*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3876
  • จำนวนผู้ชม : 1441168
  • จำนวนผู้โหวต : 451
  • ส่ง msg :
  • โหวต 451 คน
วันเสาร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 267 , 17:38:20 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link @ : learning english with voa news : Saturday, February 9, 2019

            9 กุมภาพันธ์ 2562

      ฟังเพลงเพราะๆให้ชุ่มหัวใจ เหมือนอาบน้ำให้รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวกันแล้ว ก็ควรแวะติดตามข่าวกันบ้าง เพราะอาจมีข้อมูล

สำหรับการตัดสินใจลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด เพื่อให้ไปทำหน้าที่แทนเราในสภา โดยเป็นส.ส.น้ำดีดูแลหรือพัฒนาประเทศให้เจริญ

รุ่งเรืองต่อไปนะครับ แต่อย่าไปขายสิทธิ์ขายเสียงให้เขาไปโกงกินบ้านเมืองอย่างที่เคยเห็นกันมาแล้วเป็นอันขาด

 

 

 รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

รวมเพลงเพราะที่สุด - ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์

https://youtu.be/p33RqM5r-Xo

ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ / 8เพลงแห่งความสุข https://youtu.be/l4UFmBYO12I

ครึ่งหนึ่งของชีวิต แอม เสาวลักษ์ https://youtu.be/sHO__lS8CeI


....................................................


พรรคไทยรักษาชาติ แถลงด่วน! น้อมรับราชโองการ เคารพการตัดสินใจประชาชน

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 - 12:54 น.

 

พรรคไทยรักษาชาติ เคลื่อนไหวแล้ว! แถลงการณ์ด่วน น้อมรับราชโองการ เคารพการตัดสินใจประชาชน

พรรคไทยรักษาชาติ แถลงด่วน – 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้ออกแถลงการณ์ด่วน หลังมีพระราชโองการ โดยมีใจความสำคัญ ดังนี้

แถลงการณ์พรรคไทยรักษาชาติ

ตามที่ได้มีประกาศพระราชโองการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

พรรคไทยรักษาชาติ ขอน้อมรับพระราชโองการข้างต้น ไว้ด้วยความจงรักภักดีต่อ พระเจ้าอยู่หัว และ พระราชวงศ์ทุกพระองค์

พรรคไทยรักษาชาติซาบซึ้งในพระเมตตาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ที่ได้ให้ความเมตตาต่อพรรคฯ พรรคไทยรักษาชาติ จะขอทำหน้าที่ตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพในขนบธรรมเนียมราชประเพณี และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายเพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศไทย ด้วยความเคารพในการตัดสินใจของประชาชน ตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

พรรคไทยรักษาชาติ
9 กุมภาพันธ์ 2562

 


 

Thairath Logo
 
Live
วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562บริการข่าวไทยรัฐLogin 
 
 
ประมวลภาพ สุดเงียบเหงา ไร้เงาแกนนำเข้าพรรค

ประมวลภาพ สุดเงียบเหงา ไร้เงาแกนนำเข้าพรรค"ไทยรักษาชาติ"

ประมวลภาพ ที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ ถ.แจ้งวัฒนะ สุดเงียบเหงา ไร้เงาแกนนำเข้าพรรค ขณะประกาศยกเลิกหาเสียงช่วงเย็นวันนี้ หลังมีพระราชโองการลงมาเมื่อวาน 

วันที่ 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ถ.แจ้งวัฒนะ ยังเงียบ ไม่มีความเคลื่อนไหว หลังจากเมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) มีประกาศพระราชโองการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำให้วันนี้ทางพรรคต้องแจ้งยกเลิกกิจกรรมหาเสียง แต่ยังคงมีสื่อมวลชนยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวที่ทำการพรรค แม้ว่าล่าสุดจะมีแถลงการณ์จากพรรคส่งให้สื่อมวลชนก็ตาม

 
 

ทั้งนี้ จากการสังเกตไม่พบมีแกนนำและคณะกรรมการบริหารพรรคฯ เข้ามายังที่ทำการ จากเดิมมีกำหนดลงช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงเย็น วันนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพยายามติดต่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว จากผู้เกี่ยวข้องยังไม่สามารถติดต่อได้

 
 

 

ไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ 'ป๋อม ปรีชาพล' หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ

   
 

 


9 ก.พ.62 - ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หรือ "ป๋อม"  หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.  2523  เป็นบุตรของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช กับนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช

สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และระดับปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

ร.ท. ปรีชาพล  รับราชการทหารติดยศร้อยตรี ประจำสำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม และได้ย้ายมาช่วยราชการกระทรวงมหาดไทย เมื่อครั้งที่บิดา ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต 2 สังกัดพรรคพลังประชาชน โดยการสนับสนุนของนายเสริมศักดิ์  และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช จนได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. ที่มีอายุเพียง 27 ปี ซึ่งนับว่าเป็น ส.ส.ชายที่มีอายุน้อยที่สุด

ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ร.ท.ปรีชาพล  เป็นสมาชิกคนหนึ่งที่อภิปรายการจัดสรรงบประมาณที่ผิดปกติของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครน และร้อยโท ปรีชาพล ได้กล่าวว่าไม่นานนี้คงได้เห็นแก๊งออฟกลาโหมขึ้นศาลแน่นอน

ในปี  2553 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ ส.ส. 6 คน พ้นสมาชิกภาพ กรณีถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อ และบริษัทที่เป็นคู่สัมปทานของรัฐ ซึ่งร.ท.ปรีชาพล เป็นหนึ่งใน ส.ส. ที่ถูกตัดสิทธิ์ แต่ก็สามารถกลับเข้ามาเป็น ส.ส.ได้อีกครั้งในการเลือกตั้งซ่อมฯ

ต่อมาในการเลือกตั้ง ปี2554 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม ของสภาผู้แทนราษฎร

กระทั่งในการประชุมใหญ่ของพรรคไทยรักษาชาติ ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันพุธที่ 7 พ.ย.  2561 ที่ โรงแรมรามาการ์เดนส์ ร.ท.ปรีชาพล  ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค  พร้อมด้วย ,นายฤภพ ชินวัตร    รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1,นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2,นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์    รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3 ,นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล    รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4

นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค  นายต้น ณ ระนอง    รองเลขาธิการพรรคคนที่ 1, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา  รองเลขาธิการพรรคคนที่ 2 ,นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์รองเลขาธิการพรรคคนที่ 3 ,นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ,นางสาวขัตติยา สวัสดิผล    รองโฆษกพรรคนางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์    นายทะเบียนสมาชิกพรรค    นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์เหรัญญิกพรรค ,รศ. ดร. รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค ,นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค.

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี 


 
 

มองกลยุทธ์เหนือเมฆของพรรคไทยรักษาชาติ จากทางเลือกสู่ทางหลัก และเกมจะพลิกไปอย่างไร

 
08.02.2019

 

HIGHLIGHTS

4 MINS READ
  • ดร.สติธร ธนานิธิโชติ มองว่า กลยุทธ์ของพรรคไทยรักษาชาติมาแบบเหนือเมฆ ถ้ากระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะกลายเป็นที่ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้
  • กลยุทธ์นี้กระทบต่อคนเลือกตั้งทั้งหมด ไม่ใช่คนที่ชอบประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ หรือพรรคอื่นๆ ขณะเดียวกันคนชอบพรรคไทยรักษาชาติก็อาจจะเปลี่ยนใจได้เช่นกัน

คำว่า ‘อึ้งและทึ่ง’ อาจจะบรรยายความรู้สึกของคนไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ได้ไม่เพียงพอ

หลังเซอร์ไพรส์ทางการเมืองเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาของพรรคไทยรักษาชาติ ที่ยื่นเสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพียงรายชื่อเดียวต่อ กกต. ต่อเนื่องมาถึงช่วงบ่ายที่พรรคพลังประชารัฐ โดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นำทีมยื่นเสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพียงรายชื่อเดียวเช่นกัน

สองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองไทย และอาจพลิกโฉมหน้าการเลือกตั้ง 2562 ไปอย่างสิ้นเชิง THE STANDARD จึงชวน ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้ชำนาญการ สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า มาวิเคราะห์กลยุทธ์แคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรค ก่อนจะปูทางไปถึงวันเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้

ภาพรวมสถานการณ์การเมืองไทย

ภาพรวมก็มีทั้งอารมณ์ตกใจ ช็อก ตื่นเต้น บางคนก็ดีใจ บางคนก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะแสดงออกทางอารมณ์อย่างไรดี ถ้าจะให้วิเคราะห์หรือมองเกมการเมืองต่อจากนี้ ต้องบอกด้วยความสัตย์จริงว่า ที่เคยวิเคราะห์กันมาก่อนหน้านี้ขอให้ลืมไปให้หมดเลย ไม่ว่าจะมาจากผู้เชี่ยวชาญระดับไหน เพราะปัจจัยใหม่ที่เข้ามาวันนี้จะพลิกเกม

ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่บุคคลผู้สูงศักดิ์สละฐานันดรมาลงเล่นการเมืองหรือไม่

ในประเทศกัมพูชา เจ้านโรดม รณฤทธิ์ฯ (สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์) ก็เคยมาตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้ง แล้วก็แพ้ แพ้เยอะด้วย ได้ไม่กี่ที่นั่ง เพราะฉะนั้นหมายความว่าไม่ได้ได้เปรียบเสมอไป ต้องเข้าใจว่าสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยกับประเทศอื่นต่างกัน อย่างของกัมพูชาเขาเคยมีสถาบันแล้วก็หายไป แต่ภายหลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นความอ่อนไหวของประเด็นนี้จะไม่เท่ากัน ไม่ได้กระทบความรู้สึกเหมือนกัน ซึ่งในกรณีของประเทศไทยค่อนข้างอ่อนไหวกว่า

มองกลยุทธ์ของพรรคต่างๆ ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร

กลยุทธ์ของแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน บางพรรคก็เลือกจะเก็บแต่เขตอย่างเดียว บางพรรคก็เลือกเก็บแต่บัญชีรายชื่ออย่างเดียว ก็ยิ่งทำให้แต่ละพรรคต้องปรับกลยุทธ์ตาม มีหลากหลายแพตเทิร์นแบบนี้มองยาก

ก่อนวันนี้ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยเน้นเก็บเขต ส่วนพรรคน้องๆ ก็จะเก็บเขตที่ตกหล่น โดยเอาสถิติการเลือกตั้งปี 2554 เป็นฐาน เขตไหนที่เพื่อไทยเคยชนะขาดก็เก็บไว้เกือบหมด ส่วนเขตไหนที่เคยแพ้แล้วทิ้งห่าง ก็ให้พรรคน้องๆ ไปสู้กัน แบ่งกันชัดเจน หรือเรียกว่ากลยุทธ์แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย แตกก่อนรวมทีหลัง

ดังนั้นคู่แข่งวันนี้ของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่ประชาธิปัตย์ แต่คือพลังประชารัฐ ยิ่งได้ชื่อพล.อ. ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตก็ยิ่งชัดเจน เพราะจุดแข็งของพลังประชารัฐคือการสืบสานนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน แรกเริ่มเดิมทีก็มองว่าน่าจะได้เปรียบตรงที่ถึงแม้ว่าจะแพ้เขต แต่ก็จะมีคะแนนสะสมเป็นบัญชีรายชื่อ แต่พอเจอยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน เขาก็ไม่เน้นบัญชีรายชื่ออย่างเดียวแล้ว เพราะต้องไปสู้ที่เขต จึงต้องใช้พลังดูด ส.ส. ของทุกพรรค เพื่อจะดึงคะแนนกลับมาให้ได้มากที่สุด เรียกว่าตีทั้งบนทั้งล่าง และยังมี ส.ว. อีก 250 เสียงอีก ซึ่งเชื่อกันว่า ส.ว. น่าจะมีเอกภาพเป็นเสียงเดียวกัน เพราะมีต้นทางมาจากแหล่งเดียวกัน เวลายกมือก็คงไปในแนวทางเดียวกัน เพราะคนแต่งตั้งเป็นคนเดียวกัน แต่นั่นคือกลยุทธ์ก่อนหน้านี้

แล้ววันนี้กลยุทธ์จะเป็นอย่างไร

ตอนนี้ผู้สมัครและแคนดิเดตคงอึ้งอยู่ ถ้าสถานการณคลี่คลายทุกคนน่าจะทำงานหน้าที่แคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคตามปกติ ลงไปหาเสียงตามปกติ

จะมีการได้เปรียบเสียเปรียบแค่ไหนในการหาเสียง

ผมเชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายยอมเข้าสู่เกมกติกาการเลือกตั้ง ทุกคนก็จะทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติ

ประชาชนจะมีวิธีการในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร

ศึกษาให้ดีว่าพรรคที่เราชอบเขาเสนอนโยบายอะไร หรืออยากได้ใครเป็นนายกฯ ก็เลือกที่เราชอบ ที่สำคัญอย่าลืมศึกษากติกาใหม่ด้วย โดยเฉพาะระบบจัดสรรปันส่วนผสม จะได้ไม่ต้องตกใจอีกทีตอนผลออกมา เพราะในระบบที่เราเหลือกันคนละคะแนน คะแนนเราจะมีค่ามาก ไปๆ มาๆ เราอาจจะต้องเลือกในสิ่งที่เรามีความหวังมากที่สุด มากกว่าจะเลือกพรรคทางเลือก ซึ่งพรรคทางเลือกเขาก็จะมีกลยุทธ์ของเขาในการสร้างสีสันให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้  

มองกลยุทธ์ของพรรคไทยรักษาชาติอย่างไร

ทษช. เหนือเมฆ ซึ่งตอนนี้พรรคเองก็เริ่มเพิ่มจำนวนผู้สมัครแบบเขตเพราะเห็นกระแสตอบรับ และกระแสถ้ามาจริง อาจจะกลายเป็นที่ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยุทธศาสตร์ที่มองว่าจะเก็บแต่คะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่ออาจใช้ไม่ได้แล้ว บรรดาคนที่ไปนั่งรออยู่ในบัญชีรายชื่ออันดับที่ 20 กว่าถึง 30 อาจจะหนาวๆ ร้อนๆ เพราะสัดส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ได้อาจจะลดลงมาตามจำนวน ส.ส. เขตที่เพิ่มขึ้น

มีผลกระทบต่อคนที่จะเลือกพรรคอื่นไหม

จริงๆ กระทบทั้งหมด ไม่ใช่คนที่ตั้งใจจะเลือกประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ หรือพรรคอื่นๆ อาจจะกลับมามองไทยรักษาชาติมากขึ้น ตัวคนที่ตั้งใจจะเลือกไทยรักษาชาติเองก็อาจจะเปลี่ยนใจได้เหมือนกัน ของแบบนี้มีบวกมีลบ แต่ดูแล้วบวกน่าจะเยอะกว่า

 

 

หลายคนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แฟร์เกมตั้งแต่แรก พอสถานการณ์ออกมาแบบนี้มองว่าจะทำให้มีความแฟร์มากกว่าเดิมหรือไม่

ถ้ามองว่าไม่แฟร์จากการออกแบบรัฐธรรมนูญ ก็แปลว่ามันถูกดึงกลับมาให้มีความแฟร์มากกว่าเดิม 250 เสียงของ ส.ว. อาจจะเป็นอิสระมากขึ้น

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องไปหาเสียงไหม

ไม่จำเป็น จริงๆ กกต. ก็ค่อนข้างจะเข้มงวด กรณี พล.อ. ประยุทธ์ ก็จะดีเบตกับแคนดิเดตพรรคอื่นๆ ไม่ได้ ที่ทำได้คืออาจจะใช้ภาพหรือชื่อไปหาเสียง แต่ดีเบตก็ต้องคิดหนัก ยกเว้นจะเป็นเวทีของ กกต. เอง

การนำเสนอข่าวต้องรอความชัดเจนจากใคร

จริงๆ น่าจะมี 2 หน่วย คือรัฐบาลแน่นอน สองคือสำนักพระราชวัง ลองทำหนังสือไปถามดู

......................................................

9 กุมภาพันธ์ 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน