่อโดยอสุรกาย" ซึ่งรัฐบาลซีเรียปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญเตือนว่า การโจมตีทางอากาศโดยโลกตะวันตกจะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีสงครามขึ้น

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าได้ใช้ขีปนาวุธนำร่องโทมาฮอว์คหลายลูกเข้าถล่มหลายจุดสำคัญในซีเรีย ซึ่งรอยเตอร์อ้างผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งในกรุงดามัสกัสว่าได้ยินเสียงระเบิดอย่างน้อย 6 ครั้ง

Damascas
 
Image copyrightREUTERS

ที่ซีเรีย มีรายงานว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งใกล้กับกรุงดามัสกัส ส่วนเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมาย 3 แห่ง ได้แก่:

  • อาคารสำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในกรุงดามัสกัส ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพ
  • คลังเก็บอาวุธเคมีในเมืองฮอมส์
  • คลังเก็บอุปกรณ์ที่ใช้กับอาวุธเคมี และอาคารศูนย์บัญชาการที่สำคัญใกล้กับเมืองฮอมส์

โทรทัศน์ของทางการซีเรียระบุว่ากองทัพได้ยิงสกัดขีปนาวุธมากกว่า 10 ลูก และทางรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของซีเรีย ได้ส่งหนังสือไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า "การกระทำเช่นนี้จะไม่ถูกปล่อยไว้โดยปราศจากผลกระทบตามมา"

นายเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีรายงานความสูญเสียจากปฏิบัติการนี้ "ขณะนี้ นี่ยังเป็นปฏิบัติการเพียงครั้งเดียว ซึ่งเชื่อว่าได้สื่อความหมายที่หนักแน่นชัดเจน" และการโจมตีระลอกแรกเสร็จสิ้นลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า "เราเตรียมพร้อมจะสานต่อการโต้ตอบนี้ ไปจนกว่ารัฐบาลซีเรียจะหยุดใช้สารเคมีต้องห้าม"

ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ยืนยันว่ากองทัพฝรั่งเศสได้เข้าร่วมในปฏิบัติการนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าไม่ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังรัฐบาลรัสเซียว่าจะโจมตีเป้าหมายใดบ้าง

ส่วนโทรทัศน์ของทางการซีเรียยืนยันว่ามีการโจมตีกรุงดาสัมกัส และทางกองทัพซีเรียได้สั่งให้เครื่องบินรบขึ้นบินด้วย

กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย (SOHR) ที่มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักร ระบุว่าสถานที่ที่ถูกโจมตี มีอาคารซึ่งใช้ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของซีเรียในกรุงดามัสกัส และอีกหลายเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ

Statement by the NATO Secretary General on the actions against the Syrian regime's chemical

 ..............................................

 

16 เมษายน 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน