*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3675
  • จำนวนผู้ชม : 1353645
  • จำนวนผู้โหวต : 425
  • ส่ง msg :
  • โหวต 425 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤศจิกายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 174 , 16:41:02 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link : learning english with voa news :Thursday, November 8, 2018

สวัสดีครับ

         วันนี้เราย้อนไปรู้เรื่องของมนุษย์คู่แรกของโลกกันนะครับ แต่ตำนานที่ผมหามาได้คราวนี้ทำให้ความเชื่อที่ว่า "อดัมกับอีฟ"

เป็นมนุษย์คูู่แแรกแปรเปลี่ยนไปครับ เพราะเมียคนแรกของอดัมกลายเป็น 'ลิลิธ' ไปเสียอีก 

         เรื่องราวเป็นอย่างไร หากคุณๆอยากรู้ก็ต้องอ่านเรื่องที่ผมนำมาเตรียมไว้ให้แล้วนะครับ แต่จะฟังเพลงกันก่อนก็ได้

 

รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

ดาวเคียงเดือน - แนน วาทิยา Feat พีท พล https://youtu.be/H366ym-gdpw


 หัวใจรอคำว่ารัก Ost.รากนครา l กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ l Official MV https://youtu.be/UKn2Qs5Rblg

จันทร์ หญิง ธิติกานต์ https://youtu.be/z3--gdMEu4M


 บัลลังก์เมฆ - เจนนิเฟอร์ คิ้ม | One Night in Poi-Pet https://youtu.be/NlQrinphrYc

ทรายกับทะเล นันทิดา แก้วบัวสาย https://youtu.be/eePKkhhhntw


 

 

เรื่องราวของ "อดัม" กับ "อีฟ"

21 ต.ค. 53 (10:06 น.)
 
 
เรื่องราวของ
 

ตาม คัมภีร์เก่าแก่กล่าวไว้ว่า พระเจ้าได้สร้างมนุษย์ผู้ชายคนแรกขึ้นจากดินซึ่งนั้นก็คือ " อดัม " และต่อมาก็ได้ใช้กระดูกซี่โครงของอดัมสร้าง " อีฟ " ขึ้นมา

อดัมกับอีฟได้อาศัยร่วมกันอย่างมีความสุขที่สวนเอเดนจนกระทั่งอยู่มาวัน หนึ่งพวกเขาก็ได้ถูกงูล่อล่วงให้กินผลไม้แห่งความรู้ที่เป็นของต้องห้ามทั้ง สองจึงต้องถูกขับไล่ไปอยู่ทางตะวันออกของเอเดน อดัมกับอีฟจึงได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์คู่แรกบนโลกนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เล่าขานกันมาของศาสนาคริสต์ ทว่ายังมีเอกสารจารึกแห่งคาบาล่าที่มีการตีความไปอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ ความเชื่อที่ว่า " ตอนที่พระเจ้าสร้างอดัมขึ้นจากดินนั้นในเวลาเดียวกัน ลิลิธ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา " จากความเชื่อนี้จึงถือได้ว่า ภรรยาคนแรกของอดัมก็คือ ลิลิธ ส่วน อีฟ นั้นเป็นภรรยาคนที่ 2 ลิลิธเป็นคนไม่ยอมใครจึงปรารถนาที่จะเป็นคู่ชายหญิงที่ทัดเทียมกับอดัม ทว่าเมื่ออดัมกับลิลิธคิดจะมีสัมพันธ์กันความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ได้เกิด รอยร้าวขึ้น อดัมยืนกรานไม่ยอมรับที่จะทำตามความปรารถนาที่อยากครองคู่กันเพียงสองคนกับลิ ลิธซึ่งอภัยให้ไม่ได้กับการที่ถูกผู้ชายกดขี่จึงได้พยายามต่อต้านและหนีออก มาในที่สุด และคนที่มาอยู่กับอดัมคนต่อมาก็คืออีฟ เธอเป็นผู้หญิงที่ว่าง่ายเชื่อฟังอดัมผิดกับลิลิธ แล้วหลังจากนั้นก็มีทัศนะต่างๆ มากมายเกี่ยวกับพวกเขาทั้งสองว่าลงเอยกันอย่างไรส่วนลิลิธนั้นบ้างก็มีความ เชื่อว่าเธอได้ไปเป็นภรรยาของเจ้าแห่งฝันร้าย ลูซิเฟอร์ และได้ดื่มด่ำกับชีวิตรักที่มีอิสระโดยไม่ยอมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ใดๆ บ้างก็ว่าลิลิธเธอได้ถูกพระเจ้าลงทัณฑ์ด้วยการโดนท่านขู่ว่าจะฆ่าลูกของเธอ ทุกวัน 100 คน แล้วบ้างก็ว่าลิลิธเธอได้สิ้นหวังในชีวิตจึงได้ทอดกายตนเองลงบนทะเลแดงเดือด เช่นกัน... ทว่าเหล่าเทวดาผู้สงสารในชะตากรรมของลิลิธจึงได้มอบ " พลังที่สามารถควบคุมโชคชะตาของเหล่าเด็กๆ " ให้กับเธอ พวกเหล่ามารดาทั้งหลายจึงพากันหวาดกลัวว่าพลังนั้นจะมีผลกระทบต่อลูกของตน ตอนที่ให้ลูกนอนจึงได้บ่นพึมพำเบาๆ ว่า " ลิลิธเอย เจ้าจงหายไปซะ " และถ้อยคำเหล่านี้ก็คือ LULLABY ( เพลงกล่อมเด็ก ) ที่โลกเรารู้จักจนถึงทุกวันนี้ ถึงจะมีความเชื่อยังไงก็แล้วแต่ ลิลิธเธอเป็นผู้หญิงที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ส่วนเหล่าลูกสาว " ลิลิมุ " ก็มีคนจำนวนมากมองว่าเป็นพวก " ซาคิวบัส " ( ปีศาจฝันร้ายที่ดูดกลืนวิญญาณ )

ส่วนอดัมที่ตามตำนานกล่าวไว้ว่าเขาได้ทิ้งลิลิธไป เพราะเธอไม่ยอมเชื่อฟังตน แต่ที่จริงแล้วนั้นการที่ลิลิธได้หนีไปกลับเป็นความปราถนาของเขาเอง เมื่ออดัมรู้ถึงชะตากรรมของตนเองที่จะถูกดูดกลืนไปกับความลุ่มหลง ( กินผลไม้แห่งความรู้ ) ซึ่งถ้าหากทั้งสองอยู่ด้วยกันนั้นลิลิธจะต้องถูกชะตากรรมเดียวกันกับเขาเอง ซึ่งอดัมไม่อยากที่จะให้เป็นเช่นนั้นเขาจึงทำทุกอย่างเพื่อให้ลิลิธหลีก เลี่ยงสิ่งนี้ เพราะอดัมอยากที่จะให้ลิลิธหญิงสาวที่ตนรักได้มีชีวิตอยู่อย่างเป็นอิสระและ มีความสุขตลอดไป... แต่น่าเสียดายที่อดัมไม่มีโอกาสที่จะให้ลิลิธได้รับรู้ถึงความปราถนานี้ไป ตลอดกาล...

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  108ซองคำถาม

ตำนานอดัมอีฟภาคพันธสัญญาเดิม อีกตำนานหนึ่ง

หลังจากที่พระเจ้าทรงสร้าง อดัมและอีฟ ขึ้นมาแล้วพระเจ้าได้ประทานสวนแห่งอีเดนและให้สรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่อาศัย อาทิ เช่น เสือ สิงโต กวาง ช้าง ร่วมถึงสัตว์ในเทพนิยาย เช่น ยูนิคอน มังกร เป็นต้น พระเจ้าอนุญาติให้ อดัม อีฟและสรรพสัตว์ทั้งหลายกินอะไรก็ได้และในสวนนั้นมีต้นไม้วิเศษ 3 ต้น 1.ต้นแห่งปัญญา 2.ต้นแห่งชีวิต 3.ต้นราคะ ห้ามต้นไม้แห่งราคะเท่านั้นที่ห้ามกิน ต่อมาไม่นานพระเจ้าทรงปรารถณาที่จะประทานผลแห่งปัญญาให้ อดัมและอีฟ เพื่อให้แสงสว่างเข้าถึงพระองค์ เพราะแม้ว่าอดัมและอีฟจะเชื่อฟังพระองค์แต่ก็ไม่อาจเข้าใจและเข้าถึงพระองค์ได้และอาจทำอะไรผิดพลาดได้แม้จะเชื่อฟังก็ตาม (ประมาณว่าอาจ เปร๋อ ได้) จึงคิดว่าควรจะประทานผลแห่งปัญญาให้เสียจะได้เข้าถึงพระองค์และกันการผิดพลาด แต อนิจจา เพราะองค์ช้าไปนิด เจ้างูขาวตัวแสบดันเสนอหน้าและชักชวน อดัมกับอีฟ ให้ฟาดผลแห่งราคะ เจ้างูทองพยายามจะห้ามไว้แต่ไม่ทัน ผลสุดท้ายอดัมมีกระเดือกอีฟมีหน้าอก พระเจ้ามาเห็นเข้าตกใจมาก  สุดท้ายพระองค์ถึงกับอุทานมาว่า " เหล่าลูกที่น่ารักของข้า บัดนี้เจ้าได้ต้องผลไม้ต้องห้าม หากเจ้าได้กินผลแห่งต้นราคะแล้ว พวกเจ้าต้องถูกขับจากสวนอีเดน แต่เอาเถอะข้าของประทานผลแห่งปัญญาและคัมภีร์เวทมนตร์กัมบาล่าให้พวกเจ้า เพื่อวันใดลูกหลานเจ้าและเจ้าจะได้กลับมาหาข้าอีกครั้ง ส่วนเจ้างูข้าขอให้เข้าจงใช้ท้องแทนขาทั้ง 4 ของเจ้าและเป็นที่รังเกียจของบรรดาลูกหลานของอดัมและอีฟ " หลังจากนั้นพระเจ้าก็พาอดัมและอีฟพร้อมสัตว์บางส่วนร่วมถึงสัตว์เทพนิยายมายังโลกมนุษย์ เรื่องนี้รู้ถึงหูซาตาน ถึงกับพึงพอใจงูขาวจึงได้นำงูขาวมาเป็นตัวแทนของตน ส่วนงูทองก็เป็นตัวแทนของพระเจ้า

ขอบคุณที่รับชมครับ

 

ตำนานของสวนอีเดน อดัมและอีฟ

 
adam and eve in art | Adam and Eve by Lucas Cranach the Elder | my daily art display

นับเป็นคําสาปแรกเริ่มสุดๆ ตั้งแต่ครั้งพระเจ้าสร้างโลกแต่ยังหลังอดัมและลลิต โดยปรากฏเรื่องราวอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า พระเจ้าทรงเสกอาดัม-มนุษย์ผู้ชายขึ้นก่อน จากนั้นก็แซะเอาซี่โครงของอาดัมมาเสกเป็นอีฟ แล้วส่งทั้งคู่ไปอยู่ในสวนอีเดน พร้อมรับสั่งว่าจะกินอะไรก็ได้ทุกอย่าง ยกเว้นผลไม้จากต้นแห่ง ความรู้หรือแอปเปิ้ล แต่ด้วยความอยากรู้ประกบด้วยคำยุยงของงูจัวร้าย ยุยงอีฟให้ลองชิมแอปเปิ้ลเข้าไป แต่คนเดียวไม่พอ อีฟยังชักชวนให้อาดัมลองชิมด้วย เมื่อขัดคําสั่งของพระเจ้า ก็เกิดเรื่องโดยงูจอมแสบ โดนสาปให้ไปไหนมาไหน ด้วยการ ใช้ท้องไถไป อีฟโดนสาปให้คลอดลูก ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ส่วนอาดัมต้องทํางานหา เลี้ยงท้องอย่าง เหน็ดเหนื่อยทั้งชีวิต และอดัมกินแอปเปิ้ลเหลือแกนจนกลายมาเป็นลูกกระเดือกของผู้ชาย 
 
 ......................................................
 
โลโก้
 

ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตตามแนวคิดของพุทธศาสนา

ในคริสตศาสนาที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ จะบอกว่ามนุษย์คู่แรกของโลกคือ อดัมและอีฟ อยากทราบว่า
1. ในทางพุทธศาสนา เคยมีการกล่าวถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไรบ้าง
2. ต้นกำเนิดของสรรพสิ่งมีชีวิตในโลกนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทำไมถึงเกิดเป็นมนุษย์ ผู้หญิง ผู้ชาย ทำไมถึงเกิดเป็นสัตว์ เป็นจระเข้ เป็นสุนัข เป็นวัว ฯลฯ
3. จุดแรก ต้นทางของการเกิดสิ่งมีชีวิตในโลก มีความเป็นมาอย่างไร 
 
พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่สอนให้รู้จักเหตุผลแห่งชีวิตซึ่งเป็นส่วนวัฏฏะ คือ ส่วนให้รู้จักการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสงสาร และเหตุผลส่วนวิวัฏฏะเป็นส่วนที่อยู่เหนือการเวียนว่ายตายเกิด อันได้แก่ พระนิพพาน

ปฏิจจสมุปบาท หมายถึง หลักการที่ว่าด้วยระบบการกำเนิดแห่งชีวิต

ชีวิตประกอบขึ้นจากส่วนสำคัญ ๕ ส่วน เรียกว่า ขันธ์ ๕ อันได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ หรือเรียกโดยย่อว่า รูปธรรมและนามธรรม หรือเรียกว่ารูปขันธ์และนามขันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดดับอยู่ทุก ๆ ขณะ จึงเป็นอนิจจังคือเป็นของไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน คงทนไม่ได้ ถือไว้ไม่ได้ ดูแลไม่ได้ ให้ความสุขไม่ได้ เพราะดับไปแล้วจึงเป็นทุกขัง เป็นสิ่งไม่คงทนเป็นของเปล่า และเป็นอนัตตา คือเป็นสิ่งที่ปราศจากอัตตาคือตัวตน

ด้วยเหตุนี้ตามหลักปฏิจจสมุปบาท พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ชีวิตนี้คือกองทุกข์ ฉะนั้น ชีวิตนี้จึงได้แก่ความทุกข์ไม่มีสุขที่ไหนเลย (ในพระสัทธรรม พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าโดยย่ออุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์) แม้บางครั้งเมื่อได้รับความสบายกาย ได้รับความสบายใจ สิ่งที่เป็นความรู้สึกสบายกายสบายใจ ก็ไม่ใช่อะไรที่ไหนก็คือทุกข์ที่เบาบางลง มันอ่อนตัวลงเท่านั้นเองมันยังไม่แก่ คือความสุขที่อ่อนตัวลง มันยังไม่งอมเหมือนยังเมื่อยไม่มากนั่นเอง ที่เรียกว่าสุขคือสุขในกองทุกข์อันได้แก่สุขเวทนานั่นเอง

ฉะนั้นสุขเวทนา แปลโดยสภาพปฏิจจสมุปบาทคือ สุขในกองทุกข์ ทุกข์เท่านั้นแหละเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นแหละตั้งอยู่ และทุกข์เท่านั้นแหละดับไป ไม่มีอะไรเกิดนอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับนอกจากทุกข์ ว่าตามหลักปฏิจจสมุปบาท ชีวิตที่เป็นมา เป็นอยู่ และเป็นไปตามกฎแห่งเหตุผลไม่มีใครมาสร้างหรือกำหนดให้เกิดขึ้น กำหนดให้อยู่และกำหนดให้ไป แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เป็นอยู่และเป็นสิ่งที่เป็นไป โดยสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่แห่งเหตุและผล คือลูกโซ่แห่งสังสารวัฏฏ์ นั่นเอง

-------------------------------------------------

อ้างอิง 
ในคริสตศาสนาที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ จะบอกว่ามนุษย์คู่แรกของโลกคือ อดัมและอีฟ


เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาคือ การพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด 
http://www.geocities...ong1/kam/ch.htm 

...............................................

8 พฤฟศจิกายน 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน