*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4442
  • จำนวนผู้ชม : 1648342
  • จำนวนผู้โหวต : 468
  • ส่ง msg :
  • โหวต 468 คน
วันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 982 , 15:49:19 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ลิงเขียว , สุรศักดิ์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีทุกท่าน ครับ

         ในบางช่วงอารมณ์ของเรา เสียงเพลงโปรดที่เราเกือบลืมไปแล้วได้หวนคืน แล้วบางทีมันก็มาได้อย่างถูกที่ถูกเวลา

เสียจริงเชียว อย่างกับเพลง 'เก็บตะวัน' จากเสียงของ อิทธิ พลางกูร นี่ไงครับ

 

อุ้ม ลักขณา 

รายการ ในหัวใจมีเสียงเพลง

เก็บตะวัน : อิทธิ พลางกูร | Official MV https://youtu.be/erfaEyxsKOc

วิมานเพลงรัก คาราโอเกะ..อรวี-ชรินทร์-ปนัดดา-ก๊อต-ศรัณย่า-อั๋น-สุเมธ-วินัย-ทิพวัลย์

https://youtu.be/-LYyaES08rI

15 จาก 60 เพลงลูกกรุงอมตะ "กุ้ง กิตติคุณ เชียรสงค์" อมตะซูเปอร์คลาสสิค 1-2-3-4-5

https://youtu.be/T_n0T3v1WCU

20 เพลงรักจาก - แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ (Official Audio Album) https://youtu.be/xEdU0YXTw4s


 

เอ๋ มณีรัตน์

.......................................

มิกซ์ - Abba. The Day Before You Came https://youtu.be/VB8ipaeGz2Q


 

MayyR in Hat Yai กินเที่ยวหาดใหญ่ ไม่ไปไม่รู้!!!

*

 

[CR] หาดใหญ่ ::: Review ไปเที่ยว&ไปกิน ...บินไปกับการบินไทย



สวัสดีค่ะเพื่อนๆ พาพันดี๊ด๊าอมยิ้ม17
วันนี้เราจะมารีวิวทริปท่องเที่ยวหาดใหญ่ที่เรามีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวด้วยโปรโมชั่นโปรฯหลุดโลกของการบินไทย ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโปรฯที่เพื่อนๆหลายๆท่านก็ได้มีโอกาสจับจองไปนั่งเครื่องของป้าม่วงเดินทางท่องเที่ยวทั่วไทยกันอย่างสนุกสนาน โดยจะเห็นได้จากรีวิวของเพื่อนๆหลายๆรีวิวในช่วงที่ผ่านมาต่างมาเล่าและแชร์ประสบการณ์การนั่งเครื่องป้าม่วงกันหลายๆท่านแล้ว
สำหรับรีวิวของเราในครั้งนี้ ก็ขอรีวิวป้าม่วงนิดๆหน่อยๆเช่นกันนะคะ (อย่าเพิ่งเบื่อกันซะก่อนนะคะ) อมยิ้ม16


นอกจากรีวิวป้าม่วงแล้วเราก็จะขอรีวิวประสบการณ์ไปท่องเที่ยวในหาดใหญ่และสงขลา รวมทั้งที่กินในเมืองหาดใหญ่และสงขา 
ซึ่งร้านอาหารต่างๆที่เราไปหาทานที่หาดใหญ่คราวนี้เราไม่ได้ทำการบ้านเท่าไหร่เลยค่ะ แต่ได้ข้อมูลจากเพื่อนๆในห้องบลูฯที่แนะนำมาทางหลังบ้าน  
เราก็ต้องขอขอบคุณคุณเปิ้ล " Piccolina " มา ณ พื้นที่ตรงนี้ด้วยเลยนะคะ ที่แนะนำร้านอร่อยๆมาให้ ไม่ผิดหวังเลยที่ไปตามรอยค่ะ
 
 


เรามาเริ่มต้นการเดินทางที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิกันนะคะ เข้ามาทางนี้กันเลยค่ะ 
(หลังๆไม่ค่อยได้มีโอกาศใช้เส้นทางนี้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ไปแต่ดอนเมืองมาหลายทริปแล้ว) อมยิ้ม07

สำหรับทริปนี้โชคดีจริงๆ จองได้ไฟล์ทแรก ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าเลยค่ะ กะว่าจะไปหาข้าวเช้าทานกันที่หาดใหญ่

เช้านี้ได้ทางออกเกท B3 ค่ะ เพื่อนๆร่วมทางเยอะแยะเหมือนกัน  ประหลาดใจ
เราเพิ่งมาทราบข่าวจากเพื่อนที่สงขลาว่าวันที่เราไปเป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรชอง มอ. (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) พอดีค่ะ เพื่อนบอกว่ารถอาจจะเยอะและติดหน่อยนะ



หลังจากขึ้นเครื่องเข้านั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว เราก็มาสำรวจกันค่ะ 
สำหรับไฟล์ทนี้เราเดินทางกันด้วยเครื่องบินรุ่น Boieng 737-400 ค่ะ ภายในเครื่องแบ่งที่นั่งออกเป็น 2 แถว แถวละ 3 seat 

 

พอเครื่อง Take off ไปซักพัก และความสูงเริ่มได้ระดับคงที่แล้ว น้องๆก็เริ่มนำกล่อง “My Pride My Thai Airway” มาให้ค่ะ 

ตอนจองตั๋วเราระบุไว้ “Sea Food” เปิดออกมาก็เจอแซนวิสทูน่า เมนูอันเป็นที่เลื่องลือของป้าม่วงเค้าค่ะ อิอิ หัวเราะ
(ลือว่า...อึ้ง...เงิบ...กันเป็นแถว)  เอาน่ารสชาติเค้าก็อร่อยพอได้อยู่ค่ะ



แต่สำหรับเรา สิ่งที่ประทับใจมากๆเมื่อมาขึ้นเครื่องของการบินไทยคือกาแฟของป้าม่วงเค้าค่ะ กาแฟป้าจัดมาเข้มข้นหอมกรุ่นมาก 

 

นั่งมาซักพักประมาณชั่วโมงนิดๆ เราก็เดินทางมาถึงสนามบินหาดใหญ่เป็นที่เรียบร้อย 
แอบส่องป้าม่วง Boieng 737-400 อีกครั้งก่อนจากกัน ขอบคุณป้ามากค่ะที่พาเดินทางมาถึงหาดใหญ่อย่างเรียบร้อยและปลอดภัย


เก็บบรรยากาศภายในสนามบินหาดใหญ่มาฝากกันค่ะ



จากนั้นเราก็ตรงดิ่งไปเค้าเตอร์รถเช่าของ Avis เจ้าประจำค่ะ  เค้าเตอร์เค้าหาไม่ยากออกมาก็เจอเลยอยู่ตรงทางออกผู้โดยสารขาเข้าค่ะ



รับรถแล้วเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันเลยค่ะ ล่ำลาสนามบินหาดใหญ่ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะกลับมาหาใหม่นะจ๊ะ
 
 


รับรถเสร็จเราก็ขับตรงดิ่งเข้าเมืองสงขลากันเลยนะคะ มาที่นี่เลย “ถนนนางงาม”  
เค้าบอกว่าเป็นแหล่งอาหารการกินที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสงขลา เพราะเป็นแหล่งรวมของอาหารอร่อยๆและอาหารพื้นเมืองของจังหวัดสงขลาเค้าค่ะ 
ส่วนที่จอดรถเค้าจะตีช่องๆสำหรับจอดทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์บนถนนหน้าอาคารเป็นแนวยาวตลอดถนนนางงามเลย 
หาที่จอดตามสะดวกได้เลยค่ะ แต่บางซอยจะเป็น One wayนะคะ ดังนั้นขับๆไปอาจต้องสังเกตกันนิดนึงค่ะ ยิ้ม



จากนั้นเราก็ออกเดินสำรวจซอยนางงามกันหน่อยค่ะ บ้านหลายๆหลังยังเป็นอาคารเก่าอยู่เลยค่ะ



เดินผ่านศาลเจ้าค่ะ ศาลเจ้าตรงนี้ทาสีแดงโดดเด่นมากค่ะ



ผ่านร้านนี้ขายขนมทอดชนิดหนึ่งชื่อ “หนมค้างคาว” ของพี่อี๊ด(ไม่มีสาขาอื่นด้วยนะคะ) 
หน้าตาหนมพี่อี๊ดแปลกดีค่ะ สงสัยต้องทดลองซะหน่อยแล้วค่ะ หัวเราะ หลิ่วตา
 
 
ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เห็นแล้วก็อยากไปทุกที
 
 


เดินไปเดินมา เรามาถึงเร็วค่ะ หลายๆร้านแนะนำยังไม่เปิด เดินผ่านร้านนี้ผู้คนมากมาย “ร้านเกียดฟั่ง(เก้าห้อง)” 
ขึ้นป้ายไว้ว่าเป็นร้านหมูสตูเจ้าแรกต้นตำรับในเมืองสงขลา ตอนแรกเราตั้งใจมาหาติ่มซำเป็นมื้อเช้าค่ะ ไม่ได้ตั้งใจมาทานหมูสตูเล๊ย



แต่ร้านนี้คนเค้าเยอะจริงๆ เก้าอี้นั่งกันเป็นเก้าอี้ดนตรีเลยค่ะ คนนี้ลุกคนนั้นเสียบ ฮ่าฮ่า อย่างนี้เราก็เลยต้องพิสูจน์กันหน่อยค่ะ 



สั่งหมูสตูไป 1 และหมูกรอบกับกุนเชียงอีก 1 ค่ะ


พอซดน้ำซุปของสตูหมูเท่านั้นล่ะค่ะ โอ๊วววพระเจ้าอร่อยมากกกถึงอร่อยที่สุดค่ะ เพิ่งเคยทานหมูสตูที่อร่อยขนาดนี้ ประหลาดใจประหลาดใจ
น้ำซุปหอมเข้มข้นกลมกล่อมอร่อยลิ้นมากค่ะ เราตักสตูราดข้าวสวยร้อนๆพร้อมน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน 
(น้ำจิ้มเค้าเป็นพริกกระเทียมเยอะๆน้ำส้ม+น้ำปลารึซีอิ๊วขาว??) โอ้โหอร่อยสุดๆค่ะ ชอบตรงกระเทียมเยอะๆนี่ล่ะค่ะ อมยิ้ม16
มิน่าคนถึงมาทานกันแน่นร้านขนาดนี้ ของเค้าดีจริงๆค่ะ ส่วนหมูกรอบและกุนเชียงรสชาดอร่อยพอใช้ได้ค่ะ ไม่ถึงขนาดจี๊ดที่สุด



ส่วนน้ำดื่มแก้กระหาย เราสั่งน้ำใบบัวบกและชานมมาดื่มค่ะ ชานมรสชาดไม่โดดเด่น เราเป็นคนชอบดื่มน้ำใบบัวบกอยู่แล้วค่ะสดชื่นดี ยิ้ม
(แต่เคยทานน้ำใบบัวบกที่อร่อยมากๆต้องที่เยาวราช ตรงร้านที่มีใบบัวบกกองหน้าร้านรถเข็นเยอะๆ เราชอบเจ้านั้นมากค่ะ น้ำเค้าเขียวเข้มสะใจมาก 
อ้าวนอกเรื่องซะงั้นค่ะ อมยิ้ม20อมยิ้ม07 )
 


มาชมหน้าตาหนมค้างคาวที่ซื้อมาทดลองชิมกันค่ะ



ใช้ส้อมจิ้มบิออกมาชมไส้ภายใน เค้าบอกว่าเป็นไส้กุ้งค่ะ รสชาติหวานนิดๆอมเค็มหน่อยๆของมะพร้าวขูดผัดกับเนื้อกุ้ง ก็แปลกดี 
ใครจะลองทานดูก็ได้นะคะไม่เสียหายเพราะราคาย่อมเยาเพียงชิ้นละ 5 บาทเท่านั้นค่ะ อมยิ้ม36
 


พอทานเสร็จเหลือบไปเห็นรถเข็นมาขายขนมไข่เจ้านี้  “เลิศเบเกอรี่” 
ถ้าผ่านภายในตัวเมืองสงขลาจะเห็นร้านเบเกอรี่ของ “เลิศเบเกอรี่” มากมายหลายร้านค่ะ 
แต่เพื่อนแนะนำมาอย่าพลาดชิมขนมไข่ที่รถเข็นคันนี้นะจ๊ะ อมยิ้ม21



เข้าไปทักทายคุณป้าขายขนมไข่กันหน่อยค่ะ เล่าให้คุณป้าฟังว่าเพื่อนๆหนูติดใจขนมไข่ป้ามากค่ะ บอกว่าอร่อยมาก



ราคาไม่แพง จ่ายไป 20 บาทได้ขนมมาตั้งหลายชิ้นค่ะ ได้ปุ๊บเราก็กัดปั๊บ 
อื้มมมม...ขนมไข่มาร้อนๆหอมเนยมาก หวานหน่อยๆ และมีรสเค็ม+มันๆนิดๆ อร่อยจริงๆด้วยค่ะ 
โดยเฉพาะทานกันร้อนๆ โอ๊วววมันฟินมาก อมยิ้ม22



ถ้าเพื่อนๆแวะมาเที่ยวถนนนางงามอย่าลืมช่วยกันอุดหนุนคุณป้าเค้านะคะ ที่รถเข็นเลิศเบเกอรี่ 
คุณป้าก็เข็นรถขายขนมไปเรื่อยๆของแกแหล่ะค่ะ ยิ้ม
 
บินไปด้วยคนนะค่ะ  เม่ากิจกรรม
 


จากนั้นเราก็ออกเดินตามลายแทงของอร่อยกันต่อค่ะ มาที่นี่ร้าน “จิ่นกั้วหยวน”



มีข้อมูลด้วยค่ะ “จิ่น กั้ว หยวน (ไอติมยิว)”  
เค้าบอกว่าที่นี่  “ร้านนี้มี ไอศกรีมใส่ไข่อร่อยมาก” อมยิ้ม01



บริเวณหน้าร้านค่ะ ที่กันสาดก็จะมีชื่อร้านติดไว้ด้วยค่ะ (หลายๆร้านแถวนั้นจะมีชื่อร้านที่กันสาด)
อย่างที่บอกเรามาเร็วเกินไปค่ะ หลายๆร้านยังไม่เปิด รวมทั้งร้านไอติมยิวนี้ด้วย เราชะเง้อชะแง้เข้าไปในร้านใหญ่เลยค่ะ 
แอบผิดหวังเล็กน้อยอุตส่าห์ตั้งใจมาชิมค่ะ ร้องไห้



อาม่าเจ้าของร้าน คงเห็นใครมาด้มๆมองๆ เลยออกมาดูซะหน่อย 
พอเห็นว่าเรามาเที่ยวแล้วอยากชิมไอศกรีมไข่ อาม่าว่าหนูพยายามซะขนาดนี้ก็เลยจัดให้ 1 ถ้วยค่ะ หัวเราะ



ได้มาแล้วค่ะ 1 ถ้วย จุ๊บๆ
เอามาให้ชมกันค่ะ ไอศกรีมยิว เป็นไอศกรีมที่อาม่าตอกไข่ดิบลงไปไว้ข้างล่างแล้วโปะไอติมตามทับลงไป แถมโรยด้วยผงโอวัลตินด้วยค่ะ รสชาดแปลกๆดีค่ะ ไข่ใต้ไอติมกลายเป็นไข่แข็งและเหมือนจะไม่ดิบแล้วอ่ะค่ะ
 


หลังจากตระเวนชิมจนอิ่มหนำแล้ว เราแวะมาชมตึกสีแดงที่นี่กันหน่อยค่ะ “หับ โห้ หิ้น”
"หับ โห้ หิ้น" คือโรงสีข้าวเก่าแก่ในตัวอาคารสีแดงแรงฤทธิ์ ที่ยังคงความขลังอย่างคลาสสิกบนถนนนครนอก 
ชื่อโรงสี "หับ โห้ หิ้น" เป็นภาษาฮกเกี้ยน มีผู้แปลความว่าหมายถึง เอกภาพ ความกลมกลืน และความเจริญรุ่งเรือง

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม ; กระทรวงวัฒนธรรม [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นายสุชาติ รัตนปราการ ดำเนินกิจการโรงสี หับ โห้ หิ้น จนเจริญรุ่งเรืองสมชื่อ โดยรับข้าวเปลือกจากย่านระโนด หัวไทร และพัทลุง บรรทุกลงเรือเอี้ยมจุ๊น ใช้ใบล่องทะเลสาบสงขลามาเทียบท่าเรือด้านหลังของโรงสี มีคนงานเชื้อสายจีนราว 10 คน เปิดเครื่องสีข้าวทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันเป็นเดือนๆ ข้าวที่สีเสร็จจะส่งไปขายนราธิวาส เลยไปถึงมาเลเซีย แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ก็เลิกกิจการไป ดังนั้น "หับ โห้ หิ้น" โรงสีแดงแห่งถนนนครนอก จึงกลายเป็นตำนานในความทรงจำของชาวสงขลา
 
เมื่อก่อนไม่รู้จักสตู ตอนสมัยเรียนที่สงขลาเพื่อนชวนไปกิน มันแปลก ๆ ไม่กล้าลอง
พอได้กินเท่านั้น มันฟิน สุด ๆ ตักน้ำสตูใส่ช้อน ตักน้ำจิ้มใส่ แล้วตักเข้าปาก ตามด้วยข้าว
อร่อยมาก กินจนเกลี้ยง ว่าแล้วอาทิตย์นี้จะตื่นเช้า ๆ ไปเยี่ยมเพื่อนที่สงขลา ย้อนวันวานสักหน่อย
2
   
me with you  
24 ตุลาคม 2556 เวลา 21:43 น.
RATANAPORN@chon ถูกใจ
 
 
ความคิดเห็นที่ 13
 
ขอบคุณครับ....อยากกินทุกอย่างเลย ....เดือนธันวาเจอกัน ถนนนางงาม สงขลา
0
   
tawan_pu  
24 ตุลาคม 2556 เวลา 21:44 น.
red_devil ถูกใจ, RATANAPORN@chon ถูกใจ
 
 
ความคิดเห็นที่ 14
 


เราแวะมาที่นี่อีกซักหน่อยค่ะ ร้านไพจิตร์



ทักทายคุณป้า 2 ท่าน หน้าร้านซักหน่อยค่ะ คุณป้าอัธยาศัยดีมากค่ะ พูดจาทักทายลูกค้าแบบเป็นกันเองทุกคนที่แวะเข้ามาค่ะ



คุณป้ายืนลวกก๋วยเตี๋ยวเนื้อมีความสุขมากค่ะ ลวกไปอมยิ้มไปด้วยอ่ะ หัวเราะ
หม้อเนื้อตุ๋นข้างหน้าคุณป้าส่งกลิ่นหอมเชียวค่ะ บริเวณหม้อลวกก๋วยเตี๋ยวและเครื่องไม้เครื่องมือของคุณป้าดูสะอาดสะอ้านมากค่ะ 
เสียดายเราไม่ได้ทานเนื้อค่ะ ไม่งั้นอาจจะชิมมาเล่าให้เพื่อนๆฟังซักหน่อยค่ะ



ด้านหน้าร้านอีกมุมหนึ่งขายไอศกรีมค่ะ ได้ข่าวมาว่าไอศกรีมกะทิร้านนี้อร่อยที่สุดค่ะ
ภายในตู้ มีถ้วยไอศกรีมใส่เครื่องเตรียมไว้หลายถ้วยเชียวค่ะ



แอบส่องราคาไอศกรีมกับเครื่องดื่มค่ะ



มาแล้วค่ะไอศกรีมกะทิ 2 สกู๊ป รสชาติไม่ถึงกับกะทิจ๋า เหมือนกับไอติมกะทิหลายๆเจ้าที่เคยทานค่ะ 
แต่ก็พอได้อยู่ หวานเย็นชื่นใจแถมมีเครื่องไอติมเยอะแยะดีค่ะ



นอกจากไอศกรีมแล้วยังมีเมนูก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งอื่นๆค่ะ น่าสนใจเหมือนกันค่ะ
 


หมดเวลากับของกินไปครึ่งวันถึงเวลาเที่ยวแล้วค่ะ 
เราแวะมาที่เขาตังกวนค่ะ ซึ่งเป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมในตัวเมืองสงขลา ทางไปแหลมสนอ่อน
ที่นี่เป็นสถานีลิฟท์เขาตังกวน ของเทศบาลสงขลาค่ะ



แวะซื้อตั๋วขึ้นลิฟท์ก่อนค่ะ แล้วค่อยไปเข้าแถวรอลิฟท์กันนะคะ



ข้อมูลของลิฟท์ค่ะ



ลิฟท์จะค่อยๆเลื่อนขึ้นไปค่ะ ผนังลิฟท์ด้านหนึ่งเป็นกระจกมองเห็นทางเลื่อนเป็นแนวยาวขึ้นไปด้านบนค่ะ
0
   
RATANAPORN@chon   
24 ตุลาคม 2556 เวลา 21:53 น.
เจ้ากัน ถูกใจ
 
 
ความคิดเห็นที่ 16
 
ไว้ตามรอยไปทานบ้างแล้ว
0
   
lalinphat   
24 ตุลาคม 2556 เวลา 21:56 น.
RATANAPORN@chon ถูกใจ
 
 
ความคิดเห็นที่ 17
 


พอขึ้นมาถึงด้านบนประตูลิฟท์เปิดออก สิ่งที่เข้ามาปะทะสายตา ว๊าววว สวยจังเลยค่ะ ที่นี่ได้วิวสวยงามจริงๆ



จากนั้นเราก็เดินเล่นเดินชมด้านบนเขาตังกวนกันนะคะ
จากจุดนี้เราจะเห็น ประภาคารซึ่งเป็นอาคารที่สำคัญอย่างหนึ่งของเขาตังกวนสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2439 ครั้งพระยาวิเชียรคีรี (ชม) เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา โดยสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้โปรดให้ จัดการก่อสร้างประภาคาร ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประภาคารนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2440



เมื่อเดินขึ้นไปถึงบริเวณลานชมวิวจะพบกับวิวเมืองสงขลา "เมืองสองทะเล"  และกราบสักการะหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด



ด้านบนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานของพระเจดีย์หลวง ซึ่งเป็นพระธาตุเจดีย์เก่าแก่คู่เมืองสงขลาอายุกว่า 200 ปี 
เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี (อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ฟุต ) โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ได้พระราชทานเงินหลวงให้เป็นทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์ และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (ร.9) ได้ทรงพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุให้มาบรรจุในองค์พระเจดีย์ ใน ทุกๆ ปีในเดือนตุลาคม จะมีงานพิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์ และประเพณีตักบาตรเทโวและลากพระของสงขลา 
และบริเวณรอบฐานเจดีย์จะมีจุดสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์รอบฐานเจดีย์ 6 จุดค่ะ 



นำข้อมูลพระเจดีย์หลวงมาฝากกันค่ะ
 
แอบแซว แค่ครึ่งวันเท่านั้น คุณติ๊กแวะร้านของกินไปบานเลยอ่ะ อมยิ้ม07อมยิ้ม07
 
มาติดตามชมนะคะ เห็นแล้วอยากไปหาดใหญ่อีกจังค่ะ เคยไปครั้งนึงนานมากแล้ว
ดอกไม้
 


เดินเล่น ชมวิว เก็บภาพ ถ่ายภาพกันค่ะ มีการจัดมุมให้มี Prop สำหรับถ่ายรูปสวยๆด้วยค่ะ 



ข้างบนนี้เป็นลานชมวิวเมืองสงขลาได้โดยรอบทั้ง 360 องศาเลยค่ะ  
ลานชมวิวหน้าพระเจดีย์หลวงจะมองเห็นตัวเมืองสงขลาได้กว้างไกลมากๆ ทั้ง วิวตัวเมืองและทะเลสาปสงขลา รวมทั้งหาดสมิหลา



มองไปทางด้านนี้เห็นเกาะยอด้วยค่ะ ซึ่งเป็นแหล่งรวมซีฟูดสดอร่อย



มาชมวิวเมืองสงขลา เมืองสองทะเลด้วยกันค่ะ
 
มาชมๆๆค่ะ คิดถึงหาดใหญ่สุดๆ ตั้งแต่จบม.ปลายมาไม่ค่อยได้ไปเลย
คิดถึงของกินมากๆ 555555
 


หลังจากกินเที่ยวกันแล้ว เราก็แวะมาเช็คอินเข้าโรงแรมเพื่อเก็บสัมภาระกันหน่อยค่ะ เราจองที่พักไว้ที่โรงแรมเซ็นทาราหาดใหญ่ค่ะ ตอนช่วงโปรโมชั่น Centara grand sale ค่ะ เลยได้มาราคาไม่แพงเท่าไหร่ พอรับได้
มาเช็คอินกันที่ลอบบี้กันก่อนค่ะ เราขอรีวิวโรงแรมนี้ไม่มากนะคะ เพราะไม่ได้เจาะลึกเท่าไหร่



ภายในห้องพักค่ะ จองห้องไว้ไทป์ซูพีเรียค่ะ ห้องไม่ใหญ่มาก แต่ก็พักสบายดีและสะดวกอยู่กลางเมืองหาดใหญ่ 
ชั้นล่างของโรงแรมเป็นห้างเซ็นทรัลด้วย เผื่ออยากช็อปปิ้งก็สะดวกดีค่ะ



ภายในห้องสุขาค่ะ ส่วนที่อาบน้ำเป็นอ่างอาบน้ำติดฝักบัว ยืนอาบในอ่างเอาค่ะ ต้องระวังหน่อยนะคะเดี๋ยวลื่นล้มเอาได้



อ่างล้างหน้า และมีไดร์เป่าผมให้ด้วยค่ะ



มีน้ำดื่มให้สองขวดค่ะ



เปิดหน้าต่างจากในห้องพักชมวิวตัวเมืองหาดใหญ่กันค่ะ
 


หลังจากเข้าห้องพักเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกมาเที่ยวกันต่อค่ะ 
เรามาที่สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ (Hatyai Park)
เพื่อมาที่นี่ค่ะ มานั่งเคเบิ้ลคาร์ที่ “Cable Car Hat Yai City” ซึ่งเป็นกระเช้าลอยฟ้าแห่งแรกของเมืองไทย "Hatyai Cable Car"

ข้อมูลของ "Hatyai Cable Car"
จากนโยบายการพัฒนานครหาดใหญ่ โครงการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้านครหาดใหญ่ Hatyai Cable Car ได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นทั้งหมด 4 สถานี โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1    เริ่มจาก สถานีที่ 3 บริเวณพระพุทธมงคลมหาราช ไปยัง สถานีที่ 4 ท้าวมหาพรหม
ระยะที่ 2    เริ่มจาก สถานีที่ 1 บริเวณสนามเด็กเล่น ไปยัง สถานีที่ 2  บริเวณพระโพธิสัตว์กวนอิม  และ สถานีที่ 3 บริเวณพระพุทธมงคลมหาราช

โดยในปัจจุบันได้ทำการก่อสร้างระยะที่ 1  แล้วเสร็จ
อัตราค่าบริการ  
ชาวไทย    ผู้ใหญ่    100   บาท           
               เด็ก (สูงไม่เกิน 150 ซ.ม.)   50  บาท
               เด็กสวมเครื่องแบบนักเรียน/นักศึกษา และผู้ใหญ่สวมเครื่องแบบข้าราชการ   50  บาท
ชาวต่างชาติ   300  บาท



ต้องมาซื้อ Ticket กันก่อนนะคะ
จุดจำหน่าย Ticket มีทั้ง 2 ฝั่งของเคเบิลคาร์ค่ะ (ซื้อได้ทั้งที่สถานีพระพุทธมงคลมหาราช และสถานีท้าวมหาพรหม) 
จะซื้อฝั่งไหนก็ได้ ราคาตั๋วเป็นราคาสำหรับนั่งไป-กลับค่ะ



มายืนเข้าแถวรอขึ้นเคเบิ้ลคาร์กันค่ะ ( หามุมถ่ายรูปคู่ซะหน่อยค่ะ หัวเราะ )



เก็บภาพบรรยากาศภายในเคเบิ้ลคาร์ หลังจากขึ้นนั่งกันเรียบร้อยแล้วค่ะ



นั่งชมวิวกันไปค่ะ เก็บภาพวิวที่เห็นจากมุมของเคเบิ้ลคาร์มาฝากกันค่ะ



ที่นี่จะมีเคเบิ้ลคาร์ 2 เครื่องค่ะ เค้าปล่อยวิ่งสลับกันไปมา 2 ฝั่งค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ 26 ตุลาคม 2556 เวลา 20:08 น.
 


เรานั่งจากฝั่งพระพุทธมงคลมหาราช ไปยัง ฝั่งสถานีท้าวมหาพรหมค่ะ
ที่ฝั่งท้าวมหาพรหมจะมีการสร้างรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เคารพสักการะกันด้วยค่ะ



มีหลากหลายรูปปั้นให้เที่ยวชมหรือกราบไหว้สักการะกันค่ะ



ฝั่งนี้บริเวณกว้างอยู่ค่ะ เดินเที่ยวชมกันเพลินๆค่ะ
 


เรากลับมาอีกฝั่งแล้วค่ะ ฝั่งสถานีพระพุทธมงคลมหาราช 
ฝั่งนี้คือยอดเขาคอหงส์ มีพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ประดิษฐานในท่ายืนปางประทานพร มีขนาด 19.90 เมตร ซึ่งเป็นการก่อสร้างขึ้นด้วยจิตศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา และได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ว่า “พระพุทธมงคลมหาราช”



บริเวณฝั่งนี้สามารถชมวิวเมืองหาดใหญ่ได้ค่ะ มุมนี้มองแล้วแอบคล้ายๆเมืองหลวงพระบางนิดๆเนาะ อมยิ้ม16



มองลงไปจะเห็นรูปปั้นพระแม่กวนอิมอยู่ด้านล่างค่ะ สามารถเดินลงไปสักการะหรือขับรถวนลงไปก็ได้ค่ะ



มาช่วงเย็นๆพอดีเลยค่ะ ได้ชมวิวพระอาทิตย์อัสดง ตกดินที่เมืองหาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวหลายๆกลุ่ม หลายๆคนมาจับจองพื้นที่ชมพระอาทิตย์ตกดินกันด้วยค่ะ



วิวยามพระอาทิตย์ตก มันดูโพล้เพล้แบบเหงาๆ 
แต่สองคนนี้คงไม่เหงาหรอกนะคะ ถ้าได้มานั่งชมวิวกับใครสักคนตรงนี้มันช่างดูโรแมนติกดีจัง จุ๊บๆ
 


การเดินทางขึ้นมาตรงนี้ถ้าไม่มีรถส่วนตัวสามารถนั่งรถรางมาจากด้านล่างได้ค่ะ 
โดยรถรางจะจอดรอรับที่ หาดใหญ่ไอซ์โดมซึ่งเป็นอีกแห่งที่เราตั้งใจจะมาแวะเที่ยวในทริปนี้ด้วยค่ะ แต่เวลาไม่พอเลยต้องตัดออกจากโปรแกรมค่ะ 
น่าเสียดายเหมือนกัน อมยิ้ม14



บริเวณใกล้ๆกับหาดใหญ่เคเบิ้ลคาร์ ก็ยังมีศูนย์วิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์หาดใหญ่ด้วยค่ะ 
ดูน่าสนใจดีเหมือนกันแต่เราไม่ได้เข้าไปชมค่ะ เลยไม่มีข้อมูลมาเล่าให้ฟังกันนะคะ



หลังจากเดินเล่นชมวิวจนเพียงพอแล้วก็ได้เวลาล่ำลาสถานที่แห่งนี้กันแล้วค่ะ 
อยากจะบออกว่าสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ภายในเค้าจัดให้มีกิจกรรมให้เที่ยวชมหลากหลายกิจกรรมมากเลยค่ะ 
ถ้าหากได้มาเที่ยวหาดใหญ่เผื่อเวลามาท่องเที่ยวที่นี่ซักหน่อยก็ดีนะคะ
ลองศึกษาข้อมูลได้จากที่นี่ค่ะ Hatyai Prak [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
 


ตรงทางออกของสวนสาธารณะจะมีสระน้ำและน้ำพุด้วยค่ะ



เห็นหลายๆครอบครัวมาถีบจักรยานน้ำปั่นเล่นกันเพลิดเพลินกันเชียวค่ะ ยิ้ม
 
ดูไป..หิวไป..ท้องก็เริ่มร้อง ฮือๆ.... T^T
เรามีโอกาสได้ไปหาดใหญ่แค่ครั้งเดียวเองคะ แต่แค่ผ่านๆ เพราะลงเครื่องที่หาดใหญ่แล้วต่อรถตู้ไปมาเลต่อเลย
มีโอกาสแค่ได้กินข้าวกล่องน่าจะข้าวหมกไก่มั้งคะ แต่อร่อยดีอะ พูดแล้วก็อยากกินอีก อิอิ
 


ออกจากสวนสาธารณะแล้วก็ได้เวลามื้อเย็นกันค่ะเรามาที่นี่ค่ะ 
ร้านโกอ้วน ซึ่งเป็นร้านน้ำชาที่โด่งดังของหาดใหญ่ ผู้คนเยอะแยะตลอดค่ะ  
ตั้งอยู่ที่ซอยผดุงวิถี หาดใหญ่ ใกล้โรงแรมเอ็มเพอเรอร์ ต.หาดใหญ่ 



บริเวณหน้าร้านมีลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึกย่าง ของย่างหน้าตาหน้าทานดีค่ะ



ร้านโกอ้วนนี้เค้าเด่นดังซาลาเปาค่ะ โดยเฉพาะเมนูเด่นของร้านนี้คือซาลาเปาทอด



ซาลาเปาทอดวางเรียงรายไว้รอให้เลือกค่ะ



ลูกค้าเค้าแน่นเต็มร้านมากเลยค่ะ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนโล่งๆลมเย็นสบายผู้คนไม่มากเท่า แต่ชั้นบนเค้าไม่ส่งจิ้มจุ่ม 
เราเลยต้องหาที่นั่งชั้นล่างค่ะ โดยเมื่อได้หมายเลขโต๊ะแล้วจึงสามารถเดินไปสั่งของย่างด้านหน้าร้านได้ และไปสั่งซาลาเปาทอดได้ค่ะ
 
ดูตามอ่านตาม นึกถึงสงขลาในอดีตเลย คิดถึงผัดไทยเก้าเส้ง...โรตีมตะบะกล้วยหอม ไอศกรีมใส่ไข่ ห้างลี ได้สัมผัสถนนสายในๆ ย่านนั้นมีโรงหนังแนว 18+
 


มาแล้วค่ะ ซาลาเปาทอด เกี๊ยวกุ้งทอด และเครื่องดื่มมีชานมกับกีวี่โซดา (เครื่องดื่มรสชาดไม่โดดเด่น พอแก้กระหายได้ค่ะ)
ซาลาเปาทอดอร่อยแปลกดีค่ะ 



ของย่างที่สั่งไว้ค่ะ มาส่งแล้วค่ะ ได้จิ้มมี 2 อย่าง อร่อยเด็ดทั้งคู่เลยค่ะ 
เป็นน้ำจิ้มซีฟูดเข้มข้นสีเขียว กับน้ำจิ้มลูกชิ้นเหนียวหนืดหวานๆหน่อยและข้นดีค่ะ



หอยแครงเผา อร่อยมากค่ะแต่เราให้น้องเค้าเผาแบบสุกๆหน่อยค่ะ เพราะมาเดินทางท่องเที่ยวทานสุกๆไว้หน่อยดีกว่าเพื่อเซฟตี้ 
แต่น้องเผามาเกินสุกอ่ะ อมยิ้ม20 บางตัวไหม้กรอบเลยซะงั้นค่ะ แต่ก็ยังอร่อยดีนะคะ น้ำจิ้มเค้าเด็ดดีอ่ะค่ะ



และสุดท้ายที่สั่งไว้คือจิ้มจุ่มค่ะ ตอนน้องรับออเดอร์น้องถามว่า พี่จะรับแบบเป็นชุดมาจิ้มจุ่มเองหรือจะรับแบบต้มรวมมาสำเร็จ เราว่าต้มรวมมาสำเร็จก็ดีเหมือนกัน สะดวกและง่ายดีค่ะ เลยสั่งไป 

มื้อนี้เหมือนย้อนวัยกับไปสมัยเอ๊าะๆเลยค่ะ ทานเหมือนอาหารของน้องๆนักศึกษาเค้าทานกัน อร่อยดีค่ะจิ้มจุ่มก็น้ำซุปปรุงมาสำเร็จอร่อยเผ็ดร้อนหอมสมุนไพรไทยดีค่ะ
 


กลับมานอนพักผ่อนหลังจากตระเวนเที่ยวตั้งแต่เช้า
ตื่นเช้าขึ้นมา แอบมาส่องท้องฟ้ายามอรุณรุ่งของเมืองหาดใหญ่หน่อยค่ะ วันนี้มีแววอากาศท่าจะดีนะคะ



เราออกมาหาอาหารเช้ากันค่ะ มาหาดใหญ่ทั้งทีต้องมาทานติ่มซำยามเช้ากันหน่อยค่ะ เรามาที่นี่ค่ะโชคดีแต่เตี้ยม 
ร้านนี้คนมาทานกันเยอะมากค่ะ รถทัวร์คันใหญ่ๆมาลงอย่างต่อเนื่องค่ะ รถจอดหน้าร้านยาวเลยไปอีกหลายช่วงตึกค่ะ



ด้านหน้าร้านคนมุงกันเต็ม โต๊ะแทบทุกโต๊ะถูกจับจองนั่งกันเต็มเลยค่ะ



อาเฮียท่านนี้ล่ะค่ะเป็น Key สำคัญที่จะช่วยอำนวยให้เราได้โต๊ะสำหรับนั่งทานติ่มซำกันนะคะ
เราเข้าไปยืนเมียงๆมองๆอาเฮีย พยายามส่งสายตาหนูอยากทานติ่มซำมากฮ่ะ 
ซักพักอาเฮียจัดให้ดึงป้ายโต๊ะที่ตั้งไว้ว่า “จองแล้ว” ออกแล้วให้เราไปนั่งซะ  
เย่ๆในที่สุดก็สำมะเร็จค่ะ เจ้าคิกคัก จากนั้นรับหมายเลขโต๊ะจากอาเฮียค่ะ 



และนำหมายเลขไปเลือกติ่มซำที่รักที่ชอบ แล้วยื่นหมายเลขให้กับน้องเพื่อกำกับติ่มซำที่เราเลือกไว้เพื่อนำไปนึ่งอีกทีหนึ่งค่ะ
 


จากนั้นก็มานั่งรอกันที่โต๊ะค่ะ ซักพักบ๊ะกุดเต๋ที่เราสั่งไว้ก็มาเสิร์ฟก่อนค่ะ 
ขอบอกค่ะบ๊ะกุ๊ดเต๋ร้านนี้อร่อยสุดๆเยี่ยมหัวใจ 

เข้มข้นซดคล่องคอทานกับปาตั้งโก๋ก็เข้ากันดีค่ะ รึจะทานกับข้าวสวยก็อร่อยมากค่ะ



นั่งซดบะกุ๊ดเต๋ไปซักพัก ติ่มซำร้อนๆก็มาเสิร์ฟค่ะ ควันร้อนฉุยเลยค่ะ



เปิดมาดูติ่มซำของที่นี่เค้าหน่อยค่ะ



ยังมีอีกค่ะ



และก็นี่อีกค่ะ โดยรวมแล้วรสชาติก็โอเคค่ะ พอใช้ได้แต่สังเกตไม่มีกระเทียมเจียววางไว้ให้นะคะ อมยิ้ม09
เราเคยทานแต่เตี้ยมที่หาดใหญ่อีกเจ้าหนึ่ง คือ “แต่เตี้ยมคอหนัง” ค่ะ 
เรารู้สึกประทับใจติ่มซำที่นั่นมากกว่า ได้บรรยากาศร้านโบราณๆดี และที่สำคัญมีกระเทียมเจียวให้ด้วย 
แต่โชคดีแต่เตี้ยมเราประทับใจบ๊ะกุดเต๋เค้าค่ะ ยิ้ม
 


หลังจากทานอาหารเช้าจนอิ่มหนำแล้วก็มาเดินตลาดกิมหยงกันหน่อยค่ะ เพื่อหาซื้อของฝากกันค่ะ 
เดินเข้าซอยหลังจากหาที่จอดรถได้ริมถนน พอจอดปุ๊บมีคนวิ่งมาเก็บค่าจอดปั๊บ จ่ายไป 10 บาทค่ะ



ในซอยที่จะเดินทะลุไปตลาดกิมหยงเห็นร้านขายโรตีอิสลามร้านหนึ่งเลยลองแวะชิมกันหน่อยค่ะ
นึกได้ว่ามาเมืองใต้ยังไม่ได้ชิมโรตีเลย จัดไปค่ะโรตีกับชานมร้อน ชานมร้อนหอมเข้มข้นดีค่ะ



เดินชมด้านหน้าตลาดกิมหยงหน่อยค่ะ



ผ่านร้านขายผลไม้ร้านใหญ่ๆ ผลไม้น่าทานทั้งนั้น
 
ไปเที่ยวหาดใหญ่ด้วยคนครับ อมยิ้ม36
 


เราเดินเข้ามาในตลาดกิมหยงมาซื้อของฝากร้านนี้ค่ะ “ร้านพี่คอง”



ร้านพี่คองเป็นร้านไม่ใหญ่มาก มีล็อคเดียวแต่อัตราการหมุนเวียนสินค้าค่อนข้างเร็ว 
ดังนั้นสินค้าในร้านพี่คองจะสดใหม่ตลอดค่ะ เรามาซื้อลูกหยีกวนไร้เมล็ดของพี่เค้าไปฝากเพื่อนๆที่ทำงาน ติดอกติดใจกันใหญ่เลยค่ะ 
มีส้มแขกหั่นเป็นชิ้นๆ เอาไว้ทานเล่นๆเปรี้ยวๆหวานๆอร่อยดี อินทผาลัมรสชาดดีมากค่ะหวานธรรมชาติดี ถั่วพิตตาชิโอ้ร้านนี้ก็โอเคค่ะ 
ยังมีสินค้าให้เลือกอีกเยอะ ยิ้ม



ร้านขนมร้านใหญ่ติดๆกันกับร้านพี่คอง ขายขนมต่างประเทศหลากหลายดีค่ะ



เราไปหาขนมญี่ปุ่น เค้าแนะนำให้มาดูร้านนี้ค่ะ (แต่เราไม่ได้หรอกค่ะ ว่าจะไปป็อกกี้เมล่อนซักหน่อย)
 


หลังจากนั้นกลับมาเก็บของ เช็คเอ๊าท์แล้วมาช็อปปิ้งต่ออีกหน่อยที่สนามหาดใหญ่ค่ะ 
เห็นเพื่อนๆในนี้และคุณเปิ้ลก็คอนเฟิร์มว่า เป็นของฝากที่ Must Be มากค่ะต้องซื้อกลับไปด้วย “ลูกชิ้นปลาแมนเอ”



ที่นี่ลูกชิ้นหลากหลายมากค่ะ บรรจุภัณฑ์แพ็คอย่างดีพร้อมเดินทางกลับได้เลย 
เราซื้อลูกชิ้นเต้าหู้ปลาและลูกชิ้นปลาจักรพรรดิ์กลับมา เอามาต้มใส่มาม่าเด้งดึ๋งๆอร่อยดีค่ะ อมยิ้ม36
 


ขากลับได้ขึ้นเครื่องบินของป้าม่วงลำใหญ่กว่าขามาค่ะ
ที่นั่งมี 3 ล็อค แบ่งเป็น  2 seat – 4 seat – 2 seat ค่ะ
แอบตื่นเต้นไม่ค่อยได้ขึ้นเครื่องบินลำใหญ่ขนาดนี้ ตอนเครื่อง Take off แอบลุ้นๆ 
แต่เรารู้สึกว่ามันวืดๆมากกว่าลำเล็กๆค่ะ ไม่รู้ใครรู้สึกเหมือนเรามั๊ยคะ หัวเราะ



รุ่นเครื่องบินของป้าม่วงที่เราโดยสารขากลับจากหาดใหญ่ค่ะ Airbus A300-600



ข้อมูลเครื่องบินขากลับของป้าม่วง Airbus A300-600
มีที่นั่งทั้งหมด 260 seat แบ่งเป็น Royal Silk Class 28 seat และ Economy class 232 seat 
ซึ่งจำนวนผู้โดยสารเต็มทั้งลำเลยค่ะ เราเลือกที่นั่งตรงท้ายๆเพราะอยากถ่ายรูปปีกของป้าม่วงเก็บไว้เป็นที่ระลึก



พอเครื่องขึ้นได้ระดับความสูงคงที่น้องๆก็นำกล่อง “My Pride My Thai Airway” 
แกะกล่องออกมาเป็นเบอเกอร์และขนมพาย และได้น้ำส้มมาจิบแก้คอแห้งซักหน่อยค่ะ



จากนั้นหันมาเก็บภาพปีกป้าม่วงกลับไปเป็นที่ระลึกค่ะ พอดีได้วิวดีซะด้วยโชคดีจังค่ะ เม่าบัลเล่ต์
 


เห็นใครๆก็ชอบทำท่านี้ ขอเลียนแบบบ้าง (ยกแก้วน้ำส้มขึ้นส่อง หัวเราะหัวเราะ )



เราก็ขอจบรีวิวทริปท่องเที่ยวหาดใหญ่เพียงเท่านี้นะคะ 
เราได้แท็คของปีนี้มาตั้งนานแล้ว เพิ่งได้งัดมาใช้ในทริปนี้ค่ะ เพิ่งเป็นสมาชิกได้ไม่นานเลยมีแท็คเพียงแค่ 2 อันเท่านั้น 
เดี๋ยวเราจะตั้งหน้าตั้งตาสะสมต่อไปค่ะ
พาพันขอบคุณขอบคุณเพื่อนๆนะคะที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนและทักทายกันค่ะ

 

 ............................................

25 สิงหาคม 2561



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
4BANK วันที่ : 27/08/2018 เวลา : 00.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 26/08/2018 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

เพลงเก็บตะวันร้องได้ค่า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 2นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)

ลิงเขียว
......................................
ผมนำเนื้อเพลง 'เก็บตะวัน' มาฝากกันครับ

เก็บตะวัน ที่เคยส่องฟ้า
เก็บเอามา ใส่ไว้ในใจ
เก็บพลัง เก็บแรงแห่งแสง ยิ่งใหญ่
รวมกันไว้ ให้เป็น 1 เดียว
เก็บเอากาล เวลาผ่านเลย
สิ่งที่เคย ผิดหวังช่างมัน
1 ตัวตน 1 คนชีวิต แสนสั้น
เจ็บแค่นั้น ก็คงไม่ตาย

ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่น
พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า
คงไม่นานตะวัน สาดแสงแรงกล้า
ส่งให้ฟ้า งดงาม
หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า
จะมัวมา สิ้นหวังทำไม
เมื่อยังมีพรุ่งนี้ ให้เดินเริ่มใหม่
มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน

ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่น
พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า
คงไม่นานตะวัน สาดแสงแรงกล้า
ส่งให้ฟ้า งดงาม
หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า
จะมัวมา สิ้นหวังทำไม
เมื่อยังมีพรุ่งนี้ ให้เดินเริ่มใหม่
มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน

มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน
...อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/4954

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ,ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (2)

สุรศักดิ์
......................................
เชิญไปทบทวนเนื้อเพลงนี้ที่ค.ห. 2 ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ

ชอบเพลงเก็บตะวัน ฟังทีไรก็ยังคงเพราะเสมอ

เลิกงานค่ะ นั่งเมล์กลับบ้าน
ฝนตก แต่ดีว่ารถไม่ติด

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สุรศักดิ์ วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "คุณอยากเป็น...คนที่ใครๆ ก็รู้ใจ หรือทำนายไม่ได้" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

เพลงเก็บตะวัน ยังไพเราะเสมอ !!!!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน