*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3934
  • จำนวนผู้ชม : 1462016
  • จำนวนผู้โหวต : 458
  • ส่ง msg :
  • โหวต 458 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 516 , 15:38:14 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

      10 มกราคม 2562

         ประเทศไทยคงจะเป็นประเทศแรกที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นนักประพันธ์เพลง แม้จะไม่ทั้งหมดเพียงออกไอเดีย

ก็ตาม แล้วเพลงใหม่ล่าสุดนี้เป็นเพลงที่สิบแล้วกระมัง

 

4:06
การดู 27 ครั้ง2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
 
เพลงนี้แต่งโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขออนุญาตนำภาพใ...
ใหม่
 
2:33
บทเพลง "ความหวังความศรัทธา" ขับร้องโดย จ่าสิบเอกพงศธร พอจิต // ทำนองและเ...
 
3:13
บทเพลง "ความหวังความศรัทธา" ขับร้องโดย จ่าสิบเอกพงศธร พอจิต ทำนองและเร...
 
2:25
พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแต่งกลอนแปดเกี่ยวกับประเทศไทย...
 
1:11
หลังเสร็จสิ้นการแถลงผลงานรัฐบาลในวันนี้ มีการจัดงานเลี้ยงปีใหม่ที่...
 
4:37
การดู 65M ครั้ง1 ปีที่ผ่านมา
 
MV นอกจากชื่อฉัน ActArt Batterymusic Available on iTunes Store & Apple Music : https://apple.co/2m5bK5W Joox ...
 
6:20
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กล่าวถึงเพลงสะพา...

ในความทรงจำ https://youtu.be/k5C-5Ku5lgA

 

    
 

    ข่าวที่ว่า "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ไปเป็นทั่นประธานบริษัทท่าเรือซัวเถา แท้จริงแล้ว มันคืออะไรกันแน่ 
    "อาม่า" แถวๆ ซัวเถากระซิบมาว่า จริงนะ แต่ไม่รู้ว่าแค่ไหน 
    เพราะมีทั้งสั่งปล่อยข่าว สั่งเบรกข่าว เป็นระยะๆ 
    แบบว่า...มีเป้าหมายอย่างหนึ่ง แต่ผลกลับเป็นอีกอย่าง 
    เขาเรียกว่า โรคใกล้เลือกตั้ง!
    ต้นตอข่าวนี้มาจากเว็บไซต์ข่าวในจีน  
    สำนักแรกๆ ที่เผยแพร่คือ www.thepaper.cn 
    รายละเอียด ตามที่เว็บไซต์ไทยโพสต์เผยแพร่ไป คือ...
    ...น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุคคลหลบหนีคำพิพากษาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำคุก ๕ ปีจากคดีปล่อยทุจริตจำนำข้าว เข้าไปซื้อกิจการ บริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัล (Guangdong Shantou International Container Terminal - SICT) จำกัด ในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา
    บริษัทซัวเถาคอนเทนเนอร์เทอร์มินัลก่อตั้งขึ้นในปี ๒๕๓๖ ด้วยทุนจดทะเบียน ๘๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
    ปัจจุบันผู้ถือหุ้น และข้อมูลการลงทุนยังคงแสดงให้เห็นว่า (ฮ่องกง) ฮัทชิสันพอร์ตซัวเถา จำกัด  เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ คิดเป็น ๗๐%
      และ ๓๐% หลังเป็นการร่วมทุนระหว่าง China Merchants Port Development (เซินเจิ้น) จำกัด  และคณะกรรมการสินทรัพย์ซัวเถา
    ในปี ๑๙๙๔ Hong Kong International Terminals ซึ่งเป็นหน่วยงานของ Hutchison Port Holdings  เป็นเจ้าของโดย Li Ka-shing มหาเศรษฐีของฮ่องกงและสำนักกิจการท่าเรือ Shantou ได้ร่วมกันก่อตั้ง SICT
      Hong Kong International Terminals (HIT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท Li Jiacheng ฮัทชิสันพอร์ตกรุ๊ป จำกัด
    การท่าเรือของ Shantou., Ltd. เป็นผู้ให้บริการตู้คอนเทนเนอร์มืออาชีพที่เร็วที่สุดในท่าเรือซัวเถา
    ตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ Shantou ได้เปลี่ยนจาก Lin Daqi เป็น ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ที่ผ่านมา 
    ท่าเรือซัวเถาเป็นหนึ่งใน ๒๕ ท่าเรือหลักของประเทศตามแนวชายฝั่งของจีนและเป็นหนึ่งในห้าท่าเรือฮับสำคัญในมณฑลกวางตุ้ง 
    มีพื้นที่ท่าเรือ ๗ แห่งในซัวเถาพอร์ต 
    ปริมาณสินค้าทั้งหมดของท่าเรือถึง ๕๐ ล้านตัน 
    ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ถึง ๑.๓ ล้าน TEU (หน่วยกล่องมาตรฐานสากล) คิดเป็น ๕๕% และ ๙๙%  ของทั้งหมดของพอร์ตกวางตุ้งตะวันออก 
    ท่าเรือดังกล่าวตั้งอยู่ที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษชานโถว มณฑลกวางตุ้ง ตั้งอยู่ที่ ๑๘๗ ไมล์ทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮ่องกง และ ๒๑๔ ไมล์ทะเลทางตะวันตกของไต้หวัน....
    เป็นข้อมูลพื้นฐานที่น่าสนใจ
    โดยเฉพาะตัวละครที่เพิ่มขึ้นมา
    นั้นคือ ลี กา-ชิง (Li Ka-shing)
    คนส่วนใหญ่รู้จัก ลี กา-ชิง ในฐานะมหาเศรษฐีลำดับ ๒ ของเอเชีย รองจาก "แจ็ก หม่า" 
    แต่ ลี กา-ชิง วางมือทางธุรกิจไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 
    ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำอาณาจักรธุรกิจที่สร้างขึ้นมาในช่วงเวลากว่า ๗ ทศวรรษ ให้ นายวิกเตอร์ ลี หรือหลี่ เจ๋อจี้ว์ ลูกชายคนโตวัย ๕๓ ปี เป็นผู้บริหารบริษัท ซีเค ฮัทชิสัน (CK Hutchison)  และซีเค แอสเสต (CK Asset) รับไม้ต่อ 
    กระนั้นก็ตาม ลี กา-ชิง ไม่ได้ล้างมือเสียทีเดียว ยังคงวนเวียนในอาณาจักรที่ตัวเองสร้างขึ้นมา
    “พรุ่งนี้ผมจะยังคงเข้ามาสำนักงานตามปกติ เพราะมีงานของมูลนิธิที่ต้องจัดการอีกมากมาย”
    เป็นคำแถลงในวันที่ประกาศวางมือ 
    นั่นเท่ากับว่า ลี กา-ชิง ยังคงมีบทบาทในธุรกิจ รวมทั้งใน ฮัทชิสันพอร์ตซัวเถา จำกัด 
    เมื่อไปดู สายสัมพันธ์ระหว่าง ลี กา-ชิง กับ ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีอะไรชัดเจนนัก แต่เป็นคนรู้จักกันในแวดวงมหาเศรษฐี 
     หลายปีก่อนหนังสือพิมพ์สแตนดาร์ดของฮ่องกง รายงานว่านายทักษิณ ที่ถูกทางการไทยสั่งอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า ๕ หมื่นล้านบาท ได้ซื้อทาวน์เฮาส์หรูพื้นที่ ๔๗๕ ตารางเมตร ราคา ๒๑๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง 
    หรือราว ๙๔๕ ล้านบาท
    ทาวน์เฮาส์หรูอยู่บนยอดเขาวิกตอเรีย พีก เป็นย่านที่พักอาศัยที่หรูหราที่สุดของเกาะฮ่องกง 
    การซื้อขายทาวน์เฮาส์หรูหนึ่งใน ๘ ห้องซึ่งเป็นโครงการของบริษัท ซัน ฮุง ไค พร็อพเพอร์ตีส์ มีขึ้นเมื่อช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๕๐ ได้สร้างความฮือฮาขึ้นในวงการอสังหาริมทรัพย์ 
    เพราะเป็นการทำลายสถิติซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาแพงที่สุดในเอเชีย 
    การซื้อบ้านหลังนี้ในราคาแพงสูงลิบลิ่วได้สร้างความประหลาดใจให้หลายคน เพราะราคาแพงกว่าบ้านหลังอื่นๆ ในโครงการเดียวกัน และแม้จะมีสระว่ายน้ำแต่ก็ต้องใช้ร่วมกับบ้านหลังอื่นๆ 
    ขณะที่ทางโครงการบอกว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังมุม จึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยกว่าหลังอื่น อีกทั้งยังเงียบและมีสภาพแวดล้อมดีกว่าด้วย
    ในตอนแรกไม่มีการเปิดตัวผู้ซื้อบ้านหลังนี้ สื่อรายงานแต่เพียงว่าเป็นนักธุรกิจ และคาดกันว่า มาร์ติน ลี กา-ชิง อภิมหาเศรษฐีของฮ่องกง เป็นคนจองบ้านหลังนี้ เพื่อเป็นเรือนหอให้ลูกชายคนเล็ก 
    แต่หนังสือพิมพ์สแตนดาร์ดระบุว่าที่แท้เจ้าของบ้านผู้ลึกลับก็คืออดีตนายกรัฐมนตรีของไทยนั่นเอง
    ถึงจะไม่มีอะไรชัดเจนนัก แต่ดีล SICT คาดว่าเป็นผลมาจากการพูดคุยระหว่าง ลี กา-ชิง กับ ทักษิณ  
    ส่วน "ยิ่งลักษณ์" คงนั่งจิบน้ำส้มอยู่ห่างๆ 
    เมื่อเป็นข่าว
    แต่ข่าวกลับถูกลบหมายความว่าอย่างไร 
    เฉพาะเว็บไซต์ในประเทศจีน ข่าวนี้ถูกลบเกือบทุกเว็บไซต์ 
    มันเกิดอะไรขึ้น 
    แค่ดีลธุรกิจธรรมดา แล้วใครสั่งให้ลบ
    มองได้หลายมุม 
    ประการแรก ดีลนี้แท้จริงแล้ว ไม่เคยเกิดขึ้น แต่เป็นการปล่อยข่าว หวังผลการเลือกตั้งในไทย
    เป็นการบอกใบ้ว่า "นายใหญ่" ยังมีเงินกองพะเนิน หลังมีข่าววงในเริ่มมีการตรวจสอบ และตัดท่อน้ำเลี้ยงจากต่างชาติ 
    เงินเข้ามาไม่ได้!
    ประการถัดมา การทำธุรกิจกับลี กา-ชิง เป็นเรื่องจริง แต่รัฐบาลจีนจับตาดูด้วยความไม่สบายใจ
    เพราะทักษิณคือบุคคลที่ทางการไทยต้องการตัว 
    เขตเศรษฐกิจซัวเถา มีที่มาน่าสนใจ 
    เมื่อปี ๒๕๕๗ รัฐบาลอนุมัติให้เมืองซานโถว หรือซัวเถา ในมณฑลกวางตุ้งทางใต้ของจีน เป็นเขตเศรษฐกิจสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับชาวจีนโพ้นทะเล 
    เป็นภูมิลำเนาของชาวจีนมากกว่า ๑๕ ล้านคนที่อพยพไปทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ  กว่า ๔๐ ประเทศ รวมทั้งมหาเศรษฐีฮ่องกง ลี กา-ชิง 
    แต่ ลี กา-ชิง ไม่เป็นที่ชื่นชมของคนจีนเท่าไหร่นัก
    เมื่อปี ๒๕๕๘ หนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขียนบทวิจารณ์ในสื่อออนไลน์โจมตีลี กา-ชิง กรณีเทขายสินทรัพย์ที่มีอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่อง 
    ทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ออกมาตั้งคำถามถึงความรักชาติของ ลี กา-ชิง
    นับแต่รัฐบาล คสช.บริหารประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะกองทัพของทั้ง ๒  ประเทศมีความแน่นแฟ้นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
    จนมีเสียงเตือนว่า การที่ คสช.คบกับจีนมากเกินไป อาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี 
    เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลจีนเห็นข่าวนี้แล้ว จึงสั่งลบ 
    บวกกับ ช่วงหลังมานี้ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้รับความชื่นชมเรื่องการปราบคอร์รัปชันสูงมาก   ขณะที่ ทักษิณ คือคนโกงจากประเทศไทย
    ลำพัง ทักษิณ ไปเยี่ยมญาติ เดินทางเข้า-ออกจีน ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลสำหรับรัฐบาลจีน
    แต่การเปิดทางให้เข้าไปทำธุรกิจขนาดใหญ่ มันคนละเรื่องกัน
    ก็อย่างที่รู้กัน ธุรกิจในต่างแดนของ ทักษิณ ไม่เป็นที่เปิดเผยในรายละเอียดนัก 
    จนไม่มีใครรู้แน่ชัดถึงความมีอยู่จริง
    เช่นเหมืองในแอฟริกา 
    เมื่อต้นปีที่แล้ว เฟซบุ๊ก กรุงเทพ กรุงเทพ อวดรวยแทนนาย บอกว่าทักษิณ มีธุรกิจเหมืองทองใน  ๕-๖ ประเทศ 
    เหมืองเพชร ในแอฟริกา เหมืองแพลตินัม (ทองคำขาว) น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 
    ในประเทศยูกันดา มีถึง ๓๑ เหมือง อีก ๕ ประเทศ มีอย่างละ ๑-๒ เหมือง รวมมูลค่ากว่า ๕ หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จ่ายค่าสัมปทานให้รัฐบาลแล้ว ก็ยังมีรายได้เหลืออีกนับหมื่นล้านบาท
    ไม่มีรายละเอียดอื่น ไม่มีใครเคยเห็นเหมืองที่แท้จริงของทักษิณ 
    แต่เงินระดับ ๕ หมื่นล้านเหรียญ คือโม้จนเพลิน เพราะมูลค่ามันไปเตะตัวเลขล้านล้านบาท เกือบเท่างบประมาณแผ่นดินของประเทศ
    ช่างบังเอิญ วานนี้ (๙ มกราคม) หนังสือพิมพ์เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ของฮ่องกง แฉว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือพาสปอร์ตกัมพูชา
    ก่อนนี้ทางกัมพูชาปฏิเสธว่า ยิ่งลักษณ์ เป็นคนไทย ไม่ใช่กัมพูชา จึงไม่ออกพาสปอร์ตให้ 
    ที่มาของเรื่อง เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ บอกว่าตามเอกสารของบริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น บริษัทจัดการการลงทุน ในฮ่องกง ระบุว่า ยิ่งลักษณ์ ได้ใช้พาสปอร์ตกัมพูชา เพื่อลงทะเบียนเป็นผู้อำนวยการแต่เพียงผู้เดียวของบริษัท 
    บริษัทนี้ตั้งขึ้นเมื่อ ๒๔ สิงหาคม ปีที่แล้ว
    นอกจากนี้ เซาท์ ไชน่า มอร์นิง ตรวจสอบแล้ว ไม่ชัดเจนว่าธุรกิจของบริษัทคืออะไร ที่อยู่ก็เป็นของบริษัทอื่น แต่ผู้บริหารใกล้ชิดกับ ยิ่งลักษณ์ 
    ให้หลังเพียง ๔ เดือน ยิ่งลักษณ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานของ SICT
    เป็นท่านประธานท่าเรือซัวเถา 
    บริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด ชื่อคุ้นๆ ว่า ในประเทศไทยก็มี ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์-ก่อสร้าง
    มีชื่อของลูกๆ ในตระกูลชินวัตรเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 
    และ บริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในไทย ถือหุ้นวอยซ์ ทีวี ในชื่อของ "พินทองทา ชินวัตร"
    มูลค่า ๒๙๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท   
    สรุปแล้ววันนี้ท่ามกลางความสับสนของข่าวสารนั้น มีสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ทั่นประธานท่าเรือซัวเถา ที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์...
    เธอเป็นสาวชาวกัมพูชา.


                                ผักกาดหอม 

 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)
 

 

 

 

 

โป๊ะแตก!เว็บฯเชียร์ยิ่งลักษณ์เขียนบทความชื่นชม'ปู'โจมตีรัฐบาลคสช.-สถาบัน แถมอาจเป็นเว็บฯจีนในเมเลย์


    
 

10 ม.ค.62-ภายหลัง เฟซบุ๊ก กรุงเทพ กรุงเทพ ระบุว่าจีนปกป้องยิ่งลักษณ์  โดยอ้าง บทความใน เว็บไซต์ http://www.zanzanzan88.com/  ที่มีการนำรูปประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน จับมือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นภาพเมื่อครั้งยิ่งลักษณ์ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาประกอบบทความนั้น

บทความที่ไม่มีชื่อผู้เขียนชิ้นนี้ ได้ชื่นชมน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมโจมตีรัฐบาลคสช. กองทัพ รวมไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ของไทยด้วย 

จากการตรวจสอบเว็บไซต์ http://www.zanzanzan88.com/ ไม่ได้รับความนิยมแต่อย่างใด เป็นเว็บฯข่าวเล็กๆที่มีผู้ติดตามน้อยมาก  และจากการแชร์ข่าวลงในเพจเฟซบุ๊กของเว็บฯนี้ พบว่า หลังจากแชร์ไป 8 ชั่วโมงมีการแชร์เพียงครั้งเดียว กดถูกใจ 1 ครั้ง  ไม่มีคอมเม้นท์ใดๆทั้งสิ้น 

และจากการสำรวจการแชร์ข่าวในโพสต์อื่นๆ พบว่ามีการแชร์สูงสุดแค่ 20 ครั้งเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ไม่มีการแชร์ต่อ ไม่มีการคอมเม้นท์ หรือกดถูกใจเลย

เพจเฟซบุ๊กของเว็บไซต์นี้มีผู้ติดตามประมาณ 3 หมื่นคน ซึ่งถือว่าน้อยมาก อย่างไรก็ตามแม้ทางการจีนไม่เปิดให้ชาวจีนเล่นเฟซบุ๊ก แต่สำนักข่าวหลักในจีนล้วนสร้างเพจเฟซบุ๊กเป็นช่องทางกระจายข่าวสารทั้งสิ้น เช่น สำนักข่าว China Xinhua News มีผู้ติดตามมากถึง 56 ล้านคน

แต่ก็มีข้อน่าสังเกตว่า เว็บไซต์ http://www.zanzanzan88.com/   อาจเป็นเว็บไซต์จีนในมาเลเซีย เพราะข่าวส่วนใหญ่นอกจากเป็นข่าวในจีนแล้วยังเน้นไปที่ข่าวสารความเคลื่อนไหวของมาเลเซีย และชาวจีนในมาเลเซียอีกด้วย.

 'ษิทรา' ยื่น 'บิ๊กโจ๊ก' เอาผิด 'อัจฉริยะ' ให้ตำรวจคัดลอกทะเบียนราษฎร์

    
 

10 ม.ค.62 - ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ  นำนายเศรษฐ์ เดชสุภา ที่ถูกนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบางปะอิน (รอง ผกก.สส.สภ.บางประอิน) ค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของภรรยานายเศรษฐ เพื่อนำไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียล จนได้รับความเสียหาย เข้าพบกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง  (ผบช.สตม.) เพื่อร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุเกิดขึ้นที่ สภ.บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดย

นายษิทรา กล่าวว่าในกรณีดังกล่าวมีความพยายามทำให้ชอบด้วยกฎหมายด้วยพฤติกรรมการลงบันทึกประจำวันย้อนหลังซึ่งพบเป็นความผิดชัดเจนและจะดำเนินคดี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในข้อหาพรบ.คอมพิวเตอร์ และพยายามฉ้อโกงประชาชน ก็กรณีที่ Pages Facebook ของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเคยเมื่อปี 2556-2557 โพสต์ข้อความระบุว่าสายสืบต้องมียาเสพติดติดตัวและเรียกรับเงินจำนวนหนึ่งถึง 20,000 บาท ส่วนตัวไม่เชื่อว่าตำรวจจะกระทำการตามที่ถูกกล่าวหา และกรณีการตรวจสอบทะเบียรราษฏร์ มีลักษณะรับจ้างคัดทะเบียนราชฏร์ของประชาชน โดยหากมีผู้ร่วมขบวนการ ก็จะดำเนินคดี ร่วมกันกระทำผิด 

นายษิทรา กล่าวอีกว่าส่วนกรณีที่ประธานชมรมเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า จะดำเนินคดีกับผมและตำรวจที่รับเรื่อง ทั้งหมดก็เป็นสิทธิ ถ้านายอัจริยะไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมยืนยัน เอกสารใบบันทึกประจำวันที่เอาออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งหมดชอบด้วยกฎหมาย และหากฝั่งคู่กรณีคิดว่าเอาออกมาด้วยมิชอบ ก็สามารถแจ้งความได้ 

นายษิทรา ยังเปิดเผยถึงกรณีที่ระบุว่า เป็นการล้างแค้น ดิสเครดิตกัน หรือไม่นั้น  หากนายอัจริยะ ไม่ได้ทำผิดกฏหมาย ก็ไม่สามารถเอาผิด หรือล้างแค้นนายอัจริยะได้ ส่วนจะมีการไกล่เกลี่ย กันหรือไม่ ยืนยัน ไม่สามารถยอมความได้ เนื่องจากความผิดมีอายุความถึง 10 ปี อาทิ พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ 

ด้าน พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ผบช.สตม.กล่าวว่า ทั้งหมดต้องมีการตรวจสอบว่ากระทบต่อคดีอาญา และประชาชนหรือไม่ ซึ่งหากกระทบทางพนักงานสอบสวนต้องดำเนินคดี  ส่วนประเด็นการคัดสำนวนบันทึกประจำวัน ทราบว่าขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว และการบันทึกข้อความในสำนวน ตำแหน่งรองผู้กำกับสามารถกระทำได้ เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชา

ไฟเขียวค่ารักษา ยาและเวชภัณฑ์ ขึ้นบัญชีควบคุม

    
 

    เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ว่า ได้พิจารณาทบทวนรายการสินค้าและบริการประจำปี 2562 โดยในส่วนของบัญชีสินค้าควบคุม มีมติให้เพิ่มสินค้า 1 รายการ คือ ยาและเวชภัณฑ์ เข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม และถอดสินค้า 4 รายการ ออกจากบัญชีสินค้าควบคุม ได้แก่ น้ำตาลทราย เยื่อกระดาษ เม็ดพลาสติก และแบตเตอรี่รถยนต์
    สาเหตุที่ถอดน้ำตาลทรายออก เนื่องจากปัจจุบันมีการปรับโครงสร้างราคาน้ำตาลทรายให้ลอยตัวตามกลไกตลาด อีกทั้งสถานการณ์ขณะนี้ ราคาน้ำมันทรายปรับลดลงมามากเหลือ กก.ละ 10 บาท จากเดิมที่เคยขึ้นไปถึง กก.ละ 22 บาท ทำให้ไม่จำเป็นต้องเข้ามาอยู่ในบัญชีควบคุม ส่วนเยื่อกระดาษ เม็ดพลาสติก และแบตเตอรี่รถยนต์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะมีผู้ผลิตสินค้าหลายราย มีการแข่งขัน ไม่มีปัญหาทางด้านกลไกราคา จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม ส่งผลให้บัญชีสินค้าควบคุมประจำปี 2562 จะเหลือ 46 รายการ จากเดิมมี 49 รายการ
    ส่วนบัญชีบริการควบคุม ที่ประชุมมีมติให้เพิ่มบริการทางการแพทย์เข้ามาอยู่ในบัญชีบริการควบคุม ทำให้จากเดิมที่มีรายการในบัญชีบริการควบคุม 5 รายการ เพิ่มเป็น 6 รายการ ส่งผลให้จะมีบัญชีสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562 ทั้งหมด 52 รายการ ลดลงจากเดิม 54 รายการ ซึ่งจะนำผลที่ประชุมครั้งนี้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า
    นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มาตรการดูแลสินค้ายาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข สมาคมประกันภัย ตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งจะทำหน้าที่ในการศึกษาและพิจารณาหาข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการที่จะเข้ามาดูแลสินค้ายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้บริโภคและโรงพยาบาลเอกชน  
    “ยังตอบไม่ได้ว่ามาตรการที่จะทำออกมาจะทำให้ราคายาและเวชภัณฑ์ รวมถึงบริการทางการแพทย์ ราคาลดลงหรือไม่ เพราะต้องขึ้นอยู่กับข้อสรุปของคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้น แต่ยืนยันว่าทุกอย่างจะดำเนินการเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และถือเป็นครั้งแรกที่กระทรวงพาณิชย์ยกระดับนำรายการสินค้ายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์เข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุม เพื่อดูแลอย่างจริงจัง” รมว.พาณิชย์ระบุ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่ต้องนำรายการยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์เข้าเป็นบัญชีสินค้าและบริการควบคุม เนื่องจากที่ผ่านมามีประชาชนร้องเรียนถึงค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนคิดราคาสูงเกินความเป็นจริง ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขปัญหา เบื้องต้นอาจมีการกำหนดส่วนต่างกำไรว่าไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น รวมถึงค่าบริการทางการแพทย์ เช่น ค่าเอกซเรย์ ค่าห้องพักฟื้น ที่จะมีการเข้าไปดูแลราคาให้เหมาะสมด้วย
    ด้าน ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวถึงเรื่องค่ารักษาพยาบาลแพงว่า ในภาครัฐเชื่อว่ามีการควบคุมที่ดีอยู่แล้ว โดยพื้นที่ไหนจะมีการตั้งคลินิกนอกเวลา จะต้องทำประชาพิจารณ์ และได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่ก่อนถึงจะทำได้ ส่วนโรงพยาบาลเอกชน ต้องมีการหารือกันระหว่างกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และกระทรวงพาณิชย์ ส่วนจะต้องกำหนดราคาหรือไม่นั้น ต้องดูตามความเหมาะสม
     ส่วนการกำหนดค่ารักษาพยาบาลให้เป็นสินค้าควบคุมนั้น เรื่องนี้ต้องมีการคุยกัน แต่ไม่ใช่ลักษณะของการบังคับให้เอกชนต้องทำตาม เพราะค่ารักษาพยาบาลแต่ละแห่งมีหลายอย่างประกอบกัน ทั้งต้นทุนต่างกัน ค่าใช้จ่ายต่างกัน ค่ารักษาไม่ใช่อาหาร ไม่ใช่เนย แต่สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการประกาศค่าใช้จ่ายให้ประชาชนทราบเพื่อจะได้รู้งบประมาณ และเตรียมพร้อมด้านการเงิน
    ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ สบส. เปิดเผยว่า มีเรื่องร้องเรียนโรงพยาบาลเอกชนเข้ามาประมาณ 300 เรื่องต่อปี โดยค่ารักษาพยาบาลแพง มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สบส. พยายามแก้ไขราคายาไม่ให้เกินจริง.

 

เพลงที่ 7 นายกฯปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ 'ในความทรงจำ' ย้ำเตือนเดินมาไกลอย่าให้ใครทำลาย

    
 

10 ม.ค.62 - เมื่อเวลา 09.00 น. ภายในงาน "มหกรรมการแสดงผลการดำเนินงานโครงการตามแนวทางประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง”ที่เมืองทองธานี ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธี ได้มีการเปิดเพลง "ในความทรงจำ" ซึ่งเป็นเพลงใหม่ล่าสุด ที่นายกฯแต่งคำร้อง และเป็นเพลงที่ 7 แล้วที่นายกฯได้แต่งขึ้น โดยเนื้อหาย้ำเตือนให้นึกถึงความทรงจำที่ประเทศเคยมีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย และโกรธเคืองกัน พร้อมให้ร่วมกันเดินไปข้างหน้าอย่าให้ใครมาทำลายเหมือนที่เคยเกิดขึ้น โดยเนื้อเพลงมีดังนี้

“ในความทรงจํา ในวันนั้น ที่เคยปวดร้าวในเรื่องราว ที่ความร่วมใจโดนทําลาย เคยโกรธเคือง หัวใจแยกกันเป็นฝ่าย กว่าจะรวมกลับมําไม่ง่าย ไม่ง่ายเลย เราเดินมาไกล จนความวุ่นวายใกล้หลุดพ้น เราเริ่มต้น สร้างความมั่นคงได้มากมาย เคยเจ็บช้ำ ขอเพียงต้องไม่ลืมง่าย อย่าให้ใครเขามาทำลายอย่างเคยมา ต้องทําอย่างไรเพื่อประเทศไทย ต้องทําอย่างไรให้ไม่ซ้ำเดิม คําตอบอยู่ในใจคิดให้ดี ที่กินที่นอนแผ่นดินของเรา สร้างตัวขึ้นมาก็คือที่นี่ เส้นทํางต่อจากนี้ จงตรองดูให้ดีด้วยหัวใจ ในความทรงจํา อยากให้ย้ำเตือนด้วยเหตุผล เราทุกคนเกิดมาแล้วจงรักชาติไทย การเปลี่ยนแปลง เริ่มตรงที่เราคิดใหม่ จับมือเราด้วยความจริงใจไปด้วยกัน ผ่านมาเป็นเช่นไร อย่าให้ต้องซ้ำเดิม ประเทศไทย” 

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่งบทเพลงสื่อความในใจถึงประชาชนมาแล้ว 6 เพลง ประกอบด้วย เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทยเพลงเพราะเธอคือประเทศไทย เพลงความหวังความศรัทธา เพลงสะพาน เพลงใจเพชร และเพลงสู้เพื่อแผ่นดิน ซึ่งเกือบทุกเพลงขับร้องโดย จ่าสิบเอก พงศธร พอจิต มีเพียง เพลงใจเพชร ที่ให้ สิบเอก เชิดศักดิ์ ฤทธิกรกุล เป็นผู้ขับร้องแทน

 .................................................

10 มกราคม 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน